Featured
รู้จัก “ลีกุมกี่” ประวัติไม่ธรรมดา อดีตเจ้าของโรงน้ำชา ลืมดับไฟซุปหอยนางรม สู่แบรนด์หอยนางรมเจ้าแรกของโลก อายุยาวนานกว่า 136 ปี! เวลาเข้าครัวทำกับข้าว เครื่องปรุงหลักๆ ต้องมี “ซอสหอยนางรม” เป็นองค์ประกอบหลักในการเพิ่มรสชาติของความอร่อย แล้วแบรนด์ที่คนไทยเราใช้คู่ครัวอยู่กันทั่วไป ทุกคนรู้หรือไม่ว่า “ลีกุมกี่” เป็นเจ้าแรกที่คิดค้นทำซอสหอยนางรมขึ้นมา ถือกำเนิดขึ้น เมื่อปี ค.ศ. 1888 จากทางตอนใต้ของจีน ซึ่งเกิดขึ้นจากความบังเอิญ จนต่อยอดกลายมาเป็นแบรนด์ซอสหอยนางรมเจ้าแรกของโลก และมีอายุยาวนานกว่า 136 ปี “ลืมดับไฟ” แต่กลายเป็นธุรกิจ เรื่องราวของซอสหอยนางรม ยี่ห้อ ลีกุมกี่ เกิดขึ้นมาเมื่อปี ค.ศ. 1888 จากที่ Mr.Lee Kum Sheung คุณลี กุงชุ เจ้าของโรงน้ำชา ในเมืองจูไห่ มณฑลกวางตุ้ง กำลังต้มซุปหอยนางรมในหม้อและลืมมันไปจนกระทั่งซุปเคี่ยวจนข้น จากนั้นเขาจึงชิม แล้วค้นพบว่า นี่คือรสชาติใหม่ที่อร่อยจนไม่อาจจะต้านทานได้ เมื่อเกิดวิกฤตก็พลิกให้เป็นโอกาส จากนั้นมา เขาจึงได้เริ่มขายซอสหอยนางรมแล้วก่อตั้งเป็น Lee Kum Kee ถือว่าเป็นจุดกำเนิดซอสหอยนางรมแบรนด์แรกของโลก และได้รับความนิยมเป็นอย่าง
“ลงมือทำ สำคัญที่สุด” คือประโยคสั้นๆ ที่สรุปเส้นทางชีวิตของ “แต๊งค์ -พงศกร มหาเปารยะ” อดีตนักแสดงหนุ่ม ที่วันนี้หันมาทอดหมูก้อนส่งดีลิเวอรี ด้วยความเชื่อว่า “ของอร่อย ต้องมีตัวตนของคนทำ” และถ้าใครจำได้ เมื่อไม่นานมานี้ “แต๊งค์” เคยผันตัวเข้าสู่วงการโหราศาสตร์ รับเปิดไพ่ดูหมอ ให้ผู้สนใจ ในฐานะ “หมอดูหนุ่ม หน้าตาดี” มาแล้ว “การเป็นหมอดู ไม่ได้มาจากการเลือก แต่เป็นบทบาทที่โอกาสพาเข้ามา มีคนเข้ามาหาเราแล้วเขาสบายใจ แต่จริงๆ เราไม่มีความสุข” แต๊งค์ เล่าย้อนอย่างนั้น และว่า แม้จะช่วยเหลือคนอื่นได้ แต่กลับต้องรับฟังทุกข์ รับฟังปัญหามากมาย จนเหมือนพลังชีวิตถูกดูดออกไปเรื่อยๆ “ยืนทอดหมูทั้งวัน ยังไม่เหนื่อยเท่ากับดูดวงให้คนเดียว” เขาบอกจริงจัง และว่า วันนี้ถึงเวลาค่อยๆ ถอยออกจากวงการดูดวง และมองหาความสุขแท้จริงของชีวิต “ถึงเวลาแล้วที่จะทำสิ่งที่อยากทำมานาน” เขาว่า และสิ่งนั้นคือ “ศิลปะ” ที่ผ่านมา แต๊งค์เคยจัดแสดงผลงานศิลปะมาแล้ว และเขามองว่า “การทำอาหาร” ก็เป็นงานศิลปะแบบหนึ่ง รากฐานเริ่มต้นจากเมนูโปรดของคุณย่า “หมูก้อนทอด” เมนูที่เรียนรู้ตั้งแต่เด็ก และหาซื้อจากร้านไหนก็ไม่เคยเจอรสชาติที่ใช่ “
ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super Aged Society) เต็มรูปแบบในไม่กี่ปีข้างหน้า โดยปัจจุบัน ประเทศไทยมีผู้สูงวัย หรือคนอายุมากกว่า 60 ปี เกิน 20% ขณะเดียวกัน ครัวเรือนไทยมีภาวะหนี้สินสูงที่สุดในรอบ 4 ปี แบกหนี้เฉลี่ยครอบครัวละ 740,596 บาท อีกทั้งปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เกิดกับวัย 40+ ไปจนถึงผู้สูงอายุ และปัญหาล้มที่บ้านของผู้สูงอายุ ที่สูงถึง 82.9% รวมทั้งสัดส่วนผู้สูงวัยที่ตกเป็นเหยื่อออนไลน์ก็พุ่งขึ้นถึง 23.12% ทั้งหมดนี้คือแรงกดดันที่ทำให้ “อิสระ” ของคนทุกวัยถูกบีบไปพร้อมกัน ด้วยเหตุนี้ The Cloud, Superjeew Event, AIS Academy, CentralwOrld และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงร่วมกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ด้วยการชวนคนไทยทุกวัย ทั้งวัย 40+ และยังไม่ 40 มาเตรียมความพร้อมสู่ชีวิตที่มีอิสระผ่านงาน “Life Fest 40+ รู้ก่อน ดีกว่า” เทศกาลรวม How to เพื่อเตรียมความพร้อม สำหรับการวางแผนเพื่อชีวิตที่เป็นอิสระสำหรับคนทุกวัย ด้วยความรู้ทั้ง 5 ด้าน ผ่านเวทีเสวนา เวิร์กช็อป และโซนกิจกรรมลงมือทำจริง วันที่ 17–19 ตุลาคม 2568 ที่ CentralwOrld PULSE ชั้น 7 (เข้า
เรียกเสียงฮือฮาไปไม่น้อย หลังจากออกมาเผยตัวเลขรายได้ จากการผันตัวมาสวมบทบาทเป็น “จูรี” บนโลกออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์มสำคัญๆ อย่าง ติ๊กต็อก เฟซบุ๊ก ยูทูบ โดยใช้เวลาเพียง 11 เดือน สามารถผันเงินในอากาศเข้ามาสู่บัญชีธนาคารของตัวเองได้ถึง 56 ล้านบาท แต่ก่อนที่จะเข้าไปเรียนรู้เกี่ยวกับเทคนิคหารายได้ชนิดน่าทึ่ง ของ “จูรี” ขอทำความรู้จักกับตัวตนของเขา ให้มากขึ้นสักหน่อย “เคยไปเป็นผู้ประกาศข่าวอยู่ที่ช่องเวิร์คพอยท์ และเคยรับราชการอยู่ที่สำนักงานศาลปกครอง มาอย่างละ 5 ปี ค่ะ” จูรี เกริ่นบทสนทนา กับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ด้วยบุคลิกชวนยิ้ม พอถูกถามต่อ ก่อนจะมาถึงวันนี้มีพื้นเพอย่างไรบ้าง ได้คำตอบกลับมายาวเหยียด “จะใช้คำว่าเกิดมาในฐานะที่ยากจนก็ไม่ได้ มันต้องขั้นกว่าของคำว่าจน รากเหง้าบรรพบุรุษ คือ ทำนา ออกเล อยู่ในอำเภอระโนด สงขลา ตั้งแต่รุ่นทวดแล้ว ฐานะจนกันมารุ่นต่อรุ่น จนกันมาด้วยความภาคภูมิใจ คือ จนสะสมกันมายาวนาน พอมาถึงรุ่นเรา มันกำลังจะยัดเยียดสิ่งเหล่านั้นให้กับเราอีก เลยฮึดสู้ว่า เราเลือกเกิดเลือกไม่ได้ แต่เลือกที่จะทำ เลือกจะเป็นอะไรก็ได้ เลยไปตั้งใจเรียนก่อน” ทางบ้านมีกำลังส่งเสียให้มาเรียนต
