Featured
นายภูมิศักดิ์ ราศรี ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ผลกระทบจากพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ต่อภาคเกษตรไทยเบื้องต้นของศูนย์ฯ พบว่า แรงงานต่างด้าวที่อยู่นอกระบบ หรือยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนทั้งระบบ มีประมาณ 1 ล้านราย ในจำนวนนี้มีแรงงานต่างด้าวในภาคเกษตร (เกษตร ปศุสัตว์ และประมง) ที่อยู่นอกระบบ ประมาณ 17% หรือคิดเป็นจำนวน 1.7 แสนราย ดังนั้นการผ่อนผันหลังประกาศพ.ร.บ.แรงงานต่างด้าวฯ ออกไป 6 เดือน ส่งผลให้แรงงานต่างด้าวภาคเกษตรที่อยู่นอกระบบเดินทางกลับประเทศ หรือ ย้ายกลับถิ่นฐานเดิมของตนเอง ศูนย์ประเมินผลกระทบไว้ 3 กรณี คือ 1. แรงงานต่างด้าวในภาคเกษตรที่อยู่นอกระบบหายไป 5% หรือคิดเป็น 8,500 ราย จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาคเกษตร สินค้าพืช จำนวน 434.31 ล้านบาท รองลงมา คือ สาขาประมง 244.80 ล้านบาท และสาขาปศุสัตว์ 174.42 ล้านบาท รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 853.53 ล้านบาท 2.แรงงานต่างด้าวในภาคเกษตรหายไป 10% หรือ 17,000 ราย จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาคเกษตร สินค้าพืช จำนวน 868.62 ล้านบาท รองลงมา คือ สาขาประมง 489.60 ล
จากกรณีที่ผู้ใช้เฟสบุ๊คใช้ชื่อว่า Phakit Chotsombatsakul ได้โพสต์รูปภาพใบเสร็จรับเงินค่าปรับข้อหาใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ (ดูกูเกิ้ล) จำนวน 200 บาท ของสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองจังหวัดอุดรธานี (สภ.เมืองอุดรธานี) พร้อมกับโพสต์ข้อความผ่านแฟนเพจ Youlike (คลิปเด็ด) ข้อความว่า “ดู google map ขณะขับรถโดนจับนะห่ะ เพิ่งรู้ พ.ต.ท.แดนชัย มูลป้อม คนจับ” จนกระทั่งมีผู้ใช้โซเซี่ยลมีเดียเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีดังกล่าวนั้น ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 ก.ค. พ.ต.ท.แดนชัย มูลป้อม สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาประมาณ 10.00 น. ตนได้เข้าเวรทำงานเป็นพนักงานสอบสวนคอยควบคุมการออกใบสั่งในพื้นที่เขตรับผิดชอบสภ.เมืองอุดรธานี ก็ได้ดำเนินการเซ็นต์ใบสั่งดังกล่าวภายหลังที่เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดได้ทำการจับกุมชายคนนึง ระหว่างที่ได้มีการเซ็นต์ใบสั่งตามที่ปรากฏดังกล่าวนั้น ทางลูกน้องก็ได้มีการอธิบายเพิ่มเติมว่า กรณีการใช้โทรศัพท์ขณะขับรถนั้น เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะใช้โทรศัพท์เล่นไลน์หรือโปรแกรมต่างๆ ในมือถือก็ถือว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายมีโทษ 400 บาท เพราะห้ามใช้โทรศัพท์โดยเด็ดขาด “แม้กระทั่
