Featured
แม่ค้าหน้าใสวัยละอ่อน เดินถือถาดสีชมพูสดใส ด้านในบรรจุ “แมงป่องทอด-เสียบไม้” เรียงรายไว้เป็นระเบียบ พร้อมเร่ขายให้กับบรรดานักท่องเที่ยวที่คลาคล่ำอยู่บนถนนข้าวสารตั้งแต่ตะวันตกดิน เธอสียสสละเวลาทำมาหากิน มาพูดคุยด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม เริ่มต้นแนะนำตัว ชื่อ นิน-อินทิรา แซ่ตัน อายุ 16 ปี พื้นเพเป็นชาวจังหวัดสุรินทร์ จมชั้นมัธยมศึกษาปีที่สามจากบ้านเกิดแล้วไม่ได้เรียนต่อ พ่อแม่ส่งเข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ โดยอาศัยอยู่กับแฟนหนุ่มและแม่ของแฟน ย่านบางพลัด นิน เล่าเรื่องของเธอให้ฟัง แข่งกับเสียงเพลงที่เปิดกันดังสนั่นทั้งละแวกต่อว่า เริ่มทำอาชีเดินพ ขายแมงป่องทอด ในย่านถนนข้าวสาร ได้พักใหญ่แล้ว ทางพ่อกับแม่ให้มาทำเพราะเห็นว่ากำไรดี โดยวัตถุดิบที่เธอนำมาทอดขายหลักๆมี แมงป่องและบึ้ง หรือแมงมุมยักษ์ นั้น ส่งตรงมาจากสุรินทร์ บ้านเกิดของเธอเอง โดยพ่อกับแม่ของเธอ จะให้ชาวบ้านไป “หามา”ตามท้องไร่ท้องนา ก่อนจะรับซื้อในราคาตัวละ 8 บาท จากนั้นบรรจุลงกล่องทั้งยังเป็นๆ ส่งมาให้เธอที่กรุงเทพฯ ผ่านทางรถตู้โดยสาร ในหนึ่งเดือนจะส่งมาให้ราว 4 ครั้ง เมื่อได้รับวัตถุดิบแล้ว แฟนหนุ่มและแม่ของแฟน จะทำหน้าที่ล้างทำความ
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 22 ส.ค. ที่สำนักงานธนารักษ์พื้นที่พิษณุโลก อ.เมือง จ.พิษณุโลก มีประชานชาวพิษณุโลกมายืนเข้าคิวตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจองเหรียญที่ระลึกเนื่องในโอกาสพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่เปิดให้ประชาชนได้จองวันนี้เป็นวันแรก ทั้งที่ธนาคารสาขาต่างๆ ทั่วประเทศ แต่สำหรับการจองที่สำนักงานธนารักษ์นั้น เปิดให้จองทุกเหรียญ โดยเฉพาะที่ระลึกทองแดงรมดำพ่นทราย ราคาเหรียญละ 3,000 บาท จองได้เฉพาะที่สำนักงานธนารักษ์ทั่วประเทศเท่านั้น ไม่มีให้จองที่ธนาคาร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในช่วงเช้านี้ที่สำนักงานธนารักษ์พื้นที่พิษณุโลก มีประชาชนเข้ามาจองเหรียญมากเป็นพิเศษ และเมื่อสอบถามแล้ว ส่วนใหญ่มีความต้องการจองเหรียญระลึกทองแดงรมดำพ่นทราย เนื่องจากผลิตจำนวนจำกัด 40,000 เหรียญ และหลายคนได้ใช้สิทธิ์จองเหรียญชนิดอื่นๆ ด้วย แต่เหรียญทองราคา 50,000 บาทนั้น ส่วนใหญ่บอกว่ามีกำลังไม่ถึง สำหรับบรรยากาศเช้านี้ที่สำนักงานธนารักษ์พื้นที่พิษณุโลก ช่วงเวลา 06.00-08.00 น. มีประชาชนมาเข้าคิวประมาณ 30 คน แต่ค่อยๆ ทยอยขึ้นมาเรื่อยๆ จนกระทั่งเวลาประมาณ 09
คุณเกียรติศักดิ์ เทพผดุงพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด ผู้ผลิตสินค้าแปรรูปจากมะพร้าวแบรนด์กะทิสำเร็จรูป “ชาวเกาะ” พร้อมกับแตกไลน์ชูความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ได้กล่าวถึง วิกฤติขาดแคลนมะพร้าวเกิด ที่ขึ้นมาสัก 5-6 ปีอย่างต่อเนื่อง ว่า ส่วนหนึ่งเกิดจากการเข้าทำลายของศัตรูพืช ซึ่งทางเทพผดุงพรเคยร่วมมือกับทางจังหวัดประจวบฯ เพื่อจัดการปราบหนอนหัวดำเพื่อให้หมดไป แต่พบปัญหาบางประการจึงไม่สามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง เลยไม่สำเร็จ คราวนี้ถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ก็ได้รับการอนุญาตให้สั่งนำเข้ามะพร้าวได้ โดยสามารถทำในช่วง AFTA คือราวเดือนพฤศจิกายน-พฤษภาคม ของทุกปี โดยไม่ต้องเสียภาษี แต่ถ้าหลังจากช่วงดังกล่าวจะต้องเสียภาษีในอัตรา 54 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ราคากะทิสำเร็จรูปในท้องตลาดมีราคาสูง เพราะสินค้ามีน้อยอันมาจากวัตถุดิบหายาก แต่ขณะเดียวกัน ความต้องการอยู่ในระดับเท่าเดิมหรือมากกว่า คุณเกียรติศักดิ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมถึง แนวทางการแก้ปัญหาช่วงมะพร้าวขาดแคลนว่า มีหลายหน่วยงานเคยมีการประชุมเพื่อแก้ปัญหา แล้วพิจารณาร่วมกั
ปลูกมะเขือเทศสีดา พันธุ์เทพประทาน 2 ไร่ สร้างรายได้งาม มะเขือเทศสีดา พันธุ์เทพประทาน มีจุดเด่นคือทนทานต่อโรคไวรัสใบหงิกเหลือง ต้นแข็งแรง สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้นาน ทรงผลยาวรี สีชมพูสวย น้ำหนักดี ผลมีเนื้อแน่นแข็งไม่แตกง่าย เมื่อปลูกในฤดูฝน ทนทานต่อการขนส่งทางไกล อายุเก็บเกี่ยวเพียง 65-70 วัน หลังย้ายกล้า มะเขือเทศสามารถปลูกได้ปีละ 2 ครั้ง ปลูกครั้งนึงสามารถเก็บผลผลิตได้นานถึง 6 เดือน ในการเก็บแต่ละครั้งสามารถสร้างมีรายได้เข้ามาประมาณ 30,000-40,000 บาท แล้วแต่ช่วงถ้าช่วงไหนราคาดีก็ได้เงินเยอะ บางครั้งมะเขือเทศราคาขึ้นสูงถึงกิโลกรัมละ 40-50 บาท แต่คุณกิ๊ฟบอกว่าเมื่อมีราคาสูงก็มีราคาต่ำลงมาเหลือแค่กิโลกรัมละ 8-10 บาท อยู่ที่เราวางแผนการปลูกอย่าให้ชนกับป่าใหญ่ วิธีการปลูก การเตรียมดิน เริ่มแรกไถตากดินแปรดิน ยกร่องห่างประมาณ 1.20 เมตร แล้วแต่บางคนชอบห่าง ชอบถี่ แต่ถ้ายกร่องห่างไว้จะดีกว่า เพื่อที่ระบายอากาศได้ง่าย โอกาสของการเกิดเชื้อราก็จะน้อยลง ความห่างระยะต้นลงหลุม 30 เซนติเมตร ต่อต้นต่อหลุม วางท่อสายน้ำหยด วางเสร็จคลุมผ้ายาง ก่อนปลูกเปิดน้ำใส่เพื่อให้ดินอ่อน แล้วใช่ไม้ในการเจาะหลุม ก่
“เจนวาย” คำนี้ มาจากวิชาประชากรศาสตร์ ซึ่งอยู่ในสาขาของวิชาสังคมศาสตร์ โดยคนในกลุ่มนี้ เกิดระหว่าง พ.ศ.2523-2543 และเติบโตมากับเครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคที่มีอินเตอร์เน็ตแพร่หลายแล้ว ปัจจุบัน หลายคนพูดถึง คนในกลุ่มเจนวาย ว่าเป็นกลุ่มคนที่รักอิสระเสรี ปรารถนาธุรกิจส่วนตัว ไม่อยากเป็นลูกจ้างใคร นับเป็นข้อสังเกตที่เป็นการพูดต่อๆกัน ประเด็นดังกล่าว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้สัมภาษณ์พูดคุยกับ คุณสมประสงค์ บุญยะชัย กรรมการบริษัทอินทัชโฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้บริหารการจัดการองค์กรขนาดใหญ่มาอย่างยาวนาน เปิดเผยว่า “จริงๆแล้ว คนเจนวาย เค้าไม่ได้ รังเกียจงานออฟฟิศ จากการสังเกตของผม เค้าเติบโตขึ้นมาแตกต่างจาก คนในยุคเบบี้บูม ( คนที่เกิดในปี 2489-2507) ซึ่งเป็นยุคสงคราม แร้นแค้น มีบุคคลิกที่ประหยัดมัธยัสถ์ แสวงหาความมั่นคง แต่คนเจนวายมีอิสระมากกว่า มีความสะดวกสบาย ดังนั้นการทำงานหรือเลือกอาชีพก็ต้องการความอิสระ ไม่ยึดติดในกรอบ อยากทำอะไรด้วยตัวเอง” คุณสมประสงค์ เปรียบเทียบให้เห็นว่า คนในยุคเบบี้บูม เป็นคนที่มีหลักในการใช้ชีวิต live to work ส่วนคนเจนเอ็กซ์ (คนที่เกิดในปี 2508-2522)
กาน้ำของเราชาวไทยที่ใช้กันอย่างแพร่หลายคือ กาน้ำ ที่ทำด้วยอะลูมิเนียม กาน้ำชนิดนี้ นอกจากพบเห็นได้ตามบ้านเรือนแล้ว ยังพบเห็นได้จากตามวัดวาอาราม เพราะคราใดที่บวชพระ ครานั้นเป็นต้องมีกาน้ำเพิ่มขึ้นไปอีก 1 ใบ เนื่องจากกาน้ำเป็นหนึ่งในเครื่องของใช้สำหรับพระภิกษุสงฆ์มาแต่โบราณกาล แต่ปัจจุบัน แม้กาน้ำอะลูมิเนียมพระภิกษุสงฆ์จะไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์แล้ว เนื่องจากมีกาน้ำชนิดเสียบปลั๊กไฟฟ้าต้มน้ำร้อนได้มาแทน แต่ด้วยความเชื่อและความเคยชิน เวลาบวชพระก็จะพบกาน้ำอะลูมิเนียมอยู่นั่นเอง สมัยเก่าก่อน เราชาวบ้านเคยมีกาดินเผาใช้กันมานมนาน นอกจากเรามีกาใส่น้ำ ต้มน้ำแล้ว เรายังมีกาใส่นมให้เด็กๆ ด้วย ถ้าจะถามว่า กาดินเผา มีมาแต่ปางใด คำตอบอาจอยู่ที่ ตั้งแต่คนเราเริ่มรู้จักการทำเครื่องปั้นดินเผามาใช้ในครัวเรือน เรารู้จักปั้นหม้อ ไห ถ้วย ชาม ของใช้ในชีวิตประจำวันมาเมื่อหลายพันปี การสร้างสรรค์คิดทำกาใส่นมก็น่าจะคิดทำได้ ใช้สะดวกดีมาแต่ปางนั้น แต่ทั้งนี้ขอบอกก่อนว่า เป็นเพียงข้อสันนิษฐานที่น่าจะเป็นไปได้ กาสำหรับใส่น้ำนมให้เด็กๆ มีการพบที่ภาคเหนือของไทย และอาจจะมีที่อื่นๆ อีกบ้าง ภูมิปัญญาชาวบ้านสมัยเก่าก่อน แม้
แม่ค้าไอศกรีมกะทิ สบช่องต่อยอดธุรกิจ ทำมีดคว้านเนื้อมะพร้าวอ่อนจาก “เขาควาย” ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีสารตกค้างเหมือนมีดพีวีซี เตรียมจัดทำคู่มือการใช้ แนะนำสำหรับผู้สนใจอยากเริ่มต้นธุรกิจ เผยมีดเขาควายเผือก ลูกค้าเชื่อเรื่องโชคลาภนิยมกันมาก ส่วนมีดเขาควายดำ ลูกค้าสั่งซื้อไปสร้างอาชีพกันหลายรายทั่วประเทศ ปัจจุบัน ในบ้านเรา มีคนออกมาทำอาชีพ “คว้าน”มะพร้าวอ่อนขายกันไม่น้อย เพราะได้ราคาดีกว่ามะพร้าวอ่อนเฉาะแบบเดิมๆ ต่อมาไม่นาน จึงมีคนออกมาเฉลย เคล็ดลับของการคว้านมะพร้าวอ่อนดังว่านั้น ไม่มีอะไรมาก แค่มีดที่ใช้ฟันเปลือกและกะลาต้องคม ส่วนตอนคว้าน หัวใจหลักอยู่ที่ “มีดเขาควาย” ที่สามารถโค้งงอได้ตามความโค้งของกะลามะพร้าวนั่นเอง กระทั่งเริ่มมีผู้ประกอบการทยอยทำ “มีดเขาควาย”ออกมาจำหน่ายกันบ้างแล้ว เช่นเดียวกับ คุณเปิ้ล-ปาริสัษชา บุญเทียม อายุ 31 ปี ชาวจังหวัดนครพนม ปัจจุบันเป็นเจ้าของธุรกิจขายส่งไอศกรีมกะทิสด ที่เล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจนี้เหมือนกัน “เดิมทำธุรกิจเกี่ยวกับขายตรง ทำสวนยางพารา ล่าสุดทำไอศกรีมกะทิสดขายส่ง แต่รายได้ไม่เพียงพอ จึงคิดอยากหารายได้เสริม จึงมองหาสินค้าที่มีโอกาสทำเงินในเมืองไทย ค
“นิอร ปฏิทิน” เกษตรกรรุ่นใหม่วัยเพียง 36 ปี ประสบความสำเร็จปลูกดาวเรืองขาย สร้างเม็ดเงินหลักแสนบาทต่อเดือน ใช้วิชาเก่าจากอาชีพชาวนาของครอบครัว ประยุกต์เทคโนโลยีการเกษตรมาใช้กับสวนดาวเรือง 10 ไร่ ที่ตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี “ดาวเรือง” ดอกไม้เศรษฐกิจ สร้างสีสันใหม่ให้ชาวปทุมฯ การมีอาชีพ “เกษตร” ของคนรุ่นใหม่ ที่สามารถยืนได้ด้วยผลกำไรจากการค้าขายผลผลิตทางเกษตรนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะสำหรับคุณนิอร ก้าวเข้ามาเป็นเกษตรกรผู้ปลูกดอกดาวเรืองอย่างเต็มตัวเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ซึ่งเวลานั้นเธออายุเพียง 34 ปี และอยู่ในจังหวะหมดหน้าที่จากการเป็นเลขานุการของผู้ใหญ่ท่านหนึ่งในแวดวงวิชาการด้านการกีฬา จึงใช้โอกาสนั้นผันตัวเองมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว “ตอนนั้นอายุ 