แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
ของอร่อยที่หากินได้ค่อนข้างยากในยุคนี้ก็คือ “ตือฮวน-เกี้ยมไฉ่กับข้าวเหนียวยัดไส้” หรือ “จุกบี้” ในภาษาจีน เจ้าอร่อยที่เคยเปิดขายมานานอย่างตือฮวนสามพี่น้อง (คนทั่วไปเรียกสองพี่น้อง แต่ความจริงเขามีพี่น้องสามคน) ปากตรอกอิสรานุภาพ ใกล้วัดคณิกาผล ก็ได้ข่าวว่าปิดตัวไปเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้วนี้เอง คงจะเป็นเพราะว่าไม่มีทายาทสืบต่อ ประกอบกับการทำเครื่องในให้อร่อยและสะอาดนั้นต้องอาศัยความพิถีพิถันใช้เวลาและกำลังวังชาเป็นอันมาก อย่ากระนั้นเลย ปิ่นโตเถาเล็กขอกลับไปทบทวนร้านตือฮวน-เกี้ยมไฉ่ อีกร้านหนึ่งเสียเลย เจ้านี้โชคดีที่มีลูกชายทายาทรุ่น 3 มาช่วยทำร้านควบคู่ไปกับรุ่นแม่แล้ว ร้านนี้มีชื่อว่า “อรุณวรรณ” อยู่ “ปากซอยเอกมัย 15” ถนนสุขุมวิท 63 ผมเคยแนะนำร้านอรุณวรรณไปแล้วทั้งในหนังสืออร่อยริมทาง กับ ปิ่นโตเถาเล็ก ในคอลัมน์ ตามรอยพ่อไปชิม และทางวิทยุคลื่นคูลฟาเรนไฮต์ ในรายการ อิ๊งค์ eat all around ปรากฏว่า เมื่อปี 2018 (พ.ศ. 2561) อรุณวรรณได้รับรางวัลจากมิชลิน ในประเภท “บิบกูร์มองด์ (Bib Gourmand)” หรือร้านอาหารอร่อยคุ้มค่าในราคาย่อมเยา ซึ่งบางคนอาจจะยังไม่ทราบเรื่องเพราะที่ร้านไม่ได้ติดตรามิชลิน
ประเด็นที่ถูกพูดถึงกันหนาหูอยู่ในขณะนี้หนีไม่พ้นเรื่อง “ราคาอาหาร ข้าวของ เครื่องใช้ เเละบริการ” ต่างพาเหรดกันขึ้นราคา แต่สิ่งหนึ่งที่ยังไม่ขึ้นก็คือ “เงินเดือน” เจ้าของร้าน “นก ข้าวมันไก่ เคาะโต๊ะ” คุณชุตินิษฐ์ ชิตเจริญ หรือคุณนก เจ้าของร้านวัย 34 ปี แม่ค้าขายข้าวกล่อง ข้าวมันไก่ ที่ยืนยันว่า ยังไม่ปรับราคาขึ้นเเน่นอน ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้น้อยให้ได้รับประทานอาหารคุณภาพดี รสชาติอร่อย โดยยังจำหน่าย ข้าวกล่อง ข้าวมันไก่ ราคาเดียว คือ 10 บาท ขายข้าวมันไก่10 บาท 10 ปี ราคาไม่เคยเปลี่ยน ก่อนจะมาทำข้าวมันไก่ขาย คุณนก เคยเป็นพนักงานออฟฟิศคนหนึ่ง ทำงานประจำ มีเงินเดือนใช้ มีบัตรเครดิตใช้เหมือนสาวออฟฟิศทั่วๆ ไป เป็นสาวออฟฟิศอยู่เกือบ 4 ปีได้ ก่อนจะตัดสินใจลาออกมาค้าขาย ด้วยเหตุผลที่ว่า ทำงานไปเงินก็ไม่พอใช้ ทั้งยังติดหนี้บัตรเครดิตอีก จึงต้องหันกลับมาคิดใหม่ แต่ก่อนที่จะเกิดจุดเปลี่ยนและตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาเป็นแม่ค้านั้น เธอบอกว่า แต่เดิมที่บ้านขายข้าวมันไก่มาก่อน เป็นสูตรของคุณพ่อ ขายอยู่ที่ท่าน้ำนนท์ก็ได้คลุกคลีกับบรรยากาศการค้าขายมาตั้งแต่ยังเด็ก และคิดว่าอาชีพค้าขายน่าจะ
