Featured
โด่งดังจากหน้ากากอีกาดำนักร้องหนุ่ม ‘เอ๊ะ จิรากร สมพิทักษ์’ เจ้าของเสียงทรงพลัง เบื้องหลังความสำเร็จของเขามีครอบครัวที่อบอุ่นคอยให้กำลังใจ แต่ก็มีเหตุการณ์ที่เอ๊ะจะไม่มีวันลืม เมื่อเยลลี่ติดคอน้องเอญ่า ลูกสาว โดยเอ๊ะ-จิรากร สมพิทักษ์ โพสต์ไอจีเป็นรูปน้องเอญ่า ลูกสาว พร้อมเล่านาทีระทึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า “ประสบการณ์ครั้งนี้ผมจะจำไม่วันลืม…ลูกกินเยลลี่ ยี่ห้อนึงแล้วเกิดติดคอ ย้ำว่าติดคอจริงๆๆ ตาเหลือกแล้ว ทุกคนตกใจกันมาก ตัวผมเองก็สติหลุด ได้แต่ตะโกนเรียกชื่อลูก”เอญ่าๆๆๆ” ผม ภรรยา พี่ท้อฟฟี่ จูล กรูกันเข้ามาช่วย ภรรยาให้ผมจับขาลูกยกขึ้นให้ห้อยหัวลง และช่วยกันตบที่หลังให้เยลลี่หลุดออกมาจากคอ แต่มันไม่หลุด ลูกผมตัวแข็ง ตาเหลือก พี่เลี้ยงก้มลงไปที่ปาก เอานิ้วทิ่มเข้าไปจนลึก แล้วเอญ่าก็ไอ ละร้องว่าออกแล้วๆ ผมกอดลูกจนแน่น ถึงตอนนี้ก็ยังตกใจอยู่ คิดว่าถ้าช่วยลูกไม่ได้ ละลูกเป็นอะไรไป จะทำยังไง เหตุการณ์นี้สอนให้รู้ว่าเราต้องมีสติให้มาก ไม่ว่าในสถานการณ์นั้นตัวเราจะตกอยู่ในความวิกฤตแค่ไหนก็ตาม ขอบคุณนะครับพี่ท้อฟ @Toffy Sambathhasib จูล @jull_chanatda ที่ช่วยชีวิตเอญ่าในครั้งนี้ ขอบคุณพี่เล
วันที่ 19 พ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปราม 4 กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ(บก.ปอศ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.สมพล อิสสระเสรี รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.กิตติศัพท์ ทองศรีวงศ์ ผกก.4 บก.ปอศ.,พ.ต.ท.สุรสิทธิ์ มากเจริญ , พ.ต.ท.ณัฐกิตติ์ มีสุข รอง ผกก.4 บก.ปอศ. นำโดย พ.ต.ต.อดิชาต อมรประดิษฐ สว.กก.4 บก.ปอศ.พร้อมด้วย จนท.จากกรมทรัพย์สินทางปัญญาฯกระทรวงพานิชย์ นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและตรวจยึดสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้าฯ จากร้านค้า หลายแห่งซึ่งตั้งอยู่ภายในโซนไอที ชั้น 2 ของห้างเซ็นทรัลเฟสติวัลภูเก็ต ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต จากการตรวจสอบพบมีร้านค้า 11 แห่ง มีการลักลอบจำหน่ายจับสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้า ซึ่งได้แก่ ร้าน ปั้นหยา,ร้าน OA,ร้าน NICE ,ร้าน โซนี่ อีริคสัน ,ร้าน Naza Phone ,ร้าน สวัสดี ,ร้าน ภูเก็ต อัลล็อก ,ร้าน แอทวัน ,ร้าน OIL Mobile ,ร้าน I Mobile และร้าน PK โดยสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้าที่ยิดได้ส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์เสริมโทรศัพท์มือถือ เช่น ที่ครอบโทรศัพท์มือถือ Louis vuitton Chanal Gucci และ MCM ป
“เส้นทาง” ของอดีต “รั้วของชาติ” หลังจากปฏิบัติหน้าที่อย่างสมภาคภูมิ เจ้าของเรื่องราวนับจากนี้ เริ่มต้นจากการเป็นเกษตรกร ทำสวนกาแฟ ปลูกมะคาเดเมีย กล้วย มะนาว ฯลฯ บนที่ดินซึ่งได้รับการจัดสรรจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ขนาด 5 ไร่ ถัดจากนั้นไม่นาน ช่วยกัน 2 คนกับภรรยา เลี้ยงตัวด้วยเงินบำนาญ ก่อนจะสร้างเพิงไม้เล็กๆ ขายกาแฟสด-อาหารเช้า ให้กับบรรดานักท่องเที่ยวแถวสี่แยกรื่นฤดี ที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ทำมาได้เกือบ 20 ปี กิจการเติบโตขึ้นตามลำดับ ปัจจุบันเริ่มอยู่ตัว หัวหน้าครอบครัวอดีตรั้วของชาติ ในวัย 50 ปีเศษ จึงมองหาอาชีพใหม่ ที่อาจเป็นงานสร้างรายได้ สามารถมาจุนเจือครอบครัวได้อีกทาง และงานใหม่ในแบบที่เขาเลือกทำครั้งนี้ มี “รอยทาง” แห่งการ “พึ่งพาตนเอง” ให้เดินตามอย่างแน่วแน่และมั่นคง คุณอาร์ต-ส.อ. ยุทธการ สมมุติวงษ์ อดีตหัวหน้าชุดทหารพราน กรมทหารพรานที่ 34 กองทัพบก ปัจจุบันเป็นข้าราชการบำนาญที่มีสวนเกษตรและร้านกาแฟเล็กๆ เป็นของตัวเอง กรุณาสละเวลามาพูดคุยกันด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม เริ่มต้นให้ฟัง ถึงที่มาของคำว่า “ธุรกิจเพื่อการพัฒนา” ในแบบของเขา “ที่ผ่านมามีโอกาสเรียนรู้แนวทางเกษต
โครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรในภูมิภาค ตามนโยบาย One Province One Agro-Industrial Product หรือ OPOAI (โอ-ปอย) ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นโครงการที่เกิดจากความพยายามของภาครัฐที่ได้น้อมนำปรัชญาแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 มาปรับใช้และนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตผลทางการเกษตรของประเทศ คุณสมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า โครงการโอ-ปอย ได้จัดทีมที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้าไปให้ความช่วยเหลือให้คำแนะนำสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการผ่านแผนงานพัฒนาที่ครอบคลุมตลอดโซ่อุปทาน (Supply Chain) โดยผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ในปี 2559 ผลลัพธ์ที่ได้จากการดำเนินโครงการในระยะเวลา 1 ปี สามารถลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้สถานประกอบการโดยสามารถวัดมูลค่าเชิงเศรษฐกิจเป็นตัวเงินได้กว่า 326 ล้านบาท ซึ่งหากเปรียบเทียบกับวงเงินงบประมาณที่ใช้ในการพัฒนา 31.6 ล้านบาท ให้ผลประโยชน์มากถึง 10.32 เท่าของวงเงินงบประมาณ มีผู้เข้าร่วมโครงการ 135 ราย เฉลี่ยได้แล้วแต่ล
บริษัท ไมนด์มณี จำกัด จดทะเบียนพาณิชย์พร้อมกับยื่นจดสิทธิบัตรในปี พ.ศ.2555 มี “อัฐิมณี” เป็นสินค้าหลัก ซึ่งได้รับการจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าในเวลาถัดมาเรียบร้อยแล้ว อัฐิมณี เป็นนวัตกรรมในการแปรรูปเถ้าอัฐิของผู้ล่วงลับ ให้มีความสวยงาม สามารถนำมาเป็นเครื่องประดับได้ โดยใช้การแปรรูปผ่านเทคนิควิธีทางวัสดุศาสตร์ในการผนึกอนุภาคเถ้ากระดูก 100% ที่ผ่านการเผาและบดละเอียดให้มีเนื้อแน่น ผ่านการใช้ความร้อนที่อุณหภูมิสูงและไม่มีสารเคมีใดๆ เหลือปะปนมาจากกระบวนการผลิต ช่วยให้การเก็บรักษาเถ้าอัฐิของผู้ล่วงลับมีความสะดวก เก็บรักษาได้ง่าย สามารถพกพาติดตัวไปได้ทุกที่ทั้งในลักษณะเปิดเผย และปกปิดเป็นการส่วนตัว สามารถใช้ร่วมในโอกาสพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่ท่านเจ้าของอัฐินั่นเอง ดร.กุลจิรา สุจิโรจน์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท ไมนด์มณี จำกัด วัยสี่สิบเศษ เจ้าของสิทธิบัตร นวัตกรรม “อัฐมณี” เริ่มต้นให้ฟัง จบการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านวัสดุศาสตร์ ในฐานะนักเรียนทุนของกระทรวงวิทยาศาสตร์ และทำหน้าที่นักวิจัยประจำสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) อยู่หลายปี ปัจจุบั
เริ่มต้นสาขาแรกจนถึงปัจจุบันมาได้กว่า 18 ปีแล้ว สำหรับ “ยากินิกุ” หรือร้านเนื้อย่างสไตล์ญี่ปุ่น แบรนด์ดังอย่าง “ไจแอนท์ส” ซึ่งก่อนหน้านี้เคยสร้างปรากฏการณ์ “ลูกค้าคอยคิว” จนนึกว่าแจกฟรี เรียกเสียงฮือฮาให้กับวงการร้านอาหารมาแล้ว ทำให้หลายคนนึกสงสัย นักลงทุนต่างชาติ เข้ามาโกยกำไรเข้าประเทศตัวเองอีกแล้วหรือนี่ แต่ข้อเท็จจริงในประเด็นดังว่าก็คือ เจ้าของกิจการ “ขายดิบขายดี” เจ้านี้ไม่ใช่กลุ่มทุนใหญ่โตอะไร เป็นเพียงครอบครัวไทยเชื้อสายจีนไหหลำ หัวหน้าครอบครัวมีอาชีพหลักเริ่มต้นจากกรรมกรแบกไม้ ขณะที่ “ลูกชายคนโต” อยากมีกิจการเป็นของตัวเอง หวังสร้างรายได้มากพอจะ “ล้างหนี้” ให้กับครอบครัวได้…ก็เท่านั้น คุณหนึ่ง-หนึ่งฤทัย ตวงโชคดี เจ้าของกิจการ วัยสี่สิบเศษ พื้นเพเกิดที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แนะนำตัวให้รู้จัก เรียนจบระดับ ปวช. ก่อนหน้านี้เคยทำงานมาแล้วสารพัด ทั้งเป็นเจ้าหน้าที่รถขนเงินของธนาคาร ขายประกัน ทำงานบริษัทก่อสร้าง ทำงานบริษัททางด่วน ฯลฯ สาเหตุที่เปลี่ยนงานไปเรื่อยๆ เพราะอยากค้นหาว่าชอบงานอะไรที่สุด แต่ใจจริงลึกๆ แล้ว อยากค้าขาย มีกิจการร้านอาหารเป็นของตัวเอง เพราะมีฝีมืออยู่บ้า
อาชีพโดยอิสระ ไม่ขึ้นตรงต่อใคร ของชาวบ้านโพนธาตุ ตำบลบ้านว่าน อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย คือ การทำนา เมื่อว่างเว้นจากการทำนา ซึ่งเป็นระยะเวลาไม่น้อย หากใช้เวลาที่มีอยู่สร้างรายได้เสริม คุณวิสันต์ อินทะปัญญา ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเพาะเห็ดฟางบ้านโพนธาตุ ผู้นำวิธีการเพาะเห็ดฟางเผยแพร่สู่ชุมชนเพื่อสร้างรายได้เสริม เล่าว่า อดีตชาวบ้านทำนาเพียงอย่างเดียว มีระยะเวลาไม่น้อยที่ว่างเว้นจากการทำนาในแต่ละปี จึงมองหารายได้เสริม ซึ่งตนได้ออกไปศึกษาและสมัครเข้ารับการอบรมการเพาะเห็ดฟางในจังหวัดใกล้เคียง เมื่อได้ความรู้ จึงนำมาเผยแพร่ต่อภายในชุมชน ปี 2553 เกษตรกรบ้านโพนธาตุ เริ่มก่อตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเพาะเห็ดฟางบ้านโพนธาตุขึ้น มีคุณวิสันต์ เป็นประธานกลุ่ม มีสามาชิก 13 คน มีโรงเพาะเห็ดฟางทั้งสิ้นเกือบ 50 โรง โรงเรือนเพาะเห็ด จำเป็นสำหรับผู้เพาะ เริ่มแรกสร้างโรงเรือน ขนาด 6X10 เมตร ใช้เงินลงทุน 17,000 บาทต่อโรงเรือน ใน 1 โรงเรือน เพาะเห็ดได้ 30 ก้อน ใช้เวลาเพียง 20 วัน เก็บขายครั้งแรกได้ และเก็บได้เรื่อยๆ จนกว่าเห็ดจะหยุดออก จึงรื้อทิ้งแล้วลงใหม่ ต้นทุนก้อนเชื้อเห็ด ก้อนละ 13 บาท และต้องสั
เมื่อปี 2551 นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ได้ลงบทสัมภาษณ์ คุณกิตติ จันทวิสูตร เรื่องการปลูกตะเคียนแซมในสวนสะละ ว่างเว้นไม่ได้ข่าวคุณกิตติหรือปลัดแก้วมานาน จนกระทั่งปลายปี 2559 มีงานเกษตรมหัศจรรย์ ที่จัดโดยนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน มีชายหนุ่มวัยรุ่นมาออกร้านจำหน่ายต้นกล้าทุเรียน ชื่อแปลกๆ อย่าง “มูซังคิงส์” หรือ “เหมาซานหวัง” สอบถามแล้วชื่อ รัฐ จันทวิสูตร เขาเป็นลูกชายปลัดแก้วนั่นเอง คุณรัฐ จันทวิสูตร บอกว่า พื้นที่ปลูกตะเคียนลดลง เริ่มตัดจำหน่าย ต้นขนาดใหญ่อายุ 20 ปีขึ้น จำหน่ายต้นละ 8,000 บาท ปัจจุบันเหลืออยู่กว่า 1,000 ต้น สิ่งที่มาทดแทนคือ ทุเรียนพันธุ์ทรงคุณค่า ที่เคยปลูกในบ้านเรามาก่อนแล้ว รวมทั้งพันธุ์ต่างประเทศ โดยเฉพาะจากประเทศมาเลเซีย พื้นที่การเกษตร กว่า 300 ไร่ เกริ่นกับคุณรัฐไว้ว่า อยากไปเยี่ยมชมงานใหม่ของ ปลัดแก้ว เมื่อถึงเวลาโทรศัพท์ไปทาบทาม ถึงแม้งานจะชุก แต่ปลัดแก้วก็ยินดีให้ไปถ่ายภาพและสัมภาษณ์ ทางเข้าสวนปลัดแก้ว เริ่มต้นกันที่สี่แยกเขาไร่ยา สี่แยกนี้หากตรงไป สามารถไปตราดและสระแก้วได้ เลี้ยวขวาเข้าตัวเมืองจันท์ เลี้ยวซ้ายไปน้ำตกกระทิง, พระบาทเขาคิชฌกูฏ, มทร. ตะวันออก วิทยาเขต
“เนื้อนุ่ม นมดี กะหรี่ดัง” แทบจะเรียกได้ว่าเป็นสโลแกนของจังหวัดสระบุรี ที่ทำให้ผู้คนรู้จักจังหวัดสระบุรี ผ่านวลีเด็ดดังกล่าว ซึ่งที่กล่าวขานกันมานั้นก็เห็นว่าจะไม่ผิดแผกไปมากเท่าใดนัก เพราะที่จังหวัดสระบุรี “กะหรี่ปั๊บ” ก็ยังขึ้นแท่นของเด่น ขายดี ประจำจังหวัดไม่มีตกกระแสนิยม คุณสิริพร ดิบแดง ในฐานะหัวหน้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรมวกเหล็ก และเจ้าของสูตรกะหรี่ปั๊บดั้งเดิมที่สืบทอดกันมากว่า 50 ปีจากรุ่นคุณยาย เล่าว่า “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรมวกเหล็ก เป็นชื่อกลุ่มใหม่ที่ปรับปรุงฟื้นฟูกันมาเมื่อปี 2552 จากกลุ่มเดิมที่มีตั้งกลุ่มฝึกอาชีพแปรรูปเนื้อสัตว์ ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับงบประมาณโครงการฝึกอาชีพกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีการปรับปรุงฟื้นฟู ก็เพราะว่า ทางกลุ่มประสบกับปัญหาวัตถุดิบมีราคาสูงขึ้น ทำให้ต้องหยุดการผลิตไป เพราะสมาชิกหมดกำลังใจและเงินทุนในการผลิตต่อ ตนจึงได้เสนอทางเลือกว่า ให้ผลิตกะหรี่ปั๊บจำหน่าย เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ เนื่องจากกะหรี่ปั๊บเป็นของขึ้นชื่อของจังหวัดสระบุรี และมีพื้นฐาน รู้สูตรที่ได้รับการสืบทอดมา จึงผลิตและพัฒนากะหรี่ปั๊บจนเป็นที่ยอมรับของ
นายประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทยื่นประมูลซื้อที่ดินสถานทูตออสเตรเลีย เนื้อที่กว่า 7 ไร่ เนื่องจากเล็งเห็นถึงศักยภาพในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ซึ่งหากนำมาพัฒนาคาดว่ามูลค่าโครงการจะไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท ขณะที่มองว่าหากพัฒนาเป็นอาคารสำนักงานจะไม่น่าสนใจ เพราะไม่คุ้มทุน ขณะที่การลงทุนนั้น บริษัทมีความสามารถลงทุนด้วยตัวเองทั้งหมด แต่อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาบริษัทมีพันธมิตรที่ร่วมทุนโครงการที่อยู่อาศัย ในประเทศออสเตรเลียอยู่แล้ว ซึ่งบริษัทก็เปิดกว้างสำหรับผู้จะร่วมลงทุนด้วย แต่ทั้งนี้ที่ดินผืนดังกล่าว มีผู้ยื่นประมูลหลายราย และหากบริษัทสามารถชนะการประมูลก็ถือเป็นเรื่องที่ดี สำหรับราคาประเมินที่ดินของทางราชการ พบว่าราคาที่ดินของสถานทูตออสเตรเลีย ในปัจจุบันอยู่ที่ 4.65 แสนบาท/ตร.ว. ส่วนราคาตลาดก็แล้วแต่การประเมินของแต่ละคน ทั้งนี้ถึงแม้หลายคนมองว่าแปลงที่ดินขนาดใหญ่ สามารถสร้างได้เต็มที่ในอัตราส่วนของพื้นที่ใช้สอยอาคาร (เอฟเออาร์) สูงสุด 10 เท่า แต่เมื่อติดข้อจำกัดเรื่องระยะถอยร่นจากด้านหน้าจากถนนและด้านหลังซึ่งติดซอย ทำให้ไม่สามารถส
