Featured
ไอคอนสยาม เดสติเนชั่นแห่งใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา จัดงาน “ไอคอนสยาม เจ้าพระยา ริเวอร์ ออฟ ไลฟ์” (ICONSIAM CHAO PHRAYA RIVER OF LIFE) ร่วมสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีไทยในเทศกาลลอยกระทงรักษ์โลก ตั้งแต่ 19 – 22 พฤศจิกายน 2561 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม กรุงเทพฯ – “ไอคอนสยาม” อภิมหาโครงการเมืองแห่งการใช้ชีวิตสู่โลกอนาคตสัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์ของไทยริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาร่วมมือกับองค์กรพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน จัดงาน “ICONSIAM CHAO PHRAYA RIVER OF LIFE” (ไอคอนสยาม เจ้าพระยา ริเวอร์ ออฟ ไลฟ์) ตั้งแต่วันที่ 19 – 22 พฤศจิกายน 2561 ณ ไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร เพื่อร่วมสืบสานวัฒนธรรมและอนุรักษ์ประเพณีลอยกระทงแบบรักษ์โลกของไทย ส่งเสริมการใช้กระทงจากวัสดุธรรมชาติ ลดการทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การใช้ชีวิตริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างยั่งยืนตลอดไป โดยพิธีเปิดจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในวันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน 2561 เวลา 18.00 น. โดยได้รับเกียรติจากท่านเอกอัครราชทูตทั้ง 13 ประเทศ แขกผู้มีเกียรติ และศิลปินดารา ปราง -กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล และเต้ย – พงศกร เมตตาริกานนท์ ที่จะมาร่วมทำกิจกร
เกษตรกรพิจิตรปลูกชะอมไร้หนาม เพียง 3 ไร่ สร้างรายได้ดีกว่าทำนา 10 ไร่ คุณดอกไม้ อินอ้น หรือ ป้าดอกไม้ วัย 78 ปี ที่ถือเป็นเกษตรกรที่เริ่มปลูกชะอมไร้หนามรายแรกๆ ของอำเภอตะพานหิน และเป็นประธานกลุ่มผู้ปลูกชะอมไร้หนามบ้านคลองข่อย บ้านเลขที่ 31/6 หมู่ที่ 6 บ้านคลองข่อย ซอย 13 ตำบลไผ่หลวง อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร การปลูกชะอมไร้หนาม ที่หลายคนมองเป็นเพียงอาชีพรองนั้น กลับสร้างรายได้หลักให้กับ ป้าดอกไม้ และครอบครัวมายาวนานมากกว่า 20 ปี และที่สวนชะอมไร้หนามของป้าดอกไม้ ยังเป็น “ศูนย์เรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่” ประจำตำบลไผ่หลวง เพื่อเป็นจุดเรียนรู้และถ่ายทอดความรู้ เรื่องการปลูกชะอมไร้หนาม สำหรับผู้ที่สนใจหรือเกษตรกร ปลูกชะอมไร้หนาม เริ่มต้น ในพื้นที่ 3 ไร่ สร้างรายได้ดีกว่าทำนา 10 ไร่ ก่อนที่ป้าดอกไม้จะปลูกชะอมไร้หนามก็ทำนามาก่อน ปัจจุบัน ก็ยังคงทำนาควบคู่ไป ซึ่งนากลายเป็นอาชีพเสริมเท่านั้น ป้าดอกไม้เล่าย้อนกลับไปว่า ได้พันธุ์ชะอมไร้หนามมาปลูกแบบสวนครัวหลังบ้าน เมื่อประมาณ 20 กว่าปีที่แล้ว วัตถุประสงค์แรกของการปลูกชะอมไร้หนามในตอนนั้น เพียงเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน และต
