Featured
แจกสูตร ข้าวคลุกกะปิ อาหารจานเดียวเครื่องแน่น ด้วย 5 วิธีทำแสนง่าย ข้าวคลุกกะปิ เป็นอาหารจานเดียวเครื่องแน่น ทานง่ายและมีขั้นตอนการปรุงไม่ยุ่งยากที่ใครก็สามารถทำได้ แต่ก่อนจะลงมือทำเมนูนี้ลองมาดูกันว่าส่วนผสมแต่ละอย่างของข้าวคลุกกะปินั้นมีประโยชน์อย่างไรบ้าง กะปิ คือแหล่งโปรตีนธรรมชาติ อุดมไปด้วยโปรตีนและแคลเซียมจากกุ้ง ผู้ที่มีโรคประจำตัวคือ ความดันโลหิตสูง โรคไต หรือผู้ที่จำกัดปริมาณโซเดียมและแคลเซียมควรหลีกเลี่ยง หรือจำกัดปริมาณในการบริโภค เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดควรทานพร้อมกับผักสดหรือผักลวก หอมแดง ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน มีน้ำมันหอมระเหยช่วยแก้หวัด บรรเทาอาการคัดจมูกได้ มีสารสำคัญ คือ เควอซิทิน (Quercetin) มีฤทธิ์ต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน และช่วยขยายหลอดลม ส่วนผสม หอมแดงสับ 1 ช้อนโต๊ะ หมูสามชั้น 200 กรัม น้ำตาลปี๊บ 80 กรัม น้ำเปล่า 1/4 ถ้วย ซีอิ๊วขาว 5 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนชา กุนเชียง 1 เส้น ไข่ไก่ 1 ฟอง กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ ข้าวสารหอมมะลิ 2 ถ้วย ผักเคียงตามชอบ เช่น พริกแห้งทอด มะม่วงเปรี้ยวสับ ก
สาวบัญชีพลิกวิกฤต เปิดเพจ ทำเกษตรออนไลน์ ด้วยทุนหลักร้อย สู่รายได้เฉียดแสน การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนหลายด้าน อย่างหนึ่งที่เลี่ยงไม่ได้เลยคือการใช้ชีวิตอยู่บ้านมากขึ้น นี่จึงเป็นวิกฤตที่ไม่มีใครคาดคิดและเกิดผลย่ำแย่ แต่ทว่าบางคนกลับมองเห็นโอกาสในการเริ่มต้นทำธุรกิจ หนึ่งในนั้นคือ คุณเก้-สุกัญญา จันทร์หอม ที่ต่อยอดความชอบกินผักและปลูกกินเองอยู่แล้ว เปิดเพจเฟซบุ๊ก “หนูชอบกินผัก” ทำเกษตรออนไลน์ ด้วยทุนแค่หลักร้อยจนมีรายได้เกือบแสนต่อเดือน โอกาสจากวิกฤต ผุดธุรกิจสวนผัก เจ้าของสวนในวัย 28 ปี เปรยว่า ตนเรียนจบบัญชีและเคยทำงานประจำมาก่อน แต่ไม่ชอบรูปแบบการทำงานเช่นนั้น อีกทั้งรายได้ไม่ตอบสนองต่อการใช้ชีวิต เธอจึงลาออก โดยก่อนหน้านั้นเธอยังเคยเป็นฟรีแลนซ์และไปขายของตามตลาดนัดมาบ้าง ในช่วงวิกฤตโควิด-19 คุณเก้มองเห็นโอกาสจากการใช้ชีวิตของผู้คนที่เริ่มเบื่อบ้านและอยากหากิจกรรมอย่างอื่นทำ ประกอบกับเธอชอบกินผักและปลูกกินเองอยู่แล้วในพื้นที่ข้างบ้าน วันที่ 19 มีนาคม 2563 เธอจึงเปิดเพจเฟซบุ๊ก หนูชอบกินผัก ขึ้นมาเพื่อตอบสนองผู้คนเหล่านี้ “ก่อนปลูกผักกินเองต้องเพาะต้นกล้าก่อ
เซลส์หนุ่มเลิกขายคอนโดฯ มาขายโตเกียวกะเพราไข่ดาว 4 ปี เติบโต 188 สาขา จากเซลส์ขายคอนโดมิเนียม เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ มีเงินติดตัวหลักพันบาท จนวันหนึ่งเห็นโอกาสทำธุรกิจขายโตเกียวเมนูธรรมดาที่ไม่ธรรมดา สุดท้ายกลายเป็นเจ้าของแบรนด์ดัง “โตเกียวยักษ์นายเจ” ชูจุดขายด้วยหน้ากะเพราไก่ไข่ดาว ปัจจุบันสามารถขายแฟรนไชส์ได้มากถึง 188 สาขา ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของ คุณกิตติ สุวรรณไพรัตน์ หรือ เจ หนุ่มวัย 30 ปี อาชีพแรก เซลส์ขายคอนโดฯ คุณเจ เล่าย้อนให้ฟัง หลังเรียนจบด้านการตลาด มหาวิทยาลัยบูรพา ได้ออกหางานทำอยู่หลายที่จนถอดใจเพราะไม่มีใครรับ กระทั่งได้คำชักชวนจากเพื่อนให้เข้ามาเป็นเซลส์ขายคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ขณะนั้นมีเงินติดตัวแค่ 3 พันบาท ไม่พอจ่ายค่าเช่าห้องจนต้องอาศัยเพื่อนอยู่ เป็นเซลส์ขายคอนโดมิเนียมได้ 6-7 เดือน คุณเจเริ่มเห็นโอกาสทำมาค้าขาย เพราะไปเดินตลาดนัดกลางคืนแห่งหนึ่งแล้วไม่เจอร้านโตเกียวสักเจ้า จึงคิดว่าหากทำขนมโตเกียวที่ตัวเองชื่นชอบขายในตลาดน่าจะดีไม่น้อย เมื่อได้ไอเดีย ชายหนุ่มเริ่มใช้เวลาหลังเลิกงานฝึกทำโตเกียวทันที ไม่ได้ลงเรียนที่ไหนแต่อาศัยค้นสูตรจากยูทูบและกูเก
กู้วิกฤตธุรกิจบ้าน หันทำ ปลาเค็มรวน เมนูอาหารไทยโบราณ ขายจนโกอินเตอร์ต่างแดน จากธุรกิจกงสีร้านเครื่องเขียนรายใหญ่ของจังหวัดชุมพรและกาฬสินธุ์ และการเป็นตระกูลที่ออกเรือมาหลายชั่วอายุคนที่สมุทรสาคร แต่พอมาเจอกับสถานการณ์โควิด-19 และการเติบโตที่ชะงักลงของธุรกิจการศึกษาทำให้ คุณไพรินทร์ อัศวทวีโชค กรรมการผู้จัดการ บริษัท ริน อินเตอร์ฟู้ด จำกัด เปลี่ยนวิธีคิดและหาธุรกิจใหม่ที่มีโอกาสเติบโตได้ในอนาคต จึงหันกลับมามองที่ความชื่นชอบและความคุ้นเคยกับอาหารทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ปลาอินทรีเค็ม” ที่กลายเป็นตัวเลือกแรกของการพัฒนาสินค้า เพื่อตอบโจทย์ Pain Point เรื่องกลิ่นเมื่อต้องนำไปประกอบอาหาร ผนวกกับการใช้องค์ความรู้เรื่องการรวนปลาเค็มซึ่งถือเป็นกรรมวิธีโบราณตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 จากผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ ชูจุดเด่นถึงกรรมวิธีการคั่วรวนกับสมุนไพรไทย อาทิ กระเทียม พริกแห้ง ไม่ใส่สารกันเสีย ไม่ใส่ผงชูรส ไม่ปรุงแต่งน้ำตาล จึงดีไซน์ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบเพื่อแจกจ่ายไปยังคนใกล้ชิดและลูกค้าได้ทดลองทาน จากการสำรวจตลาด (Survey) ทำให้ทราบว่าลูกค้าชื่นชอบเพราะ “อร่อย แปลก แตกต่างจากที่เค
ห่อหมกวัดดวง เดินขายทั่วสำเพ็ง มานาน 30 ปี ขายดีวันละ 1 พันห่อ นอกจากขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งค้าขายสินค้าราคาถูกแล้ว ตลาดสำเพ็งยังมีร้านอาหารอร่อยๆ อีกเพียบ ซึ่งส่วนใหญ่จะขายกันบนรถเข็นนั่นแหละ แวะตรงนู้นจอดตรงนี้ สะดวกคนขายสบายคนซื้อ ซึ่งร้านขวัญใจคนสำเพ็งและเป็นขวัญใจลูกค้าขาจรต้องยกให้ “เจ้ศรีห่อหมกสำเพ็ง” เสิร์ฟห่อหมกร้อนๆ ปิ้งเตาถ่าน ขายแบบนี้มานานกว่า 30 ปี และด้วยความอร่อยของห่อหมกเจ้ศรีนั้น ตอนนี้ดังไกลไปถึงต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว เจ้ศรี-พร กริชนรา เจ้าของร้านเจ้ศรีห่อหมกสำเพ็ง เล่าให้ฟังอย่างเป็นกันเองว่า เมื่อก่อนทำงานเป็นลูกจ้างทั่วไป จนได้อาเฮียท่านหนึ่งแนะนำให้ขายห่อหมก โดยลงทุนให้ทุกอย่าง ตั้งแต่นั้นมาจึงเริ่มเข็นรถขายห่อหมก จาก 50 ห่อเพิ่มเป็น 100 ห่อ ปัจจุบันขายได้วันละ 1,000 ห่อ “เข็นรถขายแรกๆ อุปสรรคเยอะเหมือนกัน แต่ก็ผ่านมาได้ ทุกวันนี้ไม่เคยคำนวณเลยว่าเข็นรถระยะทางกี่กิโล แต่ถ้าให้พูดคร่าวๆ 3 วันเดินไปถึงแม่ฮ่องสอนได้เลย และรถเข็นหนักมากคนธรรมดาที่ไม่เคยเข็นจะเข็นไม่ได้ แต่เจ้ศรีเข็นจนชินแล้ว ถ้าไม่ไหวก็ได้ลูกๆ และลูกน้องช่วย” เจ้ศรี เล่าอย่างอารมณ์ดี ห่อหมกเจ้ศรีมีให้
ขายเกี๊ยวซ่า บนรถมอไซค์ จ๊อบเสริมหลังเลิกงาน ของสถาปนิก ได้ค่าขนมวันละ 700 การมองหาอาชีพเสริม ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปในยุคเศรษฐกิจแบบนี้ ยิ่งค่าครองชีพสูง ข้าวของขึ้นราคามนุษย์เงินเดือนอย่างเรายิ่งเหนื่อยหนัก ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ไม่สอดคล้องกับเงินในบัญชีเอาเสียเลย ลองมาดูไอเดียสร้างอาชีพเสริมทำง่าย ลงทุนน้อยของ สถาปนิกสาวหล่อ วัย 28 ปี คุณกบ-หทัยชนก ขจรกุลธุวพล ที่เปลี่ยนรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจ เป็นร้านขายเกี๊ยวซ่า ด้วยเงินทุนเพียง 5,000 บาท ออกตระเวนขายช่วงเย็นหลังเลิกงาน ไม่กี่ชั่วโมงได้เงินค่าขนม 700 บาท คุณกบย้ายจากจังหวัดอุบลฯ มาทำงานสถาปนิกในจังหวัดเลยนาน 3 ปี มีเงินเดือนประจำไว้ใช้จ่ายเหมือนมนุษย์เงินเดือนทั่วไป แต่ก็ไม่เพียงพอเพราะค่าครองชีพสูง อีกทั้งยังมีภาระผ่อนรถ ค่าเช่าห้อง จึงหันมาทำอาชีพเสริม เปิดร้านขายเกี๊ยวซ่าบนรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจในช่วงเย็น เลือกขายเกี๊ยวซ่า เพราะเป็นเมนูที่คุณกบและเพื่อนๆ ทำกินกันประจำ แค่นำสูตรมาปรับปรุงเพิ่มให้ได้รสชาติตามต้องการ ไส้แน่นจุกๆ ใส่เนื้อหมู 70% กุยช่าย กะหล่ำปลี ขิง กระเทียมอีก 30% ทานแล้วจะไม่ได้กลิ่นผัก เพราะมีเคล
คอหวยต้องรู้! งวด 1 ส.ค. สนง.สลาก เริ่มปรับรูปแบบบนใบสลาก แก้ปัญหา สลากทิพย์! เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม เว็บไซต์ มติชนออนไลน์ รายงานข่าว พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวต่อผู้สื่อข่าว ถึงกรณีที่มีการนำรูปภาพสลากกินแบ่งรัฐบาล ไปโพสต์จำหน่าย โดยปกปิดสาระสำคัญบนใบสลาก ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ ว่าเป็นสลากที่ถูกนำไปวนขายหลายทอด โดยไม่มีสลากจริงหรือที่เรียกกันว่าสลากทิพย์ตามที่ปรากฏเป็นข่าว อีกทั้งยังมีกรณีการนำสลากที่ไม่ถูกรางวัลไปปลอมแปลงแก้ไขตัวเลขแล้วนำไปหลอกขายให้กับประชาชนที่หลงเชื่อต้องสูญเสียทรัพย์สินเงินทอง อีกทั้งหากนำสลากปลอมแปลงแก้ไขมาขึ้นเงินรางวัล ก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอีกด้วย ซึ่งประเด็นเหล่านี้ ทำให้ประชาชนผู้ซื้อได้รับความเดือดร้อน นอกจากการต้องซื้อสลากราคาเกินกว่าที่กำหนดแล้ว ยังอาจจะถูกหลอกลวงจากการที่ไม่มีสลากฉบับจริง หากถูกรางวัลจะไม่สามารถขึ้นเงินรางวัลได้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว สำนักงานสลากฯ จึงได้ปรับรูปแบบของข้อมูลบนใบสลากจากเดิม “ชุดที่” จะอยู่ใต้ “งวดวันที่” ปรับเปลี่ยนเป็น พิมพ์หมายเลข “ชุดที่” เพิ่มโดยพิมพ์ทับลงบน “งวดวันที่
ปั้น นักธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม สู่แฟรนไชส์คุณภาพ หวังช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เมื่อเร็วๆ นี้ ดร.ณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานมอบวุฒิบัตรให้แก่ผู้ผ่านการอบรมกิจกรรม “ยกระดับนักธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม ปั้น 30 แฟรนไชส์” ปลูกปั้น DIPROM Franchise ครั้งที่ 2 ด้วยการต่อยอดองค์ความรู้พัฒนาเปลี่ยนผ่านธุรกิจเกษตรไปสู่แฟรนไชส์เกษตรที่สามารถขยายต่อยอดอย่างเป็นระบบและได้มาตรฐาน มีจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ผ่านการคัดเลือกจากทั่วประเทศจำนวน 58 ธุรกิจ โดยผู้ประกอบการเกษตร ที่ผ่านการคัดเลือกส่วนใหญ่มีความตั้งใจจริงที่จะนำองค์ความรู้ไปปรับใช้และต่อยอดให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริง กิจกรรมในครั้งนี้ สามารถผลักดันให้เกิดแฟรนไชส์เกษตรอุตสาหกรรมทั้งสิ้น รวมกว่า 50 ธุรกิจ ที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้เจริญก้าวหน้าต่อไป ดร.วิชัย เจริญธรรมานนท์ วิทยากรผู้สอนหลักสูตร “ยกระดับนักธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม ปั้น 30 แฟรนไชส์” ที่มีประสบการณ์คว่ำหวอดในวงการแฟรนไชส์ และ Chain Store มากว่า 30 ปี กล่าวถึงหลักสูตรนี้ว่า มองเห็นความสำคัญของภาคเกษตรของไทย จึงได้ออกแบบหลักสูตรนี้
ไตรมาส 3 แม้ไทยฟื้นตัว แต่ต้องตั้งรับ “พายุ 6 ลูก” เตรียมกระหน่ำเศรษฐกิจ ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย และที่ปรึกษาการลงทุน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ครึ่งหลังปี 2565 เศรษฐกิจไทยต้องรับมือกับความท้าทายหลักๆ ได้แก่ 1. เงินเฟ้อพุ่งทะลุ 10% กดดันการบริโภค 2. เงินบาทอ่อนค่าทะลุ 36.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หากเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ยแรงต่อเนื่อง 3. การเมืองไทยขาดเสถียรภาพ ส่งผลให้นักลงทุนชะลอโครงการใหม่ 4. ปัญหาความขัดแย้งในยุโรปรุนแรงขึ้น หนุนราคาน้ำมันพุ่งสูง 5. สหรัฐ เสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอยเร็ว แต่เงินเฟ้อยังสูง เฟดจำต้องขึ้นดอกเบี้ยแม้การว่างงานพุ่ง 6. จีนต้องล็อกดาวน์อีกรอบ หลังมีการระบาดของโควิดในหลายเมือง ส่งผลให้เศรษฐกิจจีนชะลอหนักกระทบการส่งออกของไทย การเร่งตัวของราคาสินค้ากลุ่มอุปโภคและบริโภคที่มีต้นทุนจากน้ำมัน อาหารสัตว์ และการขนส่ง เงินเฟ้อสูงกดดันการบริโภคให้ชะลอหรือโตช้ากว่าที่น่าจะเป็น แม้ได้อานิสงส์จากการเปิดเมือง อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อไตรมาส 3 น่าจะอยู่ในระดับสูงสุดของปี และมีโอกาสแตะระดับ 10% ได้ จากราคาน้ำมันที่ยังสูง รวมทั้งราคาอาหารสด แ
คริปโต ดาบแสนคม สิ่งอันตรายที่สุด คือ คนจำนวนมากเข้ามาเล่น ทั้งที่ไม่ชำนาญ คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใช้เทคโนโลยี “บล็อกเชน” ในการ “บันทึก” ข้อมูลธุรกรรม (Transaction Data) ทั้งหมดที่เกิดขึ้น โดยเทคโนโลยีบล็อกเชน เป็นเทคโนโลยีที่ปฏิวัติการบันทึกข้อมูลแบบเดิมๆ จากการอาศัย “คนกลางที่มีความน่าเชื่อถือ” ในการบันทึกข้อมูลแต่ละชุดข้อมูลอย่างเป็นอิสระต่อกัน สู่การบันทึกข้อมูลรูปแบบใหม่ที่ไม่ต้องอาศัยคนกลางแบบเดิมๆ ที่อาจจะ “ไว้ใจไม่ได้” แต่อาศัยตัวกลางที่เป็นระบบเครือข่าย ที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์จากผู้คนทั่วทั้งโลกในการบันทึกข้อมูล โดยทุกชุดข้อมูล จะถูกสร้างความสัมพันธ์ให้เชื่อมโยงกัน (โดยการสร้างลายเซ็นดิจิทัล) เสมือนการสร้าง “ห่วงโซ่” ที่ผูกทุกชุดข้อมูลเอาไว้อย่างแน่นหนา เพื่อทำให้ชุดข้อมูลเหล่านี้กลายเป็นชุดข้อมูลที่ “แข็งแกร่ง” ที่ทุกคนในโลกเชื่อถือได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ คริปโตเคอร์เรนซี และเทคโนโลยีบล็อกเชน ได้กลายเป็นสิ่งที่ผู้คนทั่วทั้งโลกให้ความสนใจ และกำลังหาทางในการประยุกต์ใช้เพื่อสร้างมูลค่าให้กับตนเอง องค์กร และสังคม อย่างไรก็ตา
