Featured SMEs เกษตร

แนะเทคนิค ทำกำไร ชมพู่นอกฤดู ขายได้ราคาดี หน้าสวนไม่ต่ำกว่า 65-70 บาท/ก.ก.

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตผักผลไม้ปลอดสารพิษเพื่อส่งออกอำเภอดำเนินสะดวก…มีวิธีการ

ชมพู่เป็นผลไม้เมืองร้อน จากอินเดียที่เข้ามาเติบโตแพร่หลายในเมืองไทยนานแล้ว  ปัจจุบันต้นชมพู่ที่ปลูกในประเทศไทย จะออกดอก 2 รุ่นใหญ่  ดอกรุ่นแรกจะผลิบานช่วงเดือนธันวาคม –มกราคม  เก็บผลผลิตออกขายได้ในเดือน กุมภาพันธ์- มีนาคม ถือเป็นฤดูผลผลิตประจำปี ของ ชมพู่ที่ปลูกในเมืองไทย เนื่องจากมีผลผลิตเข้าสู่ตลาดจำนวนมาก  ชมพู่มีราคาถูก   ส่วนดอกรุ่น 2 อยู่ประมาณเดือนกุมภาพันธ์    เก็บผลผลิตได้ในเดือนเมษายน – พฤษภาคม

หาก เกษตรกรรรายใด อยากขายผลผลิตให้ได้ราคาแพง ต้องผลิต ชมพู่ทะวายนอกฤดู  ให้มีผลผลิตเข้าสู่ตลาดช่วงเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม หากตั้งขายผลผลิตได้ในราคาสูง ควรวางแผนให้มีผลผลิตเข้าตลาดในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม เพราะเป็นระยะที่ชมพู่ทะวายมีผลผลิตน้อย ก็จะมีโอกาสฟันกำไรก้อนโตจากขายชมพู่นอกฤดู

สำหรับเกษตรกรที่สนใจอยากผลิต ชมพู่ทะวายนอกฤดู  ขอแนะนำเทคนิคการดูแลจัดการสวนชมพู่ทะวาย ของ  กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตผัก ผลไม้ปลอดสารพิษเพื่อส่งออกอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรีไปทดลองใช้กัน

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตผัก ผลไม้ปลอดสารพิษเพื่อส่งออกอำเภอดำเนินสะดวก นิยมการผลิตชมพู่ทะวายโดยปลิดดอกชมพู่ปีทิ้ง ให้เหลือดอกชมพู่อยู่เพียงเล็กน้อย เพื่อเก็บชมพู่ปีไว้ขายตลาดนัด ให้มีรายได้หมุนเวียนใช้จ่ายตลอดปี  จากนั้นเกษตรกรจะเตรียมต้นชมพู่นอกฤดูประมาณช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม  เริ่มจากตัดแต่งกิ่ง ใส่ปุ๋ยอินทรีย์บำรุงต้นให้สมบูรณ์และแตกใบอ่อน เร่งใบเสร็จแล้วจะให้ปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดเฉลี่ยต้นละประมาณ 2-3 กิโลกรัม เพื่อให้ต้นชมพู่สะสมตาดอก ใส่ปุ๋ยสม่ำเสมอทุกๆ 15 วัน

การผลิตชมพู่นอกฤดูในระยะนี้  เจอปัญหาโรคและแมลงน้อย หากเจอฝนตกบ่อย อาจทำให้ชมพู่เกิดโรคเน่าบ้าง  ส่วนปัญหาแมลงวันทอง ก็อาศัยก็ห่อผลช่วยป้องกัน ก็ลดเปอร์เซ็นต์ความสูญเสียลงได้ โดยทำการห่อผลด้วยถุงพลาสติก เมื่อชมพูมีอายุประมาณ 2 เดือน ขนาดผลเท่ากับหัวนิ้วโป้ง โดยห่อผลประมาณ 3-5 ลูกต่อถุงพลาสติก  ไม่ควรห่อผลมากกว่านี้เพราะจะทำให้ลูกชมพู่มีขนาดผลเล็กเกินไป

หลังจากต้นชมพู่ออกดอกมา รอไปอีกประมาณ 3 เดือนก็เก็บผลผลิตออกขายได้แล้ว เทคนิคการผลิตชมพู่นอกฤดูดังกล่าว ช่วยให้เกษตรกรสามารถเก็บชมพู่ผลโต รสอร่อยออกขายได้เป็นจำนวนมาก  โดยผลผลิตเกรดเอ สามารถขายได้ในราคาหน้าสวนไม่ต่ำกว่า  65-70 บาท/ก.ก.

 

ที่มา เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์

Related Posts

พื้นที่นอนเปื่อย นั่งชิล กับโมเดลธุรกิจฮีลใจ “Quiet Room” ชวนทุกคนมาวางสิ่งที่แบกอยู่ ในวันที่เหนื่อยล้าและวุ่นวาย
Iberry Group
คุยกับ ‘NYŪ’ แบรนด์ไทยคิดต่าง
เริ่มธุรกิจเสริมจาก Pain Point ใกล้ตัว เมื่อหา “ม็อกเทล” ที่ถูกใจไม่ได้ สองแม่ลูกเลยทำขายเอง สร้างรายได้ 16 ล้านในเวลาไม่ถึงปี
NUTS, YES! อ่านว่า “นัทส์ เยส” แบรนด์นมถั่วน้องใหม่ ชื่อปั่น รู้ไหมทำไมต้องตั้งชื่อกำกวม