Featured
“รู้ผลภายใน 3 ชม.” กรมวิทย์ฯ พัฒนาห้องปฏิบัติการทั่วประเทศ พร้อมรับมือไวรัสอู่ฮั่น กรมวิทย์ฯ – ยังคงเป็นเรื่องที่ประชาชนเฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์กันอย่างต่อเนื่อง สำหรับ สถานการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ ไวรัสอู่ฮั่น ที่ปัจจุบันประเทศไทยเราพบผู้ติดเชื้อกว่า 14 รายแล้ว ที่เว็บไซต์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้เผยแพร่ข่าว กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้แก่ ห้องปฏิบัติการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข (ส่วนกลาง) และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ (ศวก.) ส่วนภูมิภาค ได้แก่ ศวก.ที่ 1 เชียงใหม่ ศวก.ที่ 3 นครสวรรค์ ศวก.ที่ 6 ชลบุรี ศวก.ที่ 11 สุราษฎร์ธานี ศวก.ที่ 11/1 ภูเก็ต และศวก.ที่ 12 สงขลา มีความพร้อมทางห้องปฏิบัติการ ในการรับมือสถานการณ์ระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (Novel coronavirus 2019; nCoV 2019) หรือไวรัสอู่ฮั่น ซึ่งแพร่ระบาดอยู่ในประเทศจีน ณ ขณะนี้ โดยให้บริการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างสงสัยติดเชื้อ ที่เข้าเกณฑ์การคัดกรองของกรมควบคุมโรค ซึ่งสามารถตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ได้อย่างแม่นยำ มีความจำเพ
สธ. จับมือ ศธ. พัฒนาหลักสูตร กศน. “กัญชาและกัญชงศึกษา” เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีลงนามความร่วมมือ การนำความรู้เกี่ยวกับกัญชาและกัญชงทางการแพทย์ไปพัฒนาหลักสูตร “กัญชาและกัญชงศึกษา เพื่อใช้เป็นยาอย่างชาญฉลาด” ระหว่างกระทรวงสาธารณสุข โดยนายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการ โดยนางรักขณา ตัณฑวุฑโฒ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ดร.กนกวรรณ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดนโยบายพัฒนาหลักสูตรเกี่ยวกับกัญชา ตามนโยบายรัฐบาลที่กำหนดให้มีการพัฒนาเทคโนโลยีการใช้กัญชา กัญชง ในทางการแพทย์ อุตสาหกรรมทางการแพทย์ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน ไม่ให้เกิดผลกระทบทางสังคม และต้องปฏิบัติตามที่กฎหมายบัญญัติไว้อย่างเคร่งครัด ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ดำเนินการพัฒนาหลักสูตรรายวิชา ทช33098 “กัญชาและกัญชงศึกษา เพื่อใช้เป็นยาอย่างชาญฉลาด” สำหรับการจัดการเรียนการสอนในสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เพื่อให้ความรู้และทักษ
“5 ชั่วโมง เหมือน 3 วัน” สจ๊วตหนุ่มเล่า นาทีเผชิญเที่ยวบินปักกิ่ง-รับมือไวรัส ด้วยกฎ 5 ข้อ สจ๊วตหนุ่ม – สถานการณ์ ไวรัสอู่ฮั่น เป็นภัยปัญหาที่คนไทยให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก หลายภาคส่วนเข้ามาช่วยกันสกัดกั้น คัดกรอง และเฝ้าระวัง ผู้ที่ถูกสงสัยว่าติดเชื้อตัวนี้ เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดไม่ให้ลุกลามไปมากกว่าเดิม แม้ว่าภายในใจจะเกิดความกลัวเช่นเดียวกัน แต่หน้าที่ก็คือหน้าที่ ดังเช่นหนุ่มสจ๊วตเจ้าของเฟซบุ๊ก Phing-an Saelong ได้แชร์ประสบการณ์ในการทำงาน ท่ามกลางสถานการณ์ไวรัสระบาด พร้อมวิธีรับมือกับความเสี่ยงที่จะติดเชื้อจากการปฏิบัติหน้าที่ โดยโพสต์เล่าว่า ความตายเป็นสิ่งใกล้ตัว กับเชื้อไวรัสโคโรนา … เรื่องราวต่อไปนี้ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงทุกประการ เพื่อแลกเปลี่ยนการเตรียมตัวป้องกันโรคระบาดร้ายแรงตัวใหม่ จากข่าวที่กำลังโด่งดังในตอนนี้ เกี่ยวกับโรคระบาดจากเชื้อไวรัสโคโรนา โดยมีศูนย์กลางการก่อกำเนิดที่เมืองอู่ฮั่น ใครจะไปรู้ว่าชั่วเวลาข้ามคืนไวรัสนี้ได้แพร่กระจายไปยังเกือบทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย ยิ่งไปกว่านั้น ทวีปเอเชียและเหล่าป
ไขข้อข้องใจ “ซื้อของออนไลน์จากจีน” เสี่ยงติดไวรัสโคโรนา ขนาดไหน เมื่อวันที่ 27 ม.ค. เพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ โดย คุณหมอวิน หรือ ผศ.นพ.วรวุฒิ เชยประเสริฐ ได้ให้ความรู้ถึงเรื่อง ช็อปสินค้าออนไลน์จากจีน เสี่ยงติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือไม่ ไว้น่าสนใจดังนี้ “แน่นอนว่า ทุกคนกังวล ทุกคนกลัว กลัวว่าจะเกิดการระบาดครั้งใหญ่ในประเทศไทย คำถามต่างๆ หลั่งไหลมาที่เพจทั้งหน้าไมค์และหลังไมค์ ครึ่งหนึ่งสอบถามเรื่องการป้องกันการติดเชื้อและแสดงความกังวลเกี่ยวกับลูก ซึ่งพ่อหมอบอกตรงนี้สั้นๆ ว่า การป้องกันเหมือนป้องกันไข้หวัดใหญ่บวกอาหารเป็นพิษ (เพราะมันติดต่อจากสัตว์สู่คนได้ เซฟๆ ไว้หน่อย) ก็คือ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ถือตัว ไม่สัมผัสคนป่วย และใส่หน้ากากอนามัย แค่นั้นก็ป้องกันได้มากๆ แล้วครับ แต่อีกครึ่งหนึ่งของคำถามที่ถามพ่อหมอ คือคำถามว่า “ถ้าแม่ F ของจากจีนมา จะมีโอกาสติดเชื้อไวรัสตัวนี้ไหมคะ” หรือ “เวลาเรารับพัสดุ เราต้องฆ่าเชื้อก่อนไหมคะ” 555 ยอมใจนักช็อป โรคก็กลัวเนอะ แต่ของก็จะซื้อ อันนี้เข้าใจได้ เพราะนี่ก็เพิ่งมีพัสดุจากจีนเพิ่งมาถึงบ้านพ่อหมอ เอาแ
กาย-ฮารุ หอบลูกๆ ถีบซาเล้งเก็บขยะขาย ฝึกประสบการณ์เป็นกำไรชีวิต เป็นอีกหนึ่งครอบครัวดาราที่ได้รับเสียงชื่นชมจากวิธีการเลี้ยงลูกที่ไม่เหมือนใคร ล่าสุด กาย รัชชานนท์ และ ฮารุ ภรรยาสาว สอนลูกๆ 3 ยอดกุมาร คิริน ไนร่า และ เอเดน สวมบทบาทเป็นคนเก็บขยะ นั่งซาเล้งไปตามสถานที่ต่างๆ โดยหวังให้เป็นการฝึกประสบการณ์ชีวิตแก่ลูกๆ ซึ่งฮารุได้โพสต์ภาพพร้อมคลิปวิดีโอ และแคปชั่นผ่านอินสตาแกรมว่า อย่าเพียงหวังผลกำไรจากสิ่งที่ทำ แต่ให้การลงมือทำเป็นกำไรของชีวิต หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ กายและฮารุ ก็ได้รับเสียงชื่นชมจากชาวเน็ตจำนวนมาก ว่าสอนลูกได้ดีมาก ควรได้รับรางวัลการเลี้ยงลูกดีเด่น รักครอบครัวนี้ เพราะสอนลูกๆ ด้วยการให้ลงพื้นที่ปฏิบัติจริง
ผู้เสียสละ! พยาบาลเมืองอู่ฮั่นโกนหัว หวังเพิ่มเวลาทำงานรักษาผู้ป่วยไวรัสโคโรนา เมื่อวันที่ 27 ม.ค.63 สำนักข่าว China Daily/Asia News Network รายงานข่าวว่า นางซาน เซี่ย พยาบาลวัย 30 ปี โรงพยาบาลเหรินหมิน มหาวิทยาลัยอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ตอนกลางของจีน ได้โกนผมยาวของตัวเองจนเกลี้ยงศีรษะ เพื่อช่วยในการทำงานต่อสู้กับเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (2019-nCoV) ที่มีเมืองอู่ฮั่น เป็นต้นตอของการระบาด นางซาน ซึ่งเป็นคุณแม่ลูกสอง บอกว่า การโกนผมของเธอครั้งนี้ เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการติดเชื้อข้ามคน และประหยัดเวลาสวมใส่และถอดชุดป้องกัน
หนุ่มสายการบิน เครียดจัด ผวา “ไวรัสอู่ฮั่น” แทบไม่อยากไปทำงาน จากสถานการณ์ไวรัสโคโรนาที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในหลายประเทศ เป็นเหตุให้มีผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยยังเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างเข้มงวด แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าโรคนี้ยังสร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชนไม่น้อย โดยหนุ่มรายนี้ทำงานอยู่ในสายการบินแห่งหนึ่ง ออกมาตั้งกระทู้พันทิปถึงการทำงานของตัวเองท่ามกลางข่าวชวนวิตก โพสต์ดังกล่าวระบุว่า “จากสถานการณ์ไวรัสโคโรนาระบาดในประเทศ ผมเป็น Handling staff สายการบินมาจากฮ่องกง ผู้โดยสารส่วนมากเดินทางไปฮ่องกงแล้วต่อไปประเทศอื่น ซึ่งหนึ่งในนั้นคือประเทศจีน แล้วช่วงนี้มีไวรัสโคโรนาระบาด ผมซึ่งทำงานที่เคาน์เตอร์เช็กอิน boarding gate ปฏิเสธไม่ได้เลยครับที่จะต้องเจอผู้โดยสารจีนส่วนใหญ่ ณ ช่วงนี้ เจ้าหน้าที่อย่างเราทุกคนสวมหน้ากากป้องกันเป็นที่แน่นอนอยู่แล้ว แต่อยากให้ทุกคนนึกสภาพบางครั้งผู้โดยสารกรุ๊ปทัวร์จีนมากกว่า 20-30 คน เป็นคุณลุงคุณป้าไม่รู้ภาษีภาษา บางครั้งไอจามใส่หน้าเราบ้าง พอเลี่ยงได้บ้างไม่ได้บ้าง บางคนจามเอามือเช็ดน้ำมูกมาปาดหน้าเคาน์เตอร์ แล้วบา
นศ.ไทยในอู่ฮั่น เผยยังมีเสบียง “ส้มตำ ขนมจีน ต้มแซ่บ” สถานการณ์ไม่เลวร้าย ตามที่วานนี้ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ออกข่าวเชิญชวนผู้มีความสามารถด้านภาษาไทย-จีน ให้มาสมัครเป็น “ล่ามจีน” ทำหน้าที่ร่วมกันกับเจ้าหน้าที่จุดคัดกรองผู้โดยสารบริเวณท่าอากาศยานนานาชาติ และร่วมกับทีมสอบสวนโรค ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการการป้องกันโรคโคโรนาไวรัส โดยทั้งสองหน้าที่ดังกล่าวจะได้รับค่าตอบแทนวันละ 5,000 บาท หรือ ชั่วโมงละ 400-600 บาท นั้น ต้องการด่วน! “ล่ามจีน” คัดกรอง/สอบสวนโรคโคโรนาไวรัส ค่าตอบแทนวันละห้าพัน ล่าสุดวันนี้ ข่าวจากกรมควบคุมโรค แจ้งว่า มีผู้ให้ความสนใจ ติดต่อมาไม่ขาดสาย ทำให้ขณะนี้ มีผู้สมัครเป็น “ล่ามจีน” เพื่อร่วมปฏิบัติการไวรัสโคโรนา เต็มจำนวนที่เปิดรับในรอบแรกแล้ว อย่างไรก็ตาม ทางกรมควบคุมโรค ได้แปะลิงก์ https://docs.google.com/…/1FAIpQLSe4zfE4yOkQasLy3H…/viewform ไว้ให้ผู้ที่ยังสนใจสมัครในรอบต่อไป ได้กรอกรายละเอียดไว้ล่วงหน้า หากมีความจำเป็นต้องการกำลังเพิ่ม จะได้เรียกตัวได้ทันท่วงที ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการโพสต์แจ้งข้อมูลดังกล่าวของกรมควบคุมโรค ปรากฏมีชาวเน็ตเข้ามากดแ
