แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
ใครไปอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ของฝากอย่างหนึ่งที่ผู้มาเยือนมักซื้อไปฝากเพื่อนฝูงญาติพี่น้อง นั่นคือ ปลากุเลาเค็ม ซึ่งมีหลายเจ้า แต่สำหรับร้านกุเลาทองแม่แป้นตากใบ อยู่ที่ตำบลเจ๊ะเห อำเภอตากใบ มีความโดดเด่นตรงแพ็กเกจจิ้งที่ทันสมัยและพกพาสะดวก แถมถ้าลูกค้าคนไหนขี้เกียจหิ้วเองสามารถให้ทางร้านจัดส่งทางไปรษณีย์ได้ด้วย คุณปัญจพร พันธเสน กับคุณพ่อ สูตรต้นตำรับจากอาม่า สาเหตุที่แพ็กเกจจิ้งสวยงามโดนใจลูกค้า เพราะ คุณปัญจพร พันธเสน หรือ คุณกล้วย ทายาทรุ่นที่ 3 ของทางร้าน เป็นผู้ออกแบบ ซึ่งเธอเรียนจบและทำงานทางด้านนี้อยู่แล้วที่กรุงเทพฯ จึงนำความรู้ด้านการดีไซน์มาใช้กับธุรกิจของครอบครัว หลังจากอาม่าหรือคุณยายและคุณแม่ของเธอทำปลากุเลาเค็มขายมานานกว่าครึ่งศตวรรษแล้ว และนอกจากจะวางขายที่ร้านในอำเภอตากใบแล้ว แบรนด์กุเลาทองแม่แป้นตากใบ ยังขายผ่านออนไลน์ด้วยทั้งทางเฟซบุ๊ก ไอจี และทางไลน์ พร้อมกันนั้น ยังออกบู๊ธในบางครั้ง อย่างเมื่อไม่นานมานี้ก็มาออกบู๊ธที่ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต จัดโดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนราธิวาส ปรากฏว่าขายดีมาก สินค้าที่เตรียมมาขายหมดก่อนวันจบงาน และมีลูกค้าติดต่อเข้ามาจากนามบัตรที่แ
ใครไปอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ของฝากอย่างหนึ่งที่ผู้มาเยือนมักซื้อไปฝากเพื่อนฝูงญาติพี่น้องนั่น คือ ปลากุลาเค็ม ซึ่งมีหลายเจ้า แต่สำหรับร้านกุเลาทองแม่แป้นตากใบ อยู่ที่ตำบลเจ๊ะเห อำเภอตากใบ มีความโดดเด่นตรงแพ็กเกจจิ้งที่ทันสมัยและพกพาสะดวก แถมถ้าลูกค้าคนไหนขี้เกียจหิ้วเองสามารถให้ทางร้านจัดส่งทางไปรษณีย์ได้ด้วย คุณปัญจพร พันธเสน กับคุณพ่อ สูตรต้นตำรับจากอาม่า สาเหตุที่แพ็กเกจจิ้งสวยงามโดนใจลูกค้า เพราะ คุณปัญจพร พันธเสน หรือ คุณกล้วย ทายาทรุ่นที่ 3 ของทางร้าน เป็นผู้ออกแบบ ซึ่งเธอเรียนจบและทำงานทางด้านนี้อยู่แล้วที่กรุงเทพฯ จึงนำความรู้ด้านการดีไซน์มาใช้กับธุรกิจของครอบครัว หลังจากอาม่าหรือคุณยายและคุณแม่ของเธอทำปลากุเลาเค็มขายมานานกว่าครึ่งศตวรรษแล้ว และนอกจากจะวางขายที่ร้านในอำเภอตากใบแล้ว แบรนด์กุเลาทองแม่แป้นตากใบ ยังขายผ่านออนไลน์ด้วยทั้งทางเฟซบุ๊ก ไอจี และทางไลน์ พร้อมกันนั้น ยังออกบู๊ธในบางครั้ง อย่างเมื่อไม่นานมานี้ก็มาออกบู๊ธที่ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต จัดโดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนราธิวาส ปรากฏว่าขายดีมาก สินค้าที่เตรียมมาขายหมดก่อนวันจบงาน และมีลูกค้าติดต่อเข้ามาจากนามบัตรที่แจ
ปูนา เป็นสัตว์น้ำจืดที่จะเห็นได้ทั่วไปในช่วงที่ถึงฤดูกาลทำนา และสามารถพบเห็นได้ตามสถานที่ชุ่มน้ำทั่วไป หรืออาจจะมีมากในท้องนาที่เป็นพื้นที่สงบ ปูนาเป็นสัตว์ที่ชอบขุดรูอยู่อายุตามแปลงนา คันนา ซึ่งผู้ที่มีความชำนาญจะเห็นรูที่ปูนาอาศัยอยู่ได้ง่าย โดยมีลักษณะเป็นรูกลมรีที่มีลักษณะตามขนาดของตัวปู ซึ่งปูนาสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น ปูนาปิ้งกล้ามใหญ่ๆ หอมๆ หรือจะเป็นลาบปูนา ตลอดไปจนถึงแกงอ่อมก็อร่อยไม่แพงกัน และที่นิยมทานกันและกินได้บ่อยๆ ไม่มีเบื่อก็คงจะหนีไม่พ้นป่นปูนา วิธีการทำป่นปูนาก็ไม่มีขั้นตอนอะไรที่ยุ่งยาก ในขั้นตอนแรกต้องหาปูนามาให้ได้เสียก่อน โดยอาจจะไปขุดตามท้องนาที่เว้นว่างจากการทำนา หรืออาจจะซื้อแบบที่มีการเลี้ยงก็ได้เช่นกัน แล้วนำมาจัดเตรียมดังนี้เลย 1.นำปูนาที่ได้มาล้างน้ำให้สะอาด เพื่อให้ดินและโคลนออกให้หมดจากตัวปู ปูนาล้างให้สะอาด 2.นำปูนาที่ล้างสะอาดแล้วมาปิ้งบนเตาไปให้สุกมีลักษณะส้มเหลือง 3.พร้อมทั้งปิ้งพริก หอมแดง และกระเทียมเหลืองสวย เพื่อเกิดความหอมด้วย เครื่องเทศ 4.จากนั้นนำปูนาที่ปิ้งจนสุก และเครื่องเทศที่เตรียมไว้ใส่ลงครกและตำให้เข้ากัน ปูนาที่ปิ้งจนสุ
วันที่ 10 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณริมถนนสาย 304 ทั้งขาขึ้น และขาล่อง ตั้งแต่ อ.วังน้ำเขียว ถึง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ช่วงนี้พบว่ามีชาวบ้านมาตั้งแผงขายอาหารป่ากันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะแผงขายอึ่งอ่าง ซึ่งช่วงนี้มีมากเป็นพิเศษ เนื่องจากอยู่ในช่วงที่มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นบนภูเขา ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว และ อ.ปักธงชัย พากันขึ้นไปจับอึ่งอ่างมาขายริมถนนสาย 304 สร้างรายได้ให้กับครอบครัว เช่นเดียวกันกับครอบครัว นางสมใจ กล่อมเกษม อายุ 42 ปี ซึ่งได้มาตั้งแผงขายอึ่งอ่าง อยู่ริมถนนสาย 304 ตรงข้ามกับสำนักงาน อบต.ภูหลวง อ.ปักธงชัย มีลูกค้าซึ่งเป็นประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา เพื่อฉลองเทศกาลสงกรานต์ แวะเวียนมาซื้ออึ่งอ่าง ไปประกอบอาหารกันอย่างต่อเนื่อง นางสมใจ กล่าวว่า ช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงที่มีพายุฤดูร้อนเข้ามาในพื้นที่ทำให้ฝนตกลงมาอย่างหนักบนภูเขา ซึ่งจะมีอึ่งอ่างภูเขาออกมาหากินจำนวนมาก ชาวบ้านจึงพากันออกจับอึ่งอ่างมาขาย เป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัว โดยอึ่งอ่างภูเขาจะออกมาให้จับปีละครั้งในช่วงนี้เท่านั้น ถือเป็นอาหารป่าหารับประทานยาก ดังนั้น จึงเป็นที่ต้องการของประชาชนชาวอีสาน
สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ เฮลท์คิทเช่นทุกคน เมนูวันนี้ วินมีบาร์สุขภาพแบบวีแกน มาให้เพื่อนๆ ลองทำทานกันค่ะ ง่ายสะดวก ทำจากงาดำเป็นหลัก อุดมไปด้วยประโยชน์ของงาดำ ที่มีทั้งแร่ธาตุอย่างวิตามินบี1 บี2 บี3 บี5 แคลเซียม โพแทสเซียม สังกะสี และธาตุเหล็ก เป็นต้น งาดำมีส่วนช่วยบำรุงร่างกาย มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่ ซ่อมแซมสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันโรคกระดูกพรุน บำรุงรากผม ป้องกันผมหงอก ช่วยเผาผลาญและลดคอเลสเตอรอลในหลอดเลือด สามารถช่วยลดความดันโลหิต และป้องกันโรคเหน็บชาได้ค่ะ นอกจากนี้ ในส่วนของเลเยอร์อีกอันที่ทานคู่กับงาดำใช้ส่วนผสมของถั่วอัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ วินได้ใช้อินทผลัมเพื่อให้เนื้อถั่วมีความหนืดติดกันเป็นบาร์ได้ ไอ้เจ้าอินทผลัมนี้แหละค่ะ พระเอกของเราคู่กับงาดำ ที่ช่วยให้พลังงานกับร่างกายบำรุงสายตา ลดระดับน้ำตาลในเลือดและลดความดันในเลือดได้ค่ะ นอกจากนี้ยังช่วยแก้กระหาย แก้อาการเจ็บคอ อินทผลัมอุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร จึงป้องกันอาการท้องผูกได้เช่นกัน ส่วนประกอบอย่างอื่นก็มีตามด้านล่างนี้ค่ะ ส่วนผสมฐาน อินทผลัม ¾ ถ้วย ข้าวโอ๊ต ½ ถ้วย อัลมอนด์
ไข่นกกระทาทอด ขนมแป้งทอดลูกกลมๆ เป็นที่นิยมของลูกค้าทุกเพศทุกวัย วันก่อนมีโอกาสไปเห็นร้านขายไข่นกกระทาทอด แปลกไม่ซ้ำใคร เพราะมีถึง 7 สี 7 รสชาติ ทอดกันสดๆ ให้เห็นหน้าร้าน มันเยอะแป้งน้อย เสียบไม้ขายสลับสีสันน่ารับประทาน ร้านนี้มีชื่อว่า นัซนีน ไข่นกกระทา วินเทจ นัซนีน ไข่นกกระทา วินเทจ ธุรกิจเล็กๆ ของคุณสรรชัย และคุณนุสรา เลาะลาเมาะ คู่สามีภรรยาชาวมุสลิม ที่ช่วยกันยืนขายเรียกลูกค้ากันอย่างขะมักเขม้น คุณนุสรา เล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า เป็นครูอนุบาลมา 10 ปี ส่วนสามีเรียนจบปริญญาโทจากประเทศอินเดีย แต่ด้วยสุขภาพที่ไม่แข็งแรงของสามีเพราะมีโรคประจำตัว ทำให้ทั้งคู่คิดว่าควรหาอาชีพที่ทำแล้วไม่เครียด ยึดเป็นหลักให้กับครอบครัวดีกว่า อาชีพที่ทั้งคู่เริ่มทำคือการขายอาหารหรือไม่ก็พวกของกิน เพราะคุณสรรชัยเป็นคนชอบทำอาหาร โดยเริ่มแรกทั้งคู่ขาย นกกระทาทอดกระเทียมพริกไทย ปรากฏว่าขายดี แต่ด้วยความขยันจึงสรรหาของอย่างอื่นขายเสริมด้วย ไม่ว่าจะเป็น ปลาหมึกย่าง สปาเกตตี้ หรือแม้แต่แฮมเบอร์เกอร์ก็ทำขายมาแล้ว แต่ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง ทั้งกลุ่มเป้าหมาย สถานที่ และราคาวัตถุดิบที่ไม่เอื้อต่อการขายจึงทำให้ไม่ประสบควา
อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าช่วงนี้ราคาข้าวของ เครื่องใช้ หรืออาหารการกินต่างๆ ก็ต้องปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดไปได้ในภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง รวมไปถึงกำลังซื้อของคนก็มีขึ้นลงตามรายได้ที่ได้รับในแต่ละเดือน ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญมากสำหรับพ่อค้าแม่ขาย ร้านค้าบางราย ปรับตัวโดยการขยับราคาสินค้าเพิ่มขึ้นอีกนิด เพื่อให้ร้านอยู่รอดได้ ผิดกับมุมมองและแนวคิดเจ้าของร้าน “นก ข้าวมันไก่ เคาะโต๊ะ” ซึ่ง คุณชุตินิษฐ์ ชิตเจริญ หรือคุณนก เจ้าของร้านวัย 33 ปี กลับมองว่า “ไม่ได้ต้องการขายเอารวย แต่อยากขายเพื่อให้คนที่มีงบน้อย หรือนักเรียน นักศึกษา ให้เขาเหล่านี้มีข้าวกิน ท้องอิ่ม” ขายข้าวมันไก่10 บาท 10 ปี ราคาไม่เคยเปลี่ยน คุณนก ขยายความให้ฟังเพิ่มเติมว่า ก่อนจะมาทำข้าวมันไก่ขาย เคยเป็นพนักงานออฟฟิศคนหนึ่ง ทำงานประจำ มีเงินเดือนใช้ มีบัตรเครดิตใช้เหมือนสาวออฟฟิศทั่วๆ ไป เป็นสาวออฟฟิศอยู่เกือบ 4 ปีได้ ก่อนจะตัดสินใจลาออกมาค้าขาย ด้วยเหตุผลที่ว่า ทำงานไปเงินก็ไม่พอใช้ ทั้งยังติดหนี้บัตรเครดิตอีก จึงต้องหันกลับมาคิดใหม่ แต่ก่อนที่จะเกิดจุดเปลี่ยนและตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาเป็นแม่ค้านั้น เธอบอกว่า แต่เดิมที
เมื่อเอ่ยถึง “ปลาส้ม” เรานึกถึงอะไรกันบ้างครับ? ถ้าเป็นคนชอบกินกับข้าวอีสาน ภาพจำที่วาบขึ้นมาคงเป็นปลาตะเพียนทั้งตัว บั้งข้าง ควักไส้ออก ยัดข้าวสวยหรือข้าวนึ่งเข้าไปแทน หมักกับกระเทียม เกลือ จน “ส้ม” คือมีรสเปรี้ยว กลิ่นหอม จากปฏิกิริยาการบ่มตัวของแป้งข้าวกับเนื้อปลาสด เวลากินก็ทอดน้ำมัน หรือห่อใบตองกล้วยย่างเตาถ่าน ไม่ก็นึ่งในลังถึง แนมด้วยกระเทียมสด หอมเจียว ตะไคร้ซอย พริกขี้หนูสดหรือพริกแห้งเจียว ใบมะกรูดทอด ขิงอ่อนหั่นชิ้นลูกเต๋า ใบผักชีต้นหอม ฯลฯ บางคนชอบเอาไปหลนกะทิสด จะใส่หมูสับหรือไม่ใส่ก็ได้ ก้างปลานั้นก็กรองทิ้งไป ได้อารมณ์ของสำรับหลน ซึ่งแต่เดิมคือเครื่องจิ้มที่มีข้าวหมากเป็นส่วนประกอบอย่างสำคัญ เดี๋ยวนี้ดูเหมือนจะลืมๆ กันไปแล้วกระมังครับ ว่าหลนนั้นส่วนใหญ่ต้องมีข้าวหมากเป็นเครื่องปรุงอยู่ด้วย นอกจากปลาส้มสายอีสาน ยังมีสำรับมุสลิมภาคใต้ ที่เรียกเนื้อปลาชิ้นใหญ่ทอดเคล้าน้ำปรุงพริกตำเคี่ยวในน้ำตาล เกลือ น้ำส้มสายชูว่า “ปลาส้ม” ด้วย คือเป็นปลาทอดที่ปรุงรสเปรี้ยวนำนั่นเอง ทีนี้มีอยู่วันหนึ่ง ผมไปได้ปลาอินทรีสดชิ้นย่อมๆ จากร้านปลาที่ตลาดเช้ามาสองสามชิ้น ปกติปลาอินทรีสดเขามักทอดจิ
ติดกระแสของกินมาพักใหญ่ สำหรับขนมปังปิ้งไส้เยิ้ม ขนมหวานหอมละมุนปาก หากใครเป็นสาวกขนมชนิดนี้ จะรู้ดีว่าต้นตำรับเจ้าดังคิวยาวเหยียดนั้นอยู่ที่ไหน แต่ถ้าเบื่อต่อคิวลองหาร้านอื่นทานดูบ้าง มีหลายร้านให้เลือก รสชาติไม้แพ้กันแน่นอน คุณภาพเรียกว่าสูสีกันซะด้วยซ้ำ ปังอั้ยยะ ปังปิ้งไส้เยิ้ม ร้านขนมปังของ คุณต้น-รณชัช พลากรกิตติ วัย 30 ปี หนุ่มวิศวะ จากสถาบัน เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คุณต้นเลือกออกจากงานประจำที่มั่นคงและรายได้ดี มาสานต่อความฝันทำธุรกิจที่อยากทำด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเท แต่การลาออกจากงานเจ้าตัวไม่ได้ตัดสินใจแบบด่วนสรุป ทุกอย่างผ่านการคิดและดูความเป็นไปได้ของธุรกิจมาก่อน “ความฝันที่ว่าคือการมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เลือกทำขนมปังปิ้ง เพราะชอบทานขนมชนิดนี้” ปังอั้ยยะ ปังปิ้งไส้เยิ้ม เริ่มเปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา คุณต้น เล่าว่า มีพี่สาวที่สามารถทำไส้ขนมได้ จึงคอยเป็นหลังบ้านช่วยสนับสนุน ส่วนตนเป็นคนดูแลภาพรวม การสร้างแบรนด์ การตลาด รวมถึงภาพรวมอื่นๆ ของปังอั้ยยะ ปัจจุบันเปิดตัวมาได้ 4 เดือน คุณต้น บอกว่า การตอบรับดีมาก ตอนแรกตั้งใจมีหน้าร้าน พอคิดอีกที มองว่าแ
หมูหมักเสียบไม้ ปิ้งเตาถ่าน กลิ่นหอมตลบอบอวลชวนหิว ใครเดินผ่านเป็นอันต้องซื้อกินคนละไม้สองไม้ มีหลายคนที่หันมายึดอาชีพนี้กันเยอะแยะไปหมด แต่ไม่มีร้านไหนขายในราคาไม้ละ 3 บาทเหมือนกับร้านของคุณเด่น ส่วนใหญ่แล้ว ราคาจะอยู่ที่หลักสิบบาท ถึงอย่างนั้น คุณเด่นไม่เคยคิดขึ้นราคาเพราะราคานี้ถือเป็น “จุดเด่น” ของร้านไปแล้ว คุณเด่น เสนาบุญ วัย 44 ปี ชาวกำแพงเพชร และ คุณสุนันทา ผลกอง วัย 42 ปี ชาวยโสธร สองสามีภรรยาที่ยึดอาชีพขายหมูปิ้งไม้ละ 3 บาท ขายมากว่าสิบปีแล้ว ในอดีตหลังเรียนจบมัธยมฯ 6 คุณเด่นเข้ามาเป็นเด็กเสิร์ฟในกรุงเทพฯ แถวสนามมวยลุมพินี จากนั้นจึงได้พบรักกับคุณสุนันทา กระทั่งร่วมกันสร้างครอบครัว มีลูกสองคน ทั้งคู่ยึดอาชีพเสิร์ฟอาหารอยู่หลายปี ด้วยค่าครองชีพที่ต้องกินต้องใช้ในกรุงเทพฯ นั้นสูงพอตัว ทำให้เงินเดือนที่ได้จากการเป็นเด็กเสิร์ฟไม่พอใช้ ประจวบเหมาะกับมีญาติขายหมูปิ้งอยู่แล้วมาแนะนำให้ขายหมูปิ้งด้วยกัน คุณเด่นจึงอาศัยดูวิธีทำแล้วมาเปิดร้านขายเอง เริ่มต้นขายแรกๆ คุณเด่น บอกว่า มีเพียงรถเข็น 1 คัน เดินขายไปเรื่อยยังไม่มีจุดจอดขาย จนวันหนึ่งเข็นมาตรงหลัง มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต