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังนายฮิโระคิ มิสึมะตะ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) กรุงเทพฯ เข้าพบว่า เจโทรแจ้งให้ทราบเบื้องต้นถึงผลสำรวจความเชื่อมั่นของนักลงทุนญี่ปุ่น ที่มาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งตัวเลขความเชื่อมั่นที่นักลงทุนมองไปในครึ่งปีหลังนี้ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด แต่ต้องรอให้ทางเจโทรแถลงตัวเลขอย่างเป็นทางการต่อไป อย่างไรก็ตาม ในส่วนของภาคเศรษฐกิจจริงจะดีขึ้นจริงหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง ทั้งการส่งออก การลงทุน ราคาสินค้า การใช้จ่าย และรายได้ของคนมีรายได้น้อย ขณะนี้ทุกคนทราบดีว่าโครงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ไม่ใช่ปัญหา สามารถเดินได้แล้ว สิ่งสำคัญคือต้องช่วยให้คนมีรายได้น้อยอยู่ได้ ซึ่งนายกรัฐมนตรี กำลังดูเรื่องนี้อยู่ เช่น การท่องเที่ยวจะต้องไม่กระจุกอยู่ในเมืองใหญ่ เพราะนักท่องเที่ยวปีละ 30 ล้านคน หากกระจายไปยังจังหวัดต่างๆ จะช่วยให้คนท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้นทันที อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่เป็นหน้าที่เฉพาะกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเท่านั้น ที่จะมาดูแลเรื่องนี้ กระทรวงอื่น เช่น กระทรวงคมนาคม ก็ต้องเข้ามาช่วยดูแล อำนวยความสะดวกใ
จากกรณีที่ สินค้าแบรนด์เนมหรู สองยี่ห้อ ได้แก่ supreme และ หลุยส์ วิตตอง จับมือกันออกสินค้าใหม่หลายรายการ ที่ปรากฎทั้งสองยี่ห้อในสินค้า ซึ่งนับแต่การเปิดตัวไปเมื่อราว 2 วันก่อนที่ประเทศไทย และหลายวันก่อนในต่างประเทศ ปรากฎว่า มีนักช็อปกระเป๋าหนักให้ความสนใจอย่างมาก และในบางประเทศถึงกับต่อคิวกันยาวเหยียด ในขณะที่ราคาก็สูงลิบลิ่ว ตามสไตล์สินค้าแบรนด์เนมชื่อดังก้องโลก สำหรับประเทศไทย หลังจากเปิดตัวไม่นาน ก็มีบรรดาสินค้าเลียนแบบ จากนักก๊อปปี้ ออกมาจำหน่าย บางคนโพสต์ขายบนเฟซบุ๊ก ซึ่งทางแอดมินเพจกรมทรัพย์สินทางปัญญา ถึงกับเอามาโพสต์บนหน้าวอลล์ โดยมีผู้เข้าไปกดไลค์ และคอมเม้นต์จำนวนมาก หนึ่ง ในคอมเม้นต์ดังกล่าว ถามว่า ทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะจัดการกับปัญหานี้อย่างไร ซึ่งทางเพจ ก็ตอบมาว่า “ตอนนี้ มีกำลังเจ้าหน้าที่ปราบปราม ร่วมกันทั้งพี่ๆ ทหาร ตำรวจ แต่สิ่งที่อยากได้ที่สุดคือความร่วมมือของทุกคน ซึ่งปัญหาการละเมิดบ้านเรามันเยอะ การปราบปรามต้องใช้ขั้นตอนและระยะเวลา” ในขณะที่บางคอมเม้นต์ก็กล่าวว่า ก็จับต้นตอให้ได้สิ ทางเพจกรมทรัพย์สินก็ตอบมาว่า แหล่งผลิตส่วนใหญ่อยู่นอกราชอาณาจักร &nb
ข้าวยำเป็นอาหารพื้นบ้านของปักษ์ใต้ที่นิยมบริโภคกันมาอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการพัฒนาข้าวยำเป็นข้าวยำม้วนซูชิ ซึ่งเป็นเมนูเด็ดที่ผสมผสานระหว่างอาหารพื้นบ้านปักษ์ใต้กับกรรมวิธีการทำซูชิ รูปแบบอาหารญี่ปุ่น ซึ่งกลุ่มผลิตน้ำบูดูข้าวยำ บ้านดินลานหมู่ที่ 15 ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ ได้คิดค้นสูตรนี้ขึ้นมา เพื่อให้เป็นอาหารสุขภาพที่ทานได้สะดวก และเอาใจกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่น ภายใต้แนวคิดเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยและเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ โดยได้รับการสนับสนุนด้านกรรมวิธีจากวิทยาลัยเทคโนโลยีวชิราโปลีสงขลา และได้รับสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ ตามแผนปฏิบัติการเดินหน้าสงขลา เดินหน้าประเทศไทย 2560 การทำข้าวยำม้วน ใช้สาหร่ายเป็นแผ่นห่อเช่นเดียวกับซูชิญี่ปุ่น จากนั้นใช้ข้าวที่หุงผสมกับข้าวเหนียววางลงบนสาหร่ายเกลี่ยให้บาง ๆ วางพืชผัก สมุนไพรในท้องถิ่นและเครื่องปรุงอื่นๆ ตามลำดับ ก่อนจะม้วนให้เป็นแท่งกลมๆ และตัดเป็นชิ้น แล้วราดน้ำบูดู นางแจ้ว ดำสุวรรณ ประธานกลุ่มผลิตน้ำบูดูข้าวยำ บ้านดินลาน บอกถึงจุดเด่นของข้าวยำซูชิว่า เป็นอาหารสุขภาพที่มีสารอาหารที่มีคุณค่าเหมาะกับคนทุกวัย พกพาสะดวก ตอบสน
อดีตข้าราชการครู ผันตัวเป็นเกษตรกร เพาะพันธุ์ต้นเพกาพันธุ์เตี้ย หรือต้นลิ้นฟ้า ขายส่งขายทั่วประเทศ สร้างรายได้ต่อเดือนกว่า 50,000 บาท เผยฝักสดและยอดอ่อนมีคุณค่าทางอาหารสูง ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอการเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย นายประสาน คำมาตย์ ชาวบ้านคลองเกษตร ตำบลหนองไฮ อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม เล่าว่า อดีตตนเคยรับราชการเป็นครู ต่อมาตนรู้สึกอยากหาความท้าทายใหม่ประกอบกับเป็นคนชอบปลูกต้นไม้ จึงเลือกลาออกจากราชการแล้วผันตัวมาเป็นเกษตรกร เพาะต้นเพกาพันธุ์เตี้ย หรือต้นลิ้นฟ้า ซึ่งชาวอีสานนิยมนำผลมารับประทาน ซึ่งต้นเพกาพันธุ์เตี้ยนั้นปลูกง่ายมีราคาดี และได้ส่งขายไปทั่วประเทศ โดย เมื่อปี พ.ศ.2556 ได้ต้นเพกาพันธุ์เตี้ยมาจากจังหวัดมุกดาหาร จากนั้นจึงทดลองใช้พื้นที่หลังบ้านปลูกเพียงไม่กี่ต้นเพื่อรับประทานเอง ต่อมาเพกาเริ่มโตให้ผลดกจึงถ่ายรูปแล้วอัพขึ้นเฟซบุ๊ก จนเพื่อนและคนรู้จักเห็นและถามถึงการซื้อพันธุ์มาอย่างต่อเนื่องมากขึ้นเรื่อยๆ ตนจึงลองขยายพันธุ์โดยการตัดรากมาปักชำแล้วส่งขายทางไปรษณีย์ จนสร้างรายได้ดีเกินคาด จึงขยายพื้นที่พร้อมสร้างสวนเครือข่ายขายต้นเพกาพันธุ์เตี้ยสร้างรายได้อย่างจริงจัง
นายมีศักดิ์ ภักดีคง รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงปฏิเสธข่าวที่ว่าเตรียมเปลี่ยนชื่อ ปลาสวาย เป็น ปลาโอเมก้า 3 เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องว่า กรมประมงไม่มีนโยบายจะเปลี่ยนชื่อปลาสวายเป็นชื่อปลาโอเมก้า 3 เรื่องดังกล่าวเกิดจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ซึ่งปลาสวายยอมรับว่าในประเทศไทย ไม่เป็นที่นิยมนำมาบริโภคมากเท่าที่ควร เนื่องจากผู้บริโภคคิดว่าเป็นปลาที่มีกลิ่นคาว กลิ่นโคลน และมันเยอะ ทำให้ปลาสวายไม่ได้เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่ผู้บริโภคจะเลือกรับประทาน ทั้งที่จริงปัจจุบันกรมประมง ส่งเสริมการนำเทคโนโลยีและวิธีการเลี้ยงปลาสวายตามระบบการเลี้ยงแบบบริหารจัดการที่ดี (GAP) มาให้เกษตรกรปรับใช้ไม่ว่าจะเป็นวิธีการพักปลาในบ่อน้ำที่สะอาดและน้ำสามารถถ่ายเทได้สะดวกประมาณ 7-10 วัน ก่อนที่จะจับขึ้นมาใช้ประโยชน์จะสามารถช่วยในเรื่องของกลิ่นโคลน กลิ่นคาวของปลาสวาย ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ระบบประปา ไฟฟ้า การคมนาคมที่สะดวกเพื่อความสดและคงสภาพสารอาหารที่มีอยู่ในตัวปลาให้ได้มากที่สุด กรมประมงได้เล็งเห็นว่าปลาสวายมีสารอาหารไม่แตกต่างกับปลาทะเล แต่ส่วนใหญ่ผู้บริโภคมักจะนิยมทานปลาทะเลมากกว่าปลาน้ำจืด
2 สาว มทร.ธัญบุรี รับกระแสสุขภาพ พัฒนาการชงชารูปแบบเดิม ดึงคุณค่าพืชสวนครัวจากตะไคร้ สู่ชาดอกไม้บาน ช่วยขับลม แก้ท้องอืด ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ชูรสชาติความเป็นไทย คำจำกัดความ “ชาดอกไม้บาน” คือ การนำใบชามามัดรวมกันเป็นก้อนกลม ซึ่งจะมัดรวมกับดอกไม้ที่มีสรรพคุณต่อร่างกาย แล้วนำไปอบหรือตากแห้ง เมื่อนำไปชงพร้อมกับน้ำร้อน จะบานออก มีลักษณะคล้ายดอกไม้ มีต้นกำเนิดจากแถบมณฑลฝูเจี้ยนของจีน โดยชาวจีนเรียกชานี้ว่า “กงอี้ฮวาฉา” การนำชามามัดรวมกับดอกไม้นอกจากจะได้กลิ่นหอมแล้วยังให้ความสวยงามอีกด้วย จึงได้พัฒนาชาดอกไม้บาน (Blooming Tea) จากใบชามาเป็นตะไคร้ ซึ่งเป็นพืชสวนครัวที่ทุกคนรู้จักกันดี ผลงานของ นางสาวเสาวลักษณ์ ผ่านสุวรรณ และ นางสาวกนกกานต์ บุญประสพ นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี คณะเทคโนโลยีการเกษตร สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร และมี ผศ.ดร. นันท์ชนก นันทะไชย เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา นางสาวเสาวลักษณ์ ผ่านสุวรรณ เหตุที่นำตะไคร้มาทำเป็นชา เนื่องจากมีสรรพคุณในการรักษาบำบัดโรคและอาการป่วยต่างๆ ในคน และจัดเป็นพืชสมุนไพร เมื่อนำไปกลั่นด้วยไอน้ำจะได้น้ำมันหอมระเหย ซึ่งฤทธิ์ทางยาของสา
