Featured
ที่บริเวณริมถนนสาย 304 นครราชสีมา-ปักธงชัย ต.ปรุใหญ่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ได้มีพ่อค้า แม่ค้า มาตั้งแผงลอยเพื่อขายเห็ดป่ากันอย่างคึกคัก ภายหลังจากที่ช่วงนี้ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีเห็ดป่าออกดอกเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านจึงได้พากันเข้าป่าไปหาเก็บเห็ดเพื่อนำมาวางแผงขายริมถนนเป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้ให้กับครอบครัวเป็นกอบเป็นกำ นางพิมพิสา กรปักษ์ อายุ 44 ปี แม่ค้าขายเห็ดรายหนึ่ง บอกว่า ช่วงหน้าฝนจะมีเห็ดป่าหลายชนิด เช่น เห็ดโคนชี เห็ดโคนใหญ่ เห็ดข้าวไค เห็ดแป้ง เห็ดน้ำหมาก เห็ดหน้าวัว และเห็ดถาด เป็นต้น ออกดอกเป็นจำนวนมาก ซึ่งชาวบ้านจะพากันออกไปหาเก็บเห็ดในป่าสวนรุกขชาติปรุใหญ่ตั้งแต่เช้ามืด บางคนก็หาได้มาก บางคนก็หาได้น้อย แล้วนำมาวางแผงริมถนนสาย 304 เพื่อขายให้กับผู้ที่ขับรถสัญจรผ่านไป-มา โดยจะจัดเป็นกองๆ ขาย ซึ่งเห็ดโคนจะได้รับความนิยมมากที่สุด ชาวบ้านจะขายในราคากองละ 250-300 บาท ส่วนเห็ดชนิดอื่นๆ ก็จะขายกองละ 100-200 บาท แล้วแต่กองเล็กกองใหญ่ โดยแต่ละวันตนจะขายได้เฉลี่ยประมาณ 1,500 บาท ซึ่งเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวอย่างดี ด้านนางระจิต ซาโต้ ลูกค้าที่มาซ
ไปเจอ “ มะนาวเว่อ ” พันธุ์ไม้โบราณ ที่สวนตันเจริญ จังหวัดสระแก้ว ของอาจารย์ธงเทพ ตันเจริญ และภรรยา คือ คุณบุญนำ จำปาสุข (โทร. 089-233-7586 , 084-926-6363 ) ชาวสระแก้ว เรียกมะนาวชนิดนี้ว่า “ มะนาวเว่อ” ซึ่งมะนาวชนิดนี้ มีชื่อเรียกแตกต่างกันในแต่ละท้องถิ่น ภาคกลางเรียกว่า ส้มมะนาวหรือส้มมะละกอ แถบอีสาน เรียกว่า หมากเว่อ มะโว้ช้าง มะนาวควาย มะนาวริปน ส้มนาวคลาน และส้มละโว้ มะนาวเว่อหรือมะนาวยักษ์ มีถิ่นกำเนิดในอินเดีย เป็นพืชตระกูลส้มประเภทซิตรอน เติบโตได้ดีในสภาพดินร่วนปนทราย ไม่ชอบที่ชื้นแฉะ ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการตอนกิ่ง โดยทั่วไป ต้นสูงประมาณ 3-10 เมตร ตามลำต้นและกิ่งก้านมีหนาม ใบใหญ่และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ผลกลมใหญ่ ผิวเรียบเปลือกหนา ดอกมีสีขาวอมม่วง มีกลิ่นหอม ผลสุกมีสีเหลืองมะนาว ขนาดผลใหญ่สุดเท่าผลส้มโอ มีรสเปรี้ยว มีกลิ่นหอมคล้ายน้ำมะนาว แต่รสอ่อนกว่ามะนาวเล็กน้อย ใช้ปรุงอาหารแทนน้ำมะนาวได้ดี ใบอ่อน นำมาลวกหรือต้มรับประทานเป็นผักเครื่องเคียงร่วมกับน้ำ พริก ลาบได้อย่างอร่อย ส่วนใบแก่นำมาหั่นเป็นฝอย ใส่ลาบเพื่อดับกลิ่นคาวปลา มะนาวเว่อ มีสรรพคุณทางยาช่วยฟอกระดู
