Featured
พระเอกช่อง3 สู้ความจนหาเงินเลี้ยงตัวตั้งแต่เด็ก จนซื้อบ้านให้พ่อแม่อยู่ได้สำเร็จ ขึ้นแท่นพระเอกละครเต็มตัว สำหรับ ‘บอล กัมมัญญ์’ ได้เลื่อนขั้นเป็นพระเอกเต็มตัวกับเขาเรื่องแรกในละคร “มือปราบข้าวสารเสก” ทางช่อง 3 ล่าสุดพระเอกหนุ่มไปออกรายการ ตีท้ายครัว พาไปเปิดบ้าน พระเอกหนุ่ม เล่าว่า สู้ชีวิตมาตั้งแต่เด็ก เป็นลูกทหารอยู่บ้านพักทหารมา 20 กว่าปี ทำงานด้วยน้ำพักน้ำแรง จนเก็บเงินซื้อบ้านให้พ่อกับแม่อยู่ได้สำเร็จ แต่ทุกวันคุณแม่ยังยึดอาชีพขับรถกระป๊อเป็นรายได้เสริม ถึงตนจะห้ามปรามก็ไม่ยอม เพราะใจรัก วิ่งวันละ 3-4 รอบ ช่วงหนึ่งทุ่มถึงเที่ยงคืน รายได้ไม่มากเหมือนแต่ก่อนเฉลี่ยวันละ 500-600 บาท เท่านั้น ก่อนบอกว่า ตนไม่เคยคาดหวังว่าจะเป็นพระเอก แม้แต่วันที่ไปแคสต์งานพ่อกับแม่ยังไม่รู้ มารู้อีกทีตอนออกทีวีแล้ว และยังเล่าอีกว่า ตนทำงานหลายอย่างมาตั้งแต่เด็ก ทั้งพาร์ตไทม์ เด็กเสิร์ฟในร้านเหล้า หาเงินให้ครอบครัวได้ตั้งแต่มัธยมปลาย “ความจนเป็นแรงผลักดัน เหนื่อยเราตื่นมาก็หาย แต่ความจนถ้าไม่ขยันก็ยังเป็นอยู่แบบนั้น” พระเอกหนุ่ม เล่า ด้านคุณพ่อ บอกว่า ตั้งแต่ลูกเป็นพระเอก ไม่เคย
‘หน้ากากอนามัย’ ใส่อย่างไร กำจัดแบบไหน ให้ถูกวิธี จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งล่าสุดรายงานข่าวระบุว่า ขณะนี้มีจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาอย่างน้อย 20,438 ราย เสียชีวิตรวม 425 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 4 ก.พ. 63) จากตัวเลขการติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้น สร้างความหวาดระแวงให้กับประชาชนไม่น้อย ในเบื้องต้นประชาชนควรดูแลตัวเองด้วยวิธีการง่ายๆ ที่ได้ผลคือ ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกจากบ้าน แหล่งชุมชน หรือพื้นที่เสี่ยง โดยกรมอนามัย ได้ให้ความรู้ถึงประเภทของหน้ากากอนามัยไว้ว่า หน้ากากผ้า ใช้สำหรับบุคคลทั่วไปที่ยังไม่ป่วย หน้ากาก N95 ใช้สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด และหน้ากากอนามัย ใช้สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการไอจาม เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อที่ออกมากับน้ำมูก น้ำลาย สำหรับวิธีการสวมใส่หน้ากากอนามัย มีวิธีการง่ายๆ คือ ให้เอาด้านสีเข้มออกด้านนอก และขดลวดอยู่ด้านบนสันจมูก ที่สำคัญ ควรเปลี่ยนหน้ากากอนามัยทุกวัน ไม่ใส่ซ้ำ และเมื่อใช้หน้ากากอนามัยแล้วควรกำจัดให้ถูกวิธี ดังนี้ ให้พับหน้ากากอนามัยและม้วนใส่ถุงที่ปิดสนิทก่อนทิ้ง แล้วทิ้งในถัง
8 ข้อแนะนำดีๆ ช่วยให้ห่างไกลจาก “เชื้อไวรัสโคโรนา” จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่ล่าสุดคร่าชีวิตผู้คนไปแล้ว 361 คน และมีจำนวนผู้ติดเชื้อรวม 17,205 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 3 ก.พ.) ในเบื้องต้นทุกคนสามารถดูแลและป้องกันตัวเองจากไวรัสโคโรนาด้วย 8 ข้อแนะนำง่ายๆ ดังนี้ 1.ผู้สัมผัสอาหารควรล้างมืออย่างสม่ำเสมอด้วยน้ำและสบู่ 2.ผู้สัมผัสอาหาร ควรสวมหน้ากากอนามัยขณะปฏิบัติงาน 3.หากผู้สัมผัสอาหารมีอาการคล้ายโรคระบบทางเดินหายใจ ให้หยุดปฏิบัติงานและไปพบแพทย์ทันที 4.จัดให้มีช้อนกลางทุกครั้งเมื่อต้องเสิร์ฟอาหารที่ต้องรับประทานร่วมกัน 5.ทำความสะอาดโต๊ะอาหารด้วยน้ำยาทำความสะอาด และน้ำยาฆ่าเชื้อโรคทุกครั้งหลังมีผู้มาใช้บริการ 6.ล้างภาชนะอุปกรณ์ให้สะอาด และฆ่าเชื้อโรคตามหลักสุขาภิบาลอาหาร 7.หมั่นเช็ดทำความสะอาดพื้นผิว และจุดที่สัมผัสร่วมกัน 8.จัดให้มีที่ล้างมือพร้อมสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจล สำหรับผู้บริโภค
“ขออภัย สำหรับลูกค้าที่จองมาก่อนเท่านั้น” ถ้อยคำสร้างสรรค์ กิจการพึงพิจารณา จากกรณี ร้านอาหารและบ้านพักแห่งหนึ่งในหมู่บ้านแม่กำปอง ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากทั้งไทยและต่างชาติ ได้ขึ้นป้ายภาษาไทย-จีน และ อังกฤษ เขียนใส่กล่องกระดาษขนาดใหญ่ ว่า “ขออภัยไม่รับจีนและลูกค้าต่างชาติ” กระทั่งมีการนำภาพป้ายของร้านดังกล่าว ไปโพสต์ลงโซเชียล และปรากฏมีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความเห็น ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เหตุผลที่ทางเจ้าของร้านดังกล่าว ให้กับทางสื่อมวลชนหลายแขนงนั้น ระบุว่า การขึ้นป้ายดังกล่าวสืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ มีลูกค้าคนไทยมาสั่ง อาหารรับประทานอยู่ในร้าน ต่อมามีนักท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่มหนึ่งเข้ามาสั่งอาหารในร้าน ทำให้ลูกค้าคนไทยเดินออกจากร้านกันหมด เลยคิดหาทางออกจะทำอย่างไรดี เพราะพูด-เขียนภาษาจีนไม่ได้ จึงค้นหาภาษาจีนที่จะนำมาเขียนป้ายไว้ บนป้ายกล่องกระดาษพร้อมเขียนเป็นภาษาไทย-อังกฤษและนำมาติดที่หน้าร้าน ต่อมามีไกด์จีน บอกว่าไม่สุภาพและได้เขียน ป้ายภาษาจีนให้ใหม่ ซึ่งได้มีคนถ่ายภาพแล้วนำไปเผยแพร่ในโซเชียล “รู้สึกอ
“ใส่ใจ–ไม่หยุดคิด–ลงมือทำ” กุญแจนำสินค้าสู่ตลาดโลก หลายปีที่ผ่านมา “ผลิตภัณฑ์จากบนดอย” ถูกพัฒนาและมีการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะอัตลักษณ์ของสินค้ามีความชัดเจน การนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ที่ทำให้สินค้ามีความน่าสนใจ รวมทั้งความมุ่งมั่นในการพัฒนาธุรกิจของเหล่าผู้ประกอบ ความพยายามในการทำตลาด การผลักดันสินค้าสู่ไฮเปอร์มาร์เก็ต รวมถึงการส่งออก ทำให้วันนี้สินค้าจากบนดอยถูกสร้างสรรค์และนำไปต่อยอดได้อย่างไม่รู้จบ และยังเป็นแรงบันดาลใจให้เหล่าผู้บริโภคได้เห็นผลิตภัณฑ์จากพื้นที่ดังกล่าว วางจำหน่ายตามช่องทางการค้าต่างๆ และได้รับการสนับสนุนที่ดีจากทุกภาคส่วนมาอย่างต่อเนื่อง โครงการพัฒนาผู้ส่งออกรุ่นใหม่ : Young Exporter from local to Global (YELG) เป็นหนึ่งในโครงการของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้การดำเนินงานของสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) ที่มุ่งพัฒนาและเข้าถึงผู้ประกอบการในระดับพื้นที่ให้ได้รับความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาแบรนด์สินค้า และสามารถส่งออกไปสู่ต่างประเทศได้ ล่าสุด โครงการดังกล่าวได้ถูกจัดขึ้นที่จ.เชียงราย โดยมีกิจกรรม
