Featured
ย้อนรอย กรณีศึกษา “ทรงอย่างแบด” การตลาดที่ผิดพลาด แต่ดัน ดังเปรี้ยงปร้าง อย่างคาดไม่ถึง กระแสส่งท้ายปี 2565 ต่อเนื่องถึงรับปี 2566 ที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง คือ เพลง “ทรงอย่างแบด แซดอย่างบ่อย” ที่วงร็อกชื่อ Paper Planes ได้รับความนิยมจนเป็นที่กล่าวขวัญสนั่นประเทศ คงเป็นเรื่องธรรมดา ถ้ากลุ่มเป้าหมายที่ทางวงคาดหมาย คือ “วัยรุ่น” จะนิยมเพลงนี้ ทว่าความผิดคาดจนโลกไทยแลนด์ต้องตะลึงกันทั้งประเทศ เพราะแฟนคลับที่คลั่งไคล้ กลับกลายเป็น “วัยรุ่นฟันน้ำนม” เด็กอนุบาล เด็กประถมต้น คลั่งไคล้เพลงนี้มาก จนได้รับการขนานนามว่า เป็นเพลงชาติของวัยรุ่นฟันน้ำนม นักร้องของวงนี้ ยังถึงขั้น “งง” ไม่เพียงนักร้อง ที่หวังจะครองใจวัยรุ่นทีนเอจ รู้สึกงงกับความ “พลาด” ที่ไฉนกลายไปเป็นครองใจวัยรุ่นฟันน้ำนม แต่คนในอีกหลายวงการ ก็มีคำถาม และพยายามวิเคราะห์กันไปต่างๆ นานา นักภาษาศาสตร์ออกมาวิเคราะห์ให้ฟังว่า เนื้อเพลงนี้ จำได้ง่าย และมีสัมผัสที่ง่ายต่อการจดจำ มีลักษณะเป็นรูปแบบที่สมองของมนุษย์สามารถคาดเดาคำร้องท่อนถัดไปได้ง่าย นักภาษาศาสตร์บางท่านให้ความเห็นว่า ลักษณะของเพลง ทั้งเนื้อ และท่วงทำนอง มีความคล้ายคลึงก
ดีเดย์! เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 ผู้ลงทะเบียนใหม่ ต้องทำอย่างไร เช็กขั้นตอนได้ที่นี่ เว็บไซต์ ข่าวสดออนไลน์ รายงานข่าว เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 ได้เปิดให้ประชาชนที่ประสงค์จะร่วมโครงการ ซึ่งยังไม่เคยร่วมโครงการในเฟสที่ 1-4 หรือผู้ร่วมโครงการรายใหม่ ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ โดยระบบจะเปิดตั้งแต่ 06.00-21.00 น. โดยโครงการ เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 ให้สิทธิแก่ประชาชนในการสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยภาครัฐสนับสนุนค่าใช้จ่าย 2 ส่วน คือ 1. สนับสนุนค่าที่พัก 40% (ไม่เกิน 3,000 บาท/ห้อง/คืน) สูงสุด 5 ห้อง 2. คูปองอาหาร/ท่องเที่ยว (e-voucher) 600 บาท/วัน 3. กำหนดจำนวนสิทธิเข้าโรงแรม ที่พักจำนวนห้องพัก 560,000 สิทธิ/ห้อง 4. 1 คน สามารถใช้สิทธิได้สูงสุด 5 สิทธิ 5. จำนวนสิทธิในโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 นี้ จะไม่นับรวมกับสิทธิที่เคยได้รับในโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 4 โดยผู้ประสงค์ ลงทะเบียนใหม่ สามารถเช็กขั้นตอนการลงทะเบียนได้ ดังนี้ 1. ต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป 2. ลงทะเบียนร่วมโครงการที่เว็บไซต์ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com 3. ทำได้ทั้งผู้ใช้สิทธิรายใหม่ และผู้ใช้สิทธิรายเดิมที่เค
เพื่อแม่ ย้อยหย่อย สู้ไม่ถอย กลายเป็นร้านน้ำแข็งไสสุดชิก คนแห่เช็กอิน ประสบการณ์ในแต่ละช่วงชีวิตมีผลอย่างมากต่อทัศนคติ ความรู้สึกนึกคิด และวิถีชีวิตของแต่ละคน เช่นเดียวกับ คุณออม-โชติกา ถิระกิตติกุล เจ้าของร้านน้ำแข็งไส “ย้อยหย่อย” ร้านเล็กๆ แต่คับด้วยคุณภาพ ที่รังสรรค์และพลิกโฉมเมนูน้ำแข็งไสธรรมดาๆ ให้กลายเป็นเมนูสุดว้าว จนเป็นร้านขนมที่ “ชิก” ที่สุดแห่งนครปฐม ณ เวลานี้ คุณออม เกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง ค้าขายลอดช่อง ในวัยเด็กเธอใฝ่ฝันที่จะเป็นแอร์โฮสเตส ไม่เคยคิดจะค้าขายอาหารเหมือนแม่ อีกทั้งคุณพ่อ-คุณแม่ ก็ไม่ค่อยสนับสนุนให้ค้าขาย เพราะรู้ดีว่าเหนื่อยสาหัสแค่ไหน แต่ด้วยความที่คุณออม ชอบเข้าครัวเป็นทุนเดิม ทำให้เธอตรึกตรองอย่างถี่ถ้วน แล้วหันเหจากการเรียนด้านภาษา มาเรียนทางด้านการทำอาหาร จนจบปริญญาตรีจากสาขาการจัดการครัวและภัตตาคาร วิทยาลัยดุสิตธานี (ปัจจุบันคือ สาขาวิชาการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร) เพราะการเรียนทำอาหารจะช่วยให้มีลู่ทางในการทำมาค้าขายและมีความเป็น “วิชาชีพ” ที่จับต้องได้มากกว่าการเรียนภาษา ระหว่างเรียน เธอได้มีโอกาสทำกิจกรรมมากมายถึงขั้นเป็นประธานชมรม จน
จ๊อบเสริม พนักงานออฟฟิศ เทียนหอมซ่อนข้อความ กำไร 20,000 ทุกเดือน เพราะความช่างสังเกต และอยากหาจ๊อบเสริม ทำให้ คุณแอม-ศศิธร วชิรรัตนวงศ์ กับ พี่สะใภ้ ร่วมกันทำแบรนด์ Nicemoon ร้านเทียนหอม ซ่อนข้อความ ที่ได้ครอบครัวช่วยซัพพอร์ตอยู่เบื้องหลัง ในเดือนแรกสามารถขายได้ 5,000 บาท มีกำไรเข้ากระเป๋าครึ่งๆ 2,500 บาท ปัจจุบันก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 ยอดขายเติบโต มีกำไรทุกเดือน เดือนละ 20,000 บาท และร้าน Nicemoon ไม่ได้มีแค่เทียนหอมไขข้าวหอมมะลิเท่านั้น ยังมี ก้านไม้หอม ที่กลิ่มหอม มากๆ จน ว่านไฉน และ อาย กมลเนตร สองคนบันเทิงชื่อดัง สั่งไปเป็นของชำร่วยวันแต่งงาน คุณแอม วัย 26 ปี แชร์เรื่องราวให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า แม้เธอจะทำงานประจำเป็น Editor ส่วนพี่สะใภ้เป็น Graphics Design แต่ก็อยากหาจ๊อบเสริมทำ คิดไปคิดมา สุดท้ายตกผลึกที่การขายเทียนหอม “เราสังเกตว่าพี่ที่ออฟฟิศชอบจุดเทียนหอม งั้นลองทำมาขายให้พี่ๆ ดีกว่า ใช้เซนส์ตัวเองผสมกลิ่นตามชอบเลยค่ะ เดือนแรก ขายได้ 5,000 กำไร 2,500 บาท แต่ขายให้คนใกล้ตัวไม่จีรัง เลยนำไปโพสต์ขายในกลุ่มมาร์เก็ตเพลส ทำให้ร้านเติบโตแบบก้าวกระโดด แต่ก็ซาลง จนพี่ที่ออ
เด็ก 19 หยิบ น้ำพริกเผา สูตรคุณแม่ พัฒนาสูตรใหม่ ขาย หาเงินเรียนต่อ ด้านอาหารที่ฝรั่งเศส ฝันให้ไกล แล้วไปให้ถึง คงไม่เกินคำจำกัดความเรื่องราวของ คุณพีร์วาทิน อวิโรธนพงศ์ หนุ่มน้อยวัย 19 ปี เจ้าของแบรนด์ น้ำพริกเผาสุดยอด ผู้รักการทำอาหาร โดยเฉพาะอาหารฝรั่ง และฝันอยากไปเรียนด้านการทำอาหารตะวันตกโดยเฉพาะที่ประเทศฝรั่งเศส! น้องพีร์วาทิน เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า ตนเรียนสาธิตมศว. เอกอาหารและการโรงแรม ปัจจุบันศึกษาอยู่ปี 2 วิทยาลัยดุสิตธานี วิชาเอกการจัดการอาหาร เนื่องจากชื่นชอบในการทำอาหาร เพราะตั้งแต่จำความได้ ก็มักจะเข้าครัวไปช่วยคุณแม่หยิบจับอุปกรณ์ต่างๆ จึงเริ่มซึมซับการทำอาหารจากตรงนั้น จนเกิดเป็นความหลงใหลในการทำอาหารมาจนถึงปัจจุบัน “จุดเริ่มต้นของความหลงใหลในอาหารของเรามาจากคุณแม่ ที่ชอบทำอาหารต่างๆ ให้ทานอยู่เสมอ แต่คุณแม่จะชอบทำอาหารไทยเป็นส่วนใหญ่ ผมเลยรู้สึกว่า อยากจะส่งต่อความอร่อยของอาหารของแม่ และความสามารถในการทำอาหารที่มีไปให้ผู้อื่นบ้าง ประกอบกับที่รู้แล้วว่า ตัวเองชอบที่จะทำอาหารต่างๆ ผมเลยเลือกเรียนสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปต่อยอดต่อไป
ถอดสูตรสำเร็จ ซีฟู้ดร้านลับ กลางกรุง 40 กว่าปี ขายดีเวอร์ จนคนอิจฉา ใกล้ท่าเรือสี่พระยา ตรงข้ามโรงแรมรอยัลออคิดเชอราตัน และริเวอร์ซิตี้ คือพิกัด “ร้านเฮียสง่าซีฟู้ด” ซีฟู้ดร้านลับกลางกรุง ราคาแสนถูก เริ่มต้น 50 บาท ที่เปิดขายมานานกว่า 40 ปี ถึงปัจจุบันร้านเฮียสง่าซีฟู้ด ยังคึกคัก มีลูกค้ามาอุดหนุนไม่ขาด ทั้งคนไทยและต่างชาติที่มาพักโรงแรมยังอดใจไม่ไหว ขอแวะอุดหนุนเฮียสง่าซีฟู้ดก่อน สร้างกำไรต่อวัน 2,000-3,000 บาท และใครที่อยากประสบความสำเร็จเหมือนเฮียสง่า เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีสูตรสำเร็จ ร้านเฮียสง่าซีฟู้ด มาแนะนำ 1. อาหารทะเลสดใหม่ เลือกเองกับมือ เฮียสง่า เริ่มต้นอาชีพจากขายหอยแครง จานละ 5-10 บาท จากนั้นได้ขยับขยายนำอาหารทะเลอย่างอื่น ทั้ง หอยเชลล์ หอยหวาน หอยแมลงภู่ กุ้ง ปลาหมึก ปูม้า กั้งกระดาน มาขายเพิ่มตามคำเรียกร้องของลูกค้า ซึ่งขายดีมากๆ ทุกรายการ โดยในช่วงตี 2 ของทุกวัน เฮียสง่า จะตื่นไปจ่ายตลาดที่สะพานปลา เพื่อคัดเลือกวัตถุดิบอาหารทะเลสดใหม่มาขายที่ร้าน โดยอาศัยความชำนาญและประสบการณ์กว่า 40 ปี ในการคัดเลือกวัตถุดิบ 2. น้ำจิ้มรสเด็ด ร้านเฮียสง่าซีฟู้ด มีน้ำจิ้มรส
อดีตคนคุก ลุกขึ้นสู้ ผันตัวขาย มะม่วงน้ำปลาหวาน ยอดขายปีละ 1 ล้านบาท เพียง 5 ปี มีรถ-บ้าน-ที่ดิน เป็นของตัวเอง คนเราเมื่อ ทำผิด จะได้รับ โอกาส กี่ครั้ง? แล้วยิ่งทำผิดถึงขั้น เข้าห้องขัง แม้จะพ้นโทษออกมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ ก็คงไม่ได้รับ โอกาส อย่างแท้จริง จนผู้ที่พ้นโทษออกมาไม่น้อย เลือกเดินเข้าสู่เส้นทางเดิม ซึ่ง คุณเก่ง-เก่งกิจ โชคพงศ์พัชร์ วัย 41 ปี ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ตั้งมั่นแน่วแน่ที่จะเริ่มชีวิตใหม่ และในวันที่ทำได้สำเร็จ เขามีทั้งบ้าน ทั้งรถ และที่ดิน ที่มาจากน้ำพักน้ำแรงจากการขาย มะม่วงน้ำปลาหวาน นั่นเอง! คุณเก่ง เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า ในอดีตตนเป็นคนทำงานไม่สะอาด มีประวัติการทำผิด จนเข้าๆ ออกๆ ห้องขังอยู่ 12 ปี จนวันหนึ่งคิดกลับตัว ตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะไม่เดินในเส้นทางเดิม เพราะคำว่า ครอบครัว “เกเรมาตั้งแต่สมัยวัยรุ่น ใช้เวลา 20 กว่าปี กว่าจะคิดได้ ไม่อยากเห็นคนที่เรารักเขาเหนื่อยกับเราไปมากกว่านี้ เลยปรับใหม่ อยู่ในนั้นก็ไม่ได้มีเงิน มีอาชีพอะไร แต่ก็ตั้งใจทำงาน จนพ้นโทษออกมา เข้าๆ ออกๆ ในนั้นมาครึ่งชีวิต พอออกมาก็เลยไม่มีอาชีพ แต่น้องสาวเขาขายมะม่วงน้ำป
นักประชาสัมพันธ์ ผุด เพ้นต์แก้วเซรามิก อาชีพเสริมจากความชอบ สร้างสุขให้ใจ สร้างรายได้เข้ากระเป๋า ลายเส้นสร้างสุข สีสันสร้างแรงบันดาลใจ งานอดิเรกจากการเพ้นต์แก้วเซรามิกที่ทำให้สาวสวยตลอดกาล คุณเหน่ง-ปิยะรัฐ เทศดนตรี ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) นักประชาสัมพันธ์ฝีมือเยี่ยม หัวใจพองโตขึ้นทันทีเมื่อจรดพู่กันวาดลวดลายลงบนชิ้นงาน คุณเหน่ง บอกว่า ทำงานประชาสัมพันธ์มากว่า 30 ปี งานอดิเรกเกี่ยวการเพ้นต์แก้วมาเริ่มตอนมีเวลามากขึ้น อายุเยอะขึ้น เริ่มรื้อฟื้นความสามารถด้านงานศิลปะในอดีตกลับมาอีกครั้ง งานศิลปะมีหลายแขนง แต่มาค้นพบว่าสิ่งที่รู้สึกว่าลงตัวกับตัวเองมากในตอนนี้คืองานเซรามิก เราคิดว่างานเซรามิกน่าสนใจ รู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้วาดลวดลายลงบนงานเซรามิก และมีความท้าทายในการทำงานทุกชิ้น “รู้สึกหลงรักมันมาก อาจจะตรงกับนิสัยส่วนตัว เรียกว่าเป็นคนที่ไม่ชอบทำอะไรซ้ำๆ ชอบสิ่งที่ท้าทาย เซรามิกตอนเพ้นต์สีจะเป็นแบบหนึ่ง เผาออกมาก็อาจจะเป็นอีกแบบหนึ่งก็ได้ เรียกได้ว่ามีเรื่องให้เซอร์ไพรซ์ได้ทุกครั้ง มี
นิตยาไก่ย่าง เปลี่ยนสู่ รุ่นลูก ปั้นอาณาจักรอาหาร ให้มีครบทั้ง คาว-หวาน การันตี อร่อยเหมือนเดิม! หากพูดถึงร้านอาหารอีสานอร่อยๆ ที่มี ไก่ย่าง เป็นเมนูที่ใครก็ห้ามพลาดแล้วล่ะก็ เชื่อว่า นิตยาไก่ย่าง คงเป็นหนึ่งในชื่อร้านที่ผุดขึ้นมาในหัวของใครหลายคนเป็นชื่อแรกๆ เป็นแน่แท้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ พาไปคุยกับ คุณเบนซ์-ภเดช กันตจินดา กรรมการบริหาร ร้านนิตยาไก่ย่าง รุ่นที่ 2 ถึงที่มาที่ไปและการเข้ามารับช่วงบริหารร้าน โดยคุณเบนซ์ เล่าว่า แรกเริ่มเดิมที นิตยาไก่ย่าง เป็นร้านห้องแถวเล็กๆ ขนาดประมาณ 70 ตร.ว. ย่านถนนรัตนาธิเบศร์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2543 โดยครอบครัวลักษณวิสิษฐ์ ครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีน ที่มีใจรักในอาหารอีสาน “ตอนเปิดกิจการแล้ว ผลตอบรับจากลูกค้าก็เรียกว่าดีเลยครับ จากนั้นก็เป็นที่รู้จักมาเรื่อยๆ เพราะมีหม่อมถนัดศรี และ เชฟหมึกแดง ตามมาทานแล้วรีวิวให้ ทีนี้ลูกค้าก็ตามมาทานกันเยอะแยะเลยครับ จนต้องปิดร้าน เพื่อมาเปิดเป็นสแตนด์อโลน ที่พระนั่งเกล้า จากนั้นผมก็เข้ามาช่วยดูต่อ ก็เริ่มขยายสาขามาเรื่อยๆ จนปัจจุบันมีสาขากว่า 25 สาขา กระจายทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล และก็ปรับเปลี่ยนระบบใหม่ คิด
“เค.เอ็ม.พี.ไบโอเทค” สุดยอดนวัตกรรมโพรไบโอติกส์สายพันธุ์ไทย โดย สัตวแพทย์ไทย ส่งขายไกลต่างแดน SME D Bank ต่อยอดยกระดับธุรกิจแข่งขันบนเวทีโลก ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว “โพรไบโอติกส์” (Probiotics) เป็นเรื่องใหม่มากสำหรับประเทศไทย ยิ่งเป็นผลิตภัณฑ์ฝีมือคนไทยด้วยแล้ว ยากจะเป็นที่รู้จักและยอมรับของตลาด ทว่า “เค.เอ็ม.พี.ไบโอเทค” กล้าบุกเบิก พัฒนาโพรไบโอติกส์ จุลินทรีย์สายพันธุ์ไทย จัดเต็มด้วยมาตรฐานระดับโลก และคุณภาพยอดเยี่ยม สามารถแจ้งเกิดเป็นรายแรกของประเทศ และยืนหยัดอยู่ในวงการมายาวนาน นายสัตวแพทย์ไพรัช ธิติศักดิ์ ประธานกรรมการ บริษัท เค.เอ็ม.พี.ไบโอเทค จำกัด บุกเบิกธุรกิจตั้งแต่ พ.ศ. 2543 จากเดิมเคยเป็นตัวแทนจำหน่ายโพรไบโอติกส์นำเข้าจากต่างประเทศ กระทั่งในเวลานั้น เกิดกระแสตื่นตัวของตลาดที่ต้องการให้ลดการใช้ยาปฏิชีวนะเร่งการเติบโตในอุตสาหกรรมปศุสัตว์ เพื่อป้องกันยาปฏิชีวนะตกค้างในเนื้อสัตว์ส่งออก ดังนั้น โพรไบโอติกส์ จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญใช้ทดแทนยาปฏิชีวนะในการเลี้ยงสัตว์ จากที่เห็นโอกาสในตลาดดังกล่าว ประกอบกับมีประสบการณ์พร้อม น.สพ.ไพรัช จับมือกับคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาว