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตผักผลไม้ปลอดสารพิษเพื่อส่งออกอำเภอดำเนินสะดวก…มีวิธีการ ชมพู่เป็นผลไม้เมืองร้อน จากอินเดียที่เข้ามาเติบโตแพร่หลายในเมืองไทยนานแล้ว ปัจจุบันต้นชมพู่ที่ปลูกในประเทศไทย จะออกดอก 2 รุ่นใหญ่ ดอกรุ่นแรกจะผลิบานช่วงเดือนธันวาคม –มกราคม เก็บผลผลิตออกขายได้ในเดือน กุมภาพันธ์- มีนาคม ถือเป็นฤดูผลผลิตประจำปี ของ ชมพู่ที่ปลูกในเมืองไทย เนื่องจากมีผลผลิตเข้าสู่ตลาดจำนวนมาก ชมพู่มีราคาถูก ส่วนดอกรุ่น 2 อยู่ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ เก็บผลผลิตได้ในเดือนเมษายน – พฤษภาคม หาก เกษตรกรรรายใด อยากขายผลผลิตให้ได้ราคาแพง ต้องผลิต ชมพู่ทะวายนอกฤดู ให้มีผลผลิตเข้าสู่ตลาดช่วงเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม หากตั้งขายผลผลิตได้ในราคาสูง ควรวางแผนให้มีผลผลิตเข้าตลาดในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม เพราะเป็นระยะที่ชมพู่ทะวายมีผลผลิตน้อย ก็จะมีโอกาสฟันกำไรก้อนโตจากขายชมพู่นอกฤดู สำหรับเกษตรกรที่สนใจอยากผลิต ชมพู่ทะวายนอกฤดู ขอแนะนำเทคนิคการดูแลจัดการสวนชมพู่ทะวาย ของ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตผัก ผลไม้ปลอดสารพิษเพื่อส่งออกอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรีไปทดลองใช้กัน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตผัก ผลไม้ปลอ
แม้เคยเป็นน้องใหม่ ซึ่งมีทั้งรุ่นเก๋า รุ่นใหญ่ ครองตลาดใน “เมืองก๋วยเตี๋ยว” อยู่ก่อนหน้า แต่อาจเพราะความแปลกใหม่ในรสชาติ และการนำเสนอ ทำให้ภายในเวลาไม่กี่เดือน “ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ-เรนโบว์” ได้รับความสนใจไม่น้อย บางวันถึงขั้นต้อง “รอคิว” หากกระแสความนิยม ในรสชาติของก๋วยเตี๋ยวร้านนี้ ใช่ว่าจะมาแบบ “วูบเดียว”หมดไป เพราะด้วยความพยายามตั้งใจไม่หยุดพัฒนาและสร้างสรรค์คุณภาพอาหารนั้น ส่งผลให้กิจการยืนระยะได้เป็นอย่างดีมาแล้ว…หลายปี คุณวุธ (กลาง) คุณวุธ-ศราวุธ อันล้ำเลิศ เจ้าของกิจการวัยสี่สิบ กรุณาสละเวลามานั่งพูดคุยด้วยใบหน้ายิ้มแย้มกันเอง เริ่มให้ฟัง พื้นเพเป็นคนสมุทรสงคราม ก่อนหน้ายึดอาชีพพ่อค้าเร่ขายเสื้อผ้า ทำให้เดินทางไปทั่ว กระทั่งมีโอกาสได้ไปทาน “ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ” ของดังประจำอำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา รู้สึกติดใจในรสชาติตั้งแต่คำแรก ช่วงขายเสื้อผ้าอยู่ที่พัทยา จังหวัดชลบุรี คิดอยากค้าขายอาหารเป็นอาชีพเสริม กระทั่งนึกถึงก๋วยเตี๋ยวชามโปรด ซึ่งน่าจะเป็นเมนูแปลกใหม่สำหรับคนต่างถิ่นและต่างชาติ เลยเชิญต้นตำรับมาช่วยสอนการทำตามสูตรดั
