Featured
ขายของกินยุคโควิด! เน้นออนไลน์ ไม่มีหน้าร้าน ทำเลไม่สำคัญ ทำที่บ้านได้สบาย ตั้งแต่มีไวรัสโควิด-19 ระบาดเข้าไทย ทำให้แทบทุกคนพากันเดือดร้อน โดยเฉพาะช่วงที่มีประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน การทำมาหากินของคนแทบทุกอาชีพต้องหยุดชะงัก ประกอบอาชีพอย่างที่เคยทำ ทำไม่ได้เลย หรือได้ก็ไม่สะดวก คนที่เคยทำงานโรงแรม หรือจากการเป็นไกด์พาคนเที่ยว ก็พากันตกงานไปตามๆ กัน บริษัทหลายแห่งต้องเลิกจ้างพนักงานบ้าง ลดเงินเดือนบ้าง จึงทำให้ต้องเดือดร้อน คนเหล่านี้อยู่เฉยๆ ไม่ได้ เพราะถึงจะได้เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลก็ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย หลายคนจึงหันมาค้าขายทางออนไลน์ เพื่อขายทุกอย่างที่ขายได้ ที่ทำขายกันมากที่สุดส่วนใหญ่เป็นประเภทอาหาร เมื่อรัฐบาลมีนโยบายให้คนต้องเก็บตัวอยู่บ้าน แต่ละคนจำเป็นต้องสั่งอาหารมากิน มีอยู่รายหนึ่งที่ผมอยากจะแนะนำ คือ คุณปรัช ทำนา ก็ได้ผันตัวเองมาทำของกินจำหน่าย ของกินที่คุณปรัช ทำนา กับครอบครัวร่วมกันผลิตจำหน่ายมีหลายอย่าง อย่างแรก เป็นน้ำเชื่อมอินทผลัม 100 เปอร์เซ็นต์ ต้มเคี่ยวด้วยความประณีต ไม่ใส่น้ำตาล ไม่มีสารกันบูด จึงได้ความหวานจากอินทผลัมล้วนๆ สรรพคุณของน้ำเชื่อมชนิดนี้มีดังนี้ ใช้แท
ร่วมด้วยช่วยกัน! เทศกิจร่วมจัดระเบียบผู้ใช้บริการ BTS เน้นเว้นระยะห่าง ป้องกันโควิด-19 จัดระเบียบ BTS – เฟซบุ๊ก ผู้ว่าฯ อัศวิน โพสต์รูปพร้อมข้อความ กทม.จัดเทศกิจ ร่วมจัดระเบียบผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า BTS เน้นมาตรการเว้นระยะห่าง ป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 โดยระบุเพิ่มเติมว่า หลังจากปรากฏภาพสถานีรถไฟฟ้าหลายแห่งมีผู้โดยสารยืนรอบริเวณชานชาลาอย่างแออัด เนื่องจากรถไฟฟ้าขัดข้อง เมื่อวันที่ 5 พ.ค.63 ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้โดยสารหนาแน่นทั้งภายในขบวนรถและชานชาลา ซึ่งไม่เป็นไปตามมาตรการเว้นระยะห่าง และอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 นั้น กทม.ได้จัดเจ้าหน้าที่เทศกิจเข้าไปช่วยอำนวยความสะดวก ดูแลความเรียบร้อย และจัดระเบียบประชาชนที่เข้าใช้บริการรถไฟฟ้า BTS ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 17 สถานีที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก รวมถึงสถานีที่มีการสับเปลี่ยนขบวนรถ และเชื่อมต่อการเดินทางในระบบอื่นๆ ตั้งแต่เวลา 05.30-21.30 น. โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชั่วโมงเร่งด่วน ซึ่งจะมีการประสานการปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบประจำสถานีรถไฟฟ้าแต่ละสถานี ทั้งในส่วนการเข้า-ออกสถานี การซื้อตั๋วโดยส
