Featured
หากใครติดตามติ๊กต็อกช่อง Patun.preeya จะสัมผัสได้ถึงความน่ารัก และเสียงหวานๆ ฟังเพลินของ ป้าตุ่น-ปรียา อุทัยวัชรานันท์ ครีเอเตอร์วัย 80 ปี และเจ้าของ บ้านกาแฟป้าตุ่น ร้านที่ร่วมกันเปิดกับลูกชาย ขายกาแฟและเบเกอรี่ที่ใครได้ชิมเป็นต้องติดใจ ก่อนมาเป็น บ้านกาแฟป้าตุ่น ก่อนหน้านี้ ป้าตุ่นเคยเปิดร้านขายของชำ ซึ่งในสมัยนั้นบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก มีลูกค้าจากหมู่บ้านตรงข้ามแวะเวียนมาอุดหนุนไม่ขาดสาย เพราะห้างสรรพสินค้ายังไม่ได้รับความนิยม อีกทั้งการจัดร้านของป้าตุ่นที่คล้ายซูเปอร์มาร์เก็ตก็ช่วยดึงดูดลูกค้าได้เป็นอย่างดี มีความสะอาด หยิบสินค้าง่าย ไม่เหมือนใคร ส่วนพื้นที่อีกครึ่งหนึ่งของร้าน ป้าตุ่นแบ่งไปเปิดร้านไอศกรีมโฟร์โมสต์ ซึ่งขายอยู่นานกระทั่งแบรนด์เลิกกิจการ ก่อนมีแนวคิดอยากเปิดร้านสะดวกซื้อชื่อดัง แต่ด้วยข้อจำกัดของทำเล จึงไม่สามารถเปิดได้ ทำให้ป้าตุ่นตัดสินใจเลิกกิจการขายของชำไปด้วย จากนั้นป้าตุ่นได้หันมาขายไอศกรีมบัสต์นานร่วมสิบปี จนแบรนด์เลิกกิจการไปอีกราย ประจวบเหมาะลูกชายกับเพื่อนมาขอเช่าพื้นที่เปิดร้านเกม แต่ที่สุดก็ไปต่อไม่ไหว ลูกชายจึงหันมาเปิดร้านคอมพ์ จนนานวั
เมื่อเวลา 11.10 น. วันที่ 25 ตุลาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ได้แถลงหลังประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ ว่า วันนี้ได้นัดประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อดำเนินงานสำหรับพระราชพิธี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง คณะรัฐมนตรีก็ได้รับทราบข้อสั่งการต่างๆ เพื่อให้งานพระราชพิธีเป็นไปด้วยการสมพระเกียรติยศสูงสุด นายอนุทิน กล่าวถึงการไว้ทุกข์ว่า สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ สถานศึกษาทุกแห่ง ลดธงครึ่งเสา 30 วัน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ส่วนของข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ขอให้ไว้ทุกข์ด้วยการแต่งกาย 1 ปี นับแต่วันนี้ ขณะที่ประชาชนทั่วไปพิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสม ขอความกรุณา ในฐานะพสกนิกรของพระองค์ท่าน ขอให้ร่วมมือแต่งสีดำไม่ได้ก็ขอให้โทนสีไม่ฉูดฉาด ถวายพระองค์ 90 วัน พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ตลอดระยะเวลา 70 ปี ที่ดำรงพระอิสริยยศ ต้องตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณพระองค์ท่าน สำหรับงานรื่นเริง คอนเสิร์ต นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องคอนเสิร์ตต้องขอความร่วมมือ จะพยายามหาช่องทางที่ทำแล้วไม่มีผลกระทบ ก็ต้องดูเรื่องวัฒนธรรมประเพณีเราด้วย ให้เหมาะสม
เรียกเสียงฮือฮาไปไม่น้อย เมื่อพรรคการเมืองระดับตำนาน อย่าง “ประชาธิปัตย์” ทำการสังคายนาครั้งใหญ่ กระทั่งได้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับมานั่งเก้าอี้หัวหน้าอีกครั้ง และมีชื่อของ “จูรี นิ่มแก้ว” อินฟลูฯ สายใต้ชื่อดัง เป็น 1 ใน 8 รองหัวหน้าพรรค ทำหน้าที่ดูแลด้านสื่อสารองค์กรนั้น ล่าสุด เพจ จูรี นุ่มแก้ว ออกมาโพสต์ เกี่ยวกับแนวทางกำหนดนโยบายด้านเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์ โดยทางคุณกรณ์ จาติกวณิช ในฐานะหัวหน้าทีมนโยบายของพรรค มีความสนใจในเรื่องของการทำตลาดออนไลน์ ติ๊กต็อก และวิธีการของ “กระแสเจนนี่” เขาจึงอธิบายไปว่า “โอกาสของชาวบ้านโดยใช้ออนไลน์เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนสำคัญมาก” เรามีสินค้าที่ชาวบ้านผลิตได้เองในชุมชน ในวิสาหกิจ SMEs ทั้งของกิน ของใช้ที่ดีจำนวนมากมหาศาล แต่เขาแปลงเป็นเงินไม่ได้ หาที่ขายไม่ได้ และทำยอดไม่ได้ รัฐ สามารถส่งเสริมเครื่องมือออนไลน์เป็นตลาดกลางให้ชาวบ้าน หรือรัฐหาช่องทางหาวิธีขายให้ชาวบ้านซึ่งสามารถบรรลุผลได้มากกว่าแค่การทุ่มงบจัดงานเรียกชาวบ้านมา-เชิญคนมาเดิน (ยกตัวอย่างเทศกาลเจนนี่ กับการล้างสต๊อกสินค้าชาวบ้าน ชุมชน SMEs) ถ้าเราไว เราใช้โอกาสนี้ ดึงรายได้กลับเข้า
ทราบกันไปเมื่อวันก่อน สำหรับตำแหน่งชนะเลิศสุดยอดแชมป์ข้าวแกงไทยสู่สากล “Khao Gaeng” Thai Curry Rice Championship 2025 ตกเป็นของร้านอุทยานข้าวแกง จ.ขอนแก่น ซึ่งมี เชฟจากัวร์-ธีรวีร์ ดิษยะไชยพงษ์ เป็นเจ้าของกิจการ อ่านข่าวเกี่ยวข้อง : https://www.khaosod.co.th/sentangsedtee/featured/article_316115 ล่าสุด เฟซบุ๊กส่วนตัวของ เชฟจากัวร์ ธีรวีร์ ดิษยะไชยพงษ์ โพสต์ความรู้สึกภายหลังคว้ารางวัล “แชมป์ข้าวแกง” ระดับชาติ ตอนหนึ่งว่า “โดยปกติอาชีพข้าวแกง หลายคนชอบมองว่ามีเกียรติศักดิ์ศรีน้อย (เนื่องจากเคยถูกว่าผมเป็นเชฟข้าวแกง) แต่หากมาเก็บข้อมูลไปทำงานวิจัยแล้ว จะรู้ว่าอาชีพข้าวแกง ไม่ใช่คนทำอาหารเป็นจะทำได้ เพราะต้องผลิตปริมาณมาก แต่กลับทำทีละจาน จะต้องใช้ทักษะ ความรู้จริง ประสบการณ์การสังเกตเก็บข้อมูลลูกค้าตลอดเวลาว่าชอบอะไรบ้าง คนในครอบครัวลูกค้ามีช่วงวัยอะไรบ้าง เพราะเมนูข้าวแกง ต้องมีเมนูทุกช่วงวัยของครอบครัว การขายข้าวแกง เป็นอาชีพที่หนักหนาสาหัส ตอนเตรียมตอนทำ ต้องตื่นมาทำตั้งแต่เที่ยงคืนไปตลาด มาหั่นตัดแต่งตี 2 ตี 3 ทำเพื่อเปิดร้านตี 4 ตี 5 กว่าจะขายเสร็จก็บ่าย 2 บ่าย 3 กว่าจะล้างจานล้างหม้
วันที่ 24 ต.ค. เพจกลุ่มปิดซึ่งมีสมาชิก 2.3 แสนแอคเคาต์ อย่าง INTO THE BORDERLAND โพสต์ภาพของ Rosé หนึ่งในสมาชิกวงแบล็กพิงค์ ขณะกำลังถือจานผัดไทยและแก้วชาเย็นตราชาตรามือ ในบรรยากาศที่ดูเหมือนเบื้องหลังเวทีคอนเสิร์ต พร้อมระบุ “เมนูคอนฯ ที่ไทยวันแรก โรเซ่ขอเสนอเมนูผัดไทย + ชาตรามือเมนูชาเย็นจ้า” อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบ ไม่พบว่าภาพดังกล่าวมาจากโพสต์อย่างเป็นทางการของ Rosé หรือ YG Entertainment แต่เป็นภาพที่แฟนคลับถ่ายจากจอระหว่างคอนเสิร์ตวันแรก BORN PINK World Tour in Bangkok แล้วแชร์ต่อในเพจแฟนคลับหลายแห่ง โดยแฟนบรรดาแฟนเพจตีความว่าเป็น “เมนูที่เธอเลือกหรือเสนอ” จนกลายเป็นไวรัลในหมู่แฟนคลับ ถามว่า เหตุใดศิลปินระดับโลก จึงเลือกชิมและโชว์ “ผัดไทย” และ “ชาตรามือ” หลายคนคงเห็นพ้องกันว่า “ผัดไทย” นั้น เป็นอาหารที่โดดเด่นในรสชาติแบบไทยแท้ เปรี้ยว หวาน เค็ม กลมกล่อมในจานเดียว เป็นเมนูที่ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติรู้จักกันดี ส่วน “ชาตรามือ” ก็ถือเป็นสัญลักษณ์ของความหอมหวานแบบไทย ที่เวลานี้ใครได้ลองก็ต้องหลงรัก ต่อคิวกันยาวเหยียดแทบทุกสาขา นอกจากนี้ หลายคนอาจตีความว่า การเลือกทั้ง 2
นาราไทย คูซีน (NaraThai Cuisine) แบรนด์ร้านอาหารไทยพรีเมียมชั้นนำ ภายใต้การบริหารของ บริษัทนารา กรุ๊ป ที่มีแบรนด์ร้านอาหารในเครือ 9 แบรนด์ รวม 65 สาขาทั่วโลก ได้รับเกียรติจาก ‘การบินไทย’ คัดเลือกให้เมนู ‘ก๋วยเตี๋ยวเรือนารา’ เข้าร่วมโครงการ “Street to Sky” ที่ยกเสน่ห์อาหารสตรีตฟู้ดไทยขึ้นไปเสิร์ฟบนเครื่องบิน เพื่อถ่ายทอดเอกลักษณ์แห่งรสชาติไทยสู่ผู้โดยสารทั่วโลก โดยตลอดกว่า 20 ปี ก๋วยเตี๋ยวเรือนารา สร้างสถิติเสิร์ฟไปแล้วกว่า 100 ล้านชาม และได้รับการันตีความอร่อยจากมิชลินไกด์ 3 ปีซ้อน นราวดี ศรีกาญจนา ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานกรรมการบริหารนารา กรุ๊ป กล่าวว่า เมนูที่ได้รับเลือกขึ้นไปเสิร์ฟบนสายการบินไทย คือเมนูซิกเนเจอร์อันเป็นตำนานอย่าง “ก๋วยเตี๋ยวเรือนารา” เมนูเปิดตัวตอนเปิดสาขาแรกที่เอราวัณ ซึ่งนาราไทยเป็นเจ้าแรกในการบุกเบิกยกระดับก๋วยเตี๋ยวเรือริมคลองเข้ามาสู่ศูนย์การค้า พร้อมกับสูตรพิเศษต้นตำรับเข้มข้นถึงเครื่อง รสกลมกล่อมแบบดั้งเดิมของบ้านอิงคะวัตย่านริมคลองบางกอกน้อย จนกลายเป็นเมนูยอดนิยมอันดับ 1 สร้างชื่อให้กับร้านอาหารนาราไทย เป็นที่รู้จักทั้งลูกค้าชาวไทย และชาวต่างชาติ ในวันนี้ น
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หลายคนคงเคยเห็นคลิปวิดีโอที่นำเสนอเรื่องราวอาหารริมทางในไทย ถ่ายทอดผ่านคาแร็กเตอร์ชายชาวญี่ปุ่นในชุดทำงาน เป็นเสื้อเชิ้ตแบบเรียบง่าย ซึ่งภายในคลิปมักจะเดินทางไปลิ้มลองอาหารไทยที่มีรสชาติจัดจ้าน พร้อมกับเครื่องดื่มกระป๋องเขียวที่เป็นซิกเนเจอร์คู่ใจ และต้องพูดคำว่า “โอ้โห” ทุกครั้ง เพราะเป็นเอกลักษณ์ประจำคลิป วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณ Yasuharu Nishio (ยาสุฮารุ นิชิโอะ) ชาวญี่ปุ่นวัย 51 ปี ที่หลงรักในอาหารไทย และได้ท่องเที่ยวทั่วไทยไปแล้วกว่า 70 จังหวัด ในเวลาเพียง 3-4 ปี ปัจจุบันเขาได้ทำธุรกิจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การเขียนบล็อกภาษาญี่ปุ่น แนะนำร้านอาหารท้องถิ่นทั่วไทย ชื่อว่า ‘激旨!タイ食堂’ ต่อมาได้จัดตั้งบริษัททัวร์ที่ให้บริการชาวญี่ปุ่นในการท่องเที่ยวไทย TRIPULL และล่าสุดกับบทบาทอินฟลูเอนเซอร์สายอาหารชื่อดัง เจ้าของช่อง Asia Gourmet Story ที่เน้นถ่ายทอดเรื่องราวผ่านคาแร็กเตอร์มนุษย์เงินเดือนที่ชื่นชอบสตรีตฟู้ดไทย ในรูปแบบคลิปวิดีโอแนว Cinematic ชีวิตบรรณาธิการในโอซาก้า นิชิโอะ เล่าถึงชีวิตในญี่ปุ่นว่า เขาเคยทำงานเกี่ยวกับการทำนิตยสารม
เมื่อไม่นานมานี้ มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เข้าร่วมจัดแสดงผลงานในการประชุมวิชาการประจำปีของ ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย (Royal College of Orthopaedic Surgeons of Thailand – RCOST 2025) ครั้งที่ 47 โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อจากทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 2,000 คน ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญ อาทิ President’s Talk การบรรยายพิเศษจากวิทยากรชั้นนำระดับประเทศและนานาชาติ รวมถึงนิทรรศการแสดงนวัตกรรมยา เวชภัณฑ์ และเครื่องมือแพทย์จากบริษัททั้งในและต่างประเทศ ในส่วนของบูธอภัยภูเบศร ตั้งอยู่ในโซนกลางของเครือข่ายราชวิทยาลัยฯ ร่วมกับหน่วยงานชั้นนำ อาทิ องค์การเภสัชกรรม (GPO) โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ และศูนย์เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์สมุนไพร “มัสคูลสเปรย์ (MusCool Spray)” เป็นจุดเด่นของงาน สำหรับ มัสคูลสเปรย์ เป็นยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติที่สามารถเบิกจ่ายได้ทุกสิทธิการรักษา โดยภายในบูธได้จัดแสดงเส้นทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ต้นสมุนไพร “กระดูกไก่ดำ (Justicia gendarussa)” ทั้งในรูปต้นจริงและต้นแห้ง กระบวนการสกัดสารสำคัญ กา
MK Restaurants เผยความสำเร็จของโมเดลบุฟเฟต์ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคทั่วประเทศ หลังเปิดให้บริการในหลายสาขา ทั้ง MK คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท และ MK Premium Buffet 499, 699, 899 บาท ที่เพิ่งเปิดให้บริการในเดือนกันยายนที่ผ่านมา เพื่อตอบโจทย์เทรนด์ Value for Money ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความคุ้มค่าและประสบการณ์การรับประทานที่หลากหลาย MK คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท สร้างปรากฏการณ์ความสนใจต่อเนื่องทั่วประเทศ กว่า 312 สาขา ตั้งแต่ คุ้มคุ้ม อิ่มไม่อั้น (เวอร์ชัน 1) เดือนมิถุนายน ทำให้ยอดขายรวมเติบโต 12.2% และ คุ้มเกินคุ้ม (เวอร์ชัน 2) เดือนกันยายน โตขึ้นอีก โดยมียอดขายรวมเติบโต 14.3% แม้จะเปิดให้บริการมายาวนานหลายเดือน แต่ยังคงสามารถรักษาตำแหน่งครองใจลูกค้า ทำให้ปัจจุบันมีลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำสูงถึง 41% และมากสุดถึง 69 ครั้ง นอกจากนี้ ยังสร้างเสียงเชิงบวกบนโซเชียลอย่างมากมาย จากทั้งฐานลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะ คุ้มเกินคุ้ม (เวอร์ชัน 2) ลูกค้าชื่นชอบการปรับเพิ่มเมนูใหม่ และเมนู Add on อย่างกุ้งสด MK ทำให้ยอดขายเฉพาะสาขาบุฟเฟต์ เติบโตถึง 32% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่
เมื่อเร็วๆ นี้ นิสิตศศินทร์ ได้เข้าร่วมกับ “ปันกัน” เพื่อสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม โดยเปิดรับบริจาค สิ่งของจากพนักงานศศินทร์ ครอบครัว เพื่อนๆ และเครือข่ายองค์กรธุรกิจ เพื่อรวบรวมนำมาร่วมจัดกิจกรรม Good Society ที่ Lido Connect สยามสแควร์ โดยรายได้จากการจำหน่ายสิ่งของที่ได้รับบริจาคมานั้น จะรวบรวมนำไปมอบให้กับ “ปันกัน” แปลงเป็นทุนการศึกษาให้เด็กที่ขาดแคลนในความดูแลของมูลนิธิยุวพัฒน์ รศ.ดร.กฤตินี ณัฏฐวุฒิสิทธิ์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาการตลาด สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin School of Management) ซึ่งเป็นอาจารย์ผู้สอนวิชา Consumption and Marketing ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า การเรียนการสอนของศศินทร์ เน้นการเรียนรู้แบบปฏิบัติจริง การมีส่วนร่วมของนิสิตศศินทร์ กับ “ร้านปันกัน” เริ่มจากการนำวิชา Consumption and Marketing ของ MBA และ Executive MBA มาให้นิสิตได้ฝึกการนำสิ่งที่เรียนรู้จากห้องเรียนไปทดลองทำจริง ทุกปีจึงมีการทำงานร่วมกับกิจการเพื่อสังคม เพื่อเป็นพื้นที่และโอกาสต่อยอดการศึกษาเชิงธุรกิจพร้อมกันกับการตอบโจทย์เชิงสังคม โดยมุ่งหวังให้นิสิตเกิดกระบวนการเรียนรู้ที
