Featured
พายเรือเก็บขยะ “แมวริมคลอง” เสน่ห์ที่ชุบตลาดร้าง สู่ตลาดที่ใครๆ ก็รู้จัก “แรกเริ่มเราไม่คิดว่ามันจะเป็นการดึงดูดคน แต่คิดว่าเราเห็นคนนั่งเรือกับแมวแล้วเขารู้สึกมีความสุข เราก็เลยอยากให้บริการนี้กับแขกของเรา อยากให้แขกที่มาพักกับเราได้ประสบการณ์แปลกใหม่แล้วก็มีความสุข” หัวตะเข้ สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ที่มาพร้อมกับบรรยากาศแสนสบาย มีกิจกรรมให้ทำมากมาย อย่าง เวิร์กช็อปศิลปะ ภายในตลาดยังมีร้านอาหารที่การันตีความอร่อย ราคาเข้าถึงง่าย แต่นอกจากสิ่งที่พูดมานี้ ยังมีสิ่งที่ทำให้หลายๆ คนรู้จักกับหัวตะเข้มากขึ้น ผู้เขียนต้องขออ้างถึงร้าน สี่แยกหัวตะเข้คาเฟ่ แอนด์เกสต์เฮ้าส์ ที่เรียกได้ว่าชุบชีวิตจากตลาดร้าง ให้กลับมามีชีวิตชีวามากขึ้น ด้วยกิจกรรมยอดนิยม อย่าง พายเรือเก็บขยะกับแมวริมคลอง เมื่อไม่นานมานี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้เดินทางไปยังชุมชนหัวตะเข้ ย่านลาดกระบัง แล้วมุ่งตรงมาที่ สี่แยกหัวตะเข้คาเฟ่ แอนด์เกสต์เฮ้าส์ พร้อมพูดคุยกับ พี่เปา-ชวลิต สัทธรรมสกุล เจ้าของร้าน ถึงที่มาที่ไปของเป้าหมายที่ต้องการจะกลับมาชุบชีวิตตลาดเก่าๆ ที่ร่วงโรยไปตามกาลเวลา ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง จุดเริ่มต้
ถ้าคุณเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ บอกเลยว่าห้ามพลาดกับแคมเปญนี้ ที่ล่าสุด “คมสันต์ แซ่ลี” ผู้ก่อตั้ง Flash Express ธุรกิจขนส่งหมื่นล้าน ยูนิคอร์นรายแรกของไทย ได้ออกมาทำแคมเปญ “ไลฟ์กับคนสันต์” ที่เป็นการสุ่มพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มาทำการขายของด้วยกัน พร้อมส่งฟรีทุกออร์เดอร์ด้วยขนส่ง Flash Express โดยหลังจากที่หลายคนได้ทำความรู้จักกับ ‘คุณคมสันต์’ ผ่านซีรีส์ สงคราม ส่งด่วน Mad Unicorn (2025) บน Netflix กันไปแล้ว ที่ในเรื่องจะเป็นการเล่าถึงเส้นทางการสร้างธุรกิจอันดุเดือดของตัวละคร ‘สันติ’ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากคุณคมสันต์ แซ่ลี ต่อมาไม่นานคุณคมสันต์ได้เปิดช่อง TikTok ของตัวเองที่ชื่อว่า komsansaelee พร้อมกับทำคอนเทนต์ที่หลากหลาย โดยใช้ตัวเองในการสื่อสาร เรียกว่าเป็นการตลาดแบบ CEO Branding ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เขาใช้เวลาในการปั้นช่องไม่นาน ก็มีผู้ติดตามกว่า 3 แสนคนเลยทีเดียว และล่าสุด เขาได้เปิดตัวแคมเปญใหม่ที่ชื่อว่า “ไลฟ์กับคมสันต์” โดยจะทำการสุ่มพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่กดติดตามช่องติ๊กต็อก komsansaelee มาร่วมไลฟ์ขายของไปด้วยกัน ที่พิเศษไปกว่านั้นคือ สินค้าทุกชิ้นที่ขายได้ จะทำการส่งฟรีผ่
