แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
ขายมะม่วงน้ำปลาหวาน บนรถฟู้ดทรัก ขายดีวันละไม่ต่ำกว่า 150 กระปุก มะม่วงน้ำปลาหวาน ถือเป็นเมนูทานเล่นที่คนไทยสายแซ่บชอบกินกันมาก โดยในจังหวัดนครปฐม มีร้านน้ำปลาหวานขึ้นชื่อ ชื่อว่าร้าน “ระฆังทอง น้ำปลาหวาน” ที่ลูกค้ายอมต่อคิวยาวเพื่อซื้อ คุณยุ-มยุรฉัตร แพร่อ่ำภา เจ้าของร้าน เล่าถึงธุรกิจร้านน้ำปลาหวานว่า เมื่อก่อนนี้เปิดร้านขายฝรั่ง และมะม่วงน้ำปลาหวานเพื่อหารายได้เสริมระหว่างเรียน ซึ่งได้สูตรน้ำปลาหวานมาจากครอบครัวสามี ในการขายมีเพียงตั้งโต๊ะเล็กๆ จนมะม่วงน้ำปลาหวานเริ่มขายดี จึงหันมาขายแต่มะม่วงน้ำปลาหวานอย่างเดียว และพัฒนามาเป็นรถฟู้ดทรัก ถึงปัจจุบันขายมาแล้วกว่า 10 ปี ถามว่า “ระฆังทอง น้ำปลาหวาน” มีความพิเศษโดดเด่นอย่างไร คุณยุ บอกว่า เครื่องแน่น หอมแดงซอยจัดเต็ม กุ้งทั้งเล็ก-ใหญ่เต็มกระปุก กับรสชาติหวานเค็มเผ็ดที่ลงตัว นอกจากเมนูน้ำปลาหวานแล้ว ยังมี กะปิน้ำ กะปิแห้ง ให้เลือกทานแบบหลากหลาย ในส่วนของมะม่วง เลือกมะม่วงที่รสชาติดี ไม่เปรี้ยวมาก ได้แก่ มะม่วงพันธุ์แก้วขมิ้น เดือน 9 และมะม่วงน้ำดอกไม้ที่แก่จัด ซึ่งการเลือกมะม่วงมาขายจะต้องคัดสรรเป็นอย่างดีให้ควา
ไฉไลเฉาก๊วย แฟรนไชส์น่าลงทุน ของอดีตครูสาว เริ่มต้นพันนิดๆ 3 วันคืนทุน เมื่อ 2 ปีก่อน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เคยนำเสนอเรื่องราวของอดีตครูสาว คุณจิ๊ก-นันทิยา อัจฉราวรรณ วัย 35 ปี เธอลาออกจากการเป็นครูมาช่วยสานต่อกิจการค้าขายของครอบครัว โดยได้ต่อยอดทำแบรนด์ของตัวเอง คือ ไฉไล เฉาก๊วย จุดเด่นของไฉไล เฉาก๊วย คือการใช้วัตถุดิบคุณภาพดีจากเวียดนาม ผลิตแบบโฮมเมด ผ่านกระบวนการต่างๆ จนได้เนื้อสัมผัสเหนียวหนึบ เมื่อได้เฉาก๊วยแล้ว คุณจิ๊กพัฒนารสชาติน้ำสำหรับทานคู่เฉาก๊วย โดยจุดเด่นคือผสมโอวทึ้งเข้าไปด้วยเพื่อให้รสชาติกลมกล่อม ปัจจุบันมีรสนมสด ชาไทย ชาเขียว นมชมพู โกโก้ กาแฟ และน้ำเชื่อม บรรจุใส่ถ้วยพร้อมทาน จนกลายเป็นโปรดักต์ซิกเนเจอร์ประจำแบรนด์ถึงทุกวันนี้ อ่านเพิ่มเติม อดีตครูสาวผลิต ‘เฉาก๊วยโฮมเมด’ ต่อยอดไอเดีย ผลิตเฉาก๊วยใส่ถุง คุณจิ๊ก อัพเดตให้ฟังว่า หลังผลิตเฉาก๊วยแบบถ้วยจนเป็นที่ฮอตฮิตแล้ว เป้าหมายต่อมาคือขยายตลาดให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปขายได้ แต่แพ็กเกจแบบถ้วยยังไม่ตอบโจทย์ เพราะลูกค้าอยากทานเฉาก๊วยใส่น้ำแข็ง จึงได้พัฒนาแพ็กเกจใหม่ คือเฉาก๊วยใส่ถุงน้ำเชื่อม แค่ฉีกซองเทใส่แก้ว ใส่น้ำแข็งแล้
