Featured
เมื่อคิด ก็ให้ลงมือทำ จึงจะสำเร็จ แต่ถ้าเราแค่คิดเฉยๆ และไม่ลงมือทำ มันก็จะไม่สำเร็จ เป็นคำสอนของแม่ที่ใช้สอนลูกเสมอ และการทำงานมาตลอด จึงเป็นต้นแบบให้เขาเห็น คุณรุ่งรพี มหพันธุ์ทิพย์ เกริ่นก่อนจะเริ่มต้นเล่าเรื่องราวทางธุรกิจต่างๆ ให้ฟัง จากการเลี้ยงไก่ 600 ตัว สู่ฟาร์มไก่ครบวงจร คุณรุ่งรพี มหพันธุ์ทิพย์ วัย 57 ปี เจ้าของกิจการหลากหลายในจังหวัดระนอง อาทิ เจ้าของฟาร์มไก่พันธุ์ทิพย์ฟาร์ม, ฟาร์มเลี้ยงหมู, โรงแรมฟาร์มเฮ้าส์, ร้านอาหาร ก.ไก่, ร้านบีบิวชาบู และร้านอาหารเคียงเล เริ่มต้นเล่าให้ฟัง ถึงจุดเริ่มต้นกว่าจะมีธุรกิจหลากหลายที่ต่อยอดมาจนปัจจุบันมีทรัพย์สินรวมกว่าร้อยล้านบาท “สมัยก่อน พ่อแม่มีอาชีพเป็นคนเอาเรือแร่มาขายที่ จ.ระนอง เราเลยได้ตามมาเรียนหนังสือที่นี่ด้วย เรียนอยู่ได้ 2 ปี จนเรียนจบม.ปลาย จึงได้มีโอกาสรู้จัก คุณสานิตย์ มหพันธุ์ทิพย์ ผู้เป็นสามี ธุรกิจทุกอย่างเริ่มต้นจากตรงนี้ คือตอนนั้นคุณสานิตย์ เริ่มเลี้ยงไก่อยู่ก่อนแล้ว มีไก่อยู่ 600 ตัว พร้อมกับมีที่ดินดั้งเดิมประมาณ 30 ไร่ เขาก็ชวนเราแต่งงาน ช่วยกันทำมาหากินอยู่ จ.ระนอง จวบจนปัจจุบันที่ได้มาอยู่ที่นี่ ทำมาหากินและขยายธ
ไก่ดำภูพาน เป็นไก่ที่มีการพัฒนาสายพันธุ์ขึ้น เพื่อให้เป็นไก่ที่ตอบโจทย์กับความต้องการของตลาด คือมีขนดำ เนื้อดำ หนังดำ มีหน้าแข้งดำ และกระดูกดำ ซึ่งความดำที่มีทั้งหมดในตัวไก่ดำได้ไปสอดคล้องกับความเชื่อที่มีกันมาว่า การได้กินไก่ดำเปรียบเสมือนได้กินยาอายุวัฒณะ ซึ่งมีงานวิจัยถึงสารสีดำที่อยู่ในตัวไก่นี้ว่า มีประโยชน์อย่างไร จึงได้ผลปรากฏว่าเป็นสารเมลานิน ที่สามารถช่วยต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ชะลอความแก่ได้ และที่สำคัญเปรียบเสมือนเป็นอาหารที่ช่วยบำรุงร่างกาย จึงเป็นที่สนใจของผู้ที่รักสุขภาพกันเลยทีเดียว คุณอรุณ ขันโคกสูง อยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่ที่ 4 ตำบลหมื่นไว อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ได้เลี้ยงไก่ดำ จากมีแนวคิดเพื่อเลี้ยงไว้บริเวณบ้านเพื่อเก็บมูลสำหรับใส่ต้นมะนาว แต่กลับเป็นสิ่งที่ทำเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้แบบสบายๆ “ไก่ดำภูพาน ได้มาจากฝากคนรู้จักซื้อมาจากภูพาน เราก็เลยนำมาทดลองเลี้ยง ซึ่งอาหารที่ใช้เลี้ยง เป็นอาหารที่ซื้อได้ง่ายๆ จะเป็นพวกอาหารหมู เพราะพื้นที่แถวนี้มีโรงงานค่อนข้างมาก เวลาที่มีอาหารที่ผลิตมาตกเกรด ผมก็จะซื้อได้ในราคาที่ถูก เราก็ประหยัดต้นทุน พอเอามาให
สามีของฉันตายไปแล้ว แต่มีคำพูดหนึ่งที่เขาทิ้งไว้ “ดูแลงานให้ดี แล้วงานจะดูแลเรา” เขาหมายถึงอาชีพของเรา แต่ฉันคิดว่าอาชีพอื่นก็เช่นกัน อย่างเช่น ที่บ้านกลาย บ้านเกิดของฉัน มีแม่ค้าขายหนมครกอยู่เจ้าหนึ่ง เป็นหนมครกที่อร่อยมาก ทุกเช้าจะมีคนมารอเพื่อซื้อหนมครก ฉันเป็นคนหนึ่งในจำนวนนั้น เขาขายมาตั้งแต่รุ่นยาย รุ่นแม่ แบบดั้งเดิม มะพร้าวขูด คั้นกะทิสดๆ ไม่ปรุงแต่ง ไม่ใส่น้ำตาล หรือใส่พวกต้นหอม เผือก ข้าวโพด ไม่ทำเป็นปีก หนมครกที่หยอดเต็มทุกหลุม หยอดแป้งก่อนตามด้วยกะทิ เมื่อสุกเนื้อแป้งกับกะทิซึมเข้ากันพอดี ไม่เป็นเนื้อเดียวแบบเอาแป้งไปผสมกับกะทิ เพราะแบบนั้นมันนุ่มนิ่มไปหมด นอกจากหนมครกยังมีต้มอยู่เจ้าหนึ่ง ขายแต่ต้มอย่างเดียว เป็นต้มที่อร่อยมาก ทำเช้าขายเย็น ดังนั้น ตอนเย็นๆ รอกินต้มกันทุกเย็น “ไม่ต้องทำเยอะทำอย่างเดียวเอาให้อยู่” น้องชายพูดในเย็นวันหนึ่งที่เรากินต้มกัน ต้ม คือ เหนียวห่อใบกะพ้อ หรือใบพ้อ เป็นอาหารของคนใต้ นิยมกินแบบเป็นขนม เรียกว่าหนมไม่หวาน เป็นแบบมัน คือมันนำหน้ามาเลย กินกับน้ำชา กาแฟ ร้านขายน้ำชาในภาคใต้ส่วนมากจะมีต้มอยู่ในถาดวางอยู่ให้ลูกค้าหยิบไปกิน ใบกะพ้อ หรือ ใบพ้อ
เพิ่งผ่านพ้นไปด้วยดีสมความตั้งใจ สำหรับ ‘งานสัปดาห์หนังสือและการเรียนรู้”งานใหญ่ของจังหวัดอุบลราชธานี ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 แล้ว โดยปีนี้ ยังใช้ชื่อเรียกขานที่หลายคนอาจคุ้นเคยกันว่า“อุบล บุ๊กแฟร์ – UBONBOOK Fair ครั้งที่ 9” ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดในงานนี้ ไปรวมตัวกันที่ อาคารสุนีย์ ทาวเวอร์ ห้างสรรพสินค้าและโรงแรมดังกลางเมือง ตลอดการจัดงานเป็นเวลา 9 วัน คือ ระหว่างวันที่ 12-20 สิงหาคม ที่ผ่านมา บรรดานักอ่านน้อยใหญ่ ต่างพากันไปเสพความรู้ทั้งในรูปแบบของตัวหนังสือ นิทรรศการ การบรรยายบนเวทีเสวนา ฯลฯ รวมทั้งยังมีโอกาสได้พบปะกับ “ตัวจริง-เสียงจริง” ของนักเขียนคุณภาพระดับประเทศอีกหลายสิบชีวิตอีกด้วย และเช่นเคยเหมือนทุกปี ที่บรรดาสำนักพิมพ์น้อยใหญ่นับร้อยแห่ง ต่างพากันขนหนังสือมาอออกบู๊ธ ลดราคากันแบบสุดๆ ให้สมกับได้เวียนมาเจอะเจอนักอ่านทั้งหน้าเก่า-หน้าใหม่ กันปีละครั้ง แต่ก็อย่างที่รู้กัน ในยุคปัจจุบันที่ “โซเชียลมีเดีย” เติบโตเบ่งบาน การอ่านหนังจากกระดาษ นับวันจึงมีแต่ละลดลงเรื่อยๆ การติดป้ายลดราคาหนังสือ ว่าลดกี่เปอร์เซ็นต์ หรือ ซื้อกี่เล่แถมกี่เล่ม นั้น คงยังไม่พอที่จะดึงดูดลูกค้
ใกล้เวลาเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญอีก เมื่อดาวพฤหัสบดี ดาวตัวแทนแห่งพลังกุศลผลบุญ ดาวตัวแทนแห่งสติปัญญา และความโชคดี ย้ายราศี วันที่ 6 ก.ย.นี้ หมอลักษณ์ เรขานิเทศ เปิดดวง 12 ราศี ไลฟ์สดผ่านแฟนเพจ โหรฟันธง ลักษณ์ เรขานิเทศ ว่าส่งผลต่อดวงชะตา 12 ราศี โดยราศีที่มีเกณฑ์จะรวยจะรุ่ง มีโชคลาภ มีราศีใดบ้างลองไปตรวจสอบกันเลย หมอลักษณ์ บอกว่า ราศีกันย์ ที่เคยกระเป๋าแบนแฟนทิ้ง มีเคราะห์มีภัยอยู่ 4-5 ปี มีปัญหาหลายเรื่อง ต่อจากนี้ไป หลัง 6 ก.ย. ดาวพฤหัสบดีย้ายราศี บอกเลยว่า 6-12 ปีจากนี้ไปจะดี ขอให้สร้างบุญไปตลอด ขยันตั้งใจ ฟันธงตั้งตัวได้ คนไม่มีคู่ก็จะมีคู่ คนราศีกันย์ ตั้งแต่ 6 ก.ย. นี้ไป 1 ปี จะรวย ถ้าไม่รวยต้องพิจารณาตัวเองแล้วว่าเราทำอะไรผิดไปหรือเปล่า เพราะเป็นราศีที่มีเกณฑ์ดี มีโชคลาภ เจรจาซื้อขายดี ราศีกรกฎ ราหูมาทับก็จริง แต่ย้ายงาน ย้ายบ้าน ย้ายที่แล้วจะดี อย่ากลัวเปลี่ยนแล้วดี ต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง กล้าทิ้งสิ่งที่ทำเหมือนเดิมแล้วไม่มีอะไรดีขึ้น แล้วชีวิตจะดีขึ้น ราศีเมษ ราศีดวงเมืองด้วย ต้องตื่นตัว จะเริ่มต้นเดินหน้าไปได้ดีแล้ว กำลังดีขึ้นเรื่อยๆ ราศีตุล กำลังมีงานขยับขยาย มีเกณฑ์เจอคู่ค
“ลูกชิ้นปิ้ง” ของกินริมทาง สุดแสนจะคุ้นเคย เห็นขายกันตามรถเข็นบ้าง หน้าร้านก๋วยเตี๋ยวบ้าง ส่วนราคาจำหน่ายทุกวันนี้ ไม้ละไม่เกิน 5 -10 บาท แต่คงเพราะเป็นอาหารทานง่าย ถูกปากทุกเพศ ทุกวัย จึงส่งผลให้ “ลูกชิ้นปิ้ง”กลายเป็นเมนูแพร่หลาย ที่มีทั้งคนขายและคนทานกัน…จำนวนมาก ทั้งนี้มีข้อมูล “น่าทึ่ง” แทบไม่น่าเชื่อ เปิดเผยมาว่า “ลูกชิ้นทิพย์” แบรนด์ดัง ซึ่งเป็นเจ้าตลาดลูกชิ้นหมูปิ้ง “เบอร์หนึ่ง”ของบ้านเราอยู่เวลานี้ มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 10-15 ตัน ต่อวัน หรือราววันละ 7 แสนไม้ ส่วนยอดขายเฉลี่ยแล้วอยู่ที่เดือนละ 60-70 ล้านบาท โดยปี 2559 ที่ผ่านมา ตัวเลขรายรับทั้งหมดรวมแล้วประมาณ 600 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าปี 2560 นี้ จะทำยดอขายได้ถึง 800 ล้านบาทกันเลยทีเดียว เจ้าของฉายา…เจ๊ยี้ ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย ช่วงบ่ายของวันทำงาน เจ้าของกิจการ เปิดออฟฟิศในโรงงานผลิต “ลูกชิ้นทิพย์”ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินกว่า 4 ไร่ ในพื้นที่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ใช้เป็นสถานที่พูดคุยกัน เริ่มต้นทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้มใจดี “มีคนตั้งฉายาให้ว่า เจ๊ยี้ …คือ เวลาติดต่อธุรกิจกันแล้วจะจู้จี้เรื่องคุณภาพมาก อย่าง