เรื่องโดย พลชัย เพชรปลอด เจอรุ่นน้องถามผมว่า มีสินค้าที่เหมือนชาวบ้าน ขายยังไงดี? อืม…คำถามที่ผมเชื่อว่าหลายคน คงมีอาการเดียวกันคือ สินค้า ที่ตัวเองมีอยู่ เหมือนๆ กับชาวบ้าน แล้วจะขายยังไงดี เพราะลูกค้าก็ไม่ได้รู้สึกแตกต่างจากเจ้าอื่น คำถามนี้ถามง่ายๆ ตอบก็ง่าย แต่ทำจริง อาจไม่ง่ายครับ หันดูรอบตัว ใครที่คิดอยากทำธุรกิจ ซึ่งก็ต้องมีสินค้ามาขาย คงจะมีอาการเดียวกันว่า “จะขายอะไรดี” การเริ่มธุรกิจสมัยนี้คงไม่ง่าย เพราะสินค้าออกมามากมาย ซ้ำๆ กัน แทบไม่แตกต่าง เรื่องคิดจะหาสินค้าที่แปลกใหม่แหวกแนว คงไม่ง่ายนัก โดยเฉพาะสินค้าที่จีนผลิตออกมา เราคงหาความแตกต่างลำบากมาก ย้อนกลับมา เอาเป็นว่า เริ่มต้นจากคนที่ทำธุรกิจอยู่แล้ว มีสินค้าอยู่แล้ว แต่การแข่งขันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เราพอจะยับยั้ง บรรเทาอาการรุนแรงจากการแข่งขันได้อย่างไรบ้าง เล่าให้ฟัง 3 แนวทางใหญ่ๆ ละกัน แนวทางแรก “สร้างมูลค่าเพิ่ม” คำว่ามูลค่าเพิ่ม ชื่อบอกชัดๆ ว่า มันเพิ่มมูลค่าเข้าไป จะเพิ่มให้อะไร เพิ่มให้สินค้าปกติของเรา ดูว่ามี “มูลค่า” เหนือกว่าชาวบ้าน ซึ่งมูลค่าในที่นี้ มีทั้งมูลค่าจาก
ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองที่ร้อนระอุและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ชื่อของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มักถูกผูกติดอยู่กับภาพของนักการเมืองผู้เจนจัด แต่ในอีกมุมหนึ่งที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ เส้นทางเศรษฐีขอพาไปส่อง “หลังบ้าน” ของว่าที่ผู้นำคนนี้ สู่เรื่องราวของ “คุณจ๋า-ธนนนท์ นิราษิท” หวานใจของเขา ที่มีอาณาจักรเล็กๆ แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นที่จังหวัดระนอง ย้อนกลับไปช่วงที่นายอนุทินปฏิบัติภารกิจในฐานะรัฐมนตรี ได้มีโอกาสเดินทางมายังจังหวัดระนองบ่อยครั้ง และได้รับการแนะนำจาก ส.ส. ในพื้นที่ จนได้รู้จักและเริ่มคบหาดูใจกับคุณจ๋า ก่อนจะตัดสินใจเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2565 ที่ผ่านมา ร้านกาแฟ “จ่าจ้า คอฟฟี่” (JaJaa Coffee) ของเธอ จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ธุรกิจส่วนตัว แต่ยังทำหน้าที่เป็นเหมือนห้องรับรองแขกบ้านแขกเมือง และเคยเป็นจุดนัดพบสำคัญทางการเมืองเมื่อครั้งที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐา 1 เดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการแบบสัญจรครั้งแรกที่จังหวัดระนอง ร้านแห่งนี้เคยทำหน้าที่เป็นสถานที่ต้อนรับและให้การดูแลอย่างใกล้ชิด สะท้อนให้เห็นว่าร้านกาแฟเล็กๆ แห่งนี้มีความสำคัญมากกว่าที่ตาเห็น ร้าน “จ่าจ้