นั่งกินชิลๆ บนรถบัส “เตี๋ยวไก่-โพนทอง” ราคาเดียว 20 บาท ยอดขายวันละ 150 ชาม “เส้นทางเศรษฐี” มีร้านอาหารราคาประหยัดมาแนะนำ ร้านนี้เป็นกระแสมาพักใหญ่บนโลกโซเชียล มีเมนูมัดใจคือ ก๋วยเตี๋ยวไก่ ขายเมนูเดียวราคาเดียว 20 บาท ไม่ได้เป็นร้านที่ขายราคาถูกมาก แต่เป็นร้านที่เสนอไอเดียฉีกกฎหน้าร้านทุกแบบ บวกกับราคาที่บอกไว้ คอนเฟิร์มเลยว่าต้องลองสักครั้ง โดยเจ้าของร้านไอเดียบรรเจิดสร้างความแปลกใหม่ไม่ใช่แค่ร้านก๋วยเตี๋ยวแบบที่เคยเห็นทั่วไป แต่เป็นร้านที่นำรถบัสเก่ามารีโนเวตใหม่ แบ่งพื้นที่สำหรับหน้าร้านและที่นั่งให้กับลูกค้าไว้บนรถคันเดียว ร้านนี้มีชื่อว่า “เตี๋ยวไก่-โพนทอง” ตั้งอยู่ที่จังหวัดร้อยเอ็ด ธุรกิจเล็กๆ เริ่มต้นได้ 4 เดือนกว่า มี คุณต้น-วิชัย เรือนรส อายุ 32 ปี เป็นเจ้าของกิจการ คุณต้น เริ่มบทสนทนาอย่างเป็นกันเองว่า ก่อนมาเปิดร้านเตี๋ยวไก่-โพนทอง เคยเข้ามาเป็นหนุ่มกรุงเทพฯ มาใช้ชีวิตและเรียนจนจบด้านรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เข้าทำงานเกี่ยวกับคลังสินค้าอยู่นานกว่า 6 ปี ภายหลังแต่งงานมีครอบครัวจึงย้ายกลับไปอยู่บ้านที่จังหวัดร้อยเอ็ด ยึดอาชีพค้าขายนาน 4 ปี ก๋วยเตี๋ยวเป็นเมนูกินง่าย เมื
“สวนผักคนเมือง” ก้าวข้ามข้อจำกัดผืนดินปลูก ต่อยอดเป็นอาชีพสร้างสรรค์ได้ ขึ้นชื่อว่าผัก เป็นแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามิน เกลือแร่ต่างๆ เช่น วิตามินบี 2 บี6 กรดโฟลิค แมกนีเซียม แคลเซียม ธาตุเหล็ก ทองแดง โพแทสเซียม โดยเฉพาะวิตามินนั้น มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น เบตาแคโรทีนหรือวิตามินเอ ซี และอี ช่วยชะลอความเสื่อมร่างกายและผิวพรรณเต่งตึง สดใส ป้องกันโรคหัวใจ โรคต้อกระจกโดยเฉพาะในผู้สูงอายุ โรคข้อเสื่อม เพิ่มภูมิต้านทานโรค และป้องกันโรคความดันโลหิตสูง ส่วนแคลเซียม ป้องกันโรคกระดูกพรุน ธาตุเหล็กป้องกันโรคโลหิตจาง เส้นใยอาหารในพืชมีสารเฉพาะที่เรียกว่าสารพฤกษเคมี สามารถป้องกันโรคมะเร็งได้หลายชนิด องค์การอนามัยโลก แนะนำว่าอาหารที่กิน และจะช่วยป้องกันโรคได้จะต้องมีผักผลไม้อย่างน้อยวันละ400กรัมขึ้นไปหรือต้องกินปีละ 146 กิโลกรัม/คน เฉลี่ยเดือนละ 12 กิโลกรัม ดังคำกล่าวที่ว่า “กินผักดีกว่า ถูกกว่าค่ายารักษาโรค และอร่อยกว่ากินยา” หลายคนที่รักสุขภาพ และกินผักเป็นประจำอยู่แล้ว โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่เขตเมืองทั้งใน กทม.และตามเมืองใหญ่ๆ ในต่างจังหวัด มีความสนใจอยากปลูกผักกินเอง เพรา
งานเข้า! กระทรวงสาธารณสุขสั่งปิดอาคารผู้ป่วยนอก รพ.พระราม 2 เมื่อวันที่ 14 พ.ย. นพ.ณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าตรวจสอบข้อเรียกร้องกรณีโรงพยาบาลพระราม 2 ซึ่งมีการส่งสาวที่ถูกน้ำกรดสาดไปรักษาอีกโรงพยาบาลจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตว่า ขณะนี้ความผิดของโรงพยาบาลพระราม 2 มีความชัดเจนมากขึ้น ที่เห็นชัดๆ และสั่งปิดไปเมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา คือ 1.กรณีโรงพยาบาลนำเอาที่จอดรถมาปรับปรุงดัดแปลงเป็นอาคารผู้ป่วยนอกโดยไม่ขออนุญาต จึงมีความผิดตามพ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 นพ.ณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า 2.สั่งลงโทษปรับในฐานทำความผิด พ.ร.บ.สถานพยาบาล แต่เป็นฐานความผิดที่ไม่ร้ายแรง จึงดำเนินการปรับไปเรียบร้อยแล้ว 3.สบส.สั่งให้โรงพยาบาลดังกล่าวปรับปรุงโรงพยาบาล ในส่วนที่ไม่ตรงมาตรฐาน พ.ร.บ.สถานพยาบาล โดยได้ให้ระยะเวลาในการปรับปรุง 15 วัน หากยังไม่ดำเนินการจะเพิกถอนใบอนุญาต ซึ่งหากโดนเพิกถอนใบอนุญาตจะส่งผลให้โรงพยาบาลถูกปิด แต่ก็ยังไม่รุนแรงเท่ากับการสั่งปิดโรงพยาบาลเลย และ 4.ประเด็นที่ถือเป็นความผิดร้ายแรงในพ.ร.บ.สถานพยาบาล ซึ่งจะนำเรื่องดัง
ทำเอาหลายคนถึงกับ “งง” ว่าขายได้ยังไงจานละ 5 บาท สำหรับข้าวราดแกง 1 อย่าง นอกจากนั้นถ้าเป็นกับข้าวตักแยกใส่ถ้วย ขายถ้วยละ 10 บาท ใส่ถุงกลับบ้านก็ 10 บาท ซึ่งร้านข้าวแกงที่ว่าเปิดมายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ ตั้งอยู่ที่ ลาดหญ้า ซอย 9 เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร มัดใจลูกค้าทุกเพศทุกวัยทั่วสารทิศ นับเป็นร้านข้าวแกงเก่าแก่ที่ไม่เคยปรับราคาขึ้น แต่ละวันเสิร์ฟไม่ต่ำกว่า 12 เมนู ขายหมดเกลี้ยงไม่มีเหลือ ลูกค้าการันตีว่า “อร่อย” เจ้าของร้านข้าวแกงลาดหญ้า ซอย 9 ชื่อ คุณสมจิตร์ อดุลย์เจริญ หรือที่ลูกค้าเรียกขานว่า เจ๊เนี๊ยว หญิงเชื้อสายจีนวัย 57 ปี เธอ บอกว่า ขายข้าวแกงมาตั้งแต่เด็ก ราคาที่ขายในสมัยรุ่นแม่ ข้าวราดกับข้าว 1 อย่าง 5 บาท 2 อย่าง 10 บาท กับข้าว 3 อย่าง ราคา 15 บาท หากสั่งเป็นกับข้าวใส่ถ้วย ราคาถ้วยละ 7 บาท เมนูมัดใจ พะแนงเนื้อ แกงจืดเลือดหมู ผัดเผ็ดปลาดุก ผัดกะเพราไก่ หมูทอด ผัดเครื่องในไก่ ผัดหน่อไม้ กุนเชียงทอด ปัจจุบันร้านเปิดทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ ตั้งแต่เวลา 20.30–00.00 น. “ดิฉันช่วยแม่ขายข้าวแกงตั้งแต่เด็กๆ ขายกันสองคนแม่ลูก สมัยตอนอายุ 10 กว่าขวบ แม่ขายข้าวเปล่าจานละ 2 บาท แกงถ้วยละ 7