จากกรณีที่ สกินแคร์ยี่ห้อดัง ออกแคมเปญ 1 โพสต์บริจาค 10 บาท โดยระบุว่า ให้โพสต์รูปขาวดำบนอินสตาแกรม พร้อมทั้งติดแฮชแทก ชื่อยี่อห้อสกินแคร์ดังกล่าว พร้อมชื่อแคมเปญ และมีข้อจำกัดว่า จะบริจาคสูงสุด 100,000 บาท โดยกรณีดังกล่าว มีผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนมาก โพสต์รูปขาวดำ พร้อมติดแฮชแทก ซึ่งก็ไม่เข้าข่ายการบริจาคเนื่องจากเงื่อนไขอยู่บน อินสตาแกรมเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีผู้ให้ความเห็นอีกว่า เมื่อครบ 100,000 บาท หรือ 10,000 รูป ก็น่าจะเข้ามาแจ้ง เพราะจนถึงขณะนี้ คาดว่า มีผู้โพสต์ไปเกินจำนวนดังกล่าวมากแล้ว และผู้ที่ได้ประโยชน์ก็คือ สกินแคร์เจ้าดังนั่นเอง รวมทั้งความเห็นที่ว่า ถ้าอยากจะบริจาคเงิน 1 แสนบาท ก็บริจาคไปเลย ไม่เห็นต้องมาทำแคมเปญแบบนี้ ในขณะที่ บางส่วนก็บอกว่า เงื่อนไขที่ทางสกินแคร์กำหนดมาก็ชัดเจน นักท่องโซเชียลอ่านไม่ดีเอง หรือแม้กระทั่งว่า ถ้าไม่อยากร่วมแคมเปญ ก็เฉยๆ เสีย หรืออย่างกรณี ของเพจดัง “อีเจี๊ยบเลียบด่วน” ก็ออกมาโพสต์ว่า “…ทางสินค้าเค้าก็ไม่ผิด ทางคนร่วมแคมเปญก็ไม่ผิด แต่ใจจริงๆผมว่า จะโปรโมทหรือไม่ ก็ยังได้เงินเข้ามูลนิธินะ ไม่อยากให้ไปต่อว่าทางสินค้า เ
มาแล้ว “คลินิกแก้หนี้” ที่เปิดประตูอ้าแขนรับเฉพาะ “ลูกหนี้รายย่อย” ที่ตกอยู่ในกลุ่มเป็นหนี้เสียของเจ้าหนี้บรรดาธนาคารพาณิชย์ไทยและเทศทั้งหลาย 16 แห่งที่เข้าร่วมโครงการนี้ จะเปิดดำเนินการวันที่ 1 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป คลินิกแก้หนี้ ถือเป็นโครงการแก้ไขปัญหาหนี้ส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน ประเภทสินเชื่อส่วนบุคคลหรือกดเงินสด และบัตรเครดิต โดยนำร่องกับกลุ่มลูกหนี้กลุ่มธนาคารพาณิชย์ก่อน ส่วนน็อนแบงก์ จะเป็นสเต็ปต่อไป โครงการแก้หนี้รายย่อยนี้ มีแนวคิดริเริ่มและแรงผลักดันหลักจาก “ดร.วิรไท สันติประภพ” ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ปักธงตั้งแต่นั่ง “ผู้ว่าการแบงก์ชาติ” เมื่อปี 2558 ว่า ต้องการแก้ปัญหาคนไทยก่อหนี้กันเยอะขึ้น เพราะปี 2558 เป็นช่วงที่หนี้ครัวเรือนของไทยพุ่งกว่า 82-83% ของจีดีพี หรือทะลุ 11 ล้านล้านบาทและ 2-3 ปีที่ผ่านมา หนี้ครัวเรือนก็ยังรุนแรงขึ้น ถือเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่สำคัญของประเทศไทย เพราะปัจจุบันภาคครัวเรือนมีความเปราะบางทางการเงินมากมาผสมกับภาวะเศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนสูง จะยิ่งกระทบต่อเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจและสัง
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนมิถุนายนธนาคารเตรียมเปิดตัวสินเชื่อเพื่อส่งเสริมอาชีพกลุ่มเศรษฐกิจฐานราก ตามนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ด้วยสินเชื่อในกลุ่มค้าขายอาหารข้างทาง (สตรีทฟู้ด) เช่น ร้านก๋วยเตี๋ยวห้องแถว ร้านขายอาหารตามสั่ง ร้านน้ำดื่ม รวมถึงสนับสนุนเช่าซื้อรถขายอาหารเคลื่อนที่ (ฟู้ดทรัก) ซึ่งออมสินพร้อมให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำประมาณ 0.4-0.5% ต่อเดือน ถูกกว่าดอกเบี้ยของโครงการธนาคารประชาชนกว่าครึ่ง เพราะสินเชื่อสตรีทฟู้ดเป็นสินเชื่อที่นำไปหารายได้เพิ่ม หากลูกค้ามีหลักประกัน เช่น มีรถ ห้องแถว สิทธิการเช่ามาค้ำประกัน สามารถกู้ได้ถึง 1 ล้านบาทต่อราย แต่ถ้าเป็นรถเข็นธรรมดา ไม่เกิน 5 แสนบาทต่อราย เตรียมวงเงินปล่อยกู้ประมาณ 3 พันล้านบาท คาดว่ามีผู้กู้ประมาณ 1 หมื่นราย นายชาติชายกล่าวต่อว่า นอกจากการสนับสนุนเรื่องสินเชื่อแล้ว ธนาคารได้วางแผนช่วยสร้างแบรนด์และด้านการตลาดให้กับร้านค้าดังกล่าว โดยมีแนวคิดให้ใบรับรองคุณภาพอาหาร มีรายการเรียลลิตี้โชว์เพื่อช่วยโปรโมต โดยขอเชิญชวนหน่วยงานต่างๆ ทั้ง กทม. เทศบาล ในการสนับสนุนจัดพื้นที่ให้
คุณเบิร์ด พีอาร์หนุ่มร่างใหญ่ของตลาดไท พาผู้เขียนไปสำรวจตลาดมะละกอสุก พร้อมพูดคุยกับ คุณเดือนเพ็ญ วิเศษวงศา เจ้าของร้าน “ปิ่นแก้ว มะละกอ” โทร. (081) 922-6827 และ (085) 228-6564 ผู้ค้ามะละกอสุก รายใหญ่ของตลาดไท คุณเดือนเพ็ญ วิเศษวงศา เล่าให้ฟังว่า เดิมทีครอบครัวเธอทำสวนมะละกอพันธุ์แขกดำ อยู่ที่จังหวัดจันทบุรี คุณแม่ปิ่นแก้วของเธอได้มาเปิดแผงค้ามะละกอที่ตลาดไท เมื่อปี 2538 ตามคำเชิญของผู้บริหารตลาดไทในยุคนั้น เรียกได้ว่า ร้านปิ่นแก้ว เป็นผู้ค้ามะละกอรุ่นบุกเบิกของตลาดไทได้เลย หลังเรียนจบ คุณแม่ได้มอบกิจการ ร้านปิ่นแก้ว มะละกอ ให้เธอบริหารงานมาตลอด จนถึงวันนี้เป็นระยะเวลากว่า 20 ปีแล้ว คุณเดือนเพ็ญ วิเศษวงศา และสามี เจ้าของ “ร้านปิ่นแก้ว มะละกอ” ระยะแรก ร้านปิ่นแก้ว จำหน่ายมะละกอพันธุ์แขกดำเป็นหลัก จวบจนกระทั่ง ปี 2550 กระแสตลาดมะละกอสุกได้เปลี่ยนแปลงไป มะละกอพันธุ์ฮอลแลนด์เริ่มเข้ามาเป็นพระเอกแทน เพราะมีลักษณะเด่นถูกใจตลาดและผู้บริโภคหลายประการ ยกตัวอย่าง เช่น มีผิวสวย คุณภาพการเก็บรักษาที่ทนทานมากกว่า อายุการจำหน่ายที่นานขึ้น โดดเด่นด้านรสชาติความอร่อย มีรสหวานกว่าแขกดำ ขายได้ราคาสูงกว่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่มีฝนตกต่อเนื่องในจังหวัดหนองคายหลายวัน ทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่มีความชุ่มชื้น ส่งผลดีกับพืชผลการเกษตร โดยเฉพาะเกษตรกรที่ปลูกไผ่เลี้ยง บ้านนาพิพาน ตำบลปะโค อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ที่ขณะนี้ไผ่เลี้ยงที่ปลูกไว้ได้เริ่มแตกหน่อออกมาจากพื้นดินเป็นจำนวนมาก เกษตรกรที่ปลูกนำไปขายทั้งที่เป็นหน่อสด และมีการแปรรูปพร้อมนำไปปรุงเป็นอาหาร ที่ตลาดสดแจ้งสว่าง ต.หนองกอมเกาะ อ.เมือง จ.หนองคาย ที่อยู่ริมถนนบายพาสไปด่านพรมแดนหนองคาย โดยมีลูกค้าทั้งไทยและลาวเข้าไปจับจ่ายซื้ออาหารสดที่ตลาดแห่งนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งยังไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด นายสุวพิษ ศรีวงษ์ อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36 หมู่ 1 ต.ปะโค อ.เมือง จ.หนองคาย บอกถึงสาเหตุที่ปลูกไผ่เลี้ยงว่า จากการที่ช่วงนี้จังหวัดหนองคายมีฝนตกต่อเนื่อง ได้ส่งผลดีกับไผ่เลี้ยงที่ตนปลูกไว้ในเนื้อที่กว่า 3 ไร่ ที่เริ่มแตกหน่อออกมา ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการให้น้ำไว้ก่อน เมื่อฝนตกลงมาก็ทำให้ไผ่เริ่มแตกหน่อขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ตนเก็บไปขายที่ตลาดสดแจ้งสว่างทุกวัน เป็นที่ต้องการของลูกค้าทั้งไทยและ สปป.ลาว โดยเฉพาะลูกค้าชาวลาวตนจะให้มารับที่ตลาดแ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สวนทุเรียนพิชญ์ธิดา ของนายพิสูจน์ ภูโท อายุ 45 ปี บ้านโนนสำเริง ตำบลน้ำอ้อม อำเภอกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายเกริกชัย ผ่องแผ้ว นายอำเภอกันทรลักษ์ และคณะ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมสวนทุเรียน ซึ่งปรากฏว่าสวนทุเรียนแห่งนี้ต้นทุเรียนทุกต้นกำลังมีผลผลิตเต็มต้น และคาดว่าอีกประมาณ 3 สัปดาห์ ทุเรียนของสวนแห่งนี้จะสุกสามารถกินได้แล้ว โดยทุเรียนทุกต้นเป็นทุเรียนภูเขาไฟเกรดพรีเมียมเปลือกบาง เนื่องจากว่า สวนทุเรียนแห่งนี้ปลูกบนพื้นดินที่อดีตเมื่อหลายร้อยปีมาก่อนบริเวณนี้เคยเป็นภูเขาไฟ ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์มาก ส่งผลให้ทุเรียนมีความอร่อย ไม่มีกลิ่นฉุนเหมือนกับทุเรียนของจังหวัดอื่นๆ ที่มีการปลูกทุเรียนเช่นกัน จากนั้น ได้เดินทางไปเยี่ยมชมสวนทุเรียนลุงบุญรักษ์บ้านชำม่วง และสวนทุเรียนลุงบัวเรียนบ้านภูเงิน ซึ่งทุกสวนมีผลผลิตทุเรียนภูเขาไฟจำนวนมาก และทุเรียนส่วนมากกำลังใกล้ที่จะสุกแล้ว นายอำเภอกันทรลักษ์เปิดเผยว่า เนื่องจากสวนทุเรียนทุกแห่งในเขตอำเภอกันทรลักษ์เป็นสวนทุเรียนที่มีคุณภาพดีมาก ดังนั้น จึงมีประชาชนชาวศรีสะเกษและชาวจังหวัดใกล้เคียงพากันมาหาซื้อทุเรียนไปกินเป็นจำนวนมาก ซึ่งจ