กระแส T-Beauty หรือผลิตภัณฑ์ความงามแบรนด์ไทย กำลังเป็นดาวรุ่งที่เติบโตอย่างร้อนแรง และถูกจับตามองว่าจะขึ้นแท่นซอฟต์พาวเวอร์ใหม่ที่พร้อมก้าวสู่เวทีสากล ด้วยมูลค่าตลาดสูงถึงกว่า 2.58 แสนล้านบาท โดยพบว่า ราวครึ่งหนึ่งของหญิงไทย (47.1%) เลือกซื้อสินค้าความงามผ่านช่องทางออนไลน์ และกว่า 70% กลับมาซื้อซ้ำ สะท้อนถึงศักยภาพของตลาดความงามออนไลน์ที่ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก การขยายตัวของตลาดส่งผลให้การแข่งขันทวีความดุเดือดไม่แพ้กัน และบนสังเวียนนี้เองที่แบรนด์ไทยอย่าง JOURNAL ได้พิสูจน์ความสำเร็จ ก้าวขึ้นเป็นแถวหน้าของวงการบิวตี้ไทย โดยมีหัวใจสำคัญคือการเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง ผสานกับกลยุทธ์ออนไลน์ที่ใช้ศักยภาพของเทคโนโลยีอีคอมเมิร์ซ เพื่อเสริมแกร่งและยกระดับการตลาดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในสมรภูมิ “เรดโอเชียน” แห่งตลาดความงาม การได้เป็นหัวแถวไม่ใช่เรื่องง่าย แต่แบรนด์บิวตี้อย่าง JOURNAL ที่แม้เพิ่งก่อตั้งได้เพียง 7 ปี แต่กลายเป็นดาวรุ่งที่สร้างความแตกต่างด้วยแนวคิด ‘Scent with Story’ เล่าเรื่องราวผ่านกลิ่นหอมที่หยิบแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมไทย มาผสมผสานกับประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์อย่างลงต
“หลายชีวิตยังคงดิ้นรนค้นหา ตามไขว่คว้าสิ่งที่เรียกว่าความสุข” วรรคแรกของเพลง หาความสุข ของวง สวัสดี เป็นเสมือนการบอกให้เราตามค้นหาความสุขในชีวิต ว่าแท้จริงแล้วมันคืออะไร บางคนอาจมองว่า ความสุขคือการได้นอนหลับเต็มอิ่ม การมีความฝันที่ยิ่งใหญ่ และการได้คุยเรื่องที่มีความหมาย สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนผสมที่ทำให้ชีวิตของคนเรามีความสุข แต่คำว่า ความสุข ในบริบทและอารมณ์ความรู้สึกของแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันออกไป สิ่งหนึ่งที่เราสังเกตได้คือ คนที่มีความสุขจะมีนิสัยและวิธีคิดที่แตกต่างจากคนที่ไม่มีความสุข หากคุณอยากเป็นคนที่มีความสุขบ้าง จงจำไว้ว่า ความสุขมาจากข้างในตัวเราเอง ที่สามารถเปลี่ยนความรู้สึกแย่ๆ ให้กลายเป็นความสุขได้ เว็บไซต์ Entrepreneur เป็นเว็บไซต์และนิตยสารชื่อดังของสหรัฐอเมริกาที่ให้ข้อมูลข่าวสารและคำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการและเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก ได้พูดถึงเรื่องราวของความสุขและการประสบความสำเร็จ ผ่านบทความที่ชื่อว่า “25 นิสัยของคนที่มีความสุขและประสบความสำเร็จ” มาดูกันว่า คนที่มีความสุข เขาทำอะไรบ้าง และไม่ทำอะไรบ้าง 1. ใช้เวลาอยู่กับปัจจุบัน คำพูดที่ว่า “หยุดทุกอย่างเพื่อดมกลิ่นกุ
การใช้ชีวิตในยุคปัจจุบันรายล้อมด้วยความท้าทายทางเศรษฐกิจรอบด้าน ตั้งแต่ภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ค่าครองชีพที่กดดัน ไปจนถึงความไม่แน่นอนของตลาดโลก ทำให้การเก็บเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป การลงทุนจึงกลายเป็นเครื่องมือจำเป็น สำหรับคนรุ่นใหม่และทุกเจเนอเรชันที่ต้องการสร้างความมั่นคงทางการเงินในอนาคต ทำไมการลงทุนถึงสำคัญ คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z มีพฤติกรรมการลงทุนที่ต่างจากรุ่นก่อน ชอบเริ่มต้นด้วยเงินไม่มาก เน้นสิ่งที่เข้าใจง่าย ยืดหยุ่น และเข้าถึงได้ผ่านแอปหรือแพลตฟอร์มออนไลน์ พวกเขามองการลงทุนไม่ใช่แค่เรื่องผลตอบแทน แต่เป็นการสร้างวินัยทางการเงินและการเรียนรู้ควบคู่กันไป ช่องทางลงทุนที่เหมาะกับมือใหม่ เครื่องมือเสริมสำหรับนักลงทุน การลงทุนยุคนี้ไม่ได้มีแค่สินทรัพย์ แต่ยังมีแอปการเงินและคอมมูนิตี้ออนไลน์ที่ช่วยวางแผนการลงทุน เช่น แอปลงทุนข้ามประเทศ แอปจดรายรับ–รายจ่าย ไปจนถึงกลุ่มแชร์ความรู้ใน Facebook หรือ TikTok ซึ่งช่วยเพิ่มมุมมองใหม่ แต่ผู้ลงทุนต้องใช้วิจารณญาณ ไม่ตามกระแสโด
กว่าจะมาเป็น 1 คน 8 คาแร็กเตอร์! ทำยังไง “ครอบครัวท่านเปา” สร้างสรรค์คลิปกระตุ้นอารมณ์ร่วม เข้าถึงคนทุกวัย ในงานเติมเทรนด์ 2025 มีเซกชันน่าสนใจมากมาย หนึ่งในนั้นคือ ‘เทรนด์การเป็นครีเอเตอร์ที่เริ่ดในปี 2025’ ซึ่งมีการพูดคุยกับคุณเปา เจ้าของช่อง “ท่านเปา” ที่กำลังมาแรงมากในขณะนี้ มีผู้ติดตามในติ๊กต็อก 2.6 ล้านคน ด้วยคอนเทนต์แนวครอบครัวที่นำเสนอเรื่องราวหลากหลาย ผ่านการแสดงเพียงคนเดียว แต่สามารถถ่ายทอดได้ถึง 8 บทบาทที่สมจริงและเข้าถึงอารมณ์ผู้ชม ครอบครัว ‘ท่านเปา’ 8 คาแร็กเตอร์ในคนเดียว ช่อง “ท่านเปา” เน้นนำเสนอเรื่องราวครอบครัวที่อาจเกิดขึ้นจริงในหลายๆ บ้าน ซึ่งครอบครัวของท่านเปาจะมีสมาชิกทั้งหมด 8 คน ได้แก่ พ่อ (ชยเดช), แม่ (นิภา), ลูกชายคนเล็ก (เป้ ชยางกุล), ลูกชายคนโต (เปา ชยพล), ภรรยาของเปา (พลอย นฤมล), ลูกสาวคนเล็ก (ปริม ปริมนภา), สะใภ้รอง (ปลายฟ้า) และล่าสุด แม่ของพ่อเดช (ย่าเอียด) โดยทั้งหมดนี้แสดงโดย คุณเปา เพียงคนเดียว กว่าจะมาเป็นคลิปที่สมบูรณ์ คุณเปา เล่าว่า แม้ตนนั้นจะไม่ได้เรียนด้านการตัดต่อมาโดยตรง แต่สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองจากแหล่งความรู้ต่างๆ และนำมาปรับใช้กับคอนเทนต