“หมูทอด” เมนูพื้นๆ ดูเหมือนจะทำง่าย คนไทยทุกเพศทุกวัยทานได้ สร้างรายได้ให้พ่อค้าแม่ค้าชนิดว่าตั้งตัวได้เลยมาแล้วมากมาย เฉกเช่นคุณอนาริสา ศรีนวล หรือ อาน่า เจ้าของร้านหมูทอดเบรกแตก ที่เดิมทำงานประจำ แต่เมื่อเเต่งงานมีครอบครัว เลือกผันตัวจากงานประจำมาเปิดร้านขายหมูทอด สร้างรสชาติให้ถูกปากคนไทย ทุกวันนี้มีรายได้ต่อวันประมาณ 3-4 หมื่นบาท สำหรับรายละเอียดร้านหมูทอดเบรกแตกของคุณอาน่า เธอบอกว่า เปิดได้ 2 ปีแล้ว สาเหตุที่เปิดร้าน คือ หลังจากแต่งงาน ก็ลาออกจากงานประจำ ไปเรียนทำอาหารกับแม่สามีซึ่งเป็นอาจารย์สอนทำอาหาร ได้เรียนอาหารหลายเมนู อยากทำขายหลายอย่าง แต่สุดท้ายรู้สึกว่า การทำหลายอย่างพร้อมๆ จะเหนื่อยเกินไป และกลัวว่าจะออกมาไม่ได้ไม่ดี เลยตัดสินใจเลือกทำเมนูเดียว เป็นเมนูเดียวที่คิดว่าทำออกมาดีที่สุด เลยมาจบที่หมูทอด ทั้ง 2 ชนิด หมูทอดเบรกแตกที่เป็นไฮไลท์ และเมนูหมูเค็ม “หมูทอดเบรกแตกเปิดร้านครั้งแรกที่ตลาดลุงเพิ่ม หลังการบินไทย ราคาขายหน้าร้านกิโลกรัมละ 600 บาท ขีดละ 60 บาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว มาชวนไปเปิดร้าน เลยเป็นที่มาของการขยายสาขา เพิ่มที่ห้างเซ็นทรัล
เวลาเราพูดถึง “รสชาติ” ของอาหารแถบหมู่บ้านนั้นหมู่บ้านนี้ จังหวัดนั้นจังหวัดนี้ หรือภาคนั้นภาคนี้ บางทีมันก็ยากที่จะอธิบายชัดๆ ลงไปว่า มัน “ต้อง” เป็นยังไงแน่นะครับ เพราะว่ารสมือที่ต่างกันของบรรดาแม่ๆ พ่อๆ แต่ละบ้านนั่นเอง ที่เป็นตัวแปร ทำให้แม้แต่อาหารของบ้านตรงข้ามเรา ก็ยังรสไม่เหมือนบ้านเราเลย ดังนั้น มิไยจะต้องเอ่ยถึงภาพรวมของ ตำบล อำเภอ ว่าจะกำหนดเหมารวมได้อย่างไร ว่ามันต้องมีลักษณะเด่นตรงไหน ยิ่งมาสมัยนี้ ที่การขนส่งวัตถุดิบรวดเร็วทั่วถึง ไม่ว่าใครก็สามารถจับจ่ายซื้อหาผักหญ้า เครื่องเทศสมุนไพรข้ามภูมิภาค มาใส่ในหม้อในกระทะของตนได้อย่างแทบไร้ขีดจำกัด มิติความเป็น “ท้องถิ่น” ของอาหารก็ยิ่งพร่าเลือนเข้าหากัน จนแทบไม่สามารถจะนิยามเฉพาะเจาะจงลงไปได้เลยทีเดียว อย่างไรก็ดี ผมคิดว่าแม้เราไม่สามารถผูกมัดจำกัดรสชาติอาหารที่กำลังเปลี่ยนไปได้แน่ๆ แต่หลายครั้ง เมื่อเรา “จับ” เค้าโครงหรือไวยากรณ์หลักของอาหารบางท้องถิ่นได้ มันก็พอจะนับเป็นความสนุกรื่นรมย์ในการกินอยู่ไม่น้อยทีเดียวแหละครับ ท่ามกลางความดาดๆ เหมือนๆ กันไปหมด ก็คงมีแต่ความแตกต่างที่เราพอจับรสชาติได้ การล่วงรู้ที่มาของวัตถุดิบ ความเ
