แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
“กุ้งฝอยคั่วกระชาย” อร่อยจนต้องลองทำ โดย กฤช เหลือลมัย ทุกวันนี้ เมื่อต้องเดินทางด้วยรถยนต์ออกจากเมืองนนทบุรี ตามเส้นทางหลวงสาย 340 ที่จะตรงไปเมืองสุพรรณในช่วงสายๆ สิ่งที่ผมและเพื่อนๆ ต้องทำทุกครั้ง ก็คือแวะกินข้าวแกงริมทาง ที่ร้าน “แกงป่าคุณยายตุ่ม” เขตชานเมืองย่านบางบัวทอง ซึ่งขายกับข้าวไทยภาคกลางรสชาติจัดจ้าน อย่างพวกผัดเผ็ด แกงป่า ด้วยสารพัดเนื้อ ตั้งแต่ปลาเล็กปลาน้อยสับทั้งก้าง หมูป่า เก้ง กวาง ไข่ปลายี่สก ปลากราย เนื้อวัว ฯลฯ แถมมีน้ำพริกแกงป่ารสดีมากๆ ให้ซื้อกลับไปทำกินเองที่บ้านด้วย ใครชอบกินข้าวแกงภาคกลางสกุลชายแดนตะวันตก เป็นไม่ผิดหวังแน่ๆ ครับ ก่อนที่จะกลายเป็นคอลัมน์แนะนำร้านอาหารไป จะบอกว่า มีกับข้าวอย่างหนึ่งของร้านคุณยายตุ่ม ที่ผมกินแล้วชอบมาก รู้สึกว่ามันลงตัวดี แถมมีความแตกต่างจากสำรับอื่นๆ ในร้านอย่างมีนัยสำคัญ นั่นก็คือ “กุ้งฝอยคั่วกระชาย” ครับ กุ้งฝอยน้ำจืดตัวเล็กๆ นั้นเป็นที่พิสมัยของคนครัวเมืองน้ำจืดทุกแห่ง มันกลายเป็น “กุ้งเต้น” รสแซ่บจี๊ดในร้านเรือนแพย่านหาดคูเดื่อ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เป็นกุ้งชุบแป้งทอดโรยในชาม “ข้าวแห้ง” ของคนย่านคลองดำเนินสะ
งานประจำมันหายาก! หนุ่มวิศวะ มธ.หันเปิดร้านขนมไทยฟิวชั่น เกือบเจ๊งหลายครั้งแต่ไม่ยอมแพ้ เดี๋ยวนี้ ไม่ว่ามองไปทางไหน เห็นแต่ธุรกิจคาเฟ่เต็มไปหมด หากรสชาติไม่ดีจริง มนุษย์ ผู้มีทางเลือกหลากหลายก็ไร้ซึ่งความสนใจ ท้ายที่สุดร้านนั้น คงต้องปิดกิจการไป สรุปแล้ว สิ่งสำคัญที่นักธุรกิจยุคนี้ต้องมี คือ ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อดึงดูดมนุษย์ขี้เบื่อ ที่เปลี่ยนแปลงความชอบไปตามกระแสนิยม ในไอเดียที่ผุดขึ้นมาประชันกันอย่างมากมาย ใครจะไปคิด ”บัวลอย” ขนมหวานไทยแสนอร่อยที่มีมาอย่างยาวนาน จะถูกสร้างสรรค์จนกลายเป็นเมนูยอดฮิตเสียได้ แน่นอนว่า เมนูสุดฮิตนี้ ดึงดูดมนุษย์ผู้อยากลองสิ่งใหม่ แต่ก่อนจะลงรายละเอียดในตัวสินค้า ขอแนะนำให้รู้จัก คุณโจ้-โกศล บวรศักดิ์มงคล อายุ 34 ปี เจ้าของร้าน café Cococano (คาเฟ่ โคโคคาโน่) กันเสียก่อน คุณโจ้ เล่าว่า เรียนจบปริญญาตรี จากคณะวิศกรรมอุตสาหการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งใจว่าจะเป็นวิศวกร ทำงานในบริษัทสักปีสองปี แต่คงเป็นเพราะโชคตะตา ทำให้ไม่มีบริษัทไหนรับเข้าทำงาน ท้ายที่สุดจึงต้องมาเป็นเจ้านายตัวเอง โดยเริ่มต้นจากการขายต้นไม้ที่ได้ต้นแบบธุรกิจจากต่างประเทศ เมื่อทำแล้ว พบว
คู่แข่งไม่มี กำไรดีแต่เหนื่อยหน่อย “เครื่องเซ่น-ของไหว้” ส่งถึงที่ ธุรกิจนี้มีแต่รุ่ง!?! เริ่มต้นธุรกิจเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นหลายคนบอก “เข้าท่า” แต่ไม่แน่ใจว่าจะไปได้ไกลสักกี่มากน้อย เพราะเป็น “งานบริการ” ที่แปลกแหวกตลาด จึงยังไม่เคยเห็นตัวอย่างความสำเร็จมากนัก เมื่อวันก่อน จึงขออนุญาต “อัพเดต” ความเป็นไปในธุรกิจ “ธุจ้า Delivery” กิจการรับสั่งทำเครื่องเซ่นไหว้ทุกชนิด อาทิ หมูกรอบ ไก่ต้ม เป็ดพะโล้ ปลานึ่ง ฯลฯ พร้อมบริการจัดส่งให้ถึงมือลูกค้าตามเวลานัดหมาย คุณพลอย-ไพลิน วงษ์บัวทอง เจ้าของกิจการวัย 20 ปีเศษ ยินดีสละเวลามาให้ข้อมูลด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้มเหมือนเดิม “จุดเริ่มต้นแนวคิดของธุรกิจนี้ คือ การแก้ปัญหาให้ลูกค้าที่ไม่มีเวลาไปจับจ่าย โดยมีการตั้งคำถามไว้เป็นข้อๆ เช่น เคยมั้ยที่ต้องตามรวบรวมของไหว้ตั้งแต่ก่อนวันไหว้ เคยมั้ยที่ต้องตื่นแต่เช้ามืด เพื่อมาจัดของ เคยมั้ยที่ของแต่ละอย่างอยู่กันคนละที่ต้องตระเวนหาซื้อให้เสียเวลา เคยมั้ยของที่ต้องการดันมาหมดในตอนที่จะใช้ และจะดีกว่ามั้ย ถ้ามีคนรวมของทุกอย่างที่ต้องการ โดยไม่ต้องจัดของเองให้เหนื่อย แถมส่งของถึงหน้าบ้าน คุณเพียงรับแล้ว ทำพิธีไ
อร่อยแถมบรรยากาศดี ‘นานา จังเกิ้ล’ ตลาดขนมปังกลางป่าไผ่ ที่เชียงใหม่ เป็นหนึ่งสถานที่ยอดฮิตของจังหวัดเชียงใหม่ สำหรับตลาดนัดขนมปังชื่อดังที่หลายคนยกให้เป็นตำนาน Nana Jungle (นานา จังเกิ้ล) ชื่อที่ชาวต่างชาตินิยมเรียก ส่วนคนไทยจะรู้จักกันในชื่อ บ้านสวนไผ่ล้อม ตั้งอยู่ชานเมืองของอำเภอเมืองเชียงใหม่ ใกล้กับ อบต.ช้างเผือก และศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบฯ เปิดให้บริการเฉพาะวันเสาร์ นานา จังเกิ้ล มีอาหารการกิน สินค้าพื้นเมือง พืชผักผลไม้จำหน่าย โดยแม่ค้าจะนำสินค้ามาตั้งขายกัน ก่อนเปิดให้บริการ 08.00 น. โดยประมาณ ไฮไลต์ตลาดแห่งนี้ คือ ขนมปังนานาชนิดที่ทุกคนมาแต่เช้าเพื่อรับบัตรคิว แนะนำสำหรับคนที่อยากมาให้ออกจากบ้านเช้าถึงเช้ามาก มาถึงก่อน 07.00 น. เป็นดีที่สุด เพราะจะได้มีที่จอดรถ และได้รับบัตรซื้อขนมปังเป็นคิวแรกๆ เมื่อไปถึงให้นั่งต่อคิวตรงหน้าประตู ไม่นานจะมีพนักงานตัวน้อยออกมาแจกบัตรคิว ในแต่ละวันแจกมากถึง 700 คิว มีทั้งชาวไทยและต่างชาติแวะมาไม่ขาด ทั้งมาเดี่ยว เป็นคู่ และหมู่คณะ หลังได้รับบัตรคิวแล้ว สามารถเดินเข้าตลาดเพื่อต่อคิวซื้อขนมปังได้ โดยพนักงานจะเรียกประ
“ต้มจิ๋วกะทิ” เนื้อต้มสูตรครบเครื่อง โดย กฤช เหลือลมัย สมัยผมเด็กๆ จำได้ว่า พอถึงหน้าหนาว อากาศเย็นๆ แม่จะทำกับข้าวอย่างหนึ่งที่เมื่อซดกินร้อนๆ แล้วรู้สึกอุ่นดีมากๆ นั่นก็คือ “เนื้อต้มจิ๋ว” หม้อใหญ่เบ้อเริ่ม กินไปได้ราวสามมื้อ ยิ่งอุ่นก็ยิ่งเข้มข้นครับ โครงสร้างของมันก็คือเนื้อวัวติดมัน ต้มกับข่าตะไคร้เผา หอมกระเทียมเผา พริกแห้งเม็ดใหญ่เผา ใบมะกรูด มะขามเปียก ขมิ้นชัน น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา เอาใบผักกาดหอมรองก้นชามโคม แล้วตักต้มจิ๋วร้อนๆ ใส่ รสชาติเปรี้ยวเค็มนำ หวานตาม มีมันสีเหลืองๆ ลอยหน้า เผ็ดหอมอ่อนๆ ด้วยพริกแห้งเผาเท่านั้นเองแหละครับ พอโตขึ้นมา ได้อ่านตำรากับข้าวกระแสหลัก จึงรู้ว่า มี “ต้มจิ๋ว” อีกแบบหนึ่ง ใช้เนื้อสันดีๆ ต้มกับมันเทศ หอมแดงซอย น้ำปลา น้ำมะขามเปียก ใส่ใบกะเพราและใบโหระพา ปรุงในชามด้วยพริกขี้หนูสับและน้ำมะนาว หนังสือ ตำรับอาหารวิทยาลัยในวัง ถึงกับประกาศว่า นี่คือต้มจิ๋วที่แท้จริง ส่วนแบบอื่นๆ นั้น “ไม่ถูกต้อง” เอาเลยทีเดียว ก็แปลกดี เพราะนอกจากบ้านผมที่อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรีแล้ว ทางเมืองเพชรบุรีก็ทำและกินต้มจิ๋วสูตรเดียวกันนี้เปี๊ยบเลย แถมบางครั้งใช้ไก่ต้ม
หนุ่มกู้เงินแสนหก ซื้อรถบัสเก่า ขายเตี๋ยวไก่ชาม 20 ลูกค้าแน่นหมดหม้อทุกวัน เจ้าของร้านไอเดียบรรเจิดสร้างความแปลกใหม่ไม่ใช่แค่ร้านก๋วยเตี๋ยวแบบที่เคยเห็นทั่วไป แต่เป็นร้านที่นำรถบัสเก่ามารีโนเวตใหม่ แบ่งพื้นที่สำหรับหน้าร้านและที่นั่งให้กับลูกค้าไว้บนรถคันเดียว ร้านนี้มีชื่อว่า “เตี๋ยวไก่-โพนทอง” ตั้งอยู่ที่จังหวัดร้อยเอ็ด ธุรกิจเล็กๆ เริ่มต้นได้ 4 เดือนกว่า มี คุณต้น-วิชัย เรือนรสอายุ 32 ปี เป็นเจ้าของกิจการ คุณต้น เริ่มบทสนทนาอย่างเป็นกันเองว่า ก่อนมาเปิดร้านเตี๋ยวไก่-โพนทอง เคยเข้ามาเป็นหนุ่มกรุงเทพฯ มาใช้ชีวิตและเรียนจนจบด้านรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เข้าทำงานเกี่ยวกับคลังสินค้าอยู่นานกว่า 6 ปี ภายหลังแต่งงานมีครอบครัวจึงย้ายกลับไปอยู่บ้านที่จังหวัดร้อยเอ็ด ยึดอาชีพค้าขายนาน 4 ปี ก๋วยเตี๋ยวเป็นเมนูกินง่าย เมื่อค้าขายเริ่มอิ่มตัว คุณต้นและแฟนสาวซึ่งเป็นนักโภชนาการ มีแนวคิดอยากทำอาชีพใหม่ ความคิดแรก คุณต้น บอกว่า อยากขายกาแฟ แต่เพราะกาแฟกินอยาก อีกอย่างร้านกาแฟเปิดแข่งกันเป็นว่าเล่น เลยคิดใหม่ พุ่งเป้าไปที่ของกินอย่างก๋วยเตี๋ยว เพราะเป็นเมนูกินง่าย ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่กินได้หมด
พูดถึง “ข้าวเหนียวหน้าปลาแห้ง” หลายคนคงบอกว่า “ซื้อทานง่ายกว่า จะเสียเวลาทำทำไม” ตอนแรกก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันค่ะ พอดีเห็น ม.ล.ขวัญทิพย์ เทวกุล แห่งรายการมาสเตอร์เชฟไทยแลนด์ เปิดสอนทำข้าวเหนียวหน้าต่างๆ เลยไปลองเรียนดีกว่า คิดว่าคงไม่ธรรมดา น่าจะได้เคล็ดลับพอสมควร ถ้าใครไม่มีโอกาสเข้าแข่งขันในรายการมาสเตอร์ เชฟ ไทยแลนด์ แต่อยากได้บรรยากาศในรายการ ให้มาลงทะเบียนเรียนกับเชฟป้อมได้ค่ะ สนุกและได้ความรู้ ติดตามข่าวสารได้จาก FB: MasterChef Thailand ไม่ได้เปิดสอนบ่อยนะคะ ต้องหมั่นติดตาม ครั้งนี้จะเขียนวิธีการทำตามลำดับการทำ อาจดูเหมือนว่าข้ามไปมา แต่จริงๆ แล้วเขียนตามลำดับการทำ ซึ่งสามารถประหยัดเวลาการทำได้ ส่วนผสม ข้าวเหนียวเขี้ยวงู 250 กรัม หรือ ข้าวเหนียว ตราไร่ทิพย์ น้ำ 500 มิลลิลิตร มะพร้าวขูด 500 กรัม เกลือป่น 3/4 ช้อนชา น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ ใบเตยหอม 2-3 ใบ สารส้ม กะทิหยอดหน้า หัวกะทิเข้มข้น 1/2 ถ้วย เกลือป่น 1/8 ช้อนชา น้ำตาลทราย
คอลัมน์ ตามรอยพ่อไปชิม : อิ่มอร่อยยามเช้าในร้านกาแฟตรัง ‘จีบขาว’ กับ ‘พงษ์โอชา 2’ ใครมาเที่ยวเมืองตรังอย่ามัวตื่นสาย เพราะมื้อเช้าจังหวัดนี้ช่างน่าตื่นตาตื่นใจเสียจริง มีร้านกาแฟมากมายเป็นดอกเห็ดนับได้เกือบร้อยเจ้า เปิดขายทั้งตอนเช้า กลางวัน เย็น ถ้าอยากสัมผัสวิถีชีวิตยามเช้าแต่ก่อนเก่าของคนตรัง ต้องมาที่ร้านดั้งเดิมชื่อว่า “จีบขาว” ซึ่งก็คือร้านลูกสาวของร้านหน้าโบสถ์ในอดีต แต่ได้ย้ายร้านมาอยู่หลังโบสถ์คริสตจักรตรัง ข้าง “โรงเรียนวัฒนาศึกษา” เกือบ 30 ปีแล้ว พี่ซิน-เยาวณี ธีระลีลา เจ้าของร้านจีบขาว เล่าว่า ถ้านับรวมร้านหน้าโบสถ์เดิม น่าจะเปิดมานาน 80 ปีแล้ว ตั้งแต่รุ่นปู่ พ่อ พี่ชาย 2 คน แล้วก็ตกทอดมาที่พี่ซิน (ทำเองมานาน 26 ปี) ร้านจีบขาวยังเปิดแต่เช้ามืดตอนตี 5 ครึ่งเหมือนเดิม มีที่นั่ง 17 โต๊ะ จุคนได้ราว 80 ที่ คนเก่าคนแก่มาอุดหนุนกันแน่นร้านทุกเช้า แต่ละวันจะมีติ่มซำสไตล์กวางตุ้งและอาหารอื่นๆ ให้เลือกประมาณ 30 อย่าง ถ้าเป็นสมัยก่อนจะยกมาวางให้เต็มโต๊ะ และคิดเงินเฉพาะส่วนที่กินไป แต่เดี๋ยวนี้จะให้เลือกก่อนและสั่งเฉพาะที่อยากชิม สั่งแล้วเอาคืนไม่ได้นะจ๊ะ มาที่จีบขาวต้องชิมของดีที่คนตร
ตลาดราตรีหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร เป็นแหล่งของกินยามค่ำ ที่คุณจะได้พบกับอาหารเวียดนามนานาชนิดแบบที่ชาวเวียดนามกินกันในบ้านเกิด พ่อค้าแม่ค้าเชื้อสายเวียดนามจะมาเริ่มจัดของขายตั้งแต่บ่าย 4 โมง และจะคึกคักที่สุดช่วง 5 โมงเย็นจนถึง 1 ทุ่ม ซึ่งตลาดจะปิดราว 3 ทุ่ม ร้านที่มีคนมุงตลอดคือ ร้านขายปากหม้อญวน ซึ่งคนทำทำกันมือระวิงไม่ได้หยุด ปากหม้อนี้ภาษาเวียดนามเรียกว่า “บั๊นก๊วน” (Bánh cuốn) ที่นี่จะทำแบบเวียดนามทุกอย่าง ตั้งแต่การละเลงแป้งบนผ้าที่ขึงบนปากหม้อเพื่อรับไอน้ำร้อนที่จะทำให้แป้งสุก แล้วใช้ไม้บางๆ ยาวๆ ม้วนแป้งขึ้นมาวางแผ่ ใส่ไส้ที่เป็นหมูสับผัดกับต้นหอม ม้วนแล้วหยิบใส่จาน หั่น “จ๋าหลั่ว” (chả lụa) คือหมูยอ มาวางเคียง พร้อมถ้วยน้ำจิ้ม “เนื้อกจ้าม” (Nước chấm) ที่ผสมน้ำเชื่อมกับน้ำปลารสเค็มๆ หวานๆ บนโต๊ะจะมีมะนาวหั่นซีกและพริกสดตำไว้ให้ปรุงรสเพิ่ม ชาวไทยจะคุ้นเคยกันดีเพราะมีขายอยู่ในร้านอาหารเวียดนามทั่วๆ ไป หลายคนจะเรียกว่าข้าวเกรียบปากหม้อ ซึ่งชื่อนี้ทำให้ฉันฉงนสงสัยมานานนับสิบปีว่าแป้งบางๆ นิ่มๆ ไม่เห็นจะกรอบแบบข้าวเกรียบ เหตุใดจึงเรียกว่าข้าวเกรียบปากหม้อ ฉันเพิ่งจะมาบรรลุเอาเม
ต้นสำรอง พืชท้องถิ่นในเขตภาคตะวันออก พบได้ในจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด มีลักษณะเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ มีความสูงประมาณ 30-40 เมตร ลำต้นมีลักษณะตั้งตรง แตกกิ่งก้านออกรอบต้น เรียงกันเป็นชั้นๆ มีสรรพคุณหลากหลาย มีผลออกปลายกิ่ง เรียกว่าลูกสำรอง หรือผลสำรอง ในหนึ่งกิ่งจะมี 4-5 ผล ภายในผลมีเมล็ด ลักษณะผลกลมรี เหี่ยวย่น แห้ง ผลแก่เป็นสีน้ำตาลเข้ม ส่วนเมล็ด มีเยื่อหุ้ม มีสารเมือกเป็นจำนวนมาก เมื่อนำมาแช่น้ำ หรือถูกน้ำจะพองตัว กลายเป็นวุ้นคล้ายเยลลี่ ที่บ้านหนองสนม จ.ระยอง กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเล็กๆ แห่งนี้ นำลูกสำรอง หรือผลสำรองมาแปรรูปเป็นเครื่องดื่มน้ำสำรอง รสชาติอร่อย วางจำหน่ายสร้างรายได้ให้กับสมาชิก คุณอ้อย-กนิษฐา ธนะจินดา อายุ 51 ปี ตัวแทนวิสาหกิจชุมชนบ้านหนองสนม เล่าว่า สมาชิกในกลุ่มต้องการหาผลิตภัณฑ์ที่สามารถทำขายและวางจำหน่ายได้ จึงเลือกนำผลไม้ท้องถิ่นทางภาคตะวันออกมาทำ ด้วยกรรมวิธีที่รู้อยู่แล้วว่าต้องทำอย่างไร นำมาต้ม ผสมรสชาติให้หลากหลาย คือ ตะไคร้ หญ้าหวานกับดอกคำฝอย ใบเตย และเก๊กฮวย พี่อ้อย เล่าต่อว่า แรกๆ ทำขายแค่สูตรดั้งเดิม ขายให้กับนายทุน พ่อค้าคนกลาง รายได้ไม่ตามเป้า หรือเรียก