จากความสำเร็จของโปรโมชัน “คุ้ม คุ้ม อิ่มไม่อั้น 299 บาท” ตั้งแต่เดือนมิถุนายน–สิงหาคม 2568 ต่อเนื่องกว่า 3 เดือน ส่งผลให้ยอดขายของ MK Restaurants เติบโต 5% และเฉพาะสาขาที่ร่วมโปรโมชันนี้เติบโต 33% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ รวมกว่า 1.7 ล้านคน ทั้งกลุ่มลูกค้าที่ไม่ได้มา MK นานกว่า 6 เดือน กลุ่มลูกค้าปัจจุบันมาบ่อยขึ้น รวมถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ที่มีอายุน้อยลงก็ให้ความสนใจจำนวนมาก อีกทั้งการขยายสาขาเพิ่มจาก 254 สาขา เป็น 299 สาขา ในช่วงเดือนกรกฎาคม ยังช่วยต่อยอดศักยภาพการเติบโตให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น กลยุทธ์การตลาดครั้งนี้จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสำเร็จจากเสียงตอบรับอย่างกว้างขวาง และสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันอย่างแท้จริง วันนี้ MK Restaurants ประกาศเดินเกมต่อ ลุยโปรโมชัน อัปเลเวลเป็น “คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท” ต่อ ปรับให้คุ้มกว่าเดิมทุกมิติ! เมนูมากขึ้น! ฟินยาว ถึงสิ้นปี! พร้อมเมนูพิเศษทุกเดือน โดยยังอร่อยคุณภาพตามแบบฉบับของ MK เหมือนเดิม แถมฟินจุใจถึง 90 นาที “299 คุ้มเกินคุ้ม ดีขึ้นทุกมิติ” เมนูเพิ่มขึ้นเป็น 29 เมนู เน้นความคุ้มค่
“มีฤทธิ์ ฟู้ด ฮับ” เป็นร้านอาหารเล็กๆ ตั้งอยู่ในซอยแจ้งวัฒนะ 14 ถนนแจ้งวัฒนะ มีรูปแบบการบริการทั้งทานได้ที่ร้าน และ Ready to Go ส่วนเมนูประจำนั้นหลากหลาย ทั้ง เครื่องดื่ม อาหารคาว-หวาน มี เชฟนาย-มนัชญา กุลพงษ์วดี เป็นเจ้าของกิจการ ซึ่งเธอมีแนวคิดที่ว่า อาหารดีต้อง “มีฤทธิ์” ดีต่อใจและดีต่อกายไม่ต่างกัน และไม่กี่วันก่อน เชฟนาย เปิดบ้านพักซึ่งอยู่ละแวกเดียวกันกับร้านอาหารของเธอ เชิญสื่อจำนวนหนึ่ง รวมถึง “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ให้ได้มีโอกาสเปิดประสบการณ์ รับประทานมื้อกลางวัน ในแบบของ “Immune Table” หรือ “อาหารกระตุ้นภูมิ” “อาหารกระตุ้นภูมิ ไม่ใช่เพียงการเลือกวัตถุดิบที่มีคุณค่าเท่านั้น แต่คือการผสมผสานศาสตร์การปรุงอาหารแบบไทยกับความเข้าใจร่างกายในเชิงโภชนาการและสมดุลธรรมชาติ อาหารเซตนี้ เป็นการสนทนาแห่งสุขภาพ ที่เริ่มต้นตั้งแต่คำแรกไปจนถึงคำสุดท้าย โดยคัดสรรวัตถุดิบพื้นบ้าน สมุนไพร เครื่องเทศ และกระบวนการหมักดองที่อุดมด้วยจุลินทรีย์ที่ดี มีฤทธิ์ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันจากภายใน” เชฟนาย บรรยายมาอย่างนั้น สำหรับ “เมนูเสิร์ฟ” กระตุ้นภูมิ โดยเชฟนาย ครั้งนี้ เริ่มต้นด้วย เครื่องดื่มเปิดต่อมร