เวลาเราพูดถึง “รสชาติ” ของอาหารแถบหมู่บ้านนั้นหมู่บ้านนี้ จังหวัดนั้นจังหวัดนี้ หรือภาคนั้นภาคนี้ บางทีมันก็ยากที่จะอธิบายชัดๆ ลงไปว่า มัน “ต้อง” เป็นยังไงแน่นะครับ เพราะว่ารสมือที่ต่างกันของบรรดาแม่ๆ พ่อๆ แต่ละบ้านนั่นเอง ที่เป็นตัวแปร ทำให้แม้แต่อาหารของบ้านตรงข้ามเรา ก็ยังรสไม่เหมือนบ้านเราเลย ดังนั้น มิไยจะต้องเอ่ยถึงภาพรวมของ ตำบล อำเภอ ว่าจะกำหนดเหมารวมได้อย่างไร ว่ามันต้องมีลักษณะเด่นตรงไหน ยิ่งมาสมัยนี้ ที่การขนส่งวัตถุดิบรวดเร็วทั่วถึง ไม่ว่าใครก็สามารถจับจ่ายซื้อหาผักหญ้า เครื่องเทศสมุนไพรข้ามภูมิภาค มาใส่ในหม้อในกระทะของตนได้อย่างแทบไร้ขีดจำกัด มิติความเป็น “ท้องถิ่น” ของอาหารก็ยิ่งพร่าเลือนเข้าหากัน จนแทบไม่สามารถจะนิยามเฉพาะเจาะจงลงไปได้เลยทีเดียว อย่างไรก็ดี ผมคิดว่าแม้เราไม่สามารถผูกมัดจำกัดรสชาติอาหารที่กำลังเปลี่ยนไปได้แน่ๆ แต่หลายครั้ง เมื่อเรา “จับ” เค้าโครงหรือไวยากรณ์หลักของอาหารบางท้องถิ่นได้ มันก็พอจะนับเป็นความสนุกรื่นรมย์ในการกินอยู่ไม่น้อยทีเดียวแหละครับ ท่ามกลางความดาดๆ เหมือนๆ กันไปหมด ก็คงมีแต่ความแตกต่างที่เราพอจับรสชาติได้ การล่วงรู้ที่มาของวัตถุดิบ ความเ
เป็นขนมที่คนไทยคุ้นเคย และรู้จักกันอย่างแพร่หลายสำหรับ “วุ้น” ซึ่งปัจจุบันถูกชายหนุ่มครีเอทแปลงโฉมขนมไทยชนิดนี้ให้มีความแปลกตาและรสชาติที่ไม่ซ้ำใครด้วยการสอดไส้ผลไม้ลงไป นับเป็นขนมที่ไม่ร้ายกาจต่อร่างกาย แถมโกยรายได้หลักแสนบาทต่อเดือน คุณภัค เรืองกิจรัตนกุล หรือ คุณฮั้ว เจ้าของธุรกิจวุ้นสอดไส้ เล่าว่า ชอบทานขนม ทั้งขนมไทย และเบเกอรี่ มาตั้งแต่เด็ก กระทั่งวันหนึ่งอยากเปิดร้านขายขนมในสไตล์ของตัวเอง ประกอบกับได้ลองทานวุ้นที่มีไส้ข้างในฝีมือคุณน้า จึงเกิดไอเดียของธุรกิจ “วุ้นสอดไส้” “ผมไม่เคยเห็นวุ้นสอดไส้ที่ไหนมาก่อน ซึ่งเท่าที่เห็นวุ้นส่วนใหญ่จะเป็น วุ้นกะทิ วุ้นเป็ด วุ้นใบเตย ซึ่งมั่นใจว่าถ้าทำวุ้นสอดไส้ออกมาขาย ลูกค้าจะต้องชอบแน่ๆ ฉะนั้นจึงสร้างเอกลักษณ์ให้ชัดเจน ด้วยการทำวุ้นสอดไส้ผลไม้” สำหรับจุดเด่นของวุ้นสอดไส้ผลไม้ หน้าตาวุ้นจะเป็นดอกไม้ ด้านในเป็นไส้ผลไม้ และเพื่อให้ลูกค้าจำได้ว่าเป็นวุ้นร้านพฤกษ์ คุณฮั้ว บอกว่า กลิ่นขนมจะหอมกะทิใบเตย ชนิดว่าหอมฟุ้งอยู่ภายในปาก หวานน้อย รสชาติกลมกล่อม ไม่ใส่สารกันเสีย ในช่วงแรกของการเปิดร้าน เจ้าของร้าน บอกว่า ขายออนไลน์ผ่านช่องทาง Instagram แล
คนกรุงเทพฯ ที่เป็นสาวกอาหารเหนือมาทางนี้ เพราะคนเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย นำสารพัดเมนูและวัตถุดิบที่ใช้ปรุงอาหารเหนือรสชาติเหนือออริจินอลแท้ๆ มาเสิร์ฟคนกรุงในราคาประหยัด ที่ร้าน “ม่วนใจ๋ ”ร้านอาหารเหนือบรรยากาศสบาย เจ้าของร้านต้อนรับด้วยตัวเอง ตั้งอยู่ถนนนครชัยศรี เขตดุสิต เมนูที่ต้องห้ามพลาด ไส้อั่ว ยำยอดใบชา แกงฮังเล น้ำพริกหนุ่ม ลาบคั่ว ตำขนุน ขนมจีนน้ำเงี๊ยว คุณวิภาพร นดูก้า หรือคุณต่าย สาวเชียงรายวัย 40 ปี เท้าความว่า ก่อนจะเปิดร้านอาหารทำธุรกิจส่งออกรองเท้า เฉลี่ยเดือนละ 60,000 คู่ กระทั่งปี 2557 ยอดขายรองเท้าลดลงเหลือเพียง 10,000 คู่/เดือน เลยอยากหารายได้เสริม ประกอบกับโดยส่วนตัวชอบทำอาหารมาตั้งแต่เด็กๆ เลยใช้โอกาสนี้เดินตามฝัน เปิดร้านอาหารเหนือที่คุ้นเคยเป็นรายได้เสริม ถามว่าทำไมต้องเป็นอาหารหนือ หญิงสาว บอกว่า เป็นคนเชียงราย ที่บ้านมีสูตรการทำอาหารเหนือ อีกทั้งทำทานกันในครอบครัวอยู่บ่อยๆ เลยใช้ต้นทุนทางความรู้และ ความชอบที่มีอยู่เปิดร้านใช้ชื่อว่า “ม่วนใจ๋” ตั้งใจให้เป็นรสชาติดั้งเดิม “ดิฉันใช้เวลาตัดสินใจกว่าจะเปิดร้าน 1 ปี ลงทุนประมาณ 5 แสนบาท เลือกทำเลในเมืองชั้นใน แถวเ
วัฒนธรรมการตั้งชื่ออาหารไทยที่เกี่ยวเนื่องกับอารมณ์ เริ่มเมื่อไหร่? ถ้าให้เดาเท่าที่ข้อมูลมีตอนนี้ ผมคิดว่าคงเริ่มประมาณช่วงก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 เล็กน้อย เพราะตำรากับข้าวในช่วงนั้นเริ่มปรากฏชื่อสำรับกับข้าวแนวๆ อย่างเช่น กระต่ายลอยน้ำ ไข่ฟูใจน้อย แย้หัวเราะ ฯลฯ ต่างจากช่วงก่อนหน้า ที่มักระบุวัตถุดิบและวิธีทำตรงๆ ไม่มีการประดิดประดอยโวหารให้ออกแนวโอชารมณ์เอาเลย หนึ่งในสำรับเหล่านั้น ที่ผมคิดว่าตั้งชื่อได้โรแมนติกมากๆ ก็คือ “แกงรัญจวน” ครับ หม่อมหลวงเนื่อง นิลรัตน์ เล่าที่มาที่ไปของสำรับนี้ไว้ในหนังสือตำรากับข้าวในวัง (พิมพ์ พ.ศ.2549) ที่ท่านเขียนขึ้นว่า เรื่องเกิดในห้องเครื่องวังสวนสุนันทา เมื่อเกิดมีผัดเนื้อวัวใส่หอมใหญ่และใบโหระพาเหลือจากคราวเลี้ยงอาหารคนทำดอกไม้ “..ท่านอา (หม่อมเจ้าหญิงแย้มเยื้อน สิงหรา) บอกไม่เป็นไร เดี๋ยวคิดทำ ท่านนั่งเลือกเอาเนื้อออก นอกนั้นทิ้งหมด แล้วใส่หม้อเคี่ยวให้เปื่อย ตำน้ำพริกกะปินี่แหละละลายลงไป น้ำพริกก็เปรี้ยวเค็มหวานอยู่แล้ว ไม่ต้องชิมหรอก แล้วทิ้งใบโหระพาลงไปหน่อย หอมเชียวแกง มื้อค่ำไม่มีเหลือเลย..แกงรัญจวน” ถ้าว่าโดยวิธีการ นี่แทบ
ใครเบื่อเค้กวันเกิดแบบเลี่ยนๆ หรือ อยากจะเลี่ยงไขมันทรานส์จากมาการีนและเนยเทียมมาทางนี้ เส้นทางเศรษฐีมีไอเดียแม่ค้าหมูทอด แปลงโฉมเค้กวันเกิด หรือ เค้กปาร์ตี้ที่มีเพียงคาร์โบไฮเดรตและfatกินแล้วอ้วน ให้กลายเป็น “เค้กหมูทอด” กินง่าย คล่องคอสไตล์คนไทย ทุกเพศทุกวัยไปยันผู้สูงอายุที่หมอให้งดน้ำตาลก็ยังรับประทานได้ ชนิดว่าจัดงานวันเกิดทั้งที ได้ใจทั้งครอบครัว “คุณอนาริสา ศรีนวล” หรือ อาน่า เจ้าของร้านหมูทอดเบรกแตก เล่าว่า เค้กหมูทอด คือ เป็นการนำข้าวเหนียวมาขึ้นรูปเป็นก้อน เหมือนขนมเค้ก แบ่งเป็นชั้นๆ และตกแต่งด้านบนด้วยหมูทอด หน้าตาคล้ายเค้ก ซึ่งลูกค้าที่มาซื้อ ส่วนใหญ่เบื่อขนมเค้ก อยากเปลี่ยนมาเป็นเค้กหมูทอด “อนาริสา” เล่าว่า เริ่มทำเค้กหมูทอดเมื่อประมาณต้นเดือนมิถุนายน 2561จากนั้นลองโพสต์รูปลงเพจหมูทอดเบรกเตก ปรากฏลูกค้าให้การตอบรับดีมาก ขนาดเค้กหมูทอดที่ทางร้านทำขาย มีเพียงขนาดเดียว เป็นขนาดเค้ก 2 ปอนด์ สำหรับวิธีการทำเค้กหมูทอด เจ้าของร้านให้ข้อมูลว่า ใช้ข้าวเหนียวสุก 1.5 กิโลกรัม ทำเป็นชั้น 3 ชั้น แต่ละชั้นตกแต่งด้วยหมูทอด หมูทอดที่ใช้ มี 2 แบบ คือ “หมูเค็ม” ทำจากหมูสามชั้นหมักด้วยเครื่
หากพูดถึงธุรกิจสเต๊กเชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจในฝันของหลายๆ คน ด้วยความที่สเต๊กเป็นอาหารที่ติดอันดับความนิยมในอันดับต้นๆ เราจึงเห็นร้านสเต๊กเกิดขึ้นมากมายตั้งแต่ร้านริมทางไปจนถึงร้านสเต๊กหรู หลากหลายแบรนด์แจ้งเกิดและเติบโตในธุรกิจนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งแต่ละแบรนด์ต่างก็มีจุดแข็งเพื่อสร้างความน่าสนใจให้กับแบรนด์ของตัวเอง วันนี้เส้นทางเศรษฐี จะพาไปรู้จักสเต๊กอีกแบรนด์ที่ก้าวเข้าสู่ธุรกิจนี้ด้วยการเปิดสอนสูตรสเต๊กให้กับคนที่สนใจจะเปิดร้านสเต๊ก สานฝันคนที่อยากเปิดร้านสเต๊กโดยไม่ต้องซื้อแฟรนไชส์ราคาแพง ก็สามารถมีร้านสเต๊กเป็นของตัวเองได้ แถมยังเปิดโอกาสให้คนที่สนใจเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์โดยการร่วมเป็นสาขาโดยไม่ต้องเสียค่าแฟรนไชส์อีกด้วย จึงไม่น่าแปลกใจที่ระยะเวลาเพียงไม่ถึงปี THE ONE STEAK เติบโตและสร้างสาขาให้เกิดขึ้นได้มากกว่า 27 สาขาแล้ว ไปติดตามความน่าสนใจของแบรนด์นี้กัน THE ONE STEAK…เกิดขึ้นจากความต้องการแบ่งปันอาชีพด้วยการเปิดสอน สู่การสร้างแบรนด์เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับสาขา คุณหนึ่งฤทัย แพรสีทอง เจ้าของแบรนด์ THE ONE STEAK เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการก้าวเข้าสู
