แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
ยกให้เป็นจุดแวะซื้อของฝากอันดับหนึ่งของจังหวัดชลบุรี สำหรับตลาดหนองมน และของขึ้นชื่อเบอร์ต้นๆ ก็ต้องเป็น “ข้าวหลาม” สมัยก่อนคนทานเป็นอาหาร แต่ปัจจุบันนิยมนำมารับประทานเป็นขนมหวาน ส่วนผสม มี ข้าวเหนียว กะทิ บางร้านใส่เผือก ถั่วดำด้วยฃ แต่ทว่าอยู่มาวันนึงเมื่อคนทำเค้กเกิดไอเดียอยากผสมผสานระหว่าง “เค้ก” กับ “กระบอกไม้ไผ่” ในที่สุดได้เมนูแปลกใหม่ กลายเป็น “เค้กข้าวหลาม” นับเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนที่ชอบเค้ก และอยากลิ้มรสข้าวหลาม เพราะมีส่วนผสมทั้งมะพร้าว กะทิ กลิ่นกระบอกไม้ไผ่ที่เป็นเอกลักษณ์อย่างหนองมน คุณมารัลยพร ธนาวรรณ หรือคุณฝน เจ้าของไอเดีย เค้กข้าวหลาม เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ปี 2557เปิดร้านอาหารชื่อร้าน “ La Torta” (ลา ทอร์ต้า) บนเนื้อที่ 100 ตารางวา จังหวัดชลบุรี เสิร์ฟทั้งอาหารอิตาเลียน อาหารอีสาน เมนูส้มตำที่แนะนำ คือ ส้มตำมะพร้าวอ่อน รวมถึงมีขนมเค้กหน้าต่างๆ บริการลูกค้าด้วย คุณฝน เผยว่า ร้านอาหารฟีคแบกดี ลูกค้าให้การตอบรับดีมาก เปิดได้ราวปีกว่า เกิดไอเดียอยากนำกระบอกไม้ไผ่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของหนองมนมาลองทำเค้ก ลองผิดลองถูกอยู่หลายเดือน จนในที่สุดก็สำเร็จ กลายเป็นเค้กข้า
เรื่องโดย : นันทนา ปรมานุศิษฏ์ ชาวไทยเราตื่นเต้นกับฟักข้าวว่าเป็นสุดยอดอาหารเมื่อไม่กี่ปีมานี้ หลังจากที่ปล่อยให้ลูกฟักข้าวห้อยโตงเตงเน่าคาค้างอย่างไม่มีใครสนใจใยดีมาเป็นศตวรรษ เมื่อค้นพบว่าสีแดงในเยื่อหุ้มเมล็ดและสีเหลืองของเนื้อของผลฟักข้าวสุกนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระ มีเบต้าแคโรทีนสูงกว่าแคร์รอต และมีไลโคปีนมากกว่ามะเขือเทศอย่างทิ้งห่างหลายเท่าตัว ชาวต่างชาติรู้จักลูกไม้ชนิดนี้ในชื่อของ “Gac” ที่มาจาก “Gấc” ในภาษาเวียดนาม “แก๊ก” หรือ “กั๊ก” ออกเสียงก้ำกึ่งกัน ชาวเวียดนามรู้จักนำสีแดงจากเยื่อหุ้มเมล็ดนี้มามูนข้าวเหนียว มานานแต่โบราณ ข้าวเหนียวของเวียดนามมีสารพัด หลากหลายมากทั้งคาวหวาน เช่น ใส่ไก่ หรือใส่หมู และเครื่องในพะโล้เป็นแบบคาว หรือใส่ธัญพืชนานาชนิดทั้งข้าวโพด ถั่วทอง ถั่วลิสง และใส่แก๊ก เป็นแบบหวานที่เรียกว่า “โซยแก๊ก” หรือ “โซยกั๊ก” (Xôi gấc) แปลตรงๆ ว่า ข้าวเหนียวแก๊ก โซยแก๊กนี้ถือว่าเป็นข้าวเหนียวมูนที่นิยมกินกันในงานมงคล ทั้งงานแต่งงาน งานฉลองเทศกาลตรุษญวน หรือ เต็ต (Tết) ใช้เซ่นไหว้ขอบคุณเทพยดาฟ้าดินที่ช่วยคุ้มครองปกปักรักษาพืชผลทางการเกษตร ด้วยความเชื่อว่า สีแดงเป็นสีม
ฉายาร้าน“ข้าวบึ้ม” ผัดกะเพราหมู-ไก่ ขายห่อ 15 บาท คิวแน่น ขวัญใจคนงบน้อย มีกระแสของคนในโซเชียล กล่าวถึงร้านขายอาหารตามสั่งเจ้าหนึ่งที่ขายในราคาห่อละ 15 บาท แถวตลาดพรานนก พร้อมกับมีคนต่อคิวซื้อกันเป็นจำนวนมาก ผู้สื่อข่าว”เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จึงลงพื้นที่ เดินตามหาร้านดังกล่าว ซึ่งพบว่ามีจริง และพ่อค้าแม่ค้าในตลาดต่างก็รู้จักร้านดังกล่าวด้วย ร้านนี้มีชื่อว่า “วัชระโภชนา” แต่คนแถวนี้เรียกกันว่า ร้าน “ข้าวบึ้ม” พอถามไถ่ถึงชื่อของตลาด ได้คำตอบว่า คนละแวกนี้เรียกชื่อตลาดนี้ในหลายชื่อ บางคนเรียกตลาดเช้า บางคนเรียกตลาดบางกอกน้อย ซึ่งก็เรียกแตกต่างกันไป ซึ่งตั้งอยู่ตรงมุมถนนแยกพรานนก เจ้าของร้าน “วัชระโภชนา” คือ คุณวัชระ ไชยโชติ และ คุณอัญชลี ไชยโชติ (ภรรยา) ซึ่งสละเวลาทั้งที่กำลังผัดกะเพราและตักข้าววางบนห่อ เล่าให้ผู้สื่อข่าวเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า “เปิดร้านมากว่า 20 ปีแล้ว ขายอาหารห่อมาตั้งแต่แรกเริ่มที่ตั้งร้าน จวบจนปัจจุบัน เปิดร้านแรกๆ ก็ไม่ได้ขายดีอะไรมาก ทำเมนูอาหารตามสั่งทั่วไป มาขายดีและเป็นที่รู้จักในช่วงเทศกาลกินเจช่วงหนึ่งที่แม่ค้า-พ่อค้าในตลาด เขาขายอาหารเจกัน มีร้
ด้วยความอร่อยล้ำของน้ำราดข้าวที่เหนียวข้นกำลังดี รสกลมกล่อม ส่งกลิ่นหอม หนำซ้ำเนื้อไก่นุ่มแทบจะยุ่ยละลายในปากได้โดยไม่ต้องออกแรงบดเคี้ยว ในเมนู “ข้าวหน้าไก่” ทานคู่กับพริกชี้ฟ้าสดและผักชี ของร้านอาหารพูนเลิศ เลยเป็นที่มาว่าทำไมใครต่อใครต่างโจษจันกันมาช้านานว่าเป็นตำนานความอร่อย “ข้าวหน้าไก่ 100 ปี” วันนี้เส้นทางเศรษฐีออนไลน์พาร่วมค้นหาคำตอบกับ คุณชยพร พูนล้ำเลิศ ลมหายใจรุ่นที่ 3 ของร้านอาหารร้านนี้ เผยสูตรลับของตระกูล มรดกตกทอดมา 3 รุ่น คุณชยพร พูนล้ำเลิศ หรือ คุณฟั้น เล่าประวัติร้านว่า ข้าวหน้าไก่ขายมาตั้งแต่ก่อนรุ่นอากง ว่ากันว่าสมัยนั้นญาติของอากงชื่อ “เหลาะงาทิ้น” หาบข้าวหน้าไก่ห่อใบตองเร่ขาย พร้อมเป่านกหวีดเรียกลูกค้าอยู่แถวพลับพลาไชย แต่แล้วทำไม่ไหวเรียกอากงมาช่วย จากนั้นอากงก็ทำต่อมาเรื่อยๆ จากหาบขายก็มาเปิดร้านในห้องแถวไม้ 1 ห้อง เมื่อกิจการดีขึ้นก็ขยับขยายเป็นอาคารพาณิชย์ตามลำดับ รวมถึงมีเมนูอื่นเพิ่มตามมา อาทิ ข้าวเหนียวหมูแดง โกยซีหมี่ บะหมี่ราดหน้าไก่ และอาหารตามสั่งอีกด้วย เบ็ดเสร็จอายุรวมของร้านก็ 100 ปีเศษแล้ว ปัจจุบัน ข้าวหน้าไก่ของร้านอาหารพูนเลิศ หรือฉายา “ข้าวหน้าไก่
“ถั่วแปบ” ฝักแบนยาวโค้งงอ เป็นไม้เลื้อยล้มลุก ชอบแดดจัด พบมากทางภาคเหนือและภาคอีสาน มีชื่อเรียกแตกต่างกันแต่ละท้องถิ่น อย่างทางเหนือเรียก ถั่วแปบ บ่าแปบ มะแปบ หมากแปบ ถั่วแปะยี เป็นพืชที่อยู่ในวงศ์ย่อยถั่ว มีประโยชน์เกือบทุกส่วน ใช้ทำปุ๋ยพืชสดบำรุงดิน ส่วนฝักอ่อน เมล็ด นำมาประกอบอาหารได้ทั้งแกงหรือลวกจิ้มกินกับน้ำพริกต่างๆ ยังมีสรรพคุณทางยาช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงธาตุ ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง “ปฤษณา กองวงค์” ข่าวสด-ลำปาง มีโอกาสลิ้มรส “ยำถั่วแปบ” ของกินพื้นบ้าน ฝีมือ “สายหยุด โปธิปัน” ชาวลำพูน วัตถุดิบมี ถั่วแปบ หมูสับ ข่า หอมแดง กระเทียม ต้นหอมผักชี ปลาร้า เกลือ วิธีทำ เริ่มจากนำถั่วแปบมาล้างให้สะอาด ลวกแล้วนำมาหั่นพักเตรียมไว้ หรือจะใส่ถั่วฝักยาว มะเขือขื่น ลวกด้วยก็ได้ จากนั้นโขลกน้ำพริกให้ละเอียด ใส่กระเทียม พริกแห้ง เกลือ ข่า ปลาร้าสับ และหมูบดลงไป โขลกให้เข้ากัน ตั้งกระทะแล้วนำน้ำพริกลงผัดอีกครั้งให้หอมพอสุก เวลากินก็ใส่ถั่วแปบคลุกเคล้าลงไปปรุงรสด้วยน้ำปลา โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว หอมแดงซอยบางๆ ต้นหอมผักชี เป็นอันเสร็จ ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ บางคนก็ต้มน้ำปลาร้าใส่หมูสับลงไ
เรื่องโดย : คุณตุ๊ก ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่เป็นอาหารจานเดียวที่ทำได้ง่ายและอร่อย ครบถ้วนทั้งโปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน และเกลือแร่ ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่เป็นอาหารจานเดียวที่ทำง่ายและอร่อย หมักไก่ให้เข้าเนื้อและผัดด้วยไฟแรงๆ เร็วๆ จะหอมและอร่อยค่ะ ขอเลือกใช้สะโพกไก่ในการหมักไม่ใช้หนังไก่นะคะ เนื้อสะโพกจะมีรสชาติมากกว่าเนื้ออกที่จืด หั่นสะโพกไก่ให้เป็นชิ้นหนานิดหนึ่ง ใส่ซอสปรุงรสเเละเคล้าให้เข้าเนื้อก่อนใส่แป้งมัน มิฉะนั้นแล้วแป้งมันจะเคลือบผิวไก่หมดทำให้ซอสไม่เข้าเนื้อค่ะ แต่แป้งมันจะทำให้เนื้อไก่นุ่ม และรักษาความชื้นของไก่เวลาผัด ถ้าไม่ใส่แป้งมันเนื้อไก่จะแห้งและไม่นุ่มค่ะ ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่โดยทั่วไปจะใส่ปลาหมึกกรอบหรือปลาหมึกแช่ด่าง จะเป็นชิ้นปลาหมึกหรือหนวดก็ได้ ซึ่งความกรอบของปลาหมึกจะช่วยให้ลิ้นสัมผัสมีความแตกต่างกับความนุ่มของเส้นก๋วยเตี๋ยว เนื่องจากสมาชิกในครอบครัวมีไขมันในเส้นเลือดค่อนข้างสูง เลยขอไม่ใส่ปลาหมึกกรอบค่ะ เมนูนี้มีความมันพอสมควรจากน้ำมัน ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่และปาท่องโก๋กรอบอยู่แล้วค่ะ บางคนอาจนึกไม่ออกว่าจะซื้อปาท่องโก๋กรอบตัวเล็กได้จากที่ไหน ซื้อได้จากร้านเต้าฮวยร้อนหรือร
เรื่องโดย : นันทนา ปรมานุศิษฏ์ คนเวียด นามกินอาหารที่หลากหลายไม่ใช่แค่แหนมเนือง จ๋าหย่อ บั๊นแส่ว และเฝอ เขาก็กินข้าวกับกับข้าวหลายๆ อย่างเหมือนกันกับเรา ร้านอาหารในเวียดนามจึงแบ่งแยกไปตามประเภทของอาหารบางร้านขายเฝอก็ขายเฝออย่างเดียว เหมือนร้านก๋วยเตี๋ยวบ้านเราเมื่อขายก๋วยเตี๋ยวก็มักไม่ขายข้าวแกง ส่วนร้านข้าวของเขาก็ทำนองเดียวกับร้านข้าวแกงของเรา มีกับข้าวที่ทำสำเร็จใส่เป็นถาดๆ มีเตาปิ้งย่างไว้ย่างหมูหอมๆ ชวนให้ท้องร้อง และหม้อใส่แกงจืดใบใหญ่ๆ ให้เลือกได้ตามอัธยาศัย ราคาข้าวราดกับข้าว 1-2 อย่างก็ตก 70-90 บาทในเมือง แต่ต่างจังหวัดก็จะถูกลงไป ข้าวของเขาไม่ได้มาจุ๋มจิ๋มแบบบ้านเราแต่มาจานโต กับข้าวถ้าเลือกเป็นปลาก็เป็นปลาทั้งตัว หรือปลาอินทรีย์ทั้งชิ้น หมูย่างก็มาชิ้นใหญ่ๆ แถมผัดผัก ผักสดหรือผักดองและแกงจืดถ้วยพอดีคนมาให้ อาจจะสั่งไข่ดาว ไข่เจียว หรือไข่นึ่งมาเพิ่มได้ กับข้าวอย่างหนึ่งมักจะพบเห็นในร้านข้าวคือ “จ๋าจรึ๋งฮับ” (Chả trứng hấp) หมายถึง ไข่นึ่งเป็นชิ้น เขาจะนึ่งไข่ใส่ในถาดใบใหญ่แล้วหั่นเป็นชิ้นสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยมผืนผ้า หรือสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด แล้วแต่ร้าน ไข่นึ่งนี้หน้าของม
ไข่กระทะนี้ น่าสนใจตรงที่ว่าเป็นการผสมผสานการกินอาหารแบบฝรั่งเศสกับจีนจนออกมาเป็นไข่กระทะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีปาเต บาแก็ต และยังมีซิ้วหม่าย เวลากินก็เหยาะซีอิ้ว และบีบซอสพริกศรีราชาลงไป ไข่กระทะ เป็นอาหารที่ชาวไทยคุ้นเคยกันดี ใครไปภาคอีสานที่จังหวัดอุบลราชธานี อุดรธานี นครพนม หนองคาย ลามไปถึงจังหวัดท่องเที่ยวอื่นๆ ในภาคอีสาน แขกไปใครมาก็จะต้องไปกินมื้อเช้าที่ร้านไข่กระทะให้จงได้อย่างน้อยก็ต้องมีหนึ่งมื้อ เรารับรู้กันว่าไข่กระทะนี้เป็นอาหารเวียดนาม แต่หารู้ไม่ว่าไข่กระทะหน้าตาแบบที่เรากินในในประเทศไทยหาได้ยากยิ่งในประเทศเวียดนาม ฉันเองอยู่เวียดนามมา 7 ปี 6 เดือน ยังไม่เคยพบไข่กระทะแบบนี้เลย เพราะร้านขายอาหารคล้ายๆ กันนี้จะเป็นร้านสเต๊ก ชาวเวียดจะเรียกว่าไปกินบีทเต๊ต (Bít Tết) ซึ่งหมายถึง Beef steak โดยจะมีเมนูสเต๊กหลากหลายเป็นสเต๊กเนื้อวัว (Bò Bít Tết) มีทั้งเนื้อเวียดนาม เนื้อออสเตรเลีย เนื้อนิวซีแลนด์ และเนื้อนกกระจอกเทศ (Bít tết đà điểu) ให้เลือกในราคาย่อมเยา โดยทอดใส่กระทะร้อนๆ ที่ทำจากเหล็กหล่อรูปวัว เสิร์ฟมาเดือดๆ น้ำมันเยิ้มกระเด็นกระดอนกันให้วุ่นวาย ในกระทะนี้นอกจากจะมีช
ไม่ง่ายเลย หากใครสักคนอยากจะเริ่มต้นการเป็นเจ้าของธุรกิจอะไรบางอย่างที่เราสามารถดูแลและบริหารจัดการได้ด้วยตนเอง และไม่ได้ยากเช่นกัน หากใครที่มีความฝันว่าอยากจะมีธุรกิจเล็กๆ เป็นของตัวเองและทำมันให้ประสบผลสำเร็จอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ แม้ว่าวันนี้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นและลงมือทำ แต่ถือได้ว่าประสบความสำเร็จไปอีกก้าว ทั้งยังมีทิศทางการขยายกิจการเล็กๆ นี้ให้ก้าวไปเป็นกิจการที่ยั่งยืนในอนาคตด้วย ฝันตั้งแต่เรียนประถม อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ คุณสุพิชญา คุปพิทยานันท์ หรือ คุณโอปอ ในฐานะเจ้าของกิจการมิลค์เท่น คุกกี้ เพียงวัย 24 ปี นักศึกษาสาวสวยที่กำลังศึกษาอยู่ในคณะบริหารธุรกิจโรงแรม มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เธอมีความฝันในวัยเยาว์ชัดเจนว่า อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ ด้วยเพราะชอบทำมาค้าขาย เธอเล่าว่า ตัวเธอมีหัวคิดเรื่องการทำมาค้าขายตั้งแต่เป็นเด็กประถม น่าจะประมาณ ป.3 ป.4 ตอนนั้นขายของเล่นให้เพื่อนๆ ที่โรงเรียน จุดเริ่มต้นมาจากตรงนี้ จึงเป็นเหมือนความฝันตั้งแต่นั้นมาว่าอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองเมื่อโตขึ้น พอเริ่มมองหาว่า จะทำอะไรดี ช่วงนั้นหันไปเห็นโอกาสจากการเชื่อมโยงสิ่งที่คุณพ่อทำเอาไว้ โดยเล่าต่อ
“ผมเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวมา 9 ปีแล้ว เกิดไอเดียว่าต้องสร้างจุดขายให้ก๋วยเตี๋ยวมีความต่างจากร้านอื่น ด้วยการครีเอทตเมนูใหม่ๆ และตั้งชื่อแปลกๆ อาทิ ก๋วยเตี๋ยวส้มตำ ก๋วยเตี๋ยวมะม่วง เย็นตาโฟไม่ใช้เต้าหู้ยี้แต่ใช้ซอสมะเขือเทศที่ทางร้านทำขึ้นเอง ยังมีก๋วยเตี๋ยวพระถังซัมจั๋งดอกพิกุลตุ๋นเครื่องเทศ นวลนางในอ่างน้ำ พญาสุกรนอนสวนพลู ก๋วยเตี๋ยวสก๊อยสาว ก๋วยเตี๋ยวโคโยตี้ “ สุดครีเอตไม่ซ้ำใครในประเทศแน่ๆ สำหรับร้านก๋วยเตี๋ยวเรือนแพ อาหารเส้นที่สร้างสรรค์เมนูชื่อแปลก แถมแหวกแนวด้วยวัตถุดิบที่ไม่คาดคิดว่าจะสามารถทำก๋วยเตี๋ยวได้ ต้นตำหรับเมนูเด็ด คือคุณพิเชษฐ์ เปี่ยมคุ้ม หรือคุณตุ้ม เจ้าของร้านวัย 52 ปี คุณตุ้ม เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า เป็นคนชอบกินก๋วยเตี๋ยวมาก ใครว่ามีก๋วยเตี๋ยวที่ไหนอร่อย จะตามไปกินกับภรรยาทุกที่ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จนเมื่อ พ.ศ. 2549 ตัดสินใจเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเป็นของตัวเอง แต่ทว่าต้องสร้างจุดขาย เน้นความแปลก ที่สำคัญต้องอร่อยกว่าร้านทั่วๆ ไปด้วย “ผมเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวมา 9 ปีแล้ว เกิดไอเดียว่าต้องสร้างจุดขายให้ก๋วยเตี๋ยวมีความต่างจากร้านอื่น ด้วยการครีเ