หลายคนทำงานมาครึ่งค่อนชีวิต เพื่อเก็บเงินเติมเต็มความฝันว่าอยากมีธุรกิจเล็กๆ เป็นของตัวเองแต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไง จะทำธุรกิจประเภทไหน อีกทั้งไม่รู้ว่าทำไปแล้วจะเจ๊ง หรือจะเจ๋ง ทำแล้วจะรุ่งหรือร่วง บางคนทำแล้วไม่รุ่งก็มีถมไป แต่บางท่านก็ทำแล้วรุ่งก็มีมาก แต่สำหรับบางคน ที่เริ่มต้นการทำธุรกิจด้วยความไม่ได้คาดหวังอะไร จนกระทั่งทำแล้วสำเร็จ กลายเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างเงินได้ และธุรกิจก็สามารถเติบโตขึ้นมาได้เรื่อยๆ จากโลกธุรกิจออนไลน์ที่มีบทบาทมากขึ้นในสังคม อีกทั้งยังมีอิทธิพลต่อคนในสังคมปัจจุบัน และส่งผลต่อการตลาดของเจ้าของธุรกิจในยุคปัจจุบันอย่างมาก เลิกเป็นพนักงานออฟฟิศ หันเปิดเพจขายผ้าออนไลน์ คุณมัทนี วงศ์ศิริ เจ้าของเพจผ้าฝ้ายมัดหมี่ by Mattanee ซึ่งขายผ้าฝ้ายมัดหมี่ ออนไลน์ เริ่มต้นเล่าให้ฟังถึงกิจการว่า “เมื่อก่อนก็เป็นพนักงานออฟฟิศ ทำงานอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี ช่วงก่อนที่จะเปิดขายผ้าออนไลน์อย่างจริงจังแบบทุกวันนี้นั้น มันเริ่มต้นมาจากการที่ไปเดินตลาดแล้วเห็นผ้าที่วางขายอยู่ ก็นึกสนใจ แล้วถ่ายรูปโพสต์ลงขายในเฟซบุ๊กส่วนตัว ปรากฏว่าก็มีคนสนใจ เพราะว่าผ้าฝ้ายมัดหมี่ หรือพวกผ้าพื้นเ
“ภูแล” เป็นชื่อพันธุ์สับปะรดที่โด่งดังของทางจังหวัดเชียงราย ถึงวันนี้หลายคนคงรู้จักชื่อเสียงของสับปะรดภูแลเป็นอย่างดี และด้วยความที่มีผลขนาดเล็ก เนื้อสีเหลืองทอง กลิ่นหอม แกนสับปะรดกรอบรับประทานได้ มีรสชาติหวานปานกลาง จึงเป็นที่นิยมรับประทานกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะผลที่มีขนาดเล็กมาก เวลาปอกเปลือกมักนิยมเหลือก้านผลไว้ถือรับประทานได้อย่างสะดวก ตลาดพระราม 5 ตั้งอยู่ริมถนนนครอินทร์ นับเป็นตลาดสดขนาดใหญ่ที่มีสินค้าจำหน่ายทุกชนิด ทั้งอาหารสด อาหารแห้ง ของใช้ และบริการอื่น ซึ่งที่นั่นมีร้านหั่นสับปะรดภูแลขายอยู่ด้วย คุณจุ่น เป็นพ่อค้าร้านสับปะรดภูแลที่ขายมาพร้อมกับการตั้งต้นของตลาดแห่งนี้ เขาเป็นคนจังหวัดกาญจนบุรี ปัจจุบัน ทำงานประจำอยู่ที่สวนสัตว์ดุสิต (เขาดิน) หลังจากเลิกงานในทุกวัน หรือวันหยุดจะมาช่วยครอบครัวขายสับปะรดที่ตลาดพระราม 5 เหตุผลที่คุณจุ่นต้องมาขายสับปะรด เพราะต้องการหารายได้เสริมให้แก่ครอบครัว ดังนั้น ในครั้งแรกเขาจึงเดินทางไปที่ตลาดสี่มุมเมือง เพื่อหาซื้อสับปะรดมาขาย แต่ความไม่แน่นอนมักเกิดขึ้นบ่อยครั้ง คุณจุ่นไม่สามารถคาดเดาว่าในครั้งไหนเขาจะมีสับปะรดมาขาย จากนั้นเขาจึงเบนเ