นอนดี โรงแรมหรู ห้องพักโอเชี่ยนวิว กินดี เครื่องดื่มเย็นๆ กับบุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดสดๆ เสิร์ฟริมหาด แถมมีรางวัล “แจก” ตั้งแต่เช้ายันค่ำ แรลลี่ดีๆ จัดปีละครั้ง ไม่อยากให้พลาด ของรางวัลเพียบบบบ!! ทั้ง ไอโฟนรุ่นใหม่ , สมาร์ตทีวี 50 นิ้ว ไปกันนะ 22-23 กุมภาพันธ์ นี้ แรลลี่ เส้นทางเศรษฐี : เรียนรู้และแบ่งปัน ครั้งที่ 4 กรุงเทพฯ – ระยอง วันที่ 22-23 กุมภาพันธ์ 2563 เข้าร่วมกิจกรรม ขับรถไปตามเส้นทางที่กำหนด ระยะทางเริ่มต้นจากกรุงเทพฯ ณ จุดปล่อยรถ บริเวณหน้าบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) สู่โรงแรม ระยองแมริออต รีสอร์ต แอนด์ สปา อำเภอแกลง จังหวัดระยอง จุดแรกที่คณะแรลลี่มุ่งหน้าเดินทางไปนั้น คือ ศูนย์การเรียนรู้ศาสตร์พระราชา เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง จุดนี้ คณะแรลลี่ จะได้สัมผัสกับทิวทัศน์อ่างเก็บน้ำสบายตา จิบกาแฟอร่อยๆ ที่ร้านกาแฟกลางน้ำ แหล่งเช็กอินสุดฮิตของใครหลายคน ก่อนพากันเข้าศึกษาดูงานภายในศูนย์การเรียนรู้ศาสตร์พระราชา ที่มี “วิชาพอเพียง” รอการถ่ายทอด ทั้งหมด 4 ฐาน ได้แก่ ฐานที่ 1 ปศุสัตว์/ประมงน้ำจืด ฐานที่ 2 เกษตรอินทรีย์ ฐานที่ 3 ผักปลอดสารพิ
“ลุงตู่” ว่าไง! ปัญหาฝุ่นพิษ สวนดุสิตโพลระบุ ส่วนใหญ่ “ไม่มั่นใจรัฐบาลเลย” ข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 26 ม.ค. สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่องมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากฝุ่นละออง ในช่วงสถานการณ์วิกฤต เนื่องจากสถานการณ์ฝุ่นยังคงน่าเป็นห่วง ในหลายพื้นที่พบปริมาณเกินมาตรฐานที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนต่อสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 โดยสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศจำนวนทั้งสิ้น 1,376 คน ระหว่างวันที่ 21-25 มกราคม 2563 สรุปผลได้ ดังนี้ คำถามที่ว่า ประชาชนคิดว่ารัฐบาลควรมีวิธีการป้องกันและแก้ไขอย่างไร? ผลปรากฏ อันดับ 1 ออกมาตรการต่างๆ บังคับใช้อย่างจริงจัง เช่น จำกัดปริมาณรถส่วนบุคคล ให้ใช้รถสาธารณะ ห้ามเผาไฟ 33.77% อันดับ 2 ตรวจจับรถทุกประเภทที่มีควันดำ กำหนดเวลาวิ่งของรถบรรทุก 31.36% อันดับ 3 ฉีดน้ำ พ่นละอองน้ำ ทำฝนหลวง 26.97% อันดับ 4 แจกหน้ากากอนามัยให้กับประชาชน มีระบบแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นแต่ละวัน 24.78% อันดับ 5 ควบคุมการปล่อยควันพิษของโรงงานอุตสาหกรรม และการก่อสร้างต่างๆ 16.4
