แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
ซีอิ๊ว ตรานกแก้ว มีประวัติยาวนานกว่า 90 ปี มีต้นกำเนิดจากมณฑลเสฉวน ประเทศจีน ครอบครัวตระกูลฮกเกี้ยนได้นำความรู้เกี่ยวกับการผลิตซีอิ๊วจากบรรพบุรุษชาวจีนกว่า 100 ปี เนื่องจากประเทศจีนสมัยนั้นมีสงครามกลางเมืองและความลำบาก อาก๋งฮกฉิ้วจึงได้นั่งเรือสำเภาอพยพมาอยู่ประเทศสยามในสมัยนั้น จนกระทั่งอพยพมาอยู่ที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร โดยต่อมา อาก๋งฮกฉิ้วได้อพยพมาอาศัยอยู่ที่จังหวัดระนอง เริ่มแรกทำอาชีพประมงเป็นหลัก หลังจากได้แต่งงานกับ คุณนุ้ย แซ่จู่ ได้มาอาศัยอยู่หมู่บ้านท่าด่าน จังหวัดระนอง เพื่อสะดวกต่อการทำประมงและค้าขาย คุณอธิศักดิ์ อธิคม วัย 29 ปี เจ้าของสูตรซีอิ๊ว ตรานกแก้ว รุ่นที่ 4 ผู้สืบทอดสูตรซีอิ๊วที่ยังคงอนุรักษ์การทำซีอิ๊วแบบดั้งเดิมเอาไว้ เริ่มต้นด้วยเรื่องราวและที่มาของซีอิ๊ว ตรานกแก้ว ให้ฟัง ก่อนจะเล่าขยายความเพิ่มเติมว่า “สมัยก่อน อาม่า เขาหมักซีอิ๊ว แล้วหาบไปขายเองในตลาดสด และตามหมู่บ้านต่างๆ ขายโดยการตวงกระป๋องนมขาย 1 สตางค์เท่านั้น แต่พอดำเนินการมาได้สักระยะหนึ่ง ประเทศไทยมีการพัฒนาทางคุณภาพสินค้าของกระทรวงสาธารณสุข ให้มีการติดป้ายฉลากสินค้า บรรจุใส่ขวด จึงได้มีการติดฉลา
กุ้งจ่อม และปลาจ่อมเป็นอาหารพื้นบ้านดั้งเดิมของชาวอีสาน ที่ใช้ภูมิปัญญาในการถนอมอาหารเพื่อไว้ทานได้นาน ทุกวันนี้ การผลิตกุ้งจ่อม และปลาจ่อมเพื่อจำหน่ายได้พัฒนารูปแบบที่เข้าถึงกลุ่มอื่นในภาคต่างๆได้มากขึ้น โดยการนำกุ้งจ่อมหรือปลาจ่อมมาผ่านกระบวนการทำสุกเสียก่อน ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ไม่นิยมการรับประทานดิบ อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์เป็นแหล่งผลิตปลาจ่อม และกุ้งจ่อมเก่าแก่แห่งหนึ่งในภาคอีสาน ขณะที่ภาคราชการหลายหน่วยงานเล็งเห็นความสำคัญได้ยื่นมือเข้าไปช่วยส่งเสริม วางแผนการผลิตให้ปลอดภัยต่อการบริโภค และวางแผนการตลาด พร้อมผลักดันให้เป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาจนทุกวันนี้ เป็นที่นิยมรู้จักกันอย่างแพร่หลายทั้งซื้อไปกินเอง หรือไปเป็นของฝาก สร้างชื่อเสียงให้แก่ชาวอำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ได้เป็นอย่างดี ‘กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกุ้งจ่อมกระยาสารทประโคนชัย’เป็นอีกแห่งที่ชาวบ้านในชุมชนร่วมกันผลิตกุ้งจ่อมเพื่อจำหน่าย มานานเกือบ 20 ปี โดยใช้ความรู้ ทักษะและความชำนาญในความเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น กระทั่งได้ร่วมกับภาคราชการเพื่อพัฒนาวิธีการผลิตที่ทันสมัย ปลอดภัย รวดเร็ว แต่ยังคงรสช
คุณเพ็ญจันทร์ ล้อจักรชัย ผู้บริหาร บริษัท ยูนิค ฟู้ด จำกัด ผู้ผลิตขนมปังแท่งอบกรอบ หรือที่นิยมเรียก ขนมขาไก่ โดยใช้ชื่อตราสินค้าออกสำเนียงญี่ปุ่นว่า “กูริซือนิ” (GURISSINI) สำหรับที่มาของชื่อ กูริซือนิ มาจากภาษาญี่ปุ่น グリッシーニ ซึ่งแปลว่า ขนมปังที่มีรูปทรงเป็นแท่งตรงและมีความกรอบ เดิมมีที่มาจากขนมปังในอิตาลีที่เรียกว่า “กริสซินิ” (Grissini) โดยมีต้นกำเนิดอยู่ทางเหนือของอิตาลี แต่เนื่องด้วย Grissini ดั้งเดิมนั้นมีรสชาติจืดและแห้ง จึงไม่เป็นที่นิยมมากนักในแถบเอเชีย ต่อมาขนมปังกริสซินิของอิตาลีแพร่หลายเข้าไปในญี่ปุนและได้รับความนิยมมาก จึงเรียกชื่อขนมนี้เป็นสำเนียงญี่ปุ่นว่า “กูริซือนิ” คุณเพ็ญจันทร์ ได้พัฒนาสูตรและรสชาติของขนมขาไก่ในรูปลักษณ์ใหม่ที่มีขนาดกะทัดรัด ผสมผสานกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น และอิงต้นกำเนิดของขนมปังที่มาจากอิตาลี ยึดรสชาติที่คนไทยนิยมจึงเน้นเนยสดคุณภาพดี ทำรสชาติออกเค็มนิดๆ ทำให้ขนมขาไก่ภายใต้ชื่อ “กู-ริ-ซือ-นิ” ของคุณเพ็ญจันทร์กลายเป็นของขบเคี้ยวที่เป็นทั้งของหวานและของคาวในเวลาเดียวกัน “เบื้องต้นเราได้สูตรมาแล้วก็ต้องปรับปรุงให้เป็นสูตรของเราเ
น้ำพริก อาหารพื้นเพของคนไทย ทานคู่กับผักสด ผักต้ม อร่อยอย่าบอกใคร มีหลายสูตรหลายรสชาติให้เลือกตามแต่พื้นที่ แต่ใครจะคิดว่าอาหารง่ายๆ ที่เราสามารถทำทานเองได้ที่บ้านจะสามารถสร้างรายได้เข้ากระเป๋าได้มากมายขนาดนี้ คุณฟาง- ชโลธร กอพัฒนกุล อายุ 27 ปี เจ้าของน้ำพริก แบรนด์ “ลองยัง” เธอใช้ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร (เกียรตินิยมอันดับ 1) จากมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ ที่ร่ำเรียนมาคิดสูตรน้ำพริกแปลกใหม่จนได้มาถึง 4 สูตร ขายผ่านเฟซบุ๊กและตัวแทนจำหน่ายกว่า 40 ราย ผลิตในจังหวัดแพร่ เปิดขายมา 3 เดือนกว่า เดิมทีก่อนทำแบรนด์น้ำพริก เธอเคยทำมาแล้วหลายอาชีพทั้งขายของออนไลน์ ทำแบรนด์ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และขายเฟอร์นิเจอร์ไม้สักในลักษณะทำตามออร์เดอร์ ควบคู่ไปกับการขายน้ำพริก แต่ดูเหมือนว่าการขายน้ำพริกจะเป็นอาชีพหลักของเธอมากกว่า คุณฟาง เล่าอีกว่า เมื่อ 2 ปีที่แล้ว มีพี่ที่รู้จักบอกให้เธอช่วยคิดสูตรน้ำพริกขายให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ บรรจุกระปุกแก้วติดฉลากภาษาอังกฤษทั้งหมด เป็นน้ำพริกแบบที่คนไทยคุ้นเคยมีขายทั่วไป เธอจึงทำและขายไปด้วยแต่ไม่ได้คิดจริงจังอะไรจึงเลิกไป แต่เมื่อ 3 เดือนที่แล้
ในบทความเรื่อง “ความเป็นอนิจจังของอาหารจีนชั้นสูงในกรุงเทพฯ : การเดินทางสู่เส้นทางของอาหาร ‘ประชาธิปไตย’” ของ ธเนศ วงศ์ยานนาวา ใน ศิลปวัฒนธรรม ฉบับ กุมภาพันธ์ 2546 ตอนหนึ่งได้กล่าวถึงตำราแม่ครัวหัวป่าก์ ของท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ ไว้ว่า …ตำรากับข้าวเล่มนี้ได้แรงบันดาลใจจากหนังสือ The Book of Household Management (1861) อันเป็นตำราการทำอาหารและการดูแลครัวเรือนที่สำคัญ และพิมพ์ตกทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน และยังเป็นตำราที่มีบทบาทสำคัญในการเขียนตำราอาหารในหมู่ประเทศอาณานิคมของอังกฤษ แต่ถ้าจะว่าไปตามความเป็นจริงแล้ว หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่ตำรากับข้าว แต่เป็นหนังสือการจัดและดูแลบ้าน ซึ่งเป็นศาสตร์ที่มีความสำคัญ และสามารถที่จะย้อนกลับไปสู่ความคิดของกรีกโบราณในเรื่องการดูแลจัดการครัวเรือน ที่ต่อมาได้กลายมาเป็นวิชาเศรษฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตำราเล่มนี้จะขายดิบขายดี พิมพ์ต่อเนื่องกันมาเป็นเวลาเกือบร้อยปีในประเทศอังกฤษ และได้รับการแก้ไขปรับปรุงมาโดยตลอด ตำราเล่มนี้ก็ยังถูกโจมตีจากผู้ประกอบอาหารรุ่นหลังๆ ของประเทศอังกฤษ ว่าหนังสือเล่มนี้เป็นตัวทำลายวัฒนธรรมอาหารอังกฤษ อังกฤษมีชื่อเสียงว่าเป็นชาต
วันที่ 3 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีซูชิเค้กไอเดียเก๋เมนูอาหารญี่ปุ่นแปลกใหม่ ซึ่งทำเป็นซูชิเค้ก แถมไม่มีหน้าร้านขายผ่านเฟซบุ๊ก แต่ลูกค้าสั่งจองไม่ขาดสาย ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปพบกับนางอรนุช คมขำ อายุ 39 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 26/426 หมู่ 3 ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี พบ่วากำลังเร่งทำซูชิเค้กส่งให้ลูกค้า ที่สั่งจองเข้ามาหลังโพสต์ขายผ่านทางเฟซบุ๊กจนได้รับความสนใจจากลูกค้าที่นิยมทานซูชิ สั่งเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย เพราะมีความแปลกใหม่และคุ้มค่า โดยนางอรนุช เล่าว่า เดิมมีธุระกิจส่วนตัวอยู่แล้ว แต่เป็นคนที่ชอบทานซูชิ และสามารถทำคนเดียวได้ จึงเริ่มจากหัดทำซูชิขาย แบบที่มีขายทั่วไปชิ้นละ 5 บาท ก็มีลูกค้าสั่งบ้าง ส่วนที่ได้คิดทำเป็นซูชิเค้กเริ่มจาก เป็นวันเกิดของสามี จึงได้ทำเป็นซูชิเค้กให้เป็นเค้กวันเกิดให้กับสามี และได้นำไปโพสต์ในเฟซบุ๊ก จนมีลูกค้าเดิมเห็นจึงได้สั่งซื้อเข้ามา จากนั้นก็มีกลุ่มลูกค้าสั่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยชูชิเค้กหนึ่งชิ้นจะมี 5 ชั้น โดยปกติแต่ละชั้นจะมีหน้าที่ลูค้าต้องการเช่น หน้ากุ้ง ปูอัด ไข่หวาน ไข่กุ้ง ทูน่ามายองเนส ยำสาหร่าย และหน้าอื่นๆ ที่ลูกค้าต้องการก็สามารถท
คุยกับคนไม่ผอมหลายคน อยากผอม ถามเขาว่า “รู้มั้ย ทำไงถึงผอม” ทุกคนตอบว่า “รู้” กันหมด แต่ไม่ผอมสักกะที วิธีการทำคนไม่ผอมให้ผอมหรือสเลนเดอร์ ทุกคนรู้ดี คือ ไม่กินของมันๆ อาหารต้องมีน้ำมันน้อยๆ ไม่กินขาหมู หมูกรอบ ข้าวมันไก่ อะไรทำนองนี้ ไม่กินของหวาน น้ำอัดลม ชาเย็น กาแฟเย็น กินข้าวน้อยๆ กินผักเยอะๆ เนื้อสัตว์ต้องเป็นชนิดไม่ติดมัน สำคัญที่สุด ต้องออกกำลัง รู้กันหมด แต่ทำไม่ได้สักกะที ที่ทำไม่ได้ เพราะคนไม่ผอมมักจะเป็นคนแพ้ใจตัวเอง จริงๆ แพ้ใจปากมากกว่า โธ่…ของอร่อย หมูกรอบเคยกิน คากิเคยลิ้ม ไปที่ไหนก็มีแต่ของอร่อย เว็บโน้นเว็บนี้ก็ชี้ชวนให้ตามล่าลายแทงหาของกินกันจัง สังเกตมั้ยครับ เด็กรุ่นใหม่หลายคนพุงออกตั้งแต่เป็นวัยรุ่น ถ้าจะนินทากิจวัตรประจำวันของเด็กสมัยนี้หลายๆ คน (อีกหลายคนอาจจะไม่เป็น ต้องขออภัยด้วย) คือ ตื่นสายเสมอ งดมื้อเช้า (เพราะไม่ตื่น) ชอบกินอาหารขยะ (ฟาสต์ฟู้ด) ชอบหาของอร่อย กินไม่อั้น อ้วนไม่กลัว กลัวไม่ได้กิน กินจุบจิบหน้าทีวี และสำคัญสุด ไม่ชอบออกกำลัง ส่วนที่เขาดูแลรักษาสุขภาพสุดๆ ก็มี เป็นพวกกระแสซิกซ์แพ็ก กล้ามเนื้อท้องต้องมี 6 มัด ทั้งหญิงและชาย เข้าฟิตเนส มีเ
หนุ่มตรัง ปิ๊งไอเดีย เปิดร้านไอติมโบราณบุฟเฟ่ต์เครื่องเคียงราคา 49 บาทเติมท็อปปิ้งได้ไม่อั้น ลูกค้าแห่ชิมตรึม เมื่อเวลา 17.00น. วันที่ 28 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ร้าน I-Tim โบราณบุฟเฟ่ต์เครื่องเคียง อยู่เลขที่ 7/2 ถ.เจิมปัญญา ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง ที่เปิดขายไอกรีมลูกค้านั่งรับประทานแน่นร้าน โดยเจ้าของเป็น หนุ่มตรัง วัย 27 ปี ชื่อ นายวีรธรรม อ่อนรู้ที่ บ้านเดิมอยู่ ต.ท่าสะบ้า อ.วังวิเศษ จ.ตรัง อดีตเป็นพนักงานบริษัทส่งออกเครื่องประดับต่างประเทศ ผันตัวทำธุรกิจส่วนตัว เปิดร้าน I-Tim โบราณบุฟเฟ่ต์เครื่องเคียงมีมากกว่า 20 อย่าง อาทิ ข้าวโพด ขนมปัง วุ้นมะพร้าว ลูกจาก ข้าวเหนียว ฟักทอง ลูกเดือย ฯลฯเติมได้ไม่อั้น พร้อมกับไอศกรีมมีถึง 16 รสชาติให้เลือก อาทิเช่น รสกะทิ รสสตรอเบอร์รี่ รสเสาวรส รสมะนาว รสรวมมิตร รสทุเรียน ฯลฯ พร้อมกับภาชนะที่ใส่ไอติมทำจากกะลาเก๋หรูเป็นภาชนะที่ใช้วัสดุจากธรรมชาติ นายวีรธรรม กล่าวว่า ตนเคยทำงานเป็นพนักงานบริษัทส่งออกเครื่องประดับต่างประเทศอยู่ที่กรุงเทพฯ ได้ตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อกลับมาอยู่กับครอบครัวที่จังหวัดตรัง หันมาเปิดขายไอศกรีมมีทั้งหมด 16 รสชาติ
คุณตุ้ม-ปฤษณา วิมลศิริ เจ้าของผลิตภัณฑ์ “ปลาสลิด พอดีคำ” พื้นเพเธอเป็นชาวบางปะกง คุ้นชินกับปลาสลิด เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อย้านถิ่นฐานเข้ามาทำงานที่กรุงเทพฯ ยังแวะเวียนกลับบ้านและทุกครั้งจะนำปลาสลิดแดดเดียว ภูมิปัญญาชาวบ้านของบางปะกงติดไม้ติดมือกลับมาทอดให้ลูกๆทานตลอด เพราะเป็นเมนูโปรด กระทั่งไม่นาน อยากเริ่มอยากหารายได้เสริมเข้าครอบครัว อย่างเดียวที่นึกถึง คือ ปลาสลิดแดดเดียว ของดีประจำบ้านเกิดของเธอ ทำไมต้องเป็นปลาสลิดแดดเดียวทอด เธอบอกว่าปลาสลิดนำมาทำอะไรก็ไม่อร่อย นำไปต้มเหมือนปลาอื่น ๆ ก็ไม่อร่อย ต้องทอดอย่างเดียว ขอย้อนกลับไปที่ลูกของเธอ เมนูปลาสลิดแดดเดียวทอดเป็นเมนูโปรดก็จริง แต่มักทานได้ไม่หมดตัว เพราะทานยาก เลยหาวิธีให้ลูกกินง่ายกินจนหมดตัว วิธีที่ค้นพบ คือการหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ต่อมาจึงนำส่วนนี้มาเป็นจุดขาย และเป็นที่มาของชื่อสินค้า “ปลาสลิด พอดีคำ” แม้แต่ตัวเธอเองยังไม่มีเวลา เพราะต้องทำงานบ้าน ดูแลลูกและสามี และการทอดแต่ละครั้งนอกจากจะส่งกลิ่นคละคลุ้งไปทั่วบ้านแล้ว ยังต้องแล่ปลาก่อนจะทอดอีกด้วย กว่าจะได้กินก็เสียเวลา เมื่อคิดว่าคนอื่นก็น่าจะเป็น เลยดึงเอาความสะดวกสบาย รวดเ
สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ คุณผู้อ่านทุกคน ช่วงนี้เพื่อนๆ หลายคนหลบร้อนไปเที่ยวต่างประเทศกันเยอะเลย ส่วนใครที่ยังติดงาน หรือออกจากบ้านไม่ได้ เพราะแดด แรงขนาดนี้ออกกำลังกายกันแล้ว อย่าลืมดื่มน้ำเยอะๆ นะคะ ทดแทนที่ร่างกายสูญเสียไป และลดอุณหภูมิในร่างกาย ไม่ให้ร้อนจนเกินไป เพราะเมนูของว่างเราวันนี้ จะทำหน้าเตาอบกันค่ะ พายแอปเปิ้ลสูตรกลูเทนฟรี นั่นเองค่ะ ขั้นตอนการทำของเราจะแบ่งเป็น 2 ส่วนค่ะ ส่วนแป้งพาย กับส่วนไส้แอปเปิ้ล สูตรนี้วินลดการใช้น้ำตาลในการทำไส้ลงนะคะ ใครไม่ชอบไส้แอปเปิ้ลแบบเปรี้ยวนำ ไม่แนะนำให้ใช้แอปเปิ้ลเขียวนะคะ ส่วนวินใช้แอปเปิ้ลเขียวเพราะชอบความเปรี้ยวนำ และหวานน้อยหน่อยค่ะ ส่วนผสม “แป้งพาย” แป้งข้าวกล้อง 1/2 ถ้วย แป้งข้าวเจ้า 1/4 ถ้วย แป้งมันสำปะหลัง 1/3 ถ้วย แป้งมันฝรั่ง 1/3 ถ้วย แซนแทนกัม santhan gum* 1ช้อนชา ผงฟู 1/4 ช้อนชา เนยออร์แกนิก non-dairy margarine** 5 ช้อนโต๊ะ น้ำตาล 1 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำเ
