Featured
หลายท่านคงคุ้นตากับตะกร้าขนมจีน ที่มักวางกองอยู่ในมุมหนึ่งของบ้าน ทั้งที่เป็นของใช้สารพัดประโยชน์แต่กลับไม่ถูกหยิบมาใช้งาน ไม่ว่าจะตะกร้าขนมจีน กล่องลัง หรือถุงพลาสติก สิ่งเหล่านี้มักถูกรวมไว้โดยผู้สูงวัยที่รักหรือในบางครั้งอาจเป็นเราๆ ท่านๆ ที่สะสมไปโดยไม่รู้ตัว และหากยังคงเก็บต่อไปเรื่อยๆ สิ่งเหล่านี้อาจกลายเป็นของที่ไม่ได้ก่อประโยชน์อะไรในชีวิตเลย คุณอิม-อิมยาดา เรือนภู่ ผู้ที่มองเห็นปัญหาและมาพร้อมแนวทางที่จะช่วยจัดการบ้านให้กลับมาสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อยอีกครั้ง กับธุรกิจ “นักจัดระเบียบบ้าน” เจ้าแรกของเมืองไทย ปัจจุบันมียอดติดตามเพจมากกว่า 4 แสนคน คุณอิม เล่าเส้นทางการทำธุรกิจให้ฟังว่า หลังเรียนจบสาขาการจัดการโรงแรมและภัตตาคาร ที่วิทยาลัยการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการบริการ ม.รังสิต ยังคงเลือกเดินบนเส้นทางการทำงานบริการในสายงานโรงแรมมาโดยตลอด ซึ่งเกี่ยวข้องกับอาคาร บ้านเรือน และการจัดการพื้นที่ จนกระทั่งเธอรู้สึกว่าตัวเองมีศักยภาพมากกว่างานที่ทำอยู่และต้องการสร้างรายได้เพิ่ม ประกอบกับความรักใน “งานบ้าน” และ “การจัดระเบียบ” ที่ฝังรากมาตั้งแต่เด็ก จึงเริ่มหัน
ความรักความผูกพันของครอบครัวเป็นแรงบันดาลใจให้ฝาแฝดคู่หนึ่ง สร้างสรรค์ชีวิตใหม่บนรถบ้าน พวกเขาไม่เพียงแค่เที่ยวแต่ยังสามารถทำงานไปด้วยได้ และสามารถพาพ่อแม่ไปออกทริปด้วยกันได้อีกด้วย เรื่องราวของ คุณข้าวหอม ไม้พลวง และ คุณขวัญข้าว ไม้พลวง ฝาแฝดที่ปิ๊งไอเดียขับรถบ้านพาพ่อแม่ คุณตาเฉลียว ไม้พลวง และ คุณยายแสงจันทร์ ไม้พลวง ไปออกทริปด้วย และสามารถทำงานไปด้วยได้ โดยทำการอัดคลิปทำคอนเทนต์ลงช่องติ๊กต็อกที่ชื่อว่า “ยายแสงลูกพาเที่ยว” ที่เป็นไวรัลและมีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก จนสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับครอบครัวอื่นๆ ได้อีกด้วย ย้อนกลับไปประมาณ 8 ปีที่แล้ว คุณขวัญ เล่าว่า เมื่อประมาณ 8 ปีที่แล้ว มีการถ่ายรูปสไตล์ Cafe Hopping เยอะมาก โดยจะไปถ่ายรูปตามคาเฟ่ต่างๆ ซึ่งจะใช้เวลาทั้งวันที่ต้องออกไปทำงาน กว่าจะกลับถึงบ้านก็มืดแล้ว จึงทำให้พ่อและแม่อยู่บ้านกับน้องหมา 1 ตัวเท่านั้น ต่อมาทั้งคู่ได้เริ่มทำคอนเทนต์เกี่ยวกับการครีเอตอาหาร เธอเล่าว่า ตอนนั้นพ่อแม่จะเก็บผักจากสวนข้างบ้านมาทำอาหาร ซึ่งจะเป็นไลฟ์สไตล์ง่ายๆ ดูแล้วสบายตา ภายในคลิปจะเป็นเสียง ASMR แทรกเข้ามาด้วย ทำให้คอนเทนต์เป็นที่น่าสนใจมา
ท่ามกลางความท้าทายจากสภาวะตลาดที่ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย และสมรภูมิอีคอมเมิร์ซที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด แต่ “แบรนด์ไทย” จำนวนไม่น้อยกลับสร้างปรากฏการณ์เติบโตสวนกระแส จนสามารถยืนหยัดและก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นแถวหน้าได้อย่างน่าจับตา โดยเฉพาะในกลุ่มแฟชั่นและบิวตี้ที่ครองใจนักช้อปยุคใหม่ได้อย่างเหนียวแน่น สะท้อนจากอัตราการซื้อซ้ำและความภักดีต่อแบรนด์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ปรากฏการณ์นี้คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนของการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุค Quality Shopping อย่างเต็มตัว ยุคที่ป้ายราคาไม่ใช่ปัจจัยชี้ขาดเพียงอย่างเดียว แต่ผู้บริโภคพร้อมจ่ายให้กับ คุณภาพ และ คุณค่า ตลอดจนให้การสนับสนุนแบรนด์ไทยที่เข้าใจไลฟ์สไตล์และบริบทความต้องการของพวกเขาได้อย่างแท้จริง ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ตอกย้ำเทรนด์นี้ด้วยสถิติที่ชี้ว่า ผู้บริโภคไทยให้ความไว้วางใจในการเลือกซื้อสินค้าแบรนด์ไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 30 ปีขึ้นไป ที่นิยมซื้อสินค้าหมวดแฟชั่น เครื่องประดับ และสินค้าสุขภาพ ขณะที่กลุ่มกำลังซื้อสูงหันมาจับจ่ายผ่านแพลตฟอร
เพราะมีความฝันที่อยากลงมือทำ การ “วางแผนชีวิต” จึงเริ่มต้นขึ้น แม้จะอยู่ในวัยใกล้เกษียณแต่ เสนีย์ กาญจนสุนทร หรือ ลุงเส ไม่เคยมองว่าวัยนี้คือวัยหมดไฟ ตรงกันข้าม เขาเชื่อว่านี่คือ “วัยที่ต่อยอดได้” เพราะเต็มไปด้วยประสบการณ์ชีวิตมากมาย นั่นจึงทำให้เขาตั้งใจเก็บออมเงิน ทั้งจากเงินเดือน เงินโบนัส และส่วนอื่นๆ เพื่อสานต่อความฝันให้เป็นความจริง จนเกิดเป็น “บ้านสวนโบนัส” โฮมสเตย์และคาเฟ่ริมคลอง ที่ลุงเส บอกว่า “เป็นโบนัสชีวิตหลังวัยเกษียณ” เป็นมนุษย์เงินเดือนมาทั้งชีวิต ลุงเสทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนมาโดยตลอดนับตั้งแต่เรียนจบปริญญาตรี งานธนาคารคืออาชีพที่ยึดมากว่า 30 ปี จนอายุประมาณ 50 ต้นๆ ลุงเสเริ่มรู้สึกว่าชีวิตในวัยทำงานที่ผ่านมาประสบความสำเร็จมากพอสมควรแล้ว สามารถปลดภาระหนี้สินต่างๆ ได้ และไม่คิดว่าตนเองจะทำงานธนาคารไปจนเกษียณ ลุงเสจึงเริ่มมองหาสิ่งที่จะทำต่อไป โดยต้องมีความรักและความชอบรวมอยู่ด้วย “เรามีความฝันว่าอยากจะมีที่ดินสักแปลง ทำสวนผักแนวเศรษฐกิจพอเพียง ของรัชกาลที่ 9 เลยเอามาเป็นโมเดลที่เราคิดไว้ตอนนั้น แล้วเริ่มวางแผนไว้บ้าง พยายามหาที่ดินสักแปลงหนึ่ง เดิมผมอย
ในยุคนี้อาชีพเดียวไม่เพียงพอแล้ว สำหรับใครที่กำลังหารายได้เสริม การประกอบอาชีพเกี่ยวกับอาหารเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่น่าสนใจ เพราะอาหารเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต โดยทำเลที่ขายอาจจะเป็นที่ที่มีคนสัญจรไปมา เช่น โรงเรียน, บริษัท, โรงงาน หรือตามงานเทศกาลต่างๆ แต่การจะเริ่มต้นทำธุรกิจอาหารนั้น จำเป็นต้องมีความรู้และทักษะในการทำอาหารที่ดี วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ รวม 5 พิกัด ช่องสอนทำอาหารออนไลน์ มีทั้งของคาวและของหวาน พร้อมทั้งบางช่องมีการคำนวณต้นทุนให้พ่อค้าแม่ขายแบบละเอียดยิบ เป็นไอเดียสำหรับคนที่กำลังหาอาชีพเสริมสร้างรายได้ 1. สอนทำอาหาร by Chef Kwan เชฟขวัญ-นุกร ชัยแสง อดีตวิศวกรประจำแผนกวิศวกรรม สู่เจ้าของเพจสอนทำอาหาร by Chef Kwan เป็นช่องที่แจกสูตรทำอาหารฟรีสำหรับค้าขาย ฉบับเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน ทำตามได้ไม่ยาก มีทั้งของคาวและของหวาน บอกรายละเอียดแบบละเอียดยิบ ตั้งแต่วัตถุดิบ ขั้นตอนการทำ แจกเคล็ดลับแบบไม่มีกั๊ก อีกทั้งช่องเชฟขวัญยังสอนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลน่าฟัง อีกทั้งพร้อมคำนวณต้นทุนให้ด้วย โดยมีผู้ติดตามใน Facebook 2 ล้านคน และ ใน Youtube 1.37 ล้านคน ซึ่งคลิปที่มียอดคนดูสูงมากที่
จากธุรกิจทัวร์สู่ร้านเบอร์เกอร์สตรีตฟู้ด! ค้นหาชีวิตใหม่ในวัยเกษียณ “Daddy Holmes Burger” เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส รายได้สูงสุดวันละ 8,000 บาท “ความแน่นอน คือ ความไม่แน่นอน” หากพูดถึงสภาพเศรษฐกิจไทยในเมื่อก่อน ดีกว่านี้มาก ดีเสียจนไม่คิดว่าจะมีวันที่หลายธุรกิจต่างต้องทยอยปิดตัวลง หรือต้องไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ เฉกเช่นเดียวกันกับสองสามีภรรยาคู่นี้ คุณวิวัฒน์ นราพัฒน์ อายุ 68 ปี และคุณลัดดา นราพัฒน์ อายุ 65 ปี อดีตเจ้าของกิจการทัวร์ที่เคยรุ่งเรืองจนติดอันดับทัวร์ยอดนิยม 1 ใน 5 ของหาดใหญ่ ต้องจำยอมต่อสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ แล้วกลับมาค้นหาตัวตนใหม่ในวัน 60 บวก คุณลัดดา เล่าว่า ทั้งคู่ทำทัวร์อยู่ที่หาดใหญ่มาเป็นเวลา 33 ปี แล้วมาเลิกทำตอนที่โควิดเข้ามา เพราะโควิดนี่แหละ คือจุดเปลี่ยนของชีวิตเลย เมื่อประเทศปิด นักท่องเที่ยวไม่มี การเคลื่อนไหวทางการเงินพูดได้สั้นๆ ว่า มันจบโดยธรรมชาติ อีกทั้งยังมองไม่ออกเลยว่าประเทศจะเปิดเมื่อไหร่ และพอเปิดแล้วนักท่องเที่ยวจะเข้ามาเหมือนเดิมหรือไม่ จากปัญหาต่างๆ จึงทำให้คิดกันว่า จะอยู่เฉยๆ ไม่ได้แล้ว อยู่เฉยๆ กันมา 2 ปีแล้ว เลยตัดสินใจหาทำของกินขาย ช่วงแรกไม่คิดว่
แม้ “ใครไม่กุ๊ย ข้าวต้มกุ๊ย” จะเป็นแบรนด์เล็กๆ ปรุงแบบโฮมคุก และขายออนไลน์ แต่กลับเติบโตสร้างรายได้จากหลักพันสู่หลักแสนบาทต่อเดือน และความสำเร็จนี้ก็ไม่ได้มาจากโชคช่วย แต่เกิดจากการนำ Data มาปรับใช้เป็นกลยุทธ์ โดยคู่รักจากวงการดิจิทัลเอเยนซี คุณซี-ลภน อัครขจรไชย และ คุณกล้วย-ศิวพร เดือนแจ้ง ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการนี้มานานถึง 13 ปี และกำลังเดินทางเข้าสู่ปีที่ 2 ในฐานะเจ้าของแบรนด์ใครไม่กุ๊ย ข้าวต้มกุ๊ย ที่มีเป้าหมายใหญ่ ปั้นแบรนด์ข้าวต้มกุ๊ยให้เป็นฟาสต์ฟู้ด เริ่มต้นสร้างแบรนด์ของตัวเอง คุณซีและคุณกล้วย เปิดบริษัทด้านดิจิทัลเอเยนซีของตัวเอง พัฒนาธุรกิจให้ลูกค้ามากมายตั้งแต่ SMEs ไปจนถึง Global Brand ตั้งแต่อุตสาหกรรมอาหาร แฟชั่น และอสังหาฯ ให้ประสบความสำเร็จไปแล้วหลายเจ้า จนเริ่มมองเห็นโอกาสในการสร้างแบรนด์ของตัวเอง ก่อนตกผลึกเป็น ข้าวต้มกุ๊ยดีลิเวอรี เมนูที่ชอบกินและยังไม่มีใครทำขายในรูปแบบนี้ แต่ด้วยทั้งคู่ไม่ใช่เชฟมืออาชีพ เป็นแค่คนที่ทำอาหารได้ การเสาะหารสชาติ จึงเป็นเรื่องแรกที่ต้องทำ ด้วยการตระเวนชิมข้าวต้มกุ๊ยร้านต่างๆ จำรสชาติและนำมาปรับเป็นรสชาติที่ตัวเองชื่นชอบ
ลาลามูฟ แพลตฟอร์มให้บริการขนส่งด่วนและบริการรับส่งผู้โดยสารแบบออนดีมานด์ เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนมกราคมถึงธันวาคม 2568 บริษัทมีมูลค่าธุรกรรมรวมเติบโตขึ้น 30% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนถึงความต้องการบริการด้านโลจิสติกส์ที่มีความยืดหยุ่น สะดวก และตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจ ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย โดยการเติบโตดังกล่าวขับเคลื่อนด้วยการพัฒนาบริการใหม่ การขยายพื้นที่ให้บริการ และการดำเนินกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SME พาร์ทเนอร์คนขับ และผู้ใช้งานให้เติบโตไปพร้อมกัน จากข้อมูลของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (UTCC) ธุรกิจที่คาดว่าจะเติบโตสูงในปี 2569 มีแนวโน้มจะสอดคล้องกับเทรนด์เศรษฐกิจโลกด้านดิจิทัล สุขภาพ และความยั่งยืน โดยหลายธุรกิจต้องการบริการขนส่งที่มีความรวดเร็ว ยืดหยุ่น และไว้ใจได้ ซึ่งลาลามูฟในฐานะแพลตฟอร์มขนส่งสินค้าแบบออนดีมานด์มีความพร้อมที่จะตอบรับความต้องการและสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจเหล่านี้ นายเบน ลิน กรรมการผู้จัดการ ลาลามูฟ ประเทศไทย กล่าวว่า “การเติบโตดังกล่าวสะท้อนรูปแบบการดำเนินธุร
พอเข้าหน้าฝุ่นหรือวันที่ค่า PM2.5 พุ่งสูง หลายคนมักกลัวว่ามันจะทำร้ายปอดและระบบทางเดินหายใจจนไอ จาม หรือหอบหืดกำเริบ แต่จริงๆ แล้ว ฝุ่นพิษ PM2.5 อันตรายกว่าที่คิด โดยงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เดวิส พบว่าฝุ่น PM2.5 มีอนุภาคที่เล็กมาจนสามารถหลุดเข้าไปใน “สมอง” ได้ และหากสูดฝุ่นอยู่ทุกวันโดยไม่ป้องกัน ในระยะยาวอาจทำให้เป็นโรคร้ายอย่างอัลไซเมอร์หรือพาร์กินสันได้ตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อให้เราป้องกันตัวเองจากฝุ่นร้ายได้ นพ.ภีมณพัชญ์ ธนชาญวิศิษฐ์ อายุรแพทย์ผู้ชำนาญการด้านประสาทวิทยา ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลวิมุต จะมาตอบคำถามว่าฝุ่น PM2.5 เล็ดลอดเข้าไปทำร้ายสมองได้อย่างไร พร้อมแชร์เคล็ดลับดูแลสมองให้รอดจากฝุ่นพิษที่ทำตามได้ทันที รู้จัก 2 เส้นทางที่พาฝุ่น PM2.5 เข้าสมอง ความน่ากลัวของฝุ่น PM2.5 คือขนาดที่เล็กกว่าเส้นผมคนเราถึง 20–30 เท่า ทำให้มันเล็กพอที่จะเล็ดลอดเข้าสู่ร่างกายและเดินทางไปถึงสมองผ่าน 2 เส้นทางหลัก โดยเส้นทางแรกคือผ่าน “ปอด” เมื่อสูดอากาศเข้าไป ฝุ่นจะลงสู่ถุงลมและซึมเข้าสู่กระแสเลือด ก่อนถูกลำเลียงไปยังอวัยวะต่างๆ รวมถึงสมองซึ่งต้องพึ่งพาเลือดปริมาณม
เรื่องราวของ คู่รักวัยเกษียณ คุณดามพ์ ภูมิจิตร และ คุณพิม-ศิริเพ็ญ ปรุงวนิชศิริ แม้จะเกษียณจากงานประจำแล้ว ยังช่วยกันเริ่มต้นสร้างอาชีพใหม่ เปิดคาเฟ่เล็กๆ ในบ้านของตัวเอง ชื่อว่า “Dough A Lot” ด้วยเพราะต้องซ่อมบ้านหลังเก่าอายุ 30 ปี ที่อยู่อาศัยมานาน ประกอบกับความชอบทำขนมปังของคุณพิม จึงกลายเป็นโอกาสในการต่อยอดเป็นธุรกิจเล็กๆ แม้ในตอนแรกจะไม่ได้ตั้งใจเปิดเป็นคาเฟ่ แต่ด้วยสไตล์ร้านที่อบอุ่น การตกแต่งที่ถูกใจลูกค้า รวมถึงเมนูเบเกิล เพรทเซล และเครื่องดื่มรสชาติดี จึงทำให้ใครๆ ต่างเรียกร้านนี้ว่า “คาเฟ่” ความโดดเด่นของ Dough A Lot คือขนมปังโฮมเมดที่คุณพิมใส่ใจทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การทำสดใหม่ ไปจนถึงซอสทุกชนิดที่ทำเองทั้งหมด ส่งผลให้รสชาติแตกต่างและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ส่วนเมนูเครื่องดื่ม เป็นฝีมือการชงของคุณดามพ์ แม้จะไม่ใช่คอกาแฟ แต่ก็ศึกษาจนเข้าใจทั้งข้อดีและลักษณะของกาแฟแต่ละแบบ จนสามารถชงออกมาได้รสชาติกลมกล่อม นอกจากนี้ยังมีเมนูยอดนิยมอย่าง มัทฉะ ที่ขายดีไม่แพ้กัน หากอยากแวะเวียนไปไปร้าน Dough A Lot 📍ร้านเปิด : วันอังคาร ถึงวันศุกร์ เวลา 09.30-15.00 น. โทร. : 082-515-1641
