Leadership
คุณจะเชื่อมั้ยว่า “ทุกอย่างเป็นได้เสมอ” หากคุณ “เชื่อ” ว่ามันทำได้ และคุณรู้ไหมว่า อะไรที่เป็นสิ่งที่เหนี่ยวรั้งคุณเอาไว้ และทำให้คุณ “ทำอะไรไม่ได้” คำตอบง่าย ๆ ก็คือ “ตัวคุณ” นั่นแหละ ตัวคุณเองแหละที่เป็นสิ่งที่รั้ง และทำให้บางอย่างไม่สามารถทำได้ เพราะเพียงแค่ “คำบางคำ” ที่คุณได้พูดมันออกมา โดยที่คุณ “ไม่รู้ตัว” เมื่อใดก็ตาม คุณพูดคำเหล่านี้ออกมา สมองคุณจะสั่งการ และทำตามคำพูดเหล่านั้นทันที เช่น โห งานนี้ “ยาก” ว่ะ เฮ้ย มัน “เป็นไปไม่ได้” เลยนะ สำหรับการทำงานนี้ “ทำไม่ได้หรออกกกกกก” งานนี้ “ท้อ” จังโว้ยยยย เมื่อคุณพูดคำเหล่านี้ออกมา 1.”ทำไม่ได้”-มันจะปิดทุกความเป็นไปได้ทันที 2.”เป็นไปไม่ได้”-มันจะหยุดทุกโอกาสทันที 3.”ยาก”-คุณจะคิดว่ามันทำไม่ได้ทันที 4.”เหนื่อย”-เรี่ยวแรงคุณจะหายไปทันที 5.”ขี้เกียจ”-คุณจะอยากหยุดทันที 6.”ท้อ”-คุณจะหม่นหมองทันที สมองคุณจะถูกสั่งให้ “หยุด” คิดต่อ หยุดที่จะหาทางต่อ ในการทำหรือแก้ปัญหา เพราะ “คำพูด” มันได้ไปสั่งการจิตและกายคุณเรียบร้อยแล้ว และยิ่งหากคุณเป็น “หัวหน้า หรือผู้นำ” แล้วด้วยละก็ การพูดคำเหล่านี้ออกมา นอกจากจะหยุดตัวเองแล้ว มันจะยังไป “หยุดทีมงาน
ย้อนไปยุคคนวัยเกษียณยังเป็นหนุ่มสาว ชื่อเสียงของเมืองชายแดนอย่าง “สุไหงโก-ลก” จังหวัดนราธิวาส ขึ้นชื่อลือชาว่าครบครันทุกความบันเทิงยามค่ำคืน พรั่งพร้อมไปด้วยร้านอาหาร ดิสโก้เธค คาราโอเกะ สร้างความคึกคักในพื้นที่อย่างมาก ถือเป็นแม่เหล็กดูดสำคัญที่ดึงนักท่องเที่ยวทั้งใน และต่างประเทศ โดยเฉพาะชาวมาเลเซียให้มาเยี่ยมเยือนไม่ขาดสาย กระทั่งเหตุการณ์ไม่สงบปะทุขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ทั้งรุนแรง และยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อทุกมิติ ทั้งทางสังคม และด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านการค้าการลงทุนที่เงียบเหงา และซบเซาลงเรื่อยมา ทีมงานประชาชาติธุรกิจ มีโอกาสพูดคุยกับนักธุรกิจเบอร์ต้นของเมืองสุไหงโก-ลก “สมบูรณ์ บุญธำรงกิจ”อดีตประธานหอการค้าจังหวัดนราธิวาส นักธุรกิจรุ่นลายคราม วัย 80 ปี เจ้าของกิจการมากมาย ที่แม้ล่วงเข้าสู่วัยชรา ทว่ายังมีมุมมองที่คมชัดแจ่มใสไม่แพ้คนวัยหนุ่ม จังหวะชีวิตของ “สมบูรณ์” ก่อนเป็นนักธุรกิจใหญ่มูลค่าหลายร้อยล้านบาท เดิมเป็นคนกรุงเทพฯ ย้ายภูมิลำเนามาอยู่สุไหงโก-ลก เริ่มงานตำแหน่งผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ตั้งแต่ปี 2510 ทำได้ 8 ปี เริ่มเห็น
“รายชื่อเพื่อนบนเฟซบุ๊กเป็นดั่งลายแทงขุมทรัพย์ ไม่อยากจะเสียโอกาสให้ใครมาแย่งชิง ควรรู้จักวิธีการรับมือและจัดการที่ดี…” สวัสดีครับ คุณผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน นับวันการแข่งขันบนโลกออนไลน์ยิ่งทวีความรุนแรงกันมากขึ้นทั้งการพัฒนาตัวผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้ดูน่าสนใจและโดดเด่น ทั้งช่องทางสื่อสารบนโลกออนไลน์ที่ถูกงัดออกมาใช้ต้องสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะเฟซบุ๊กซึ่งถือว่าเป็นไม้เด็ดที่ถูกนำมาใช้กับแผนการตลาดเยอะที่สุด นักการตลาดคงทราบดีว่า ถ้าเราได้รายชื่อลูกค้าไม่ว่าจะมากหรือน้อย สิ่งหนึ่งที่ควรทำคือการเฝ้าหวงแหนและเก็บรักษาไว้อย่างไรเพื่อให้ได้ประโยชน์ต่อการใช้งานมากที่สุด หากมีวันใดวันหนึ่งที่รายชื่อเหล่านั้นอันตรธานไป หรือถูกแย่งชิงจากคู่แข่ง เราจะทำใจได้หรือเปล่า? แล้วจะปล่อยให้สิ่งต่างๆ เหล่านั้นเกิดขึ้นอีกหรือไม่? ถ้าไม่ก็คงต้องถึงเวลาแล้วที่เราต้องหาวิธีการรับมือและแก้ไขปัญหาอย่างชาญฉลาด วิธีแอบซ่อนรายชื่อบน Facebook ขอย้ำเพื่อความเข้าใจที่ตรงกันว่า การซ่อนรายชื่อเพื่อนหรือกิ๊กบนเฟซบุ๊กไม่ใช่การบล็อกรายชื่อนั้น แต่จุดประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้คู่แข่ง หรือใครก็ตามที่เราไม่อยากให้เห็นร
ฯพณฯ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปาฐกถาเกี่ยวกับนโยบายรัฐกับการสร้าง SMEs 4.0 เนื่องในงานสัมมนาประจำปี 2560 ที่จัดโดย นิตยสารเส้นทางเศรษฐี หัวข้อ “เปิดเส้นทาง SMEs 4.0 : เศรษฐียุคดิจิตอล ใครว่ายาก” มีบางช่วงบางตอนที่น่าสนใจ ดังนี้ “SMEs เป็นกลุ่มธุรกิจที่ไม่ง่าย ที่จะอยู่รอดและเติบโต หากไม่มีการอาวุธทางความคิด หรืออัพเดตอยู่บนฐานข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างขนานใหญ่เวลานี้ ข้อมูล จากธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า SMEs มีอัตราการอยู่รอดเพียง 50 เปอร์เซ็นต์ใน 5 ปี นั่นหมายความว่า หากมี SMEs 100 ราย ภายใน 5 ปี จะอยู่รอด 50 ราย และตายไป อีก 50 ราย และข้อมูลจาก สำนักงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ระบุว่า ปี 2559 มี SMEs ประมาณ 2.88 ล้านราย ในจำนวนนี้ มาจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล กับกรมธุรกิจการค้าเพียง 6 แสนราย อีก 2 ล้านกว่าราย ไม่อยู่ในระบบ ซึ่งใน 6 แสนรายนี้ เป็นผู้ประกอบการรายเดียวถึง 80 เปอร์เซ็นต์” เพราะเหตุใด อัตราการอยู่รอดของ SMEs จึงมีเพียง 50 เปอร์เซ็นต์ “SMEs ส่วนใหญ่ เอาทุนเป็นที่ตั้ง นั่นหมายความว่า เวลาจะทำอะไร ก็เริ่มที่เง
จริงๆ ก็พอจะเข้าใจอยู่บ้างว่ารัฐบาลภายใต้แกนนำของ “พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี พยายามอย่างยิ่งที่จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคต่างๆ ออกมาเป็นจำนวนมาก รวมถึงล่าสุดที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน 125 ล้านบาท เพื่อให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ทำการประชาสัมพันธ์การจัดทำโครงการโฆษณาประชาสัมพันธ์ และจัดกิจกรรมเพื่อพลิกโฉมประเทศไทยตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยการจัดนิทรรศการและงานสัมมนาระดับชาติภายใต้ชื่อ “โอกาสทางการลงทุนในประเทศไทย” ซึ่งจะมีซีอีโอจากบริษัทระดับโลกมาบรรยายให้กับผู้เข้ารับฟังการสัมมนา ขณะที่อีกส่วนหนึ่งจะทำการประชาสัมพันธ์โอกาสการลงทุนในประเทศไทย โดยในส่วนนี้จะโฆษณาทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อตอกย้ำถึงศักยภาพและความพร้อมด้านต่างๆ ของประเทศไทยเพื่อก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งผมเห็นแล้ว ฟังแล้ว อ่านแล้วก็เข้าใจ แต่ถามว่าพ่อค้าแม่ค้าร้านตลาดได้อะไรจากงานสัมมนาระดับชาติอย่างนี้บ้าง? ผมไม่รู้ หรือจะพูดตรงๆ ก็คือไม่ได้อะไร ถามว่าแล้วใครได้ประโยชน์? รัฐบาลได้ คนฟังที่เป็นนักธุรกิจได้ สื่อมวลชนไ
การทำธุรกิจ หนีไม่พ้น “การบริการ” และในงานบริการ “คน” คือ กลไกสำคัญที่สุด หากให้ความสำคัญกับคน แปลว่า ให้ความสำคัญ และใส่ใจในการให้บริการ แต่พบว่าหลายธุรกิจ กลับไม่ได้ให้ความสำคัญกับคนมากนัก “คน” ที่ผมกำลังพูดถึง ไม่ได้หมายถึง “ลูกค้า” นะครับ แต่ผมกำลังหมายถึง “พนักงาน” ถ้าเราทำให้พนักงานมีความสุข คนที่มีความสุข ย่อมให้บริการคนอื่นด้วย “ความสุข” เช่นกัน ในทางตรงข้าม หากเราปล่อยปละละเลย มุ่งเอาใจลูกค้า แต่ว่าไม่สนใจพนักงาน จะเป็นอยู่อย่างไร จะมีสุขทุกข์อย่างไร ไม่เคยใส่ใจ แล้วคนอมทุกข์มากมาย จะบริการใครได้ดี เมื่อเร็วๆ นี้ มีรุ่นน้องมาปรึกษาหารือเรื่องงาน รู้สึกอึดอัดใจ ตัวเองทำงานไต่เต้าจากพนักงานธรรมดา จนได้เป็นระดับผู้จัดการ งานที่ต้องรับผิดชอบเป็นสายงานการตลาดและการขาย ต้องตระเวนออกงานแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ วันดีคืนดี บริษัทก็มีกฎใหม่ออกมาว่า ระดับผู้จัดการเงินเดือนเยอะแล้ว ไม่ต้องมี “เบี้ยเลี้ยง” ของเคยได้รับ กลับหดหายไปเห็นๆ สิ่งที่บริษัทควรทำความเข้าใจ คือ เบี้ยเลี้ยง ไม่ใช่เงินเดือน หรือค่าตอบแทนการทำงาน แต่เป็นเงินพิเศษที่พนักงานต้องออกไปทำงานบางอย่าง นอกเหนือจากภาวะปกติ
“ธรรมศาสตร์โมเดล” เป็นโครงการธุรกิจเพื่อชุมชน ส่วนหนึ่งของหลักสูตรบริหารควบปริญญาตรี-โท ทางบัญชีและบริหารธุรกิจของคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่กำหนดให้นักศึกษาชั้นปีที่ 3-4 ทุกคนต้องเข้าไปทำงานร่วมกับชุมชนต่างๆ พร้อมใช้ความรู้ที่เรียนมาช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันให้กับวิสาหกิจชุมชนต่างๆ พร้อมไปกับการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นการแบ่งปันและเปลี่ยนความรู้เป็นการปฏิบัติจริง เพื่อให้สอดคล้องกับปรัชญาการศึกษาของมหาวิทยาลัย เมื่อมีความรู้ต้องแบ่งปันและทำประโยชน์ให้สังคมและใช้เครื่องมือเพื่อนำความคิดสร้างสรรค์ไปสู่การเพิ่มมูลค่าในผลิตภัณฑ์ เดินหน้าได้ตามแนวทางรัฐสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 รองศาสตราจารย์ ดร.พิภพ อุดร คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี กล่าวว่า “ธรรมศาสตร์โมเดล” เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดและความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักศึกษา ที่จะทำหน้าที่ลงพื้นที่ชุมชนต่างๆ เพื่อลงไปวิเคราะห์ปัญหา และหาทางออก ช่วยกันแก้ไขให้ชุมชนนั้นสามารถพัฒนาสินค้าหรือแบรนด์ จนสามารถต่อยอดได้อย่างยั่งยืนภายในระยะเวลา 4 เดือน (1 ภาคการเรียนการสอน) ร่วมกับคนในชุมชน ที่จะทำงานไปด้วยกัน,
พักนี้เดินทางไปไหนมีแต่คนถามว่า…เกษียณอายุแล้วจะไปทำอะไร? ผมก็ตอบไปว่า…อยู่เฉยๆ เขาจึงถามต่อว่า…มีเงินมากมาย ขนาดอยู่เฉยๆ ได้เลยหรือ? ผมจึงตอบสวนไปว่า…ไม่มากหรอก เพียงแต่พออายุมากขึ้น เราคงไม่ต้องใช้จ่ายอะไรมากนักหรอก เพราะระหว่างทางจากวัยหนุ่มถึงวัยเกษียณเราผ่านมาหมดแล้ว กินของดีๆ ก็มากแล้ว ใช้ของดีๆ ก็พอสมควร เดินทางท่องเที่ยวทั้งในประเทศ และต่างประเทศก็หลายแสนกิโลเมตรแล้ว ฉะนั้น ถ้าจะต้องใช้เงินจริงๆ ในช่วงเกษียณอายุ คงเป็นเรื่องของการเดินทางท่องเที่ยวนี่แหละ เพราะยังชอบแบบนี้อยู่ ยังชอบเดินทางไปในที่ต่างๆ และมีความสุขทุกครั้งที่มีโอกาสเดินทาง เพียงแต่คงจะเลือกระยะทางที่สั้นลง คงไม่อยากไปยุโรป หรือสหรัฐอเมริกาแบบสมัยหนุ่มๆ แล้ว ที่ต้องนั่งเครื่องบินเป็นวันๆ เพื่อไปทำงานเพียงไม่กี่วัน ผมบอกเขา (เพื่อน) ว่า…ดำเนินชีวิตง่ายๆ เราก็พบความสุข จากนั้นผมก็อธิบายให้เขาฟังเพิ่มเติมว่า…จริงๆ แล้วเราควรวางแผนชีวิตก่อนเกษียณ และควรรู้ด้วยว่าเมื่อเกษียณแล้วจะทำอะไร เพียงแต่สิ่งที่คุณถาม และสิ่งที่คุณอยากได้คำตอบขณะนั้น ผมคิดแค่นั้นจริงๆ แต่ในความเป็นจริงที่ผมไม
เมื่อก่อนเวลาพูดถึงการท่องเที่ยว มีผู้ให้นิยามสั้นๆ ว่า ขอให้มีองค์ประกอบ “ชม ชิม ช็อป” ถือว่าครบสูตร แต่สมัยนี้ ต้อง “ชม ชิม ช็อป แชะ แชร์” จึงจะครบสูตร เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ใครๆ ก็เป็นช่างภาพได้ สมัยที่โทรศัพท์กับกล้องยังไม่รวมกัน คนที่จะมีกล้องถ่ายรูป ต้องเป็นเรื่องของใจรัก หรือไม่ก็ต้องมีเงินเหลือใช้ ซื้อมาแล้วยังยุ่งยาก ต้องมาเรียนรู้อีกว่า ใช้งานยังไง แม้มีกล้องรุ่น “ปัญญาอ่อน” ออกมาช่วยแก้ปัญหานี้ไปได้บ้าง แต่ยังต้องเรียนรู้ในระดับหนึ่งอยู่ดี คนที่ทำธุรกิจอย่างชาญฉลาด ไม่ปล่อยโอกาสให้เทคโนโลยีที่เปลี่ยนพฤติกรรมมนุษย์ ผ่านหน้าไปเฉยๆ พวกเขาหยิบฉวยเอามาเป็น “ส่วนเสริม” ให้ธุรกิจมีเสน่ห์ได้อย่างลงตัว เริ่มจากยุคแรก ที่เน้นการจัดบรรยากาศร้านและสภาพแวดล้อมให้พร้อม “ถูกถ่ายรูป” มองมุมไหนก็ดูดีมีความสวยงาม จากที่หวงห้าม ก็กลายเป็นปล่อยให้ถ่ายรูปได้ตามใจชอบ ไปที่ไหน ไม่ให้ถ่ายรูป ดูจะขัดใจลูกค้าอย่างรุนแรง จากนั้นเริ่มพัฒนาการไปสู่ การจัดมุมให้ถ่ายรูป คือ บางทีจัดทั้งพื้นที่คงบาดเจ็บจากค่าใช้จ่าย แต่การเลือกมุมเด็ดมุมโดนแค่ไม่กี่มุม หรือแค่มุมเดียวก็ได้ ทำให้กลายเป็น “มุมห้ามพล
“ปิดกั้นทุกปัญหาของโลกมือถือ แท็บเลต ก่อนที่จะมีบางสิ่งบางอย่างมาคอยป่วนเครื่องของคุณให้หงุดหงิด และรำคาญใจ ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะหาวิธีรับมือ…” คุณเคยมีความเชื่อบางสิ่งบางอย่างที่ถูกปลูกฝังจากรุ่นสู่รุ่นบ้างไหม? ทำให้เราต้องเข้าใจอะไรผิดๆ ตลอดเกี่ยวกับการใช้สมาร์ตโฟน แท็บเลต อย่างเช่น ไม่ต้องกลัวหรอก! สมาร์ตโฟน แท็บเลตอ่ะ…โหลดแอพมาเยอะๆ เลย หรือไม่ก็แนะนำให้เข้าไปใช้บริการดูคลิปหนังฟรีผ่านออนไลน์ หนักเข้าแนะนำให้ดาวน์โหลดไฟล์ต่างๆ เก็บไว้ในเครื่องมือถือ แท็บเลตที่ใช้งาน รวมถึงแนะนำให้ดาวน์โหลดแอพเกมฟรี ดาวน์โหลดภาพฟรี และอื่นๆ อีกมากมายที่กระหน่ำมาแจกเป็นของฟรีผ่านทางออนไลน์ หลายคนอาจจะคิดว่าสิ่งเหล่านี้ดูไปแล้วก็ไม่เห็นจะมีอะไรเสียหายถ้าจะทำ ผมต้องขอบอกก่อนว่าหากคุณคิดเช่นนั้นก็ไม่ผิดหรอกครับ แต่ทราบหรือไม่ว่า ทุกครั้งที่เข้าไปยังแหล่งเว็บพวกนี้ จะมีบางสิ่งบางอย่างที่คอยตามมาหลอกหลอนคุณอยู่ ไม่ว่าจะเป็น โทรจัน (Trojan), มัลแวร์ (Malware), สปายแวร์ (Spyware) และแอดแวร์ (Adware) เป็นต้น ถามว่าสิ่งเหล่านี้จะส่งผลอะไรบ้างในอนาคตหากยังปล่อยปละละเลยกันต่อไปอย่างนี้ ขอบอกเลยว่าการใช้งานเคร
