Featured
“ฝ้ายเขียวเกษตร 2” เป็นน้อยหน่าพันธุ์ลูกผสม ที่เกิดจากพ่อแม่คือ น้อยหน่าพันธุ์เพชรปากช่องกับฝ้ายเขียวเกษตร 1 ประชาชนทั่วไปเริ่มรู้จัก น้อยหน่า “ฝ้ายเขียวเกษตร 2” เป็นครั้งแรก ในงานเกษตรแฟร์ 2558 “ฝ้ายเขียวเกษตร 2” เป็นผลงานของ อาจารย์เรืองศักดิ์ กมขุนทด รศ.ฉลองชัย แบบประเสริฐ และ คุณกวิศร์ วานิชกุล นักวิจัยของสถานีวิจัยปากช่อง สถาบันอินทรีจันทรสถิตย์เพื่อการค้นคว้าและพัฒนาพืชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คุณสมเกียรติ บุตรบำรุง กับฝ้ายเขียวเกษตร 2 ที่เขาภาคภูมิใจ ฝ้ายเขียวเกษตร 2 เป็นไม้ผลที่มีศักยภาพทางการค้า เพราะเป็นพันธุ์น้อยหน่าที่ปลูกง่าย ทนแล้ง ให้ผลผลิตเร็ว บังคับให้ออกดอกติดผลได้ง่าย และต้นทุนการผลิตต่ำ กล่าวได้ว่า ฝ้ายเขียวเกษตร 2 มีอัตราการเจริญเติบโตของลำต้นดี ให้ผลผลิตสูง และมีลักษณะเด่นแตกต่างจากพันธุ์การค้าเดิม เพราะฝ้ายเขียวเกษตร 2 มีกลิ่นหอม หวาน ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของน้อยหน่าพันธุ์ฝ้าย มีเนื้อเนียนนุ่ม ติดผลง่าย ให้ผลดก ขนาดผลปานกลาง ซึ่งเป็นไซซ์ที่ตลาดต้องการ เปลือกหนาติดกันเป็นแผ่นไม่แยกตา ปริมาณเนื้อมากเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค การปลูกดูแล การปลูกน้อยหน่าฝ้
คุณชวพจน์ ชูหิรัญ หรือ “คุณนพ” เจ้าของโรงงานหมูเสียบไม้ ย่านติวานนท์ จ.นนทบุรี ที่มีกำลังการผลิตนับแสนไม้ต่อวัน เรื่องราวประวัติความเป็นมา ของคุณนพ ดั่งนิยาย เคยผ่านชีวิตจากจุดต่ำสุด ขนาดที่ว่าบ้านซุกหัวนอนแทบจะยังไม่มี ผ่านงานมาแล้วนับร้อยอาชีพ ทั้งพนักงานรักษาความปลอดภัย คนขับแท็กซี่ ขับวินมอเตอร์ไซค์ ที่สำคัญครั้งหนึ่งเคยได้ นิตยสารเส้นทางเศรษฐี เป็นที่พึ่งในการค้นหาอาชีพที่เหมาะกับตัวเอง โดยบอกว่าเป็นแฟนประจำตั้งแต่นิตยสารออกใหม่ๆ มีเรื่องราวอาชีพให้อ่านมากมาย อย่างที่กล่าว คุณนพ ผ่านงานผ่านอาชีพมามากมายหลายอาชีพ จนในที่สุด ก็พบกับทางเดินที่กล่าวได้ว่าประสบความสำเร็จเกินคาด นั่่นคือ เจ้าของโรงงานหมูเสียบไม้ ที่ใช้หมูราว 5-6 ตันต่อวัน อีสาน มาถึงวันนี้ คุณนพ มีประสบการณ์มากพอในฐานะเอสเอ็มอีที่ประสบความสำเร็จพร้อมจะแบ่งปันประสบการณ์และแนวคิดในการทำธุรกิจผ่าน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” คุณนพ เล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันนอกจากหมูเสียบไม้แล้ว ยังเพิ่มไลน์การผลิตไปที่ไส้กรอกอีสานวันละนับหมื่นลูก หรือหมูสดราว 500-600 กก.ต่อวัน โดยบอกว่า ได้ไอเดียมาจากพ่อค้าแม่ค้าที่มารับซื้อหมูเสียบไม้ไปปิ้งขาย ว
โกเผือกโกดำ (GopuekGodum) ร้านอาหารกระแสดังจากโลกออนไลน์ในจังหวัดเชียงใหม่ ด้วยสไตล์การตกแต่งร้านแบบธรรมชาติ เสิร์ฟพร้อมเมนูอาหารเช้าและขนมหวานหน้าตาน่ารัก อย่างสังขยา 4 สี ร้านนี้เกิดจากการรวมตัวกันของวัยรุ่น 4 คนแต่ต่างอายุกัน สองหนุ่มสถาปนิก อย่าง คุณอะตอม-ชนะ ฉายานนท์ อายุ 28 ปี และ คุณบูม-วาสุทิน คำพรหม อายุ 28 ปี และสองสาวที่จบด้านการสื่อสารมวลชนอย่าง คุณขวัญใจ-พชรพรรณ ปิ่นคำพิชัย อายุ 24 ปี และ คุณน้ำ-อภิชญา วงศ์ปัน อายุ 24 ปี คุณขวัญใจ หนึ่งในหุ้นส่วนร้านรับอาสาเล่าที่มาที่ไปของร้านโกเผือกโกดำ ให้ฟังว่า เริ่มแรกมีหุ้นส่วนอยู่ 3 คน (ภายหลังเพิ่มเป็น 4 คน) เดิมทีที่ตั้งร้านเป็นร้านอาหารเก่าของคนรู้จัก เห็นว่าปิดกิจการจึงขอเซ้งร้านทำกิจการต่อ เหตุจากสองหนุ่มสถาปนิกอยากหาอะไรทำช่วงเช้าก่อนไปทำงาน และสองสาวอยากหากิจกรรมทำระหว่างรอรับปริญญา เกี่ยวกับชื่อร้าน คุณขวัญใจ เล่าว่า คำว่า โก ให้อารมณ์เหมือนร้านอาหารเช้านั่งจิบกาแฟ ส่วนคำว่าเผือกกับดำ มาจากฉายาของหุ้นส่วนหนุ่มสถาปนิกทั้ง 2 คนที่มีสีผิวขาวกับเข้ม เสริมสไตล์การตกแต่งร้านแบบธรรมชาติ ใช้ของเท่าที่พอหาได้หรือมีอยู่แล้วที่บ้านเพรา
พื้นที่ดอยภูทับเบิก เดิมเป็นพื้นที่ปลูกฝิ่นกันมาตั้งแต่สมัยรุ่นบรรพบุรุษ ทำกันมาหลายชั่วอายุคน ก่อนที่จะได้รับการพัฒนาให้เป็นพื้นที่บนดอยภูทับเบิกแห่งนี้ กลายเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ปลูกผักเมืองหนาวแทน อย่างการปลูกกะหล่ำปลี เป็นต้น ซึ่งปลูกมากบนพื้นที่ดอยของภูทับเบิก ด้วยสภาพอากาศที่เหมาะสม โดยผู้ปลูกส่วนใหญ่เป็นชาวม้ง คุณอาเซ็ง แซ่ลี วัย 62 ปี ผู้อาวุโสชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ในหมู่บ้านภูทับเบิก ม.14 เล่าว่า “ตั้งแต่จำความได้ ก็เห็นพ่อแม่ปลูกฝิ่นกันมาตั้งแต่ยังเล็ก แต่การปลูกฝิ่นไม่ได้ช่วยให้ครอบครัวอยู่ดีมีสุข หรือหายจากความยากจนที่มีอยู่ได้เลย เพราะพอฝิ่นขายไม่ได้ ชาวบ้านก็เอามาสูบ สูบเสร็จก็ไม่สามารถทำงานอะไรได้อีก เป็นวังวนซ้ำไปซ้ำมา ไม่จบสิ้น แต่พอพื้นที่ได้รับการปรับปรุงให้เป็นพื้นที่ทางการเกษตร ส่งเสริมให้ชาวม้งหันมาปลูกผักอย่างกะหล่ำปลีที่ชอบอากาศเย็นบนดอยนั้น ชาวบ้านที่นี่ก็ปลูก แต่สิ่งที่เป็นจุดเปลี่ยนของตนคือ การใช้สารเคมี ชาวม้งที่นี่ปลูกกะหล่ำปลีกันแต่ก็ต้องใช้สารเคมีฉีดพ่นอย่างมาก เป็นเหตุให้เกิดการเจ็บป่วย โดยคุณอาเซ็ง เล่าว่า “ญาติที่สนิทกัน ป่วยเป็นหลายโรคมาก ทั้งเป็นมะเร็งตั
อาจารย์ประทีป กุณาศล นักวิชาการอิสระด้านพืช รวมถึงยังเป็นผู้คร่ำหวอดในวงการไม้ผลมายาวนาน ตลอดจนยังได้เดินทางไปดูงานต่างประเทศหลายแห่ง กระทั่งสะสมความรู้ ประสบการณ์ และแนวคิดใหม่ๆ นำกลับมาพัฒนาปรับปรุงงานเกษตรอยู่เป็นประจำ เผยข้อมูล สถานการณ์มะพร้าวทั้งในประเทศ และต่างประเทศดังนี้ “สำหรับตัวเองเป็นลูกชาวสวนผลไม้ อยู่ที่บ้านแพ้ว เกิดและเติบโตมากับผลไม้ประจำถิ่นหลายชนิด แล้วก็เห็นมะพร้าวมาตั้งแต่เกิดเลยก็ว่าได้ ที่บ้านมีสวนมะพร้าวอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ตลอดเวลาได้สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของมะพร้าวตั้งแต่ส่วนบนคือใบ ยอด ผล ลงมายังลำต้นและราก พันธุ์ที่ปลูกเป็นมะพร้าวก้นจีบ ได้มาจากที่อำเภอสามพราน ซึ่งพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมที่สามพรานจะมีลักษณะรูปร่างผลเล็ก เวลาขายสมัยก่อนมักขายควบ 2 ผลเล็ก เท่ากับ 1 ผลใหญ่ แต่ทั้งนี้ ต้องให้เครดิตกับฟาร์มอ่างทองที่อยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ตั้งอยู่บริเวณปากคลองภาษีเจริญ กระทุ่มแบน เป็นแหล่งที่คัดมะพร้าวก้นจีบ มีการทำพันธุ์จนเกิดการแพร่หลายไปทั่ว เพราะในช่วงนั้นมะพร้าวน้ำหอมก้นจีบได้รับความนิยมมาก ขณะนี้ราคามะพร้าวน้ำหอมเปลี่ยนไปจากเมื่อหลายสิบปีก่อน ในตอนนั้นมะพร
ทุกวันนี้วัฒนธรรมกาแฟแพร่หลายไปทั่วโลก นอกจากจะมีสารพัดเมนูแปลกใหม่ เพื่อเอาใจคอกาแฟแล้ว ผู้ประกอบการยังพยายามสรรหาวิธีการต่างๆ ที่ทำให้กาแฟเป็นมากกว่าเครื่องดื่ม ความพยายามดังกล่าวมาถูกทาง เพราะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้คน ซึ่งไม่เพียงชื่นชอบรสชาติขมเข้ม แต่ยังชมชอบงานศิลป์จากกาแฟที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้เครื่องดื่มแก้วโปรด ขณะเดียวกัน ก็เพิ่มมูลค่าให้กับเจ้าของธุรกิจด้วย เทรนด์ศิลปะจากกาแฟในปัจจุบันมีหลากหลายจนคาดไม่ถึง “รอยเตอร์ส” นำเสนอศิลปะบนฟองนมแบบสามมิติ ที่เป็นสไตล์เฉพาะของร้าน “มาย โคฟี่” (My Cofi) ในเมืองเกาสงของไต้หวัน “ชาง คุ่ย ฟาง” เจ้าของร้าน “มาย โคฟี่” ริเริ่มไอเดียเติมงานศิลป์ลงบนฟองนมของเมนูคาปูชิโน่ร้อน โดยใช้ภาพถ่ายเป็นแบบ ซึ่งก็แล้วแต่ว่าลูกค้าต้องการภาพอะไร ส่วนใหญ่มักเป็นภาพสัตว์เลี้ยงแสนรัก บางคนก็อาจจะเลือกการ์ตูนหรือสัตว์แปลกๆ สำหรับภาพสัตว์เลี้ยง เธอจะเริ่มต้นจากการทำฟองนมให้เป็นรูปเป็นร่าง ก่อนจะค่อยๆ ใช้กาแฟ ช็อกโกแลต หรือแยมผลไม้หลากสี บรรจงแต่งแต้มให้ออกมาคล้ายกับภาพต้นแบบที่สุด สนนราคาของกาแฟที่เสิร์ฟพร้อมงานศิลป์แบบสามมิติก็จะขึ้นอยู่กับระดับความยาก-ง
อีกหนึ่งเรื่องราวชีวิตลูกจ้าง ที่ผันตัวเองออกมาทำอาชีพอิสระ สุจริต มีแนวโน้มว่าจะไปได้สวย รวมทั้ง พร้อมที่จะให้ผู้สนใจนำไอเดียดีๆ ไปต่อยอด คุณพงศกร พลบูรณ์ อายุ 27 ปี และภรรยา นางสาวนุชจรีภรณ์ ศรีสมบัติ อายุ 27 ปี ชาวบ้านเหมืองแพร่ อ.นาแห้ว จ.เลย คุณพงศกร หรือคุณกอล์ฟ เดิมเคยทำงานเป็นลูกจ้างกรมป่าไม้ ส่วนภรรยา คุณนุชจรีภรณ์ ทำงานที่ สวนป่านาปอ อ.นาแห้ว จ.เลย แต่เมื่อปี 2559 เขาทั้งคู่ ลาออกมาเลี้ยงไก่ !! ล่าสุด นอกจากมีขายอยู่ที่บ้านแล้ว ยังส่งขายที่ร้านประชารัฐในหมู่บ้าน รวมทั้งตลาดประชารัฐ ที่มีเจ้าหน้าที่มาชักชวนให้นำไปจำหน่ายด้วย โดยปรับราคาลงจากปกติเล็กน้อย เพื่อให้ชาวบ้านได้ซื้อไข่ไก่คุณภาพ สดๆใหม่ๆ ในราคาที่ถูกลง ซึ่งทั้งคุณกอล์ฟ และคุณนุชจรีภรณ์ ก็ดูเหมือนว่าจะมีความสุขกับการได้ทำอาชีพนี้ ที่นับเป็นอาชีพอิสระ ของตัวเอง ไม่ต้องอยู่ในกรอบของพนักงานออฟฟิศ เรามาดูว่า เขาทั้งคู่ เริ่มต้นอาชีพใหม่นี้ได้อย่างไร จากเดิมที่เขาทั้งคู่มีงานประจำ แต่มิได้หมายความว่า เขาปุบปับลาออก แล้วมาเริ่มนับหนึ่งใหม่กับอาชีพใหม่ หากแต่ เขาเริ่มเลี้ยงมาบ้างแล้วระหว่างที่ทำงานเป็นลูกจ้าง เริ่มต้นที่ 1
ไอศกรีมดอกไม้ “ศรีมาลา” ปัจจุบันร้านต้นแบบอยู่ที่ตลาดน้ำอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม และสาขาแฟรนไชส์อีกหลายแห่ง มีจุดเริ่มต้นจาก การนำเอาดอกไม้ในท้องถิ่น เช่น ดาหลา อัญชัน เข็ม บัว และ กุหลาบมอญ มาผสานกับความรู้ทางวิชาการในโครงการอุตสาหกรรมและวิจัยสำหรับนักศึกษาปริญญาตรี (IRPUS) ที่เน้นการวิจัยสามารถแก้ปัญหาจริงให้กับภาคอุตสาหกรรม โดยดำเนินการภายใต้ความร่วมมือแบบไตรภาคี ได้แก่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.), ผู้ประกอบการ และ ทีมงานวิจัยมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ร่วมกันสร้างผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่าให้แก่ดอกไม้ในท้องถิ่น จน “ศรีมาลา”กลายเป็นสินค้าเอกลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมดังกล่าวไปแล้ว คุณโจ้-พีรวงศ์ จาตุรงคกุล เจ้าของไอศกรีม “ศรีมาลา” เริ่มให้ข้อมูลด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้มเป็นกันเอง ย้อนความเป็นมาส่วนตัวให้รู้จักกันมากขึ้นว่า พื้นเพอยู่จังหวัดสมุทรสาคร แต่มาทำมาหากินอยู่ตลาดน้ำอัมพวา ได้ราว 7 ปีแล้ว เริ่มด้วยการเปิดร้านขายข้าวคลุกน้ำพริก ชื่อ “กำปั่น” ปรากฏประสบความสำเร็จ มีคนสนใจมาก เลยคิดต่อยอดธุรกิจของครอบครัว ด้วยการมองหา “เสน่ห์”ของอัมพวา มาเป็นจุดขาย
เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. จากกรณีที่นายพันธุ์ศักดิ์ เสือชุมแสง หรือปื๊ด อายุ 31 ปี หนุ่มชาว ต.หัวถนน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.นางรอง เมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา ว่าถูกขโมยสลากกินแบ่งรัฐบาล หมายเลข 715431 จำนวน 2 ใบ ซึ่งถูกรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 16 ส.ค. 2560 ได้เงินรางวัล 12 ล้านบาท โดยสงสัยว่าเยาวชนอายุ 14 ปีเป็นคนขโมย ต่อมาได้มีสองสามีภรรยาชาว จ.ร้อยเอ็ด นำลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัลชุดเดียวกันไปขึ้นเงินที่กองสลากฯ โดยทั้งสองยืนยันว่าเป็นผู้ถูกลอตเตอรี่เช่นเดียวกัน แต่ถูก 3 ใบไม่ใช่ 2 ใบ ได้เงินรางวัล 18 ล้านบาท แต่ขณะนี้เวลาผ่านไปกว่า 3 เดือนแล้วก็ยังไม่ได้ข้อสรุป ล่าสุดวันนี้ พ.ต.อ.สมภพ สังข์กรทอง ผกก.สภ.นางรอง เปิดเผยความคืบหน้าถึงกรณีดังกล่าว ว่าหลังจากทางพนักงานสอบสวนได้นำนายพันธุ์ศักดิ์ผู้ที่เข้าแจ้งความ รวมถึงสองสามีภรรยาที่ยืนยันว่าถูกลอตเตอรี่ชุดเดียวกัน และเยาวชนอายุ 14 ปี ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าขโมยลอตเตอรี่ รวมถึงลอตเตอรี่ฉบับที่ถูกรางวัล ไปตรวจเปรียบเทียบลายนิ้วมือแฝง และ ดีเอ็นเอ ที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อต้นเดือน พ.ย.ที่ผ่า
หลังมีการนำเสนอข่าว ที่ถนนพระขรรค์ชัยศรี หมู่ 9 ต.นางลือ อ.เมือง จ.ชัยนาท บริเวณใกล้เคียงศาลเจ้าพ่อพระขรรค์ชัยศรี พบซากศาลพระภูมิเก่ากว่า 100 หลัง กองเรียงรายยาวตามแนวถนนระยะเกือบ 100 เมตร แม้เจ้าของที่เขียนป้ายห้ามทิ้งแล้วแต่ไม่เป็นผล จึงต้องวอนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยจัดการ เนื่องจากนับวันมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ชาวบ้านเล่าว่าถูกเจ้าพ่อเข้าฝันโดยบ่นมาว่าไม่มีที่อยู่แล้วมาอยู่กันเต็มไปหมด ความคืบหน้าล่าสุด นายรณภพ เหลืองไพโรจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ประสานนายอำเภอเมืองชัยนาท ให้เร่งดำเนินการจัดเก็บโดยด่วน ทางพื้นที่โดยกำนัน ผู้ใหญ่บ้านจึงเร่งประสานชาวบ้าน รถไถใหญ่ และแบ๊คโฮ และเจ้าพิธีเพื่อทำพิธีบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทาง ผีสางนางไม้ เพื่อดำเนินการเก็บกวาดทำความสะอาดพื้นที่ดังกล่าว นางพรรณกาญจน์ สาเลิศ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ต.นางลือ กล่าวว่า จากเดิมได้กำหนดไว้ว่าจะระดมชาวบ้านจิตอาสา เพื่อเข้าทำความสะอาด ปรับภูมิทัศน์บริเวณศาลเจ้าพ่อพระขรรค์ชัยศรี ในวันที่ 5 ธ.ค.ที่จะถึงนี้ แต่ปรากฏว่า ได้รับคำสั่งด่วนจากผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ให้ดำเนินการจัดเก็บโดยด่วน จึงประส