ไม่หวง! ตำรับสุกี้แบบไทย รับรองน้ำจิ้มสูตรนี้ แซ่บถึงใจ…ทำขายยังได้ ซอสสุกี้ เต้าหู้ยี้แดง 2 ก้อน น้ำเต้าหู้ยี้ 3 ช้อนโต๊ะ กระเทียมดอง 1 ช้อนโต๊ะ น้ำกระเทียมดอง 3 ช้อนโต๊ะ ซอสพริก 1/2 ถ้วย น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ พริกชี้ฟ้าแดงหั่น 1/4 ถ้วย พริกขี้หนูสวน 2 ช้อนชา รากผักชีหั่น 1 ช้อนโต๊ะ ใบผักชี 2 ช้อนโต๊ะ กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 1 ช้อนชา งาขาวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ ปั่นทุกอย่างรวมกัน ยกเว้น งาขาว เทน้ำจิ้มใส่ถ้วย โรยงา จบ ที่เหลือไปต้มน้ำซุปอร่อยๆ เตรียมหาผัก วุ้นเส้น บะหมี่ เครื่องสุกี้ พวกเนื้อต่างๆ หมักน้ำมันงา เบกกิ้งโซดาเล็กน้อย ทำเลี้ยงกันปีใหม่นี้ ขอให้มีความสุข อร่อยๆ กันทุกครอบครัวครับ เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ.2562
5 สุดยอดผู้ประกอบการ เผยเทคนิค ทำธุรกิจอย่างยั่งยืนในยุค “ดิจิตอล ดิสรัปชั่น” จากการที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกาศผลรางวัลเกียรติยศแห่งความภาคภูมิใจของเอสเอ็มอีไทย “Bai Po Business Awards by Sasin ครั้งที่ 15” เพื่อยกย่องผู้ประกอบการไทยที่ประสบความสำเร็จโดยสร้างความเข้มแข็งในมิติที่มีความสำคัญในการดำเนินธุรกิจ และเพื่อให้เป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้ประกอบการรายอื่นๆ นำไปเป็นแบบอย่างในการพัฒนาธุรกิจ โดยมีผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ มี 5 บริษัท ได้แก่ กลุ่มบริษัท ดีวีเอ็น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ให้บริการนวดสปา ผลิตภัณฑ์สปา คลินิก สกินแคร์ คาเฟ่ และ Wellness ภายใต้แบรนด์ดีวาน่า บริษัท โทฟุซัง จำกัด ผู้ผลิตน้ำเต้าหู้ออร์แกนิก ภายใต้ตราสินค้าโทฟุซัง บริษัท บรันช์ไทม์ จำกัด ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ กราโนล่า ภายใต้ตราสินค้า “Diamond Grains” บริษัท พลังผัก จำกัด ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์สลัดผัก ผลไม้พร้อมทาน ภายใต้ตราสินค้า Oh! Veggies และ Oh! Fruity และ บริษัท ห้าตะขาบ (ซิมเทียนฮ้อ) จำกัด ผู้ผลิตยาอมสมุนไพรภายใต้ตราสินค้า “ตะขาบ 5 ตัว” ดร.วิ
เกษตรกรเฮ! โลตัสเดินหน้ารับซื้อผักทั่วประเทศ 270 ตัน/เดือน ตั้งเป้าช่วยสร้างรายได้ 1,000 ครัวเรือน เทสโก้ โลตัส และ กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ พัฒนาและส่งเสริมกลุ่มผู้ผลิตสินค้าเกษตรสู่ตลาดนำการผลิตเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน โดยเทสโก้ โลตัส ได้ดำเนินโครงการรับซื้อผักตรงจากเกษตรกรโดยไม่ผ่านคนกลาง ครบทั้ง 4 ภูมิภาคทั่วประเทศไทย สร้างรายได้ที่เป็นธรรมและมั่นคงให้กับกลุ่มเกษตรกร และส่งมอบผักสดคุณภาพสูง ปลอดภัย ถึงมือลูกค้าทั่วไทยทุกวัน วางแผนขยายโครงการจากเกษตรกร 600 รายเป็น 1,000 ราย ภายในสิ้นปี 2563 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า “ตามวิสัยทัศน์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เราได้ขับเคลื่อนนโยบายตลาดนำการเกษตร เพื่อยกระดับภาคการเกษตรของไทย และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร อาทิ ผลผลิตล้นตลาด ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ จากนโยบายดังกล่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้ดำเนินงานร่วมกันกับเทสโก้ โลตัส ในการสนับสนุน พัฒนา และส่งเสริมกิจกรรมของกลุ่มเกษตรกรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ผลักดันให้เกิดการรวมกลุ่ม การใช้เทคโนโล
อนุทิน พร้อมรับ 160 คนไทยในอู่ฮั่นกลับบ้าน ย้ำชัดไม่ต้องจ่ายเงิน เพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาล จากสถานการณ์ระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อู่ฮั่น ซึ่งล่าสุดมีผู้ติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่นเฉพาะในประเทศจีนเพิ่มขึ้นเป็น 9,692 คน ในจำนวนนี้เสียชีวิตแล้ว 213 ราย เป็นผู้เสียชีวิตรายใหม่ 43 ราย โดยล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ไลฟ์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงแผนการอพยพคนไทยจากอู่ฮั่นกลับประเทศไทยว่า เรื่องการรับคนไทยกลับจากอู่ฮั่น ขณะนี้เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว ทางรัฐบาลจีนขอให้เป็นเครื่องบินพาณิชย์ สายการบินแอร์เอเชียที่มีไฟลต์บินอยู่แล้ว รัฐบาลจะเช่าเหมาลำไปรับพี่น้องคนไทยที่อู่ฮั่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา “เบื้องต้น มีคนไทยจำนวน 160 คน เซ็นชื่อกลับแล้วจำนวน 140 ราย ส่วน 20 รายที่เหลือ ผมจะไปคุยว่าเหตุใดถึงยังไม่กลับ และหาทางช่วยเหลือต่อไป โดยผมจะเดินทางไปกับเที่ยวบินดังกล่าว เพื่อจะดูแลให้ปลอดภัยที่สุด ซึ่งการเดินทางไปครั้งนี้จะจัดหาสิ่งของเพื่อไปสมทบช่วยเหลือให้ชาวจีน ตามหลักมนุษยธรรม โดยมีผู้มีจิตศรัทธาแจ้งความจำนงว่าจะฝากของไปช่วยจำนวนมาก ส่วนคนไทยนั้นจะดูแลไม่ให้ขาดแคลนส
“จุรินทร์” ตรวจโรงงานหน้ากากอนามัย พบมีสต๊อกสินค้ากว่า 200 ล้านชิ้น วอนอย่ากักตุน เมื่อวันที่ 30 ม.ค. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงการตรวจเยี่ยมโรงงานผลิตหน้ากากอนามัย ย่านปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ว่า การสำรวจกำลังการผลิตกรรมวิธีการผลิตครั้งนี้เป็นการสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชน โดยศักยภาพการผลิตทั้งระบบมีอยู่ประมาณ 10 โรงงานใหญ่ มีกำลังการผลิตรวมประมาณ 100 ล้านชิ้นต่อเดือน ประชาชนซื้อใช้ปกติเดือนละ 30 ล้านชิ้นในประเทศ และถัดจากนี้ไปหากสถานการณ์ไวรัสโคโรนายังไม่พัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น ความต้องการใช้อาจเพิ่มจาก 30 ล้านชิ้น เป็น 40 ล้านชิ้นต่อเดือน ในเบื้องต้นยังเชื่อมั่นว่ากำลังการผลิตและการผลิตรวมในประเทศยังเพียงพอต่อความต้องการของตลาดในประเทศ ปัจจุบันมีสต๊อกอยู่ประมาณ 200 ล้านชิ้น สามารถใช้ได้นาน 4-5 เดือนถ้าไม่มีการผลิตเพิ่ม “ไม่อยากให้ตื่นตระหนกและไม่ควรซื้อเพิ่มมาเก็บไว้ใช้กลัวว่าจะขาดตลาด เพราะถ้าทุกท่านยิ่งตื่นตระหนก ซื้อมาเก็บไว้ก็จะยิ่งทำให้ของขาดตลาด ทางกระทรวงพาณิชย์ให้ความมั่นใจว่าจะสามารถ