สาวใต้จับเงินแสน! พลิกวิกฤตช่วงว่างงาน ขายข้าวมหาสมุทร เดือนละ 3 พันเข่ง ผลพวงจากโควิดระบาด ส่งผลให้ธุรกิจร้านชานมไข่มุกของสาวใต้ต้องปิดตัว ทำให้เธอต้องเดินหน้าหาอาชีพใหม่ในเร็ววัน จนตกผลึกไอเดีย นำของดีใกล้ตัวอย่างของทะเล มารังสรรค์ความอร่อย ในเมนู “ข้าวหน้ามหาสมุทร” อัดแน่นด้วย กั้ง ไข่ปู เนื้อปู ไข่กุ้ง ขายออนไลน์ ออร์เดอร์ทะลัก เดือนละ 2,500-3,000 เข่ง หรือหลักแสนบาทต่อเดือน จุดเริ่มต้นข้าวหน้ามหาสมุทร คุณเฟิร์น-สุพรรษา นวลสะอาด เจ้าของร้านข้าวหน้ามหาสมุทร วัย 37 ปี เล่าให้ฟังว่า เธอเป็นสาวชุมพร ที่เข้ามาเรียนต่อในกรุงเทพฯ จากนั้นเข้าทำงานออฟฟิศ ก่อนตัดสินใจลาออกในปี 2019 แล้วมาเปิดร้านชานมไข่มุก จนโควิดเริ่มระบาด ส่งผลกระทบให้ต้องปิดร้านช่วงกลางปี 2020 “ระหว่างว่างงาน เฟิร์นพยายามหาสินค้าหลายอย่างมาขาย เข้าต้นปี 2021 คิดได้ว่าเราเป็นคนใต้ บ้านอยู่ชุมพร ควรหาสินค้าใกล้ตัวมาขาย ทางบ้านเราก็มีวัตถุดิบน่าสนใจหลายอย่างที่สามารถนำมาสร้างอาชีพได้ในกรุงเทพฯ เลยได้ไอเดียนำของทะเลมาใส่เข่ง เพราะอยากลดการใช้พลาสติก รองด้วยใบตอง เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยข้าวหน้าปู กระแสตอบรับดี ลูกค้าเห็นแล้วชอบม
เผยสูตร หมักไก่ สีเหลืองทอง ตำนานความอร่อยของ ไก่ย่างจีระพันธ์ 8 ทศวรรษ เป็น “ไก่ย่างมุสลิม” ที่มีต้นกำเนิดจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่มาดังกระฉ่อนที่กรุงเทพฯ พร้อมสร้างชื่อเสียงไปทั่วประเทศไทยยาวนานเกือบ 8 ทศวรรษ สำหรับ “ไก่ย่างจีระพันธ์” ไก่ย่างสีเหลืองทองที่แจ้งเกิดจากเวทีงานวัด ปัจจุบัน “ไก่ย่างจีระพันธ์” ดำเนินธุรกิจมา 3 ชั่วอายุคน ชื่อเสียงโด่งดังข้ามชาติ คนมาเลเซียและสิงคโปร์รู้จักดี มีบริการรับจัดเลี้ยงนอกสถานที่ ต้อนรับกรุ๊ปทัวร์สม่ำเสมอ และยังคงตระเวนออกบู๊ธต่อเนื่องอย่างน้อยปีละ 40 งาน ภายในปีนี้ขายแฟรนไชส์อีกด้วย ช่วงหนึ่งของการพูดคุย ดร.อังคณา อาดำ ทายาทรุ่น 3 ได้เผยถึง สูตรหมักไก่สีเหลืองทองอันเป็นตำนานมา 8 ทศวรรษ ว่า ไก่ย่างจีระพันธ์ เป็นไก่ย่างที่มีสูตรเฉพาะ เป็นไก่ย่างสีเหลืองทอง หมักด้วยเครื่องปรุงหลักๆ มีนมสด น้ำปลา น้ำตาลมะพร้าว เกลือ กระเทียม รากผักชี พริกไทยป่น หัวใจสำคัญตอนย่างไก่จะพรมด้วยหัวกะทิ เกลือ และหญ้าฝรั่น สมุนไพรอาหรับมีสีเหลือง ลักษณะไก่ที่เลือกใช้เป็นไก่เนื้อ น้ำหนักต่อตัว 1-1.2 กิโลกรัม ก่อนนำไก่ไปย่าง จะต้องอบเพื่อให้ไก่ด้านในสุก จากนั้นนำมาย่างให
วิกฤตลากยาว เจ้าของแยมผลไม้ไทย ผุด วอฟเฟิลตำรับเบลเยียม แก้เกม ออร์เดอร์ปังจนทำไม่ทัน หลายคนอาจไม่รู้ว่า ประเทศเบลเยียม ถือเป็นประเทศที่มีต้นตำรับอาหารอร่อยๆ หลากชนิด ไม่ว่าจะอาหารคาว หวาน หรือเครื่องดื่ม ที่แต่ละอย่างเรียกว่ามีชื่อเสียงโด่งดังสุดๆ ไม่ว่าจะเป็น ช็อกโกแลต วอฟเฟิล เฟรนช์ฟรายด์ และเบียร์ ถือได้ว่าเป็นของกินขึ้นชื่อที่นักท่องเที่ยวมักนึกถึงกันบ่อยๆ เลยทีเดียว แต่เมื่อโควิดระบาด หลายประเทศยังไม่เปิดรับนักท่องเที่ยวกันในตอนนี้ คงทำให้เหล่านักท่องเที่ยวเดินทางไปสัมผัสกับอาหารจากประเทศต้นตำรับไม่ได้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอพาทุกคนไปกิน วอฟเฟิลตำรับเบลเยียมแท้ๆ จาก Be waffle กัน คุณอ้อม-วิภาดา อิงเฮลแรม วัย 44 ปี หนึ่งในเจ้าของร้าน Be waffle เล่าว่า ก่อนจะมาเป็นธุรกิจวอฟเฟิลแสนอร่อยนี้ เธอและคุณคอนราด อิงเฮลแรม สามีชาวเบลเยียม วัย 54 ปี ได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับแยมกันมาก่อน “เราพบรัก แต่งงาน และอยู่ที่อังกฤษกัน จนปี 2010 คุณสามีต้องย้ายมาทำงานเป็น Executive Chef ที่โรงแรม 5 ดาวในไทย ก็ทำได้หลายปีรวมๆ แล้วมีประสบการณ์การเป็นเชฟมากว่า 30 ปี ส่วนพี่ก็เป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกทำอะไรเล็ก
ปิดร้านข้าวแกง ขายข้าวเหนียวมูน เงินล้าน แชร์สูตรเด็ดทำขาย 37 ปี ข้าวเหนียวมูน ข้าวเหนียวมะม่วง เมนูไทยๆ ยอดนิยมมากในช่วงหน้าร้อน และยังดังไกลไปทั่วโลก ลองมาดูร้านดังประจำตลาดสี่มุมเมือง “ร้านเจ๊เนี้ยวข้าวเหนียวมูน” ที่ก่อนหน้านี้เคยเปิดร้านข้าวแกง แต่ข้าวเหนียวมูนดันขายดีกว่า จึงปรับหน้าร้านใหม่ ขายข้าวเหนียวมูนโดยเฉพาะ เป็นขวัญใจลูกค้ามานาน 37 ปี สร้างยอดขายถล่มทลายหลักล้านบาทต่อเดือน ร้านเจ๊เนี้ยวข้าวเหนียวมูน เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2528 หรือประมาณ 37 ปีที่แล้ว โดย เจ๊เนี๊ยว-คุณดนิตา กีรติบุญญากร ปัจจุบันอายุ 73 ปี ปัจจุบันส่งไม้ต่อให้รุ่นลูก คุณปุณณดา กีรติบุญญากร วัย 48 ปี ช่วยดูแล คุณปุณณดา เล่าให้ฟัง แรกเริ่มเดิมที ขายข้าวแกงเป็นหลัก และเสริมด้วยของหวานอย่างข้าวเหนียวมะม่วง แต่ข้าวเหนียวมะม่วงขายดีกว่า มียอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงยกเลิกการขายข้าวแกง มาขายข้าวเหนียวมะม่วงเป็นอาชีพประจำ จากข้าวเหนียวมูน ข้าวเหนียวมะม่วง ใช้สายพันธ์ุน้ำดอกไม้ หวานหอมอร่อย ที่เป็นไฮไลต์เด็ดของร้าน คุณปุณณดา ได้เพิ่มสินค้าให้หลากหลายมากขึ้นจากแต่ก่อน ได้แก่ ข้าวเหนียวสังขยา ขนมหม้อแกง ขนมหวานที่
เปิดสูตร พีนัท บัตเตอร์ หรือเนยถั่ว ทำกินเองง่ายๆ ได้ที่บ้าน เปิดสูตร พีนัท บัตเตอร์ หรือเนยถั่ว ทำกินเองง่ายๆ ได้ที่บ้าน โดยนิตยสารฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค แนะนำวิธีทำไว้อย่างละเอียด สำหรับคนที่ไม่อยากซื้อเนยถั่ว แต่อยากทำกินเองเพื่อความสบายใจ มาเริ่มกันเลย 1. นำถั่วลิสงเมล็ดแห้ง ล้างให้สะอาด และอบด้วยอุณหภูมิ 180 องศา ในเวลา 10-15 นาที หรือคั่วระวังอย่าให้ไหม้ 2. นำถั่วที่อบหรือคั่วแล้ว มาแกะเปลือกออก 3. บดหรือตำถั่วลิสงอบใหม่ ในปริมาณที่ต้องการให้ละเอียดแล้วเติมเนย น้ำตาลทรายไม่ฟอกสีพอประมาณ เกลือแกงเล็กน้อยเพื่อแต่งรส ถ้าชอบให้มีกลิ่นแบบนมก็สามารถเพิ่มนมผงได้เป็นทางเลือก เสร็จแล้วนำบรรจุใส่ภาชนะที่สะอาด และปิดให้สนิท เคล็ด(ไม่)ลับ ผู้บริโภคควรเลือกถั่วใหม่และสะอาด แนะนำ หากรับประทานไม่หมด ให้ปิดฝาและแช่ตู้เย็นเพื่อให้ปลอดเชื้อรา เพราะความเย็นในตู้เย็น ช่วยลดโอกาสที่เนยถั่วลิสงหืนจนเสียสภาพ หากต้องการรับประทานเนยถั่วลิสงที่มีอะฟลาท็อกซินปนเปื้อนต่ำ วิธีที่ดีที่สุดคือ ทำกินเอง เพียง 1-2 มื้อ โดยไม่ต้องผสมสารกันหืน
เล้งแซ่บ ปาท่องโก๋น้ำแดง ยำลาว เมนูสร้างสรรค์ จากอาหารส่วนเกิน อาหารส่วนเกิน คือ อาหารหรือวัตถุดิบที่กุ๊กใช้ไม่หมด ทำไม่หมด ตัดแต่งออก หรือคัดออก แต่คุณภาพยังดีอยู่ ยังไม่หมดอายุ ไม่สมควรนำไปทิ้งเป็นขยะ แต่ควรหาวิธีนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ และทางที่ดีที่สุดอย่าทำให้เกิดอาหารส่วนเกิน หรือให้เกิดน้อยที่สุด สาเหตุใหญ่ของอาหารส่วนเกิน คือ สั่งอาหารหรือวัตถุดิบมาสต๊อกมากเกินไป โดยเฉพาะพวกที่ทำงานจัดเลี้ยง บุฟเฟ่ต์ โต๊ะจีน โรงแรม อาจเพราะคำนวณปริมาณวัตถุดิบไม่เป็น คาดการณ์ผิด ลูกค้าไม่มา เห็นแก่ของถูกซื้อทีลังใหญ่ๆ โดนโปรโมชั่นล่อใจ ระบบเก็บของไม่ดีเก็บทับถม พ่อครัวนึกว่าหมดแล้ว ที่จริงยังมีซ่อนอยู่ก้นตู้แช่แข็ง และคงมีอีกหลายเหตุผล สรุปสุดท้าย คือ มีวัตถุดิบอยู่ในสต๊อกมากเกินไปนั่นเอง อาหารส่วนเกินอีกประเภท คือ มาจากการตัดแต่ง เช่น ตัดแต่งเนื้อหมู ตัดแต่งผัก ส่วนที่ตัดแต่งออกมาก็ยังใช้ได้ หรือของบางอย่างต้องซื้อเยอะแต่ใช้น้อย เช่น จะใช้รากผักชีแต่ต้องซื้อทั้งต้น ใบผักชีเหี่ยวง่าย ใช้ไม่หมดก็ต้องทิ้ง ผมไปเจอร้านอาหารร้านหนึ่ง ฉลาดเข้าใจคิด เขาออกเมนู ยำลาว คือ เอาผักที่เหี่ยวง่ายๆ หรืออีกนัยหน
เปิดสูตรสร้างอาชีพด้วยกล้วยธรรมดาๆ ให้เป็น กล้วยฉาบ ทำกินง่าย ขายได้ราคา ในอดีต เกษตรกรส่วนใหญ่มักจะปลูกกล้วย แซมกับพื้นที่ที่ดินของตัวเอง อย่าง นาข้าวหรือไร่ยางพารา ซึ่ง การปลูกกล้วย ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก เมื่อต้นกล้วยให้ผลผลิตมาก จึงเป็นเรื่องที่จะต้องหาวิธีเปลี่ยนกล้วย ให้เป็นอย่างอื่น ซึ่งการนำกล้วยมาฉาบ ก็เป็นวิธีทำได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก แถมทานเพลิน โดย พระใบฎีกานพรัตน์ ขนฺติจารี สกุล ภาคพิธเจริญ แห่งวัดโบสถ์สมพรชัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หรือที่หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตากันดีในนาม หลวงพี่ไอซ์ไขอาชีพ ที่มักนำสูตรอาหารมาแบ่งปัน สร้างอาชีพให้กับหลายๆ คน ซึ่งวันนี้หลวงพี่ไอซ์ก็นำสูตร กล้วยฉาบ มาแจกอีกเช่นเคย โดยวัตถุดิบและวิธีการทำ มีดังนี้ วัตถุดิบ 1. กล้วยน้ำว้าดิบ เขียว/นวล ใช้ได้หมด ขออย่ามีเม็ดเป็นพอ 2. น้ำมันบัว 3. น้ำตาลทราย 4. เกลือ วิธีทำ 1. นำกล้วยมาปอกเปลือกแล้วฝานแผ่นบางๆ แช่น้ำเกลือแล้วล้างให้หมดยาง นำมาพักผึ่งแดดผึ่งลมให้แห้ง 2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันบัว ทอดไฟกลางๆ ให้เหลืองกรอบก่อนตักขึ้นเร่งไฟนิดเพื่อไล่น้ำมัน พักให้เย็นและสะเด็ดน้ำมัน 3. ตั้งกระทะใส่น้ำเปล่าเล็กน้อย ใส่น้ำตาลทราย เ
แจกสูตร เมนูแซ่บๆ “ตำมะยงชิด” จากผลไม้สุดฮอต ของซัมเมอร์นี้ ช่วงนี้มะยงชิดออกมากมาย สีส้มเต็มตลาด อดไม่ได้เอามาทำอาหาร ปีที่แล้วทำของหวาน พายมะยงชิด ปีนี้ทำของคาว ทำตำมะยงชิดทานดีกว่าค่ะ เวลาเลือกให้เลือกลูกที่เนื้อไม่นิ่มมากนะคะ ไม่งั้นเวลาคลุกแล้วจะเละ เลือกเนื้อแข็งนิดๆ มะยงชิดจะรสเปรี้ยวอมหวานหน่อยๆ ถ้าใช้มะปรางจะหวานไปค่ะ ส่วนผสม เนื้อมะยงชิด 500 กรัม ถั่วฝักยาว 5 เส้น มะเขือเทศสีดา มะเขือเทศเชอร์รี่ ถั่วลิสง กุ้งแห้ง กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ พริกจินดา 3 เม็ด น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ มะนาว 3 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ ปลาฉิ้งฉ้าง 3 รส ปริมาณตามชอบ วิธีทำ 1. นำกุ้งแห้งแช่น้ำร้อนจนนิ่ม บีบน้ำออก พักไว้ 2. ปอกเปลือกมะยงชิดและหั่นตามยาว เอาแต่เนื้อ พักไว้ 3. โขลกพริก กระเทียม พอแหลก 4. ใส่ถั่วฝักยาวตำอีกนิด 5. เติมน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา น้ำมะนาว ตำจนน้ำตาลละลายเข้ากัน ชิมรสตามชอบ 6. เติมมะเขือเทศเชอร์รี่ มะเขือเทศสีดา เอาสากคนวนให้เข้ากับน้ำ 7. เติมมะยงชิด กุ้งแห้ง ถั่วลิสง เอาทัพ