ร้อนจัด ระวังป่วย! สธ. แนะวิธีรับมือ จากโรคฮีตสโตรก ฮีตสโตรก – เว็บไซต์ สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้เผยแพร่ข่าว ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ห่วงประชาชนเจ็บป่วยจากสภาพอากาศร้อนจัดสัปดาห์นี้ แนะป้องกันการป่วยและเสียชีวิตจากโรคลมร้อนหรือฮีตสโตรก โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ในช่วงสัปดาห์นี้ ประเทศไทยจะมีสภาพอากาศที่ร้อนถึงร้อนจัด อุณหภูมิตั้งแต่ 36-41 องศาเซลเซียส ในวันนี้ (7 พฤษภาคม 2563) บางจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิสูงถึง 42 องศาเซลเซียส จึงขอให้ประชาชนระวังการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นตั้งแต่มีอาการเพียงเล็กน้อย ไปจนถึงอาการรุนแรงที่อาจเสียชีวิต ได้แก่ เพลียแดด โรคลมร้อนหรือฮีตสโตรก (Heat Stroke) เกิดจากการทำกิจกรรมหรือทำงานในที่อากาศร้อนจัดเป็นเวลานาน จนร่างกายไม่สามารถปรับตัวและควบคุมความร้อนในร่างกาย ส่งผลให้อวัยวะต่างๆ ทำงานล้มเหลว โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ที่มีอาชีพทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแดด เช่น กรรมกร ก่อสร้าง เกษตรกร กลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำ
“ราคาหนึ่งผืน ต่อชีวิตได้หลายวัน” มิสสุรินทร์ ขอเป็นสื่อกลาง ช่วยชาวบ้านขายผ้าไหม คุณโมนา-เมริกา ชนะกิจชินชน วัย 26 ปี เธอคือนางงามจากจังหวัดสุรินทร์ที่ชื่นชอบและคลั่งไคล้ผ้าไหม โดยเฉพาะผ้าไหมจากสุรินทร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงาม ความละเอียด และผ้าทุกผืนล้วนมีเรื่องราว ซึ่งเธอได้สวมใส่ผ้าไหมสุรินทร์ในการประชาสัมพันธ์จังหวัดอย่างจริงจังมาตลอด 1 ปี แต่เพราะเกิดโควิด-19 ทำให้ผ้าไหมของชาวบ้านขายไม่ได้ ไม่มีแม้แต่คนรับซื้อ คุณโมนาจึงขออาสาเป็นสื่อกลางช่วยชาวบ้านขายผ้าไหม ด้วยการโพสต์ฝากร้าน ในกลุ่ม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เเละการฝากร้าน คุณโมนา เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า สิ่งที่ทำให้เธอคลั่งไคล้ผ้าไหมสุรินทร์ คือ กรรมวิธีการทอผ้าไหมของผู้สูงอายุ ที่ทำกันมาตั้งแต่สมัยสาวๆ สืบทอดต่อกันมาจากรุ่นพ่อแม่ “ผ้าไหมสุรินทร์จะมีความโบราณ ไม่เชย ออกเท่ด้วยซ้ำ ทุกอำเภอในจังหวัดสุรินทร์จะมีการเดินแบบผ้าไหมด้วยการให้คนแก่ใส่ผ้าไหมที่ตัวเองทอมาเดินแบบ ปี 2562 ได้รับตำแหน่งนางงามทำให้มีโอกาสไปดูเวทีต่างๆ และได้ศึกษาจริงจัง จนรู้ว่ากว่าจะได้เส้นไหมแต่ละเส้นเป็นเรื่องยาก ต้องใช้ความละเอีย
“เชฟฮัก” โครงการข้าวกล่องรวมใจ ช่วยเหลือชุมชนสู้ภัยโควิด-19 เชฟฮัก – จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในประเทศไทย ส่งผลกระทบให้มีประชาชนกลุ่มใหญ่ขาดรายได้ ตกงาน และมีความเป็นอยู่ที่ยากลำบากมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีรายได้น้อยตามชุมชนต่างๆ ทั่วกทม. และกลุ่มคนที่มีงานประจำในโรงแรม ร้านอาหาร ทางสมาคมเชฟประเทศไทยและ Thailand Culinary Academy ภายใต้ความร่วมมือของ สมาคมเชฟโลก โดยหน่วยงาน World Chefs Without Borders ซึ่งเป็นหน่วยงานจากสมาคมเชฟโลกที่ให้การช่วยเหลือหายนะภัยทั่วโลก จัดทำโครงการ ข้าวกล่อง CHEFHUG แบ่งปันชุมชนสู้ภัยโควิดขึ้น เพื่อร่วมแบ่งปัน บรรเทาความเดือดร้อนของกลุ่มเป้าหมายผู้มีรายได้น้อยและอาศัยในชุมชนต่างๆ ในกทม. กว่า 50 ชุมชน โดยจัดให้มีการปรุงอาหารด้วยความพิถีพิถัน จากฝีมือเชฟ-กุ๊กมืออาชีพ กว่า 200 ชีวิต มีมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารและสุขอนามัยในการประกอบอาหาร บรรจุในกล่องข้าวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งผ่านกลุ่มแท็กซี่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ปัจจุบัน ไปยังชุมชนต่างๆ ตลอดโครงการ โดยมีเป้าหมายแจก “ข้าวกล่องเชฟฮัก” จำนวน 40,
