หลักสูตรเรียนฟรี
เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ที่ต.ท้อแท้ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ได้มีเกษตรกรคนรุ่นใหม่ ทำฟาร์มปลูกเมล่อน ประสบผลสำเร็จ ยอดสั่งจองออนไลน์ช่วงเทศกาลปีใหม่ ที่จะถึงนี้ ออเดอร์สั่งเพียบ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับน.ส.สุดาวัลย์ ทองเลิศล้ำ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 ม.5 ต.ท้อแท้ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก เจ้าของ “Porsche Melon Farm” สอบถามทราบว่า เมื่อประมาณ 1 มิ.ย. ที่ผ่านมา ได้ลาออกจากพนักงานประจำ โดยเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด ดูแลลูกค้า แบงค์ชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.พิษณุโลก แต่อยากกลับบ้านมาใช้ชีวิตที่เรียบง่าย ดูแลแม่และลูกสาว พร้อมต้องการเดินตามรอยวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวง รัชกาลที่ 9 จึงตัดสินใจลาออก มาเปลี่ยนพื้นที่ทุ่งนา สร้างโรงเรือนปลูกเมล่อนญี่ปุ่น ด้วยงบที่มีอยู่ 200,000 บาท ศึกษาวิธีทำจากอินเทอร์เน็ต ลองผิดลองถูก ประมาณครึ่งปี “ถ้ามีใครถามว่า ตอนนี้ ตนเองเดินมาได้ถึงจุดไหนแล้ว บอกได้เต็มปากเลย ว่าประสบความสำเร็จในการใช้ชีวิตเกษตรกรได้อย่างภาคภูมิใจ เพราะเรียนรู้เอง ไม่ได้มีใครสอน ใช้เวลาเพียงครึ่งปี ก็สามารถมีผลผลิต ออกสู่ท้องตลาดได้ และเป็นที่น่าพอใจ ส่วนเกษ
เรื่อง/ รูป โดย ทะนุพงศ์ กุสุมา ณ อยุธยา อาชีพน่าสนใจอีกอย่างที่ชาวบ้านเหล่าโพนค้อ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร นิยมกันคือการทำสวนเพาะกล้าไม้ขาย โดยมีการทำกันเป็นจำนวนหลายครอบครัวทั่วทั้งหมู่บ้าน ส่งขายทั้งพื้นที่บริเวณจังหวัดใกล้เคียงและทั่วประเทศ ซึ่งว่ากันว่าที่นี่นับเป็นแหล่งเพาะ-ขายกล้าไม้ขนาดใหญ่อีกแห่งของประเทศ คุณวีระชัย แสนธิจักร เป็นเจ้าของร้านเพาะ-ขายกล้าไม้ชื่อ “สวนแม่แตงพันธุ์ไม้” อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ที่ 6 ตำบลเหล่าโพนค้อ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร โดยสวนของเขาเพาะ-ขายกล้าไม้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นผักหวาน ลิ้นฟ้า ไม้ป่า มะกรูด มะนาว พืชผักสวนครัวต่างๆ รวมถึงไม้ประดับบางชนิด คุณวีระชัย แสนธิจักร การออกหางานรับจ้างทั่วไปในหลายพื้นที่ของประเทศ ทำให้คุณวีระชัยรู้สึกว่าไม่มั่นคง ยิ่งสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปราะบางเช่นนี้ดูเป็นเรื่องเสี่ยงต่อการหารายได้เลี้ยงปากท้องและครอบครัวเป็นอย่างมาก การเพาะต้นกล้าไม้เป็นอาชีพที่ชาวบ้านตำบลเหล่าโพนค้อ หลายครอบครัวทำกันจนมีรายได้ดี อีกทั้งตลาดกล้าไม้กำลังได้รับความสนใจมากขึ้น แล้วอาชีพนี้ยังไม่ต้องออกไปตระเวนขาย เพราะมีคนมารับซื
ร้านอาหารโมเดลใหม่ เริ่มต้นได้ แม้ไม่มีทุน! หลายคนอาจคิดว่า “เงินทุน” เป็นปัจจัยเดียวในการทำธุรกิจ หากคิดที่จะมีกิจการเป็นของตนเอง ต้องเป็นความฝันลมๆ แล้งๆ แน่ หากไม่มีทุน ทุกอย่างจบตั้งแต่เริ่มต้นจินตนาการ ล่าสุด เจ้าของแฟรนไชส์ “ส้มตำมาละเด้อ” เผยว่า ความคิดข้างต้น อาจไม่ถูกต้องเสมอไป เพราะได้คิดค้น “โมเดลธุรกิจ” ร้านอาหารอีสานแนวใหม่ ที่แม้ไม่มีเงินติดตัวสักบาท ก็อาจทำให้ฝันของใครหลายคนกลายเป็นจริงได้ ส่วนรายละเอียด จะเป็นอย่างไรนั้น ทาง คุณเอ – โรสสุคนธ์ ภัทรภาดา ผู้บริหาร บริษัท พร้อมปรุง จำกัด เจ้าของกิจการแฟรนไชส์ “ส้มตำมาละเด้อ” ให้ข้อมูลรายละเอียดว่า ปัจจุบันแฟรนไชส์ ส้มตำมาละเด้อ กระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 50 สาขา ล่าสุดกำลังมองหานักลงทุนรายใหม่ ที่มีศักยภาพในการบริหารจัดการร้าน แต่ไม่จำเป็นต้องมีเงินลงทุน โดยได้สร้างร้านอาหารอีสานต้นแบบขึ้นมาแห่งแรก อยู่ที่อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ก่อนเปิดโอกาสให้คนไม่มีทุน คนตกงาน หรือคนมีงานทำอยู่แล้วแต่อยากมีกิจการของตัวเอง ซึ่งเป็นคนในพื้นที่ เข้ามารับการอบรมเรียนรู้การบริหารจัดการทุกเรื่องภายในร้านอาหารอีสาน เป็นเวลา 100 ชั่วโมง เม
คุณมงคล สุทธิสาร หรือ คุณกอล์ฟ เจ้าของบ้านสวนช่อจันทร์ เลขที่ 20 หมู่ที่ 2 บ้านสะอาด ตำบลพรสวรรค์ อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด จบการศึกษาระดับปริญญาตรี การตลาด โดยก่อนหน้านี้คุณกอล์ฟทำงานที่ร้านอาหารระดับ 5 ดาว อยู่ที่กรุงเทพฯ ฝ่ายการตลาด ด้วยหน้าที่ต้องมีการจัดหาซื้อวัตถุดิบ บวกกับร้านอาหารที่คุณกอล์ฟทำ มีมากถึง 6 สาขา คุณมงคล สุทธิสาร ช่วงหน้าแล้งร้านอาหารประสบปัญหาขาดแคลนมะนาวเป็นอย่างมาก ทางเชฟไม่สามารถหามะนาวมาทำอาหารได้พอ คุณกอล์ฟจึงต้องลงมาช่วยหาวัตถุดิบ ช่วงนั้นไปเกือบทุกตลาดก็ไม่ค่อยมี หายากมาก มะนาวแป้นรำไพที่เคยใช้ขาดตลาด จึงหันมาใช้มะนาวพันธุ์อื่นแทน แต่ด้วยคุณสมบัติของมะนาวพันธุ์อื่นไม่สามารถสู้แป้นรำไพได้ เพราะมะนาวแป้นรำไพมีลักษณะเด่น เปลือกบาง น้ำหอม ได้รสชาติ ช่วงนั้นลูกค้าที่ร้านขาดหายไปเลย คือรสชาติไม่ได้ กลิ่นไม่ได้ คุณกอล์ฟจึงต้องกลับไปใช้มะนาวแป้นรำไพอย่างเดิม ถึงแม้ว่าราคา ลูกละ 15 บาท ก็ต้องยอม ณ ตอนนั้น คุณกอล์ฟเลยมีความคิดว่าหันมาปลูกมะนาวดีกว่า ปลูกแล้วส่งร้านอาหารที่ตนเองทำงานอยู่นี่แหละ ปลูกแล้วได้ผลดีมาก ทีนี้ผลผลิตไม่พอที่จะส่งร้านอาหารทั้ง 6 สาขา ด้วยเมน
คงไม่มีใครปฏิเสธถึงกระแสความฟีเวอร์ของเรื่องราวย้อนยุค หรือที่เรียกติดปากว่าสไตล์วินเทจ เพราะทั้งการแต่งตัว การแต่งบ้าน การแต่งสวน ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ หรือแม้แต่งานสำคัญอย่าง “งานวิวาห์” หลายคนยังหันมาจัดธีมงานแบบย้อนยุค และตัวแปรสำคัญที่ทำให้งานสมบูรณ์แบบ นั่นก็คือ ชุดแต่งงาน ทุกชุดเก่าจริง อายุร้อยปี เลอค่า ประเมินราคาไม่ได้ คุณนาตาชา ราชิวงษ์หรือ คุณจีจี้เจ้าของห้องเสื้อ จีจี้ ไบรดอล บูติค ให้บริการเช่าชุดแต่งงานสไตล์วินเทจแท้ โดยภายในร้านจะมีชุดแต่งงานของเจ้าสาวย้อนหลังกลับไปตั้งแต่ปี ค.ศ. 1910 เรียกว่าในประเทศไทยมีเพียงไม่กี่แห่ง คุณจีจี้ บอกกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า เปิดให้บริการนี้มานาน 6 ปี ความน่าสนใจของชุดสไตล์วินเทจ แม้เป็นงานเก่า โบราณ แต่ยังคงคุณค่า และเสน่ห์ในตัวเอง ด้วยความงดงาม และประณีตของเนื้องานที่หาได้ยาก ทำให้ยังคงเป็นที่ต้องการและโหยหาของผู้ที่คลั่งไคล้ หลงใหลงานเก่าเก็บในอดีต แบบที่ไม่เหมือนใคร สำหรับชุดย้อนยุคของห้องเสื้อดังกล่าว มีทั้งชุดแต่งงานแบบยุโรป และชุดไทยโบราณตามราชประเพณีที่มีการสวมใส่กันในราชสำนักตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเพื่อให้คู่บ่าวสาวที่ต้องกา
ปัจจุบัน งานหิ้งพระสวยๆ ดีไซน์ดีๆ มีอยู่มากมาย แต่จะมีสักกี่รายที่เพียