Leadership
เมื่อก่อนเวลาพูดถึงการท่องเที่ยว มีผู้ให้นิยามสั้นๆ ว่า ขอให้มีองค์ประกอบ “ชม ชิม ช็อป” ถือว่าครบสูตร แต่สมัยนี้ ต้อง “ชม ชิม ช็อป แชะ แชร์” จึงจะครบสูตร เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ใครๆ ก็เป็นช่างภาพได้ สมัยที่โทรศัพท์กับกล้องยังไม่รวมกัน คนที่จะมีกล้องถ่ายรูป ต้องเป็นเรื่องของใจรัก หรือไม่ก็ต้องมีเงินเหลือใช้ ซื้อมาแล้วยังยุ่งยาก ต้องมาเรียนรู้อีกว่า ใช้งานยังไง แม้มีกล้องรุ่น “ปัญญาอ่อน” ออกมาช่วยแก้ปัญหานี้ไปได้บ้าง แต่ยังต้องเรียนรู้ในระดับหนึ่งอยู่ดี คนที่ทำธุรกิจอย่างชาญฉลาด ไม่ปล่อยโอกาสให้เทคโนโลยีที่เปลี่ยนพฤติกรรมมนุษย์ ผ่านหน้าไปเฉยๆ พวกเขาหยิบฉวยเอามาเป็น “ส่วนเสริม” ให้ธุรกิจมีเสน่ห์ได้อย่างลงตัว เริ่มจากยุคแรก ที่เน้นการจัดบรรยากาศร้านและสภาพแวดล้อมให้พร้อม “ถูกถ่ายรูป” มองมุมไหนก็ดูดีมีความสวยงาม จากที่หวงห้าม ก็กลายเป็นปล่อยให้ถ่ายรูปได้ตามใจชอบ ไปที่ไหน ไม่ให้ถ่ายรูป ดูจะขัดใจลูกค้าอย่างรุนแรง จากนั้นเริ่มพัฒนาการไปสู่ การจัดมุมให้ถ่ายรูป คือ บางทีจัดทั้งพื้นที่คงบาดเจ็บจากค่าใช้จ่าย แต่การเลือกมุมเด็ดมุมโดนแค่ไม่กี่มุม หรือแค่มุมเดียวก็ได้ ทำให้กลายเป็น “มุมห้ามพล
“ปิดกั้นทุกปัญหาของโลกมือถือ แท็บเลต ก่อนที่จะมีบางสิ่งบางอย่างมาคอยป่วนเครื่องของคุณให้หงุดหงิด และรำคาญใจ ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะหาวิธีรับมือ…” คุณเคยมีความเชื่อบางสิ่งบางอย่างที่ถูกปลูกฝังจากรุ่นสู่รุ่นบ้างไหม? ทำให้เราต้องเข้าใจอะไรผิดๆ ตลอดเกี่ยวกับการใช้สมาร์ตโฟน แท็บเลต อย่างเช่น ไม่ต้องกลัวหรอก! สมาร์ตโฟน แท็บเลตอ่ะ…โหลดแอพมาเยอะๆ เลย หรือไม่ก็แนะนำให้เข้าไปใช้บริการดูคลิปหนังฟรีผ่านออนไลน์ หนักเข้าแนะนำให้ดาวน์โหลดไฟล์ต่างๆ เก็บไว้ในเครื่องมือถือ แท็บเลตที่ใช้งาน รวมถึงแนะนำให้ดาวน์โหลดแอพเกมฟรี ดาวน์โหลดภาพฟรี และอื่นๆ อีกมากมายที่กระหน่ำมาแจกเป็นของฟรีผ่านทางออนไลน์ หลายคนอาจจะคิดว่าสิ่งเหล่านี้ดูไปแล้วก็ไม่เห็นจะมีอะไรเสียหายถ้าจะทำ ผมต้องขอบอกก่อนว่าหากคุณคิดเช่นนั้นก็ไม่ผิดหรอกครับ แต่ทราบหรือไม่ว่า ทุกครั้งที่เข้าไปยังแหล่งเว็บพวกนี้ จะมีบางสิ่งบางอย่างที่คอยตามมาหลอกหลอนคุณอยู่ ไม่ว่าจะเป็น โทรจัน (Trojan), มัลแวร์ (Malware), สปายแวร์ (Spyware) และแอดแวร์ (Adware) เป็นต้น ถามว่าสิ่งเหล่านี้จะส่งผลอะไรบ้างในอนาคตหากยังปล่อยปละละเลยกันต่อไปอย่างนี้ ขอบอกเลยว่าการใช้งานเคร
“เจนวาย” คำนี้ มาจากวิชาประชากรศาสตร์ ซึ่งอยู่ในสาขาของวิชาสังคมศาสตร์ โดยคนในกลุ่มนี้ เกิดระหว่าง พ.ศ.2523-2543 และเติบโตมากับเครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคที่มีอินเตอร์เน็ตแพร่หลายแล้ว ปัจจุบัน หลายคนพูดถึง คนในกลุ่มเจนวาย ว่าเป็นกลุ่มคนที่รักอิสระเสรี ปรารถนาธุรกิจส่วนตัว ไม่อยากเป็นลูกจ้างใคร นับเป็นข้อสังเกตที่เป็นการพูดต่อๆกัน ประเด็นดังกล่าว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้สัมภาษณ์พูดคุยกับ คุณสมประสงค์ บุญยะชัย กรรมการบริษัทอินทัชโฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้บริหารการจัดการองค์กรขนาดใหญ่มาอย่างยาวนาน เปิดเผยว่า “จริงๆแล้ว คนเจนวาย เค้าไม่ได้ รังเกียจงานออฟฟิศ จากการสังเกตของผม เค้าเติบโตขึ้นมาแตกต่างจาก คนในยุคเบบี้บูม ( คนที่เกิดในปี 2489-2507) ซึ่งเป็นยุคสงคราม แร้นแค้น มีบุคคลิกที่ประหยัดมัธยัสถ์ แสวงหาความมั่นคง แต่คนเจนวายมีอิสระมากกว่า มีความสะดวกสบาย ดังนั้นการทำงานหรือเลือกอาชีพก็ต้องการความอิสระ ไม่ยึดติดในกรอบ อยากทำอะไรด้วยตัวเอง” คุณสมประสงค์ เปรียบเทียบให้เห็นว่า คนในยุคเบบี้บูม เป็นคนที่มีหลักในการใช้ชีวิต live to work ส่วนคนเจนเอ็กซ์ (คนที่เกิดในปี 2508-2522)
เศรษฐกิจไม่ดี แต่ทำไมบ้านลักเซอรี่หลังละ 100 ล้าน จึงมีการเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “พี่เอื้อย-อลิวัสสา พัฒนถาบุตร” เอ็มดี ซีบีอาร์อี โบรกเกอร์อสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์ เปิดมุมมองว่า ตลาดเซ็กเมนต์นี้…แรงดีไม่มีตก Q : ตลาดบ้านแพงบูมเงียบ ปีนี้คนเข้ามาทำตลาดเยอะขึ้น อาจเพราะพื้นที่รอบนอก ตลาดระดับกลางมีอินเวนทอรี่เหลือเยอะ ดีเวลอปเปอร์รายใหญ่ ๆ ก็หันเข้าตลาดนี้มากขึ้น ตั้งแต่โลว์ไรส์ ตารางเมตรละ 150,000-300,000 บาท ที่เป็นซูเปอร์ลักเซอรี่ สำหรับซัพพลายออกมาในปีนี้เรียกว่าไม่โอเวอร์อะไร เทียบกับปีที่ผ่านมาอยู่ระดับใกล้เคียง ปี”59 ถ้ารวมดาวน์ทาวน์ หมายถึงสีลม-สาทร สุขุมวิท ลุมพินีและมีริมแม่น้ำพระราม 3 เจริญนคร เพชรบุรีตัดใหม่ ภาพรวมมีไม่เกิน 9,000 ยูนิต รวมคอนโดฯด้วย โฟกัส 2,000 ยูนิต คือโลว์ไรส์ เป็นตลาดบ้านเดี่ยวลักเซอรี่ทั้งหมดที่ลอนช์ออกมา ปีนี้เยอะเพราะรวมโครงการพาร์คพรีว่า,อาร์เทล ตลาดรวมอยู่ที่ 1,700-1,800 ยูนิต เป็นยอดสะสม 3 ปี ซัพพลาย-ดีมานด์สมดุล ตัวเลขชัด ๆ มี 1,847 ยูนิต 36 โครงการ แต่มีแค่ 283 ยูนิตเท่านั้นที่อยู่ในรัศมีจากดาวน์ทาวน์ 5 กม. อีก 1,
เรื่องของดอกเบี้ยเงินฝาก ที่นับวันจะลดน้อยถอยลงจนแทบจะติดลบ ย่อมเป็นปัจจัยส่งผลให้ใครที่พอจะมีทุนอยู่ในมืออาจกำลังมองหาธุรกิจสักอย่างทำ เพราะน่าจะดีกว่ากำเงินไว้เฉยๆโดยไม่มีโอกาสงอกเงย แต่อย่างที่รู้กัน ทุกวันนี้เศรษฐกิจภาพรวมนั้นสุดแสนจะซบเซา หันซ้าย แลขวา ถ้าจะหาร้านที่ขายดิบขายดีได้คงยากเต็มที ฉะนั้นถ้ามีธุรกิจอะไร ที่เสนอตัวเข้ามาในตลาด พร้อมประกาศชัด “คืนทุนเร็ว ความเสี่ยงต่ำ สินค้าไม่มีเอาท์ แถมไม่เน่าไม่เสีย” คงเป็นตัวเลือกชั้นดี สำหรับผู้ที่กำลังอยากลงทุนในยามนี้ คุณไผ่-ชาคริต ภูษิต อายุสามสิบเศษ เจ้าของธุรกิจขายปลีก-ส่ง สินค้าญี่ปุ่นมือสอง แบรนด์ “เนโกะ” ซึ่งมีหน้าร้านอยู่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถึง 2 สาขา คือ ผู้ยืนยันว่า ธุรกิจในแบบของเขานั้น สามารถคืนทุนได้เร็วแถมมีความเสี่ยงต่ำอีกด้วย ก่อนย้อนความเป็นมาส่วนตัวใหรู้จัก พื้นเพเป็นคนกรุงเทพฯ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี-โท ทางด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ก่อนหน้านี้เคยทำงานประจำทางสายไอทีมาตลอด เป็นมนุษย์ออฟฟิศอยู่พักใหญ่ รู้สึกการงานไม่ตอบโจทย์ชีวิตอย่างที่อยากได้ เลยตัดสินใจลาออก แต่บอกตรงๆยังไม่รู้จะทำอาชีพอะไรต่อ พอมีโอกาสไปเ
แม้จะยอมรับความจริงว่าการจัดระเบียบทางเท้าทั่วกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ๆ ทั่วประเทศเป็นเรื่องดี เพราะประชาชนจะได้เดินบนทางเท้าอย่างปลอดภัย โดยเฉพาะบริเวณชุมชนแออัด เพราะอย่างที่เราๆ ท่านๆ เห็นกันอยู่ว่าบางถนน บางชุมชน และบางเส้นทาง โดยเฉพาะช่วงกลางวัน ตอนเย็น ระเรื่อยไปจนถึงกลางคืน บนทางเท้าบางแห่งมักจะมีร้านค้าระเกะระกะเต็มไปหมด เราต้องไปเดินบนไหล่ทาง จนบางคนถูกรถเฉี่ยวชน กลายเป็นเรื่องฟ้องร้องหลายครั้ง และหลายคนต้องนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล โดยไม่มีใครแบะท่าออกมารับผิดชอบ เพราะเขาโทษผู้เดินเองว่า…เดินไม่ดูตาม้าตาเรือ จนเป็นเหตุให้รถเฉี่ยวชนเอง ผ่านมาทางกรุงเทพมหานคร (กทม.) พยายามแก้ปัญหานี้บ่อยครั้ง แต่ทำไม่สำเร็จ เนื่องจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครต่างสังกัดพรรคการเมือง ทำอะไรเกินงาม ประชาชนเหล่านั้น ก็จะไม่กากบาทเลือกตั้งในคราวหน้า เขาจึงทำแบบเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ หลับตาข้างหนึ่งบ้าง เพื่อจะได้ไม่เสียฐานเสียง แต่เมื่อรัฐบาลคสช. เข้ามาปกครองประเทศ สิ่งที่เรียกว่ายากก็กลับกลายเป็นง่าย เพราะสามารถอาศัยอำนาจตามกฎหมายให้ กทม. จัดการได้ทันที ผ่านมาเกือบ 3 ปีถือว่าเข้าที่เข้าทางอยู่พอสมควร
มีเซ็งกันไปอีก!! สำหรับกลุ่มคนรักสุขภาพที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย และเป็นสมาชิกฟิตเนสของทรู ฟิตเนส ซึ่งเป็นฟิตเนสที่เปิดบริการมาหลายปี และได้ปิดตัวไป จากไปโดยไม่แจ้งล่วงหน้า T_T เดือดร้อนถึงบรรดาสมาชิกที่จ่ายเงินค่าสมาชิกไว้ล่วงหน้า บางคนจ่ายรายเดือน รายปี และอาจมีแบบจ่ายตลอดชีพ ยอดเงินที่จ่ายค่าสมาชิกนั้นมีตั้งแต่หลักพัน หลักหมื่น ถึงหลักแสนก็มีไม่น้อยเลย เงินก็จ่ายไปแล้ว ทีนี้จะตามทวงกับใครล่ะ เดือดร้อนถึง สคบ. หรือ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค สิคะ ทางทรู ฟิตเนส ได้ประกาศยุติการให้บริการทั้งหมดในประเทศไทย โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับการแข่งขันทางการตลาดที่เข้มข้นเกินไป ในสงครามโปรโมชั่น ทั้งลดแลกแจกแถม ทำให้ไม่สามารถสร้างกำไรได้เหมือนเดิม และมีปัญหาทางหนี้สินจนต้องปิดกิจการ นอกจากนี้ ยังมีดราม่าเพิ่มขึ้นมาอีก เมื่อ เวอร์จิ้น แอ๊กทีฟ อีกค่ายของสถานที่ออกกำลังกายแบรนด์ดังระดับโลกของ คุณริชาร์ด แบรนสัน มหาเศรษฐีนักธุรกิจชื่อดังระดับโลก จากเกาะอังกฤษ เจ้าพ่อเวอร์จิ้น กรุ๊ป ซึ่งมีทั้งธุรกิจสายการบิน และธุรกิจอื่นภายใต้แบรนด์เวอร์จิ้น และเคยมาเยือนประเทศไทยเมื่อ 2 ปีที่แล้วตอนที่เปิดเวอร์จิ้น แอ๊กทีฟ
ชีวิตของเศรษฐีตัวจริง ที่เมืองคอน ขายผ้าได้วันละห้าแสนบาท ถึงล้านบาท ใช้หลักการบริหารลูก น้อง ทำให้ทุกคนอยากอยู่ อยากช่วยงานไปตลอดชีวิต ถึงคราวต้องเสียภาษีก็ครบถ้วนถูกต้องให้เงิน เข้ารัฐทุกบาททุกสตางค์ แถมกำไรที่ได้ยังแบ่งปันและทำบุญ ผมกลับไปเยี่ยมญาติพี่น้องและเพื่อนๆ รุ่นเดียวกันที่นครศรีธรรมราช หรือที่มีชื่อเรียกสั้นๆ ว่าเมืองคอน ทุกครั้งที่ผมกลับเมืองคอนบ้านเกิด ผมจะต้องไปที่วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร หรือที่คนคอนจะเรียก สั้นๆ ว่าวัดพระธาตุ ขณะอยู่ที่วัดพระธาตุจึงได้เห็นว่าเจดีย์ซึ่งมียอดทองคำกำลังบูรณะซ่อมแซม ไม่ได้ซ่อมแซมอย่างเดียวยังได้นำทองคำมาห่อหุ้มยอดให้เหลืองอร่ามเพิ่มขึ้นด้วย เพราะมีผู้บริจาค เงินคนเดียวถึง 28 ล้านบาท ผู้บริจาคเงินมีชื่อว่า ‘จิมมี่ ชวาลา’ เป็นพ่อค้าขายผ้า มีร้านค้าชื่อว่า หจก.จิมมี่นคร ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าวัง ถนนราชดำเนิน ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับบ้านของผมในอดีต ผมอยู่ที่เมืองคอนหลายวัน วันหนึ่งของบางวันผมได้ถือโอกาสไปพบกับคุณจิมมี่ คุณอนันต์ สิงหโกวินทร์ ซึ่งพาผมไปพบเพื่อสัมภาษณ์คุณจิมมี่ได้บอกผมเพิ่มเติมว่า คุณจิมมี่ไม่ได้บริจาคเงิน
กลายเป็นปกติไปแล้ว เมื่อไปทานอาหารที่ร้านเสร็จ แล้วเรียกพนักงานเพื่อเก็บเงิน พร้อมกับคำถามแบบไม่ต้องเหนียมอายใครว่า มีบัตรอะไรได้ส่วนลดบ้าง และหากบัตรเครดิตใบไหนให้ส่วนลด พฤติกรรมโดยทั่วไปเราก็จะหยิบบัตรใบนั้นขึ้นมาใช้รูดชำระเงินทันที แต่ถ้าไม่มีก็จะต้องถามหาจากเพื่อนร่วมโต๊ะว่าใครมีบัตรใบดังกล่าวบ้าง แหม! ก็ส่วนลดที่ได้ 10-20 เปอร์เซ็นต์ คำนวณดูแล้วก็มิใช่น้อย เพื่อนที่มีบัตรเครดิตใบนั้นก็น่าจะยินดีที่จะให้รูด (ถ้าเพื่อนๆ ที่ไปทานข้าวกันพอไว้ใจกันได้และวงเงินไม่เต็มไปเสียก่อน) เพราะเมื่อเพื่อนๆ จ่ายเงินสดคืนให้เราแล้ว คนรูดยังได้คะแนนสะสมเข้าบัตรไปอีกเต็มๆ แบบไม่ต้องแบ่งใคร จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย คนไทยมีค่าเฉลี่ยในการถือบัตรเครดิตประมาณคนละ 2-3 ใบ นี่คือค่าเฉลี่ย บางคนมีมากถึง 10 ใบ ดังนั้น ก็ใช้วนไปค่ะ บัตรไหนให้ส่วนลดก็หยิบบัตรนั้นขึ้นมาใช้บ่อยหน่อย ตรงนี้เองก็ขึ้นอยู่กับแผนการตลาดของธนาคารแต่ละค่ายที่ใครจะเก่งกว่าในการเกี่ยวยอดใช้จ่ายผ่านด้วยการมีโปรโมชั่นที่น่าดึงดูดกว่า มุกโปรโมชั่นที่ง่ายที่สุด ก็เห็นจะเป็นส่วนลดที่ได้ 10-20 เปอร์เซ็นต์ อันนี้ลูกค้าน่าจะชอบที่สุด แต่การ
พนักงานขายเก่งๆ มักใช้วิธี “ไม่ขาย” แต่เขามักใช้วิธี “สตอรี่เทลลิ่ง (Storytelling)” เล่าเรื่องราวที่ขยี้ต่อมอยากของลูกค้าจนอักเสบ แล้วก็ยอมจ่ายเงินในที่สุด ผมเองเป็นคนชอบเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับงานช่าง เพราะว่างๆ ก็ชอบสนุกกับ DIY ทำโน่นทำนี่ไว้ใช้ในบ้าน หรือซ่อมแซมอันโน้นอันนี้ ดังนั้น ห้างใหญ่ที่ขายวัสดุภัณฑ์และเครื่องมือสำหรับตกแต่งซ่อมแซมบ้าน จึงมีผมเป็นลูกค้าประจำ มีอยู่ 2 ห้างดัง ที่ผมเลือกใช้บริการ อยากเก็บข้อดีข้อเสียมาฝากทุกท่าน เผื่อเอาไปพิจารณาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของเราเอง ห้างแรก เป็นห้างที่เขาเคลมว่าเชี่ยวชาญเรื่องบ้าน เวลาไปเดินห้างนี้ ผมชอบที่แอร์เย็นสบาย พื้นที่ไม่ได้ใหญ่โตจนเดินเมื่อย มีข้าวของที่จำเป็นๆ สำหรับบ้านในเมืองค่อนข้างครบ แต่สิ่งที่น่ารำคาญ คือ การสอนพนักงานให้พูดคำว่า “สอบถามได้นะครับ/คะ” ถามพร่ำเพรื่อจนน่ารำคาญ เดินผ่านตั้งแต่ รปภ. เฝ้าประตูหน้า ก็พูด “สอบถามได้นะคะ” เจอพนักงานกี่คน ก็ได้ยินเท่าจำนวนคน แล้วก็พยายามเดินตามมาถาม ซึ่งสิ่งที่ควรทำ คือ การปล่อยให้ลูกค้าได้เดินดูสินค้าอย่างอิสระ แล้วสังเกตอยู่ห่างๆ เมื่อใดที่เห็นลูกค้าเริ่มเงยหน้ามองหาใครสักคน