สู้ไปด้วยกัน! “นั่งล้าน” ฟู้ดคอร์ตน้อยๆ ของ “คนทำทัวร์” รวมตัวฝ่าวิกฤตโควิด ถึงวันนี้ ผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 อาจยังไม่สามารถรวบรวมจนสรุปออกมาเป็นตัวเลขมูลค่าความเสียหายได้ชัดเจน แต่ภาพ “ความเดือดร้อน” ที่เห็นได้ก่อนใคร ทุกฝ่ายคงยอมรับตรงกันว่า ได้แก่ ธุรกิจทุกประเภทที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น กิจการขนส่ง โรงแรม ร้านอาหาร ร้านของที่ระลึก บริษัททัวร์ และ บรรดาไกด์น้อยใหญ่ “ช็อก เพราะทุกอย่างเกิดเร็วมาก พวกเราใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ในการตั้งสติ” คุณโอล่า-อัมรินทร์ โภคา ไกด์หนุ่มมากความสามารถ ผู้คร่ำหวอดในวงการท่องเที่ยวมานานพอตัว เผยความรู้สึกกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ด้วยน้ำเสียงหม่นๆ ก่อนคุยต่อ หลังจากที่พรรคพวกในแวดวง “คนทำทัวร์” ไม่ว่าจะเป็นไกด์ หัวหน้าทัวร์ เจ้าหน้าที่ธุรการ เจ้าหน้าที่บัญชี ฯลฯ ต่าง “ว่างงาน” พร้อมกันชนิดแทบไม่ทันตั้งตัว แต่เมื่อตั้งสติได้ จึงมาช่วยกันคิด ต้องรีบทำอะไรสักอย่าง เพราะถ้าปล่อยเวลาผ่านไป โดยหวังว่าทุกอย่างจะเหมือนเดิม ก็ไม่รู้ว่าจะมาเมื่อไหร่ “ไม่มีสัญญาณอะไรที่ชัดเจน มาตรการรัฐบาลจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ ขยายไปเรื่อยๆ หรือยังไง ป
กรมบัญชีกลาง ขยายเวลาการจ้างงาน แก้ปัญหาความเดือดร้อน จากสถานการณ์โควิด-19 จ้างงาน – เพจ ศูนย์ข้อมูล COVID-19 ได้เผยแพร่ข่าว กรมบัญชีกลางอนุมัติให้กระทรวงแรงงานขยายระยะเวลาการจ้างงาน โครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านอาชีพ กิจกรรมจ้างงาน ในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จากเดิมให้จ้างคนละไม่เกิน 10 วัน ขยายเป็นคนละไม่เกิน 90 วัน จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ ตามที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งรัฐบาลได้มีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาทางด้านเศรษฐกิจ ให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบในระยะแรกโดยเฉลี่ยระยะเวลา 90 วัน และกระทรวงแรงงานได้ขออนุมัติขยายระยะเวลาการจ้างงานในโครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านอาชีพ กิจกรรมจ้างงาน ในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนให้มีรายได้ ให้สามารถยังชีพได้ต่อไป กรมบัญชีกลางจึงได้อนุมัติให้กระทรวงแรงงาน เบิกจ่ายค่าตอบแทนการทำงานของโครงการดังกล่าว ในอัตราคนละไม่เกิน 300 บาทต่อวัน ปฏิบัติงานวันละ 8 ชั่วโมง โดยขยายระยะเวลาการจ้างงานให้เป็นคนละไม่เกิน 90 วัน ซึ่งจากเดิมระยะเวลาการจ้างงานคนละไม่เกิน 10 วัน เริ
ดีเดย์ 15 พ.ค. ธ.ก.ส. พร้อมโอนเงินเยียวยา 5 พัน รวม 3 เดือน ช่วยเหลือเกษตรกร 10 ล้านราย ธ.ก.ส. – เว็บไซต์ ธ.ก.ส. เผยแพร่ประกาศ ธ.ก.ส. พร้อมโอนเงินบรรเทาความเดือดร้อนจากผลกระทบของ COVID-19 ให้กับเกษตรกร 10 ล้านราย รายละ 5,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 3 เดือน รวมวงเงิน 150,000 ล้านบาท ตามฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกรจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ผ่านการตรวจสอบแล้วโดยโอนเงินเข้าบัญชีโดยตรง ทั้งบัญชีเงินฝากที่มีกับ ธ.ก.ส. หรือบัญชีที่มีกับธนาคารอื่น คาดเริ่มทยอยโอนได้ตั้งแต่ 15 พ.ค.นี้ ประมาณ 1 ล้านคนต่อวัน นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2563 เห็นชอบให้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) โดยจ่ายเงินให้แก่ครัวเรือนเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับหน่วยงานของรัฐ รายละ 5,000 บาท เป็นระยะเวลา 3 เดือน (พ.ค.-ก.ค. 63) จำนวน 10 ล้านราย วงเงินงบประมาณจำนวน 150,000 ล้านบาท ซึ่งขั้นตอนการจ่ายเงินดังกล่าว ธ.ก.ส. จะรับข้อมูลผู้ขึ้นทะเบียนที่ผ่านการตรวจ
บีทีเอส ร่วมกับ กทม. จัดเจ้าหน้าที่เทศกิจ อำนวยความสะดวก จัดระเบียบผู้ใช้รถไฟฟ้า คุณสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า รถไฟฟ้าบีทีเอส ยังคงเข้มงวด และเพิ่มความถี่ในการฉีดพ่น และเช็ดทำความสะอาด ภายในขบวนรถไฟฟ้า และจุดสัมผัสร่วม ภายในสถานี และบริเวณรอบสถานีด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส อย่างเต็มที่ และเพื่อเป็นการปฏิบัติตามมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) บีทีเอส ได้นำรถไฟฟ้าทุกขบวนที่มีอยู่ทั้งหมด 98 ขบวน ขบวนละ 4 ตู้ รวมทั้งหมด 392 ตู้ ออกให้บริการเพื่อรองรับผู้โดยสารอย่างเต็มที่ แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาเร่งด่วนที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก ทำให้การรักษาระยะห่างระหว่างกันไม่สามารถปฏิบัติได้อย่างเคร่งครัด แต่สำหรับการเดินทางที่ไม่ใช่ในช่วงเวลาเร่งด่วน ผู้โดยสารยังคงสามารถรักษาระยะห่างในการเดินทางได้ในระดับปกติ ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม เป็นต้นไป นอกจากนี้ รถไฟฟ้าบีทีเอส ยังร่วมกับ กรุงเทพมหานคร โดย พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร จัดส่งเจ้าหน้าที่เทศกิจเข้ามาทำงาน ร่ว
ร้านอาหารน้อยใหญ่ ขานรับ ตั้งโต๊ะห่างๆอย่างห่วงๆ หวั่นโควิดระลอกสอง จากนโยบายผ่อนปรนให้ร้านอาหารเปิดนั่งทางที่ร้านได้ โดยแต่ละโต๊ะต้องตั้งห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร นั้น “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” สำรวจบรรยากาศค้าขายตามร้านอาหารต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เท่าที่พบปรากฏแทบทุกแห่งให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ร้านไหนมีพื้นที่ใหญ่หน่อย จะตั้งโต๊ะห่างเกินสองเมตรไปเลย เพื่อความสบายใจทุกฝ่าย บางแห่งมีความ “เข้มข้น” ถึงขั้นวัดไข้ลูกค้า ฉีดแอลกอฮอล์ให้ล้างมือ ก่อนจะอนุญาตให้เดินเข้าไปสั่งข้าวแกงที่หน้าตู้ได้
