แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จังหวัดพิษณุโลก มีหนุ่มจากเมืองนครสวรรค์ หรือเมืองสี่แคว ที่มาหลงรักสาวพิษณุโลกหรือเมืองสองแคว เตรียมจะจัดงานแต่งงาน แต่ไม่อยากเป็นหนี้เลยจับมือกับว่าที่แม่ยาย ทำน้ำพริกโบราณ “มะหมาดมาด” หรือน้ำพริกมะแขว่นขาย หารายได้เพิ่มจากงานประจำ ตีแบรนด์ “น้ำพริกแม่ยาย” ที่บ้านเลขที่ 28/6 ถ.สิงหวัฒน์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นบ้านของแฟนสาว หนุ่มสี่แควรายนี้ คือ นายรุ่งโรจน์ แก้วคำ หรือ เต้ อายุ 30 ปี กำลังช่วยคนในครอบครัวบรรจุน้ำพริก ลงกระปุกอย่างขะมักเขม้น พร้อมกับเล่าว่า ตนเองเป็นชาวจังหวัดนครสวรรค์ แต่ได้มาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยนเรศวรจังหวัดพิษณุโลก และได้พบรักกับแฟนสาว คบหากันนานหลายปีแล้ว จนกระทั่งมีแผนที่จะแต่งงานกัน แต่ด้วยว่าสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน การจัดงานแต่งงานก็ต้องใช้เงินจำนวนมาก ประกอบกับตนเองไม่อยากเป็นหนี้ หรือกู้เงินมาแต่งงาน ดังนั้นจึงได้ชวนแฟนสาว และว่าที่แม่ยายทำน้ำพริก “มะหมาดมาด” แบบโบราณ ที่หารับประทานได้ยาก มาขายกัน เพราะตนเองเคยกินแล้วติดใจหาซื้อที่ไหนไม่ได้ เป็นน้ำพริกมะแขว่นรสชาติจัดจ้านสูตรเฉพาะของครอบครัว สามารถเก
การเริ่มต้นอาชีพอิสระของแต่ละท่าน ย่อมมีที่มาและเหตุผลแตกต่างกันออกไป บ้างเริ่มจากความชอบ บางคนอยากออกจากงานประจำ ขณะหลายท่านอยากมีกิจกรรมแก้เหงา แต่สำหรับกิจการเจ้าของเรื่องราวนับจากนี้ เกริ่นให้ฟังมาว่า เป็นคนนอนไม่ค่อยหลับ ตกดึกไม่รู้จะทำอะไร เลยชวนกันออกทำมาหารายได้ ดีกว่านอนกลิ้งไปกลิ้งมา ปรากฏว่าลูกค้าให้การตอบรับดีเกินคาด…จนอยากบอกต่อ …………. คุณอางค์-ไตรทศ นามวงศ์ กับ คุณเจี๊ยบ-ณิธิกานต์ เลือดแดง คือ คู่ชีวิตและเป็นเจ้าของกิจการรถเข็นขายลูกชิ้นย่าง-นึ่ง ยึดทำเลขายที่หน้าร้านสะดวกซื้อ ตำบลปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ฟังดูแค่นี้ อาจไม่เห็นว่ามีความน่าสนใจตรงไหน แต่ถ้าใครที่อายุ 18 บวก ลองได้เห็นป้ายชื่อร้าน “จิ้มตอนดึก” แล้ว รับรองต้องอมยิ้มกรุ้มกริ่มกันแทบทุกคน “เป็นคนนอนไม่ค่อยหลับ คิดกันกับแฟนว่าจะทำอะไรกันดี ไม่อยากอยู่บ้านเฉยๆ เลยบอกไปขายลูกชิ้นหน้าเซเว่นฯกันดีกว่า”คุณเจี๊ยบ เกริ่นที่มาของกิจการ “จิ้มตอนดึก” พร้อมแนะนำให้รู้จัก คุณอางค์ แฟนหนุ่ม ทำงานเป็นช่างไฟฟ้าประจำโรงแรมแห่งหนึ่งในปากน้ำปราณ ส่วนตัวเธอนั้นมีอาชีพขายไก่ทอดต
ฉันรู้จักอาหารฟิลิปปินส์ครั้งแรกก็นานมากแล้ว เพราะเคยได้รับเชิญจากเพื่อนชาวฟิลิปิโนให้ไปร่วมงานคริสต์มาสที่บ้าน ชาวฟิลิปิโนนั้นครอบครัวอบอุ่นรักใคร่กันมาก อย่างหนึ่งก็คงเป็นเพราะศาสนาคริสต์ที่ส่วนใหญ่เป็นนิกายโรมันคาทอลิก ซึ่งคริสต์ศาสนานั้นเน้นสอนในเรื่องของความรัก เขารักกันและแสดงออกให้เห็นต่างกับชาวไทยที่รักกันอยู่ในใจไม่ยอมแสดงออกเพราะเคอะเขิน หรือกลัวเสียฟอร์มก็ไม่รู้ ก็เลยไม่รู้ว่ารัก (ฮิ้ว…) เมื่อมาได้ร่วมงานกับชาวฟิลิปิโนในภายหลังก็ยิ่งพบว่าพวกเขารักกันเหนียวแน่นมากๆ รักพวกพ้องเป็นที่สุด ก็คงเป็นเพราะพวกเขาส่วนใหญ่ทำงานอยู่นอกประเทศ ถ้าไม่รักและช่วยเหลือกันเองก็ไม่รู้จะให้ใครช่วย ไม่ได้เป็นพวกอินดี้ตัวใครตัวมันอย่างชาวไทยนี่ ฉะนั้นอย่าพยายามไปมีเรื่องกับเขาก็แล้วกัน เดี๋ยวจะหาว่าฉันไม่เตือน อาหารในปาร์ตี้คืนนั้นมีหลายอย่างแต่ฉันจำได้อยู่อย่างเดียวนั่น คือ เส้นหมี่ผัดหน้าตาธรรมดาๆ ที่สหายชาวปินอยเรียกแบบให้ฉันเข้าใจง่ายๆ ว่า “สปาเกตตีฟิลิปปินส์” เขาเชิญชวนให้ฉันตักไปกินและโฆษณาถึงความอร่อยของมัน สายตาฉันก็จับจ้องไปที่เส้นหมี่ผัดที่อยู่ในจานใบใหญ่ที่เขากำลังกล่าวถึงพลางคิด
รศ. ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ รองผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เปิดเผยว่า บริษัท ปิ่นเพชร จำกัด ผู้ประกอบการของ สกว. สามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จากการประกวด “สุดยอดนวัตกรรมอาหารไทย (กลุ่มนวัตกรรมอาหารในอนาคต) ประจำปี 2559” ซึ่งจัดโดยสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม จากผลงาน “เจลาโต้ไอศกรีมรสมะขามหวาน” ที่ได้รับการพัฒนาโดย รศ. ดร.วุฒิชัย นาครักษา อาจารย์ประจำภาควิชาอุตสาหกรรมเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจากชุดโครงการการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Innovative House ฝ่ายอุตสาหกรรม สกว. ด้านรัชยา จันจิตร กรรมการผู้จัดการบริษัท ปิ่นเพชร จำกัด กล่าวว่า เจลาโต้ไอศกรีมรสมะขามหวานเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดมาจากโครงการ “การผลิต การเก็บรักษาแป้งเมล็ดมะขามและสมบัติของเจลโลสจากแป้งเมล็ดมะขามต่อพฤติกรรมการเกิดเจล” ซึ่งนำเมล็ดมะขามที่เป็นผลพลอยได้จากผลิตภัณฑ์มะขามหวานแปรรูป เช่น มะขามแก้ว มะขามกวน ทอฟฟี่มะขาม และน้ำมะขาม มาใช้ให้เกิดประโยชน์ เนื่องจากในแต่ละปีมีปริมาณเมล็ดมะขามเหลือจากการแปรรูป 150-200 ตัน โดยมียอดการส่งออกเมล็ดมะขา
สวัสดีเพื่อนๆ คุณผู้อ่านเฮล์ทคิทเช่นทุกคน พบกันอีกเช่นเคย ครั้งนี้วินจะมาพูดถึงเครื่องดื่มสมูธตี้ (Smoothies) ที่เราได้มีโอกาสแบ่งปันสูตรไปบ้างแล้วในคราวก่อนๆ แต่ครั้งนี้มีความพิเศษตรงที่วินจะไม่ได้นำสูตรมาแบ่งปันเพื่อนๆ อย่างที่แล้วมา แต่วินจะนำเคล็ดลับดีดีจากกูรู Healthy Food Blogger ชื่อดัง Jessica Sepel ในการที่เพื่อนๆ จะสามารถครีเอตสมูธตี้แก้วโปรดเป็นของเพื่อนๆ เอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนๆ จะได้สารอาหารไม่ครบ หรือได้แต่ความอร่อยเท่านั้น แต่เพื่อนๆ จะสามารถเลือกส่วนผสมที่เพื่อนๆ ชื่นชอบและมีประโยชน์ได้เองค่ะ เพราะสุขภาพที่ดีเริ่มต้นได้ด้วยสมูธตี้แก้วโปรดในยามเช้านะคะ เพราะการดื่มสมูธตี้ที่มีส่วนผสมของวิตามิน เกลือแร่ และไขมันดี มีส่วนช่วยให้เมตาบอลิซึมทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น วินมี 3 ขั้นตอนง่ายๆ ให้เพื่อนๆ ได้คิดค้นสูตรสมูธตี้ที่เพื่อนๆ ชื่นชอบ ใครลองแล้วถูกใจอยากแบ่งปัน อย่าลืมบอกวินดี้ด้วยนะคะ ขั้นตอนที่หนึ่ง: เลือกระหว่างน้ำเปล่า, นมอัลมอนด์, นมถั่วเหลือง, หรือน้ำนมข้าว ในปริมาณอัตราส่วน 1 ถ้วย หรือใครชอบเปรี้ยว หรือติดรับประทานโยเกิร์ต และดื่มนมจากสัตว์ได้ วินแนะนำซุป
ช่วงปลายเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ศูนย์การค้าสำคัญ อย่าง เมเจอร์ปิ่นเกล้า แม้จะไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่สร้างผลกระทบให้กับหลายธุรกิจที่อยู่ในละแวกได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ล่าสุด ทราบข้อมูลจาก คุณเอ๋-ณัฐรดา บุญชุ่ม เจ้าของกิจการ “ตำหลาย” ร้านอาหารอีสานชื่อดัง ซึ่งเปิดหน้าร้านขายอยู่ในโครงการปิ่นทองพลาซ่า ติดกับศูนย์การค้าเมเจอร์ปิ่นเกล้า ถ.ปิ่นเกล้า ว่า แต่เดิมก่อนหน้านี้ ยอดขายดีมากแทบทุกวัน โดยเฉพาะช่วงกลางวันและหลังเลิกงาน มักมีลูกค้ามาคอยคิวตลอด แต่หลังจากเหตุการณ์ไฟไหม้ห้างเมเจอร์ฯ กิจการของเธอได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก เป็นเวลาเกือบ 2 เดือนแล้ว เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่เขตฯ ไม่อนุญาตให้เข้าไปทำอะไรภายในห้างเป็นเวลา 45 วัน ลูกค้าของเธอจึงไม่มีที่จอดรถ เมื่อต้องไปจอดที่ห้างสรรพสินค้าฝั่งตรงข้าม หลายคนก็ไม่ข้ามมาอุดหนุน เมื่อสถานการณ์ร้านในยามนี้ อยู่ได้แบบ “ทรง-ทรง” จึงต้องหาช่องทางจำหน่ายเพิ่มขึ้น ล่าสุดจึงออกแคมเปญแฟรนไชส์ “ฟู้ดทรัก” แบบ “จานแซ่บ เคลื่อนที่” ภายใต้แบรนด์ “ตำหลาย” เป็นการออกแบบรถใช้งานเหมาะกับพื้นที่ใช้สอย หวังเจาะทำเล อย่าง ตลาดนัด ตลาดน
ชาวไทยนั้นคุ้นเคยกับอาหารเวียดนามเป็นอย่างดี บางอย่างเรากินกันจนลืมไปแล้วหรืออาจจะไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเป็นของต่างชาติ ที่ฉันกำลังจะพูดถึงนี้คือ หมูยอ ย้อนหลังไปสมัยเป็นเด็กนักเรียนจำได้ว่าเวลาใครไปใครมาเชียงใหม่จะต้องหอบหิ้วหมูยอกลับมาเป็นของฝากจนคิดว่าหมูยอนั้นเป็นอาหารประจำจังหวัดเชียงใหม่ ยี่ห้อที่ฉันรู้จักตอนเด็กนั้นคือ ตราดาวที่อยู่บนถนนช้างม่อย ตอนหลังมียี่ห้อป้าย่นที่ยังโด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้ พอโตขึ้นมาอีกหน่อยได้เดินทางมากขึ้นก็พบว่าหมูยอในภาคอีสานนั้นมีชื่อเสียงมาก โดยเฉพาะของจังหวัดอุบลราชธานี ที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารเวียดนามเพราะติดชายแดนลาว ถัดไปอีกหน่อยก็ถึงเวียดนามแล้ว ก็อย่างที่รู้กันว่าถ้าใครไปเที่ยวประเทศลาวนั้นจะได้กินอาหารเวียดนามมากกว่าอาหารลาวเสียอีก พวกเขานิยมกินกันจริงๆ เหมือนคนไทยชอบกินก๋วยเตี๋ยวอย่างไรอย่างนั้น ในตอนนั้นฉันยังไม่รู้อยู่ดีว่าหมูยอมีต้นกำเนิดจากไหน จนมีอันต้องระเห็จไปอยู่ที่เวียดนามเสียนานหลายปี จึงเอะใจว่าหมูยอนี้น่าจะมีต้นตอมาจากที่นี่ อย่างแรกเลยก็คือชื่อ คำว่า “ยอ” นั้นน่าจะมาจากคำว่า “หย่อ” (Giò) หรือ “หย่อหลั่วะ” (Giò lụa) ที่ใช้เรียกหมูยอข
ถ้านึกถึงร้านอาหารทะเลในกรุงซึ่งอยู่ใกล้ทะเลอ่าวไทยจริงๆ คงจะเป็นที่ไหนไม่ได้นอกจากย่านชายทะเลบางขุนเทียน สองข้างทางถนนบางขุนเทียน-ชายทะเลอุดมไปด้วยร้านอาหารทะเลเมนูหลากหลายประชันกัน แต่มีอยู่รายหนึ่งตั้งใจว่าจะทำร้านเล็กๆ ขายอาหารทะเลเฉพาะของอร่อยที่ชอบทำเพียง 20 กว่าเมนูเท่านั้น จึงตัดสินใจเปิดร้านในย่านใกล้ๆ ริมถนนพุทธบูชาแทน มีชื่อโดนใจสะดุดตามากว่า กบ สุวนันท์ ถ้าไม่ใช่ลูกค้าประจำคนแถวนั้น คงสงสัยว่าดาราดังหันมาเอาดีทำร้านอาหารแล้วหรือ ปิ่นโตเถาเล็กขอเฉลยเลยว่าร้านนี้เป็นของสามีภรรยาชาวบางขุนเทียน ฝ่ายชายมีชื่อว่า พี่กบ ไพรสินธุ์ กุรุพินธุ์ ประกอบอาชีพส่งอาหารทะเลอยู่แล้ว ส่วนฝ่ายหญิงเคยทำบ่อเลี้ยงกุ้งชื่อ สุนันต์ แก้วนิล แต่เพื่อนๆ ชอบเรียกว่า สุวนันท์ เวลาไปงานแต่งงาน เจ้าภาพก็มักจะกล่าวเชิญในนามกบ สุวนันท์ อยู่เสมอ จึงนำมาตั้งเป็นชื่อร้านเสียเลย จนบัดนี้เปิดมานานเกือบ 10 ปีแล้ว ร้านกบ สุวนันท์เป็นร้านเล็กๆ ชั้นเดียวขนาด 2 คูหา อยู่ ปากซอยพุทธบูชา 26/1 สำหรับคนต่างถิ่นอย่างพวกเรา ทางมาร้านที่ง่ายที่สุดคือให้ข้ามสะพานพระราม 9 มาตามทางด่วนเฉลิมมหานคร (ทางด่วนขั้นที่ 1) แล้วไปลงสุด
หนุ่มพิษณุโลกวัย 35 ปี เจ้าของร้านเบเกอรี่เอาใจคนรักสุขภาพ นำแนวคิดผงถ่านชาร์โคลมาใช้กับขนมปังเบเกอรี่ เพื่อเน้นสุขภาพของผู้บริโภค จนตอนนี้กลายเป็นที่นิยมของชาวเมืองพิษณุโลกไปเรียบร้อยแล้ว นายเกียรติศักดิ์ ธชีพันธุ์ อายุ 35 ปี เจ้าของร้านเบเกอรี่แชท ย่านตลาดสดเทศบาลร่วมใจ อ.เมืองพิษณุโลก กล่าวถึง จุดเริ่มต้นของร้านเบเกอรี่ แชท ว่าเกิดจากคนในครอบครัวชอบทานเบเกอรี่ทุกคน ตนเองมีความสนใจธุรกิจด้านนี้อยู่พอสมควรจึงตัดสินใจลองเข้าไปศึกษาและทำงานด้านนี้กว่า 3 ปี จึงกลับมาทำเบเกอรี่ที่เป็นแนวสุขภาพ ซึ่งเชื่อว่าเบเกอรี่ที่มีคุณภาพจะตอบโจทย์คนรักสุขภาพ และอยากให้คนพิษณุโลก ได้ทานขนมปังประเภทนี้ โดยจุดเด่นของร้านมีการนำความคล้ายกับการทำขนมปังของคนญี่ปุ่นมาใช้ ซึ่งจะเน้นธัญพืชหลากหลายมาเป็นวัตถุดิบ โดยนำมาผสมผสานกับวัตถุดิบใกล้ตัวในท้องถิ่นมาประยุกต์ขณะเดียวกันก็ปราศจากสารกันบูด ทำใหม่วันต่อวัน ซึ่งตอนนี้ร้านเปิดมา 3 ปีแล้ว กำลังจะเข้าสู่ปีที่ 4 มีการปรับเปลี่ยนเมนูและวัตถุดิบให้เหมาะกับคนพิษณุโลกมากขึ้น ซึ่งมีเมนูที่คนในท้องถิ่นคุ้นเคย เช่น ขนมปังไส้สังขยาไข่แดง หมูหยองน้ำสลัด รวมถึงขนมป
เป็นเรื่องเล่าขานถึงซอสที่คนไทยทำหรือเป็นต้นกำเนิด แต่กลายเป็นแบรนด์ดังของคนเวียดนาม โดยใช้สูตรเดียวกับซอสศรีราชา และถูกเรียกว่า Rooster Sauce ตามรูปไก่งวงที่อยู่บนขวด แต่ก็ยังคงใช้ชื่อเรียกทั่วๆ ไปว่าเป็นซอสศรีราชา ความเป็นมาของซอสศรีราชาที่ว่า ผู้ผลิตคือบริษัท Huy Fong Foods เจ้าของบริษัทนี้คือ เดวิด ทราน และถือเป็นบริษัทอาหารที่เติบโตเร็วที่สุด ซอสพริกศรีราชาที่มีต้นกำเนิดจากอำเภอศรีราชา แต่คนรู้จักซอสศรีราชาของ ฮุย ฟอง ซึ่งนิตยสารอาหาร Cook”s Illustrated ยกให้เป็นซอสพริกรสเยี่ยมที่สุดในโลกไปแล้ว แซงหน้า Frank”s Red Hot, Cholula Hot Sauce, และ Tabasco ส่วนที่มานั้น เดวิด ทราน เอาซอสพริกศรีราชามาชิม แล้วก็ลองผลิตออกมา สำเร็จในเวลาเพียงไม่กี่วัน ใช้พริกชี้ฟ้า บดด้วยมือ เติมน้ำส้มสายชู น้ำตาล เกลือ กระเทียม ตอนแรกเขาคิดจะทำขายเพื่อนผู้อพยพด้วยกัน แต่รสชาติที่ถูกปากของมันทำให้แพร่หลายไปยังรวดเร็ว ผนวกด้วยราคาก็ถูก อร่อยก็อร่อย คนที่ช่วยเขาทำการตลาดและบรรจุภัณฑ์คือพ่อตาของเขา ที่ไปจัดหาขวดแก้วมาบรรจุโดยเลียนแบบขวดอาหารทารกที่พวกทหารอเมริกันทิ้งไว้ในสงครามเวียดนาม แล้วก็ใช้รถเ