บริษัท ออโรร่า เทรดดิ้ง จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจจำหน่ายทองคำออนไลน์ในประเทศไทย เดินหน้าขยายช่องทางการให้บริการสู่โลกดิจิทัล เปิดตัวแอปพลิเคชัน “ALLGOLD” แพลตฟอร์ม ซื้อ-ขาย-ถอน ทองคำ 96.5% และ 99.99% ในรูปแบบออนไลน์แบบครบวงจร ตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล ที่ต้องการความสะดวกสบายในการลงทุนทองคำโดยไม่ต้องเดินทางมาหน้าร้าน แอปพลิเคชัน ALLGOLD เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มาใช้บริการที่สาขาห้างทองออโรร่า โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ วัยทำงาน ที่มีข้อจำกัดในเรื่องของเวลา และอยากเริ่มต้นลงทุนทองคำในจำนวนเงินที่ไม่มาก อีกทั้งยังเห็นโอกาสจากการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการขาย และตอบสนองความต้องการของลูกค้ายุคใหม่ ที่ต้องการความสะดวกสบาย รวดเร็ว และสามารถเข้าถึงการลงทุนซื้อ-ขาย-ถอน ทองคำ แบบราคาเรียลไทม์ ALLGOLD ถือกำเนิดขึ้นในฐานะแพลตฟอร์มการซื้อขายทองคำที่ครบครัน ไม่ใช่เพียงแค่ช่องทางการซื้อขายทองคำออนไลน์ธรรมดา แต่เป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อให้นักลงทุนสามารถบริหารจัดการการลงทุนทองคำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยฟีเจอร์เด่นของแอปพลิเคชัน AL
“จุดเริ่มมาจากการที่ผมไปร้านกาแฟ Specialty Coffee แล้วชอบเมล็ดกาแฟเขามาก ร้านเขาอยู่เชียงใหม่ ส่วนผมอยู่กรุงเทพฯ เลยถามว่าถ้ากลับไปที่บ้านแล้วสั่งซื้อได้ยังไง เขาบอกให้ไปซื้อในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแบรนด์หนึ่งได้เลย ผมรู้สึกแปลกใจ ในเมื่อลูกค้ามาอยู่ตรงนี้แล้ว ทำไมเขาไม่มีหน้าร้านออนไลน์ที่สามารถซื้อได้ โดยที่เขาไม่ต้องไปเสียค่าธรรมเนียมให้แพลตฟอร์มนั้น ตั้ง 20%” คือ ข้อมูลจาก คุณต้น-ณัฐวุฒิ ชื่นมะนา ผู้ร่วมพัฒนา แอป Shop Online ที่คิดขึ้นมาเพื่อผู้ประกอบการ SMEs ก่อน คุณต้น แนะนำตัวให้รู้จักกันมากขึ้น ปัจจุบันอายุ 40 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผ่านการทำงานมาแล้วหลายองค์กรชั้นนำ ปัจจุบันมีอาชีพหลักเกี่ยวกับธุรกิจซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ส่วนการทำ แอป Shop Online นี้ มาจากประสบการณ์ตรงดังเกริ่นมาตอนต้น ก่อนนำมาคิดต่อยอดร่วมกับเพื่อนสนิท คือ คุณชนาพัทธ์ สุนทรวงศ์ นักพัฒนาซอฟต์แวร์อิสระ ซึ่งหารายได้เสริมจากการรับจ้างเขียนเว็บ ตั้งแต่สมัยเรียน ม.ปลาย “เรา 2 คน มองเห็นปัญหาที่แทบทุกผู้ประกอบการเจอเหมือนกัน คืออยากขายออนไลน์ แต่ไม่มีเวลาหรือควา
“ผมมีเป้าหมาย ตั้งแต่เรียนจบทำยังไงก็ได้ ภายใน 5 ปี 7 ปี อยากมีเงินล้าน เพราะพนักงานประจำเก็บเงินล้านยากมากในมุมของผม เงินเดือนหมื่นห้า สองหมื่น กว่าจะเก็บได้ ใช้เวลาตั้ง 10 ปี เพราะฉะนั้น ทำยังไงก็ได้ให้ตัวเองมีรายได้เข้ามามากกว่านี้ ผมเป็นคนไม่อายทำกิน เป็นคนกล้า อยากทำนู่นทำนี่ เลยเริ่มขายน้ำเป็นงานเสริม กับมอเตอร์ไซค์ 1 คันหลังเลิกงาน” คุณจี-จีรภัทร ศรีทองคำ เล่าย้อนถึงเป้าหมายชีวิต ก่อนเป็นเจ้าของธุรกิจ “พาสต้า อาม่า” ร้านอาหารที่ตั้งเป้าเติบโต 300 ล้านบาทในปีนี้ จุดเริ่มต้น พาสต้า อาม่า คุณจี เป็นหนุ่มเชียงใหม่ เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ในสายงาน HR Business Development ประจำบริษัทแห่งหนึ่ง ยาวนาน 7-8 ปี สลับกับย้ายไปประจำออฟฟิศที่เชียงใหม่ จังหวัดบ้านเกิดของตัวเอง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นให้เขาเริ่มขายน้ำผลไม้เป็นอาชีพเสริม จนสร้างรายได้หลักแสนบาทต่อเดือน แม้จะสร้างรายได้ดี แต่เขามองว่า การหาปลาในเชียงใหม่ ต่อให้ขยายธุรกิจ ขยายลูกค้าไปมากแค่ไหน ก็มีอยู่แค่นั้น ประกอบกับมีเป้าหมายใหม่ “อยากประสบความสำเร็จในธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนชีวิตให้ดีกว่าเดิม” เขาจึงหอบหิ้วโมเดลร้านน้ำผลไม้เข้
ยาดมหงส์ไทย ไม่ได้เป็นเพียงผลิตภัณฑ์สมุนไพรธรรมดา แต่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นสัญลักษณ์ของความสดชื่นและไอเทมคู่ใจที่ขาดไม่ได้สำหรับคนไทยในทุกเพศทุกวัย และยังเป็นเสมือน Soft Power ไทย ที่ดังไกลไปทั่วโลก ด้วยกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์และคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณเก่ง-ธีระพงศ์ ระบือธรรม เจ้าของกิจการ “หงส์ไทย” โดยเล่าเรื่องราวความเป็นมาให้ฟังว่า 17 ปี ในการทำธุรกิจ ไม่เคยโฆษณา ไม่เคยจ้างแม้แต่เพจหนึ่ง แม้แต่อินฟลูฯ คนหนึ่ง ข้อความทุกข้อความที่เกิดขึ้นในโลกของออนไลน์ ไม่เคยมีหน้าม้า ไม่เคยไปสั่งการอยู่เบื้องหลังให้เชียร์ ให้พูดแต่เรื่องดีๆ สิ่งเหล่านี้เขาไม่เคยเสียเงินแม้แต่บาทเดียว หงส์ไทย ไม่ได้เติบโตมาแบบที่หลายธุรกิจเป็นกัน ที่จาก ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ร้านส่ง ไปโมเดิร์นเทรด แต่หงส์ไทย เติบโตมาจากพ่อค้า-แม่ค้า ในตลาดผู้สนใจ พนักงานตามโรงงาน ที่ซื้อใช้เอง แล้วผันตัวเองกลายเป็นผู้ขาย เรียกว่าเป็นธุรกิจที่โตมาจากรากหญ้าจริงๆ แต่ถึงแม้จะออกตัวว่าเติบโตจากตลาดล่างสุด ทว่าตัวเลขยอดขายปีล่าสุดของแบรนด์ “หงส์ไทย” ทะยานไปถึง 300 ล้านบาท เป็นสัดส
คุณธนดล พิทยานุวัฒน์ กรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท ไอเดียแล็บ จำกัด (IdeasLabs) MarTech สัญชาติไทย กล่าวว่า ปรากฏการณ์ “เจนนี่ ไลฟ์” ที่เป็นกระแสอยู่ในช่วงนี้ตอกย้ำแนวโน้มที่เกิดขึ้นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในวงการ Influencer Marketing นั่นคือ Live Commerce ไม่ใช่แค่การขายของผ่านจอมือถือ แต่เป็นสนามแข่งขันเชิงกลยุทธ์ ที่วัดกันด้วย Conversion (อัตราการเปลี่ยนผู้ชมเป็นผู้ซื้อ), ROI (Return on Investment หรือ ผลตอบแทนจากการลงทุน) และ Data-Driven Value (มูลค่าที่วัดผลได้จริงจากข้อมูล) ส่งผลให้โมเดลการประเมินมูลค่า KOL ในยุคใหม่กำลังเปลี่ยนผ่าน จากการวัดด้วยยอดผู้ติดตาม มาสู่การวัดด้วย ยอดขายต่อบาทที่แบรนด์ลงทุน ซึ่งชี้วัดศักยภาพเชิงธุรกิจได้ชัดเจนกว่าเดิม “โมเดลค่าตัวแบบ Fixed Rate บวก Commission กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการ KOL เพราะสร้างแรงจูงใจที่เป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย และเปิดโอกาสให้แบรนด์ได้เห็นผลลัพธ์แบบวัดได้จริง สะท้อนให้เห็นภาพ Influencer และ KOL จากความดัง สู่ความคุ้มค่า” ทั้งนี้ Influencer และ KOL ต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้แนะนำสินค้า เป็น นักขายมืออาชีพ ที่เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค เลื
อัปเดต #คำต้องห้าม TikTok ห้ามพูดในคลิป และ ในไลฟ์ ถ้าไม่อยากโดนปิดกั้น ยุคดิจิทัลที่ธุรกิจออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้แพลตฟอร์มต่างๆ ต่างแข่งขันกันอย่างดุเดือด โดยเฉพาะแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Shopee, Lazada และ TikTok ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซ โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม TikTok ในประเทศไทย ข้อมูลจาก SEASIA STATS เผยว่า สถิติผู้ใช้งานติ๊กต็อกในไทย เมื่อเดือนมกราคม 2024 มีผู้ใช้งานกว่า 44.38 ล้านบัญชี ซึ่งไทยตกเป็นอันดับ 9 ของโลก ถ้าหากพ่อค้าแม่ค้าคนใดที่กำลังขายของออนไลน์ แล้วพบว่ายอดไม่ขึ้น คนดูน้อย อาจจะลองดูคำเหล่านี้ ว่าเราเข้าเกณฑ์ที่ทำผิดกฎหรือไม่ โดยต้องทำความเข้าใจกฎระเบียบและคำต้องห้ามบน TikTok ก่อน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการออนไลน์ ที่ต้องการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ปลอดภัยและเป็นไปตามกฎ เพราะการละเมิดกฎเหล็กเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลให้ช่องของคุณโดนแบนได้ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จึงมี คำต้องห้ามใน TikTok ที่ห้ามพูดเวลาขายของทั้งในคลิปและเวลาไลฟ์สตรีม โดยสามารถหลีกเลี่ยงคำเหล่านี้ได้ และนำไปปรับใช้ในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่โดนใจลูกค้าและปลอดภัยจากการโดน