เรียกว่ากำลังดังเป็นพลุแตกเลยก็ว่าได้สำหรับร้านเกี๊ยวซ่าโบราณ ย่านสุทธิสาร กทม. เพราะเจ้าของร้านบรรจงทำด้วยความตั้งใจและละเมียดละไมทุกขั้นตอน แป้งห่อเกี๊ยวไม่ใส่ผงฟูและยีสต์ ปรุงไส้หมูสูตรพิเศษ ที่สำคัญใช้วิธีทอดด้วยน้ำแบบโบราณ เอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครนี้ โดนใจลูกค้าไปเต็มๆ หลังจากเปิดได้เพียง 5 เดือน ทะยานสู่รายได้เดือนละล้านไปแล้ว คุณปรมินทร์ ตันวัฒนะ หรือคุณมิน เล่ากับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ร้านเกี๊ยวซ่านี้ เป็นร้านของพ่อตา ในวัย 61 ปี ท่านเป็นคนจีน เมื่อ พ.ศ. 2530 ท่านไปทำงานเป็นลูกมือเชฟร้านอาหารที่ประเทศญี่ปุ่น อยู่ในย่านกินซ่า นาน 5 ปี หลังจากนั้นกลับมาเมืองไทยทำหลายอย่าง อาทิ เปิดร้านอาหารจีน ปลูกชา ปลูกกาแฟ ปลูกผักเมืองหนาว ที่ดอยแม่สะลอง จังหวัดเชียงราย ล่าสุดเมื่อ 5 เดือนที่แล้วตามลูกๆ เข้ามาอยู่กรุงเทพฯ ใช้ความถนัดด้านอาหารเปิดร้านเกี๊ยวซ่า “หลังจากที่พ่อตากลับจากประเทศญี่ปุ่น ท่านทำหลายอย่าง ช่วงแรกเปิดร้านอาหาร แต่หลังจากที่แม่ยายเสีย หันมาปลูกชาอู่หลง ปลูกกาแฟ และปลูกผักเมืองหนาวซึ่งผักเมืองหนาวปลูกขายไม่นานก็ล้มเลิกไป” ปัจจุบันที่ดอยแม่สะลอง คุณมิน บอกว่า ทางครอบครัวข
เมื่อวันที่ 23 ส.ค. พ.อ.กรกานต์ นาเวชวนิชกุล รอง ผอ.กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายกิตติกรณ์ เทพอยู่อำนวย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางสุพัตรา ไพฑูรย์ นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประจวบคีรีขันธ์ นางวราภรณ์ สุขภาคกุล นายกกิ่งกาชาด อ.ปราณบุรี พร้อมด้วย ผอ.โรงเรียนเมืองปราณบุรี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 นายก อบต.หนองตาแต้ม และผู้แทนบริษัทอีซูซุอึ้งง่วนไต๋ สาขาปราณบุรี นำทุนการศึกษา ข้าวสารอาหารแห้งที่ได้ระดมมาจากทุกภาคส่วนเข้าช่วยเหลือครอบครัวของ ด.ญ.สุภาภรณ์ แซ่ก๋วย อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนเมืองปราณบุรี ที่บ้านเลขที่ 358 หมู่ 1 ต.หนองตาแต้ม อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งอาศัยอยู่กับครอบครัวในบ้านขนาดเล็ก รวม 8 คน และเป็นกำลังหลักหาเลี้ยงครอบครัวและยายวัย 60 ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ยากลำบากแต่ด.ญ.สุภาภรณ์ เป็นเด็กดีขยันขันแข็ง ช่วยเหลืองานครอบครัวและเรียนหนังสืออยู่ในเกณฑ์ดี จากนั้นนำทุนการศึกษา ข้าวสารอาหารแห้งเข้าช่วยเหลือครอบครัวของด.ญ.นฤมล รุ่งเรือง อายุ 15 ปี นักเรียนชั้นม.3 โรง
เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ที่กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ บก.สปพ., บก.ทท., บก.ปคบ., บก.ปอศ., บช.สตม. สน.ห้วยขวาง สน.สุทธิสาร กรมสรรพากร และปปง. ร่วมแถลงข่าวจับกุมร้านค้าจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคผิดกฎหมาย ซึ่งปลอม หนีภาษี นำเข้าไม่ถูกต้อง รวมทั้งหมด 7 ร้าน จับกุมผู้ต้องหา 7 ราย พร้อมของกลางประกอบด้วยผลิตภัณฑ์อาหาร 181 รายการ ยา 20 รายการ อาหารเสริม 89 รายการ หมอนยางพารา 19 ชิ้น และเครื่องสำอาง 3,412 ชิ้น มูลค่าความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่า มีการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายโดยหลอกลวงเอารัดเอาเปรียบและด้อยคุณภาพ มาจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวเป็นของที่ระลึกบริเวณถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ ช่วงซอย 6 ถึงซอย 10 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กทม. จึงสนธิกำลังจากหลายหน่วยงานเพื่อร่วมกันเข้าตรวจค้นจนกระทั่งพบของกลางดังกล่าว โดยพฤติกรรมของร้านค้าจะประสานกับกลุ่มทัวร์ให้พานักท่องเที่ยวมาซื้อสินค้า ซึ่งส่วนมากจะเป็นทัวร์จีนโดยที่สินค้าส่วนใหญ่จะนำเข้าจากประเทศจีนเช่นกัน โดยหลังจากนี้จะป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (23 สิงหาคม 2560) ที่สถานีรถไฟพิษณุโลก หลังจากไปรษณีย์ไทยนำตู้ไปรษณีย์แบบใหม่ หรือตู้ไปรษณีย์อัจฉริยะยุค 4.0 เข้ามาติดตั้งนำร่องเป็นจังหวัดแรกของประเทศไทย ได้มีผู้เดินทาง นักท่องเที่ยว แวะเวียนมาทดลองใช้ โดยเฉพาะการชาร์จโทรศัพท์ ที่สามารถใช้งานได้ง่าย เหมาะสำหรับผู้เดินทางโดยรถไฟที่แบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือหมด สามารถนำสายโทรศัพท์มาชาร์ตไฟกับตู้ได้ทันที นอกจากนี้ยังมีนักเดินทาง นักท่องเที่ยวอีกหลายคน ทดลองใช้แอปพลิเคชั่นสแกนผ่านโทรศัพท์มือถือ เพื่อชมการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดพิษณุโลก ทั้งนี้ตู้ไปรษณีย์อัจฉริยะยุค 4.0 ถือเป็นการบูรณาการที่สร้างสีสันและความทันสมัยของประเทศไทย ที่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้มีการปรับปรุงตู้ไปรษณีให้มีความทันสมัยสมกับยุคใหม่ในปัจจุบัน โดยประชาชนสามารถใช้เสียบชาร์จมือถือฟรี และยังมีแอปพลิชั่นที่สแกนผ่านคิวอาร์โค้ด เพื่อหาข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว แหล่งอาหารการกินของจังหวัดนั้น ๆ ภายใต้ชื่อ “พี่ตู้รู้ทุกเรื่อง” โดย จ.พิษณุโลก เป็นจังหวัดนำร่องแห่งแรกตามนโยบายของ พล.อ.สาธิต พิธรัตน์ ประธานกรรมการไปรษณีย์ไทย เนื่องจากพิษณุโลกเป็น
