Featured
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรนครพนมไม่หวั่นภัยแล้ง หันเลี้ยงแมงสะดิ้งขาย โดยนายนิรัน จำปา ชาวบ้านคำเตย หมู่ที่ 5 ต.คำเตย อ.เมืองนครพนม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเองประกอบอาชีพทำนาเหมือนเพื่อนบ้านทั่วๆ ไป พอหลังฤดูเก็บเกี่ยวก็ไปรับจ้างพอมีรายได้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเท่านั้น กระทั่งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เพื่อนที่อยู่ จ.เชียงรายได้ชักชวนให้ไปเรียนรู้การเลี้ยงจิ้งหรีดเล็ก หรือที่ชาวอีสานเรียกว่า แมงสะดิ้ง หรือบางที่เรียกว่า แมงจินาย ซึ่งมีที่มาจากเสียงร้องที่สะดีดสะดิ้งของตัวผู้และตัวเมียเวลาที่ต้องการผสมพันธุ์ โดยหลังจากเรียนรู้ตนเองก็กลับมาสร้างบ่อเลี้ยงซึ่งทำจากไม้และกระเบื้องแผ่นเรียบ ขนาดกว้าง 1.5 เมตร ยาว 3 เมตร สูง 1.2 เมตร จำนวน 2 บ่อ เพื่อเพาะเลี้ยงที่บ้าน จากนั้นก็ขยายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นายนิรัน กล่าวอีกว่า โดยเวลาทั้งหมดตั้งแต่เริ่มเลี้ยงจนถึงสามารถจับขายได้ จะอยู่ที่ประมาณ 2 เดือน อาจจะใช้เวลาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วงฤดูหนาว เพราะแมงสะดิ้งไม่ทานอาหารทำให้โตช้ากว่าปกติ โดยค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงจะอยู่ที่ประมาณ 500 บาทต่อบ่อ แต่จะสามารถจับขายได้ถึงบ่อละ 2,000 – 3,500 บาทเลยทีเดียว โดยตนเองมีอย
คุณอุเชนทร์ พุกอิ่ม บ้านเลขที่ 35 หมู่ที่ 7 บ้านคลองเขาควาย ตำบลวังสำโรง อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร โทร. (098) 803-0107 เจ้าของสวนเมล่อนในโรงเรือน “ไร่ถุงทองฟาร์ม” การให้ปุ๋ยเมล่อนในโรงเรือน ก็จะให้ปุ๋ยทางรากและทางใบ อย่างทางรากก็จะให้ปุ๋ยผ่านระบบน้ำ ปุ๋ย A (จะมีธาตุอาหารหลัก N-P-K), ปุ๋ย B (จะมีธาตุอาหารรอง) ตามสูตรตามระยะการเจริญเติบโต ก็จะให้วันละประมาณ 5 ครั้ง เน้นการให้น้อยแต่บ่อยครั้ง โดยแบ่งเวลาให้ เริ่มให้ตั้งแต่ เวลา 07.00 น. 09.00 น.11.00 น. 13.00 น. และ 15.00 น. การให้ปุ๋ย A จะต้องละลายปุ๋ยในน้ำสะอาดเอาไว้ในถัง เช่นกัน ปุ๋ย B จะต้องละลายในน้ำสะอาดมีค่าความเป็นกรด-ด่าง (PH) เป็นกลางหรือกรดอ่อน คือ PH ประมาณ 6-7 อีก 1 ถัง ซึ่งตอนปล่อยเข้าระบบน้ำจะต้องให้ปุ๋ย A และปุ๋ย B จะส่งเข้าระบบน้ำพร้อมๆ กัน ในอัตราที่เราจะคำนวณเอาไว้ในแต่ละช่วงอายุของการเจริญเติบโต วิธีใช้ ปุ๋ย A และ ปุ๋ย B เบื้องต้น นำปุ๋ยมาละลายน้ำเพื่อเตรียมเป็นปุ๋ยสต๊อกก่อน 100 ลิตร จำนวน 2 ถัง ปุ๋ย A จำนวน 100 ลิตร และ ปุ๋ย B จำนวน 100 ลิตร แล้วนำแม่ปุ๋ยนั้นไปผสมน้ำเจือจาง ตามค่า EC ที่เหมาะกับพืช เช่น ผัก ค่าที่ 1
“หนู” เป็นสัตว์ศัตรูพืชที่สำคัญ เพราะสามารถกัดแทะทำลายพืชผลทางการเกษตรให้เกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกันหนูนั้นเป็นอาหารโปรตีนชั้นดี จึงมีเกษตรกรหัวใสได้ใช้ภูมิปัญญาในการจับหนูและเลี้ยงหนู ทำรายได้เลี้ยงครอบครัวได้อย่างสบาย อย่างเช่น คุณเชาวฤทธิ์ แสนปรางค์ อายุ 46 ปี ชื่อเล่นว่า “ฤทธิ์” อยู่บ้านเลขที่ 109 หมู่ที่ 2 บ้านมะค่า ตำบลมะค่า อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม โทร. (063) 016-1969 คุณฤทธิ์ แสนปรางค์ มีอาชีพหลักทำนา ได้ใช้เวลาว่างออกจับหนูขาย และเลี้ยงหนูขาย สามารถทำรายได้เลี้ยงครอบครัวมาเป็นเวลานับ 10 ปี เดือนละกว่า 15,000 บาท คุณเชาวฤทธิ์-คุณละมัยพร แสนปรางค์ เจ้าของฟาร์มหนูพุก คุณฤทธิ์ เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพหลักทำนา 6 ไร่ ได้ใช้เวลาว่างออกดักจับหนูในทุ่งนาในพื้นที่หมู่บ้านของตนเองและหมู่บ้านใกล้เคียง โดยใช้ลวดดักหนู ทำเป็นวง นำมาผูกติดกับหลักที่ทำด้วยไม้ไผ่ แล้วนำไปวางไว้ตามทางเดินของหนู โดยช่วงบ่าย ประมาณ 3-6 โมงเย็น จะนำกับดักไปปัก จากนั้นช่วงเช้าตรู่จะไปเก็บกู้ แต่ละวันใช้กับดักประมาณ 100 อัน จะได้หนูพุกวันละประมาณ 10-30 ตัว ชำแหละขายตามตลาดนัดในหมู่บ้าน ไม่เพียงพอกับ
หากมองวิกฤตเป็นโอกาส นำปัญหามาสร้างอาชีพ ใครทำได้ก็ย่อมส่งผลร้ายกลายเป็นดี ดังเช่น คุณปิยะฉัตร คำวัง หรือ คุณต้อย วัย 42 ปี ประธานกลุ่มแปรรูปบ้านโปร่งเกลือ (ปุยฝ้าย) ที่พบเจอกับปัญหาทั้งส่วนตน และกับสิ่งใกล้ตัว จนกระทั่งนำมาซึ่งทางออก โดยสร้างอาชีพแปรรูปสินค้าเกษตรหลากหลายรายการ สำหรับสินค้าขึ้นชื่อและยังไม่มีใครลงมือทำ คือ “กรอบเค็มปลานิล” ซึ่งจากวันแรกที่ไม่มีใครรู้จัก และต่างเดินผ่าน วันนี้ยอดสั่งซื้อมีมาไม่ขาด กลายเป็นสินค้าของฝากจังหวัดพะเยา และเป็นสินค้าที่มีผู้สนใจรับไปจำหน่ายต่อ จากปัญหาที่เจอจึงกลายเป็นอาชีพหล่อเลี้ยงตนเอง ครอบครัว สมาชิกผู้ร่วมทาง และรวมไปถึงเกษตรกรในพื้นที่ ความรับผิดชอบนำพา ปัญหานำมาสู่อาชีพ คุณปิยะฉัตร เปิดบทสนทนา โดยมีสินค้าขนมหลากหลายรายการวางให้เราทานไปเพลินๆ ระหว่างพูดคุย แม้จะมีบ้านเกิดเมืองนอนอยู่จังหวัดพะเยา แต่ทว่าการเดินทางไปใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ ก็เนิ่นนานหลายสิบปี กระทั่งประสบปัญหาชีวิต กอปรกับต้องดูแลลูกในวัยเรียน 3 คน และแม่ที่เริ่มอายุมากขึ้น ซึ่งต่อมาภายหลังป่วยด้วยโรคหัวใจ หน้าที่แม่ และลูก จึงเริ่มต้นขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยวัย 33 ปี ก
คราวนี้ฉันพาไปเดินตลาดในเขตสู้รบ กรุณาระมัดระวังกระสุนปืนใหญ่ที่วิ่งปลิวไปมา และต้องเดินอย่างมีสติ พลาดข้ามไปผิดเขต มีสิทธิ์ติดคุก ในรัฐคะฉิ่น ทางตอนเหนือของพม่า ยังมีการสู้รบระหว่างรัฐบาลพม่า กับกองกำลังกู้ชาติคะฉิ่น หรือ Kachin Independence Army อยู่ เป็นการต่อสู้ต่อเนื่องมา 50 กว่าปี และยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบ พื้นที่รัฐคะฉิ่นแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาล อีกส่วนอยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังกู้ชาติคะฉิ่น ส่วนใหญ่พื้นที่ตรงกลางๆ จะเป็นของรัฐบาล ส่วนรอบๆ เป็นของคะฉิ่น แล้วพื้นที่ก็เปลี่ยนไปมา ฝ่ายไหนชนะพื้นที่ก็ขยายออกไป แพ้พื้นที่ก็หดลง เมืองนี้ย่านนี้เคยเป็นของรัฐบาล แล้วอาจกลายมาเป็นของกองกำลังกู้ชาติ ก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอย่างนี้ ฉันจึงบอกว่าเวลาเดินตลาดในคะฉิ่น ให้ตรวจสอบให้ดีว่าตัวเองอยู่ในเขตใคร แต่ละฝั่งก็จะมีเมืองใหญ่และเมืองหลวงของตนเอง ฝั่งที่เป็นของรัฐบาล มีเมืองหลวงชื่อมิตจีนา ฝ่ายกองกำลังกู้ชาติมีเมืองหลวงชื่อไลซา 2 เมืองอยู่ไม่ห่างกัน แต่แยกกันชัดเจน มีทหารเฝ้าเขตแดนของแต่ละฝ่ายอย่างขมึงขึงขัง การเดินทางข้ามไปมายากเย็นแสนเข็ญ เพราะรัฐบาลจะตรวจตราเข
จากเหตุการณ์ข่าวดังหรือข่าวสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นเป็นประจำบนท้องถนน หรือแม้กระทั่งบริเวณอื่นๆก็ตาม มักจะมีกล้องติดรถหรือกล้องวงจรปิดบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้เสมอ แต่อุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นได้ตลอด ไม่ว่าเราจะประมาทหรืออีกฝ่ายจะประมาทก็ตาม กล้องติดรถจึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ผู้ใช้รถใช้ถนนวางใจ เสมือนเป็นพยานที่ตามติดตัวทุกครั้งที่สตาร์ทรถออกไป คุณพรเทพ ภาคบูรณ์ ผู้จัดการการตลาด บริษัท ออโต้วิชั่น จำกัด บริษัทนำเข้าและติดตั้งกล้องติดรถยนต์คุณภาพสูงแบบ Full HD (ฟูล เอชดี) ออกแบบและพัฒนาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ภายใต้ แบรนด์ Proof (พรูฟ) สินค้าทุกรุ่นมีมาตรฐาน CE , FCC ที่ได้รับการรับรองจากยุโรป ผลิตในไต้หวัน และจีน เผยว่า ปัจจุบันยอดขายกล้องติดรถเพิ่มมากขึ้น สืบเนื่องจากผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับข่าวสารกรณีเหตุการณ์ดังหรือกระแสข่าวที่เกี่ยวข้องกับการบันทึกภาพของกล้องติดรถ ล่าสุดน่าจะเป็นข่าวลุงวิศวฯกับกลุ่มวัยรุ่นชาย ที่กระตุ้นยอดขายได้ดีมาก การติดตามข่าวสารดังกล่าว ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนรู้สึกว่าการติดกล้องติดรถยนต์ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับชีวิตและทรัพย์สินของตัวเองได้ระดับหนึ่ง คุณพรเทพ กล่า
น.ส.อภิษฎา พัฒนานิตย์สกุล ตัวแทนทีม PDvice ซึ่งเป็นนิสิต สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin) เปิดเผยถึงนวัตกรรม ของทีม PDvice ที่คว้ารางวัลชนะเลิศการแข่งขันแผนธุรกิจระดับโลก The mai Bangkok Business Challenge®@ Sasin 2017 และรับถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 กล่าวว่า เป็นการนำเสนอเทคโนโลยีล่าสุดสำหรับผู้ป่วยโรคพาร์กินสันและผู้สูงอายุทั่วโลกที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคเซลล์ประสาทหลากหลายรูปแบบและระดับความรุนแรง เป็นเครื่องมือตรวจวินิจฉัยอาการสั่น คิดค้นโดยศาสตราจารย์ นายแพทย์รุ่งโรจน์ พิทยศิริ และทีมนักวิจัยแห่งศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสันและกลุ่มความเคลื่อนไหวผิดปกติ แห่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้พัฒนาคิดค้นเครื่องมือนี้ขึ้นเพื่อช่วยทำให้การวินิจฉัยโรคพาร์กินสันมีความแม่นยำยิ่งขึ้น ผลงานนี้นับว่ามีประโยชน์อย่างยิ่งต่อวงการแพทย์ เพราะจะทำให้ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและรับการรักษาได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที ที่ผ่านมาเป็นระยะเวลาหลายปีได้มีการทดลองและใช้จริงกับคนไข้มากกว่า 300 รายต่อปีที่ศูนย์ความเป็นเลิศทางการ
รายงานข่าวจาก บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า บริษัทฯ เพิ่งดำเนินการเรื่องการลงนามสัญญากับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เรียบร้อย เพื่อต่อสัญญาการเช่าที่ดินบริเวณหัวมุมถนนสีลมและพระราม 4 ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ต่อไปอีก 30 ปี และได้รับสิทธิในการเช่าที่ดินต่อเนื่องอีก 30 ปี และให้ระยะเวลาก่อสร้างอีก 7 ปี รวมเป็นทั้งหมด 67 ปี โดยได้รับความกรุณาจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ให้ดุสิตธานีเช่าที่ดินเพิ่มจาก 19 ไร่ เป็น 24 ไร่ ทำให้สามารถมีทางเข้าออกได้สามถนน ได้แก่ ถนนพระราม 4 ถนนสีลม และถนนสาทรซึ่งทะลุผ่านทางซอยศาลาแดง ทั้งนี้ เรากำลังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการพิจารณาแผนพัฒนาโครงการ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราสามารถบอกได้ในวันนี้ก็คือ เรามีแผนที่จะพัฒนาและยกระดับโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ พร้อมจับมือกับบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบผสมขนาดใหญ่ (mixed-use) ซึ่งจะประกอบไปด้วย โรงแรม อาคารที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน พื้นที่ค้าปลีก และมุ่งเน้นในเรื่องการมอบพื้นที่สีเขียวให้กับโครงการ ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับรายละเอียด
กระบวนการจัดบุฟเฟ่ต์นอกสถานที่ กับบุฟเฟ่ต์ในโรงแรมหรือในร้านอาหารนั้นต่างกัน ของที่จัดอยู่บ้านตัวเอง ร้านตัวเอง มีเครื่องมือพร้อม วัตถุดิบพร้อม คนพร้อม วางแผนทะยอยทำออกมาได้เป็นขั้นตอน แม้ว่าจะทำ 400 หัว 800 หัว 1000 หัว โรงแรมก็ทำได้ แต่การเคลื่อนย้ายอาหารออกไปจัดนอกสถานที่ต้องวางแผนอีกหลายขั้นตอน เหนื่อยและยุ่งยากมากกว่าทำในสถานที่หลายเท่า ขั้นตอนที่ 1 เราต้องคิดต้นทุนก่อน เรายึดสูตรที่ 30-30-30-10 คือ 30 % แรก เป็นต้นทุนอาหาร ค่าทำ ค่าแก๊ส เครื่องปรุง 30% ที่สองเป็นค่าแรง ค่าโสหุ้ยอื่นๆ 30% ที่สามเป็นกำไรสุทธิ และ อีก 10% เผื่อเหลือเผื่อขาด ถ้าไม่ต้องจ่ายก็กลายเป็นกำไรสุทธิ 40% เพราะฉะนั้นไม่ว่าเราจะทำอาหารให้มีคุณภาพอย่างไรต้องยึดถือตามงบประมาณที่ได้มาด้วย ไม่งั้นขาดทุนหูตูบครับ งานนี้ค่าอาหารหัวละ 850 บาท 150 หัว เป็นเงิน 127,500 บาท คิดต้นทุนอาหาร 30% เป็นเงิน 38,250 บาท เอาอาหาร 21 อย่างหาร อย่างละ 1,821 บาท อาหารบางอย่างต้นทุนถูก เช่น หมี่กะทิ หมี่กรอบ ผัก ผลไม้ ข้าว เราก็ไปเฉลี่ยให้อาหารที่ต้นทุนสูงแทน เช่น กุ้ง เนื้อ ปลา หมึก จะได้ของที่มีคุณภาพ ปริมาณพอกิน แต่รวมทุกอย่างแล้ว
ช่วงหน้าแล้ง ชาวบ้านที่เป็นเกษตรกร ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ว่างจากการทำนาจึงได้หาอาชีพเสริมอื่นๆ ทำ เพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว เช่นเดียวกับนางตุ้ม ขาวงาม อายุ 72 ปี ชาวบ้านมะค่า หมู่ที่ 5 ต.มะค่า อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา ก็ได้ใช้เวลาว่างจากการทำนา ออกหาแหย่ไข่มดแดงขาย โดยถือไม้ไผ่และฮวด ที่เป็นอุปกรณ์สำหรับแหย่ไข่มดแดง ออกหาแหย่ไข่มดแดงตามต้นไม้ ทั้งในหมู่บ้าน และตามทุ่งนา ซึ่งแต่ละวันสามารถหาไข่มดแดงมาขายได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 700 – 800 บาทเลยทีเดียว นางตุ้ม เปิดเผยว่า อาชีพหลักของตนนั้นคือการทำไร่ ทำนา แต่เมื่อมีเวลาว่างก็จะหาไข่มดแดงมาขายเป็นรายได้เสริม ซึ่งทำมานานกว่า 12 ปีแล้ว สำหรับการหาไข่มดแดงนั้น ก็จะไปกับคุณตา 2 คน โดยจะออกไปหารังมดแดงในทุ่งนา หรือในหมู่บ้าน ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ซึ่งมดแดงจะชอบทำรังออกไข่บนต้นไม้หลายชนิด อาทิ ต้นสะแก ต้นสะเดา และต้นมะม่วง ส่วนจะรู้ว่ารังไหนมีไข่มากๆ นั้น ก็ต้องสังเกตรังที่มีใยขาวๆ อยู่ขอบรัง และถ้ารังไหนที่มีน้ำหนักจนกิ่งไม้โน้มลงมา จะได้ไข่มดแดงมากเป็นพิเศษ เมื่อได้ไข่มดแดงมาแล้ว ก็จะนำมาแช่น้ำเพื่อคัดแยกไข่ออกจากตัวมดแดง ซึ่งวิธีคัดก็ต้