30 กว่าๆ ทำงานกับเจ้านาย พอดีเจ้านายเกษียณ และพ่อก็ไม่ทำนาแล้ว เพราะราคาข้าวไม่ดี ก็ดูเฟซบุ๊กอยู่เฟซบุ๊กหนึ่ง ไปเจอเขาทำไร่ดาวเรืองที่โคราช ก็เริ่มศึกษามาเรื่อยๆ ดูจากเฟซบุ๊กมา และค่อยๆ ศึกษาไป เจ้านายก็แนะนำให้หาตลาดก่อน ก่อนจะทำอะไร เพราะเจ้านายเป็นคนชอบต้นไม้ มาก และพอเรามาเป็นเกษตรกรเต็มตัวดีกว่า ก็เป็นนายตัวเ
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดบูธ One Stop Service Center (OSS) พร้อมให้บริการรับคำปรึกษา และคำขอสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการ SME พร้อมจัดสตูดิโอขนาดย่อมให้บริการถ่ายภาพผลิตภัณฑ์ให้แก่ SME เพื่อขายสินค้าในระบบ E-commerce ภายใต้โครงการส่งเสริมพัฒนาตลาดอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับ ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถนำสินค้ามาถ่ายภาพเพื่อเข้าร่วมโครงการได้ โดยไม่เสียใช้จ่าย ภายในงาน “เปิดเส้นทาง SME 4.0 : เศรษฐียุคติจิตอลใครว่ายาก” วันอังคารที่ 29 ส.ค. 2560 เวลา 13.00 – 17.00 น. ณ ห้องประชุม Meeting Room 1-2 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ตำราเคลื่อนที่ด้านเศรษฐกิจพอเพียง อย่าง คุณสมศักดิ์ เครือวัลย์ ปราชญ์ของแผ่นดิน จังหวัดระยอง หรือเรียกกันว่า ผู้ใหญ่สมศักดิ์ ในวัย 66 ปี นับเป็นแบบอย่างที่ดีงามสำหรับผู้คนในยุคนี้ ในยุคที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเสด็จสู่สวรรคาลัย เหลือเพียงแต่พระราชปณิธานและพระราชดำริ รวมทั้งพระราชดำรัสอีกจำนวนมาก ให้พสกนิกรชาวไทยได้ปฏิบัติเพื่อความผาสุกและความร่มเย็น ซึ่งผู้ใหญ่สมศักดิ์ได้เดินตามรอยพ่อในทุกมิติ จนประสบความสำเร็จ และมีวันนี้ได้เพราะน้อมนำพระราชดำริ “เศรษฐกิจพอเพียง” มาใช้อย่างจริงจัง ทั้งศึกษาภาคทฤษฎีและปฏิบัติให้รู้อย่างถ่องแท้ ผู้ใหญ่สมศักดิ์ เครือวัลย์ เพราะหากนำพระราชดำรัส “เศรษฐกิจพอเพียง” ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้ จะพบว่า “ความรวย” อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม และใครๆ ก็รวยได้ แต่ต้องเริ่มต้นจากตัวเอง โดยผู้ใหญ่สมศักดิ์แนะทางรวยตามวิถีพึ่งพาตนเอง โดยให้เริ่มต้นทำเรื่องของตัวเองก่อน และต้องทำตัวเองให้รอด จึงจะแบ่งปันผู้อื่นได้ “แต่ก่อนจะทำเรื่องของคนอื่น แต่ทำไม่ได้ เพราะเข้าใจไม่ตรงกัน ผลสุดท้ายก็กลับมาทำเรื่องของตัวเอง เอาตัวเองให้รอด พอตัวเองเริ่มรอด แต่กว่าจะรอดก็นา