พาชิม ‘ปาท่องโก๋สูตรฮ่องกง’ เกลียวใหญ่กรอบนอกนุ่มใน จิ้มสังขยา-ชาไทยขายตามงานแสดงสินค้า รายได้ 2-3 หมื่นบาทต่องาน ลุงชวน วัย 61 ปี เจ้าของร้านเล่าว่า ยึดอาชีพมาขายปาท่องโก๋น้ำเต้าหู้มาตั้งแต่ปี 2527 แถวปากซอย 42 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เพราะมีเพื่อนที่มาจากจังหวัดเดียวกันทำขายอยู่แถวตลาดคลองเตย ในตอนแรกลุงชวนไม่ได้คิดจะขายปาท่องโก๋น้ำเต้าหู้ แต่เห็นเพื่อนขายแล้วรายได้ดีแบบไม่น่าเชื่อว่าเป็นคนจากอีสานมาทำงานในกรุงเทพฯ ลุงเริ่มสนใจ เริ่มถามคนรู้จักที่ค้าขายส่วนใหญ่บอกว่าดี ได้เงินทุกวันจะมากน้อยก็ยังได้ แรกเริ่มลุงชวนขายปาท่องโก๋น้ำเต้าหู้เหมือนร้านทั่วไป จนรู้สึกว่าสินค้าที่ขายอยู่ยังสามารถปรับสูตรให้ดีกว่านี้ได้ ตอนนั้นเองที่ลุงชวนเริ่มศึกษาสูตรปาท่องโก๋จากหนังสือ ปรับสูตรใหม่เป็นสูตรฮ่องกงทำขายในปัจจุบัน “ลุงใช้สูตรจากหนังสือครึ่งนึง ส่วนอีกครึ่งเป็นสูตรที่พลิกแพลงด้วยฝีมือตัวเอง ทุกวันนี้ยังปรับสูตรอยู่นะ ลูกค้าอาจไม่รู้ ที่ปรับทุกวันเพราะอยากให้กินได้หลายวัน และยังคงรสชาติที่อร่อยอยู่” ลุงชวน ว่าอย่างนั้น จุดเด่นของปาท่องโก๋ร้านลุงชวนจะเป็นเกลียวชิ้นใหญ่ สูตรกรอบนอกนุ่มใน ทาน
“ตลาดหัวมุม” วันนี้ ยังค้าขายได้ตามปกติ! “เชื่อว่าทุกคนจะเข้าใจและให้โอกาสแม่ค้า” จากกรณีช่วงต้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา มีข่าวจากหลายสำนักรายงานว่า ทางนายสุชาติ ชลศักดิ์พิพัฒน์ ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับสั่งการให้ฝ่ายกรรมการสิทธิ์ ไปจัดทำป้ายติดประกาศ บริเวณตลาดหัวมุม บริเวณถนนเกษตร-นวมินทร์ อีกครั้ง เพื่อยืนยันจะเดินหน้า “เคลียร์พื้นที่” เพื่อก่อสร้างโครงการทางด่วนสายเหนือขั้นที่ 2 ตอน N2 ช่วงวงแหวนตะวันออก-เกษตร หลังจากก่อนหน้านี้ได้ทำหนังสือยกเลิกสัญญาเช่าตลาดหัวมุม ไปแล้ว แต่ยังพบว่าเจ้าของตลาดดังกล่าวยังคงเปิดให้บริการต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน พร้อมเรียกเก็บค่าเช่าแผงปีละกว่า 140 ล้านบาท ทั้งนี้ ยืนยันว่าทาง กทพ. ได้ยกเลิกสัญญาเช่าพื้นที่ดังกล่าวกับเอกชนไปนานแล้ว โดย กทพ. ไม่ได้เก็บค่าเช่าแต่อย่างใดในช่วงปีที่ผ่านมา อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ปิดอีกที่! เตรียมรื้อตลาดหัวมุม เกษตร-นวมินทร์ เพื่อสร้างทางด่วน ต่อมาราวปลายเดือนเดียวกัน ทางแอดมินเพจ หัวมุม Market & More ได้ออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าว มีเนื้อหาพอสรุปได้ว่า ตลาดหัวมุม หมดสัญญาจากการเช่า 2
จากรณีเพจ “red skull” เผยถึงกรณีร้านชุดงานแต่งชื่อดัง จัดแพ็คเกจงบ 500,000 แต่กับได้แค่ โต๊ะจีนธรรมดาๆ เก้าอี้สกปรก อาหารเย็นได้ซุ้มก๋วยเตี๋ยวสภาพใส่ชามกระดาษ บาบีึคิวเสียบไม้เหมือนขายหน้าโรงเรียน อาหารรสชาติไม่อร่อย แถมปูพรมในงานแย่มากแขกเดินสะดุดทุกคน ระหว่างนี้มีผู้เสียหายกว่า 200 คน ส่วนหน้าร้านเตรียมปิดกิจการหนี อ่าน ว่าที่บ่าวสาว ใจไม่ดีจ่าย 7 แสน ร้านเวดดิ้งดังปิดเงียบ ติดต่อไม่ได้ แห่แจ้งความนับร้อย! ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 13 พ.ย. ที่ ร้าน Panvisit ซอยสุคนธ์สวัสดิ์ 9/11 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณหน้าร้าน มีผู้เสียหายกว่า 20 รายที่เดินทางมารอร้านเปิด เนื่องจาก มีกระแสข่าวว่า ทางคุณออย เจ้าของร้านจะออกมาชี้แจงกับสื่อมวลชน หลังจากมีพฤติกรรม ติดต่อไม่ได้หลังจากลูกค้าได้จ่ายค่ามัดจำไปแล้วหลายแสน โดยทางผู้สื่อข่าว ได้สัมภาษณ์กับ คุณนุ้ย เภสัชยากร อายุ 30 ปี ที่ซื้อแพคเกจจัดงานแต่งไป 850,000 บาท แต่ทางเจ้าของร้านไม่ได้มีการติดต่อกลับมา ว่า ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ตนได้ตัดสินใจซื้อแพ็คเกจงานแต่ง จากร้าน ณ นิรันดร์ ในราคา 850,000
ในปัจจุบัน มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เป็นตัวช่วยในการใช้ชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี อย่าง การจ่ายเงินซื้อของผ่านโมบายแบงก์กิ้ง หรือ สิ่งของที่จับต้องได้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสได้เดินทางไปที่จังหวัดศรีสะเกษ และแวะเที่ยวที่ ตลาดน้ำริมทาง ที่ดอนแก้ว หนองสามขา ซึ่งเป็นตลาดข้างทางติดริมน้ำ มีซุ้มขายของจากชาวบ้านหลายซุ้ม ทั้งซุ้มผ้าไหม ซุ้มอาหาร ซุ้มขายเสื่อ และซุ้มผลิตภัณฑ์อื่นๆที่ชาวบ้านทำมาขาย เดินเข้าไปที่ซุ้มหนึ่ง ซึ่งเป็นซุ้มขายผ้าไหมทอมือ แต่กลับสะดุดตากับของเล็กๆ ที่วางแอบๆอยู่กับผ้า จึงหยิบขึ้นมาดู เป็นพลาสติกสีขาวขุ่นลักษณะเหมือนแก้วน้ำขนาดพอดีมือ ด้วยความอยากรู้ จึงถามชายคนหนึ่ง ที่ท่าทางเป็นคนขายว่าเจ้าสิ่งนี้คืออะไร เขาตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มเล็กๆ “อันนี้คือที่กรวดน้ำครับ” ด้วยความสงสัย จึงซักถามชายคนขายไป ทราบชื่อเจ้าของกิจการ คือ คุณกอล์ฟ-คมสัน พันคำภู หรือ คุณกอล์ฟ มีอาชีพเป็นครูสอนคอมพิวเตอร์ ที่โรงเรียน วัดม่วงเปสิทธิวิทยา คุณกอล
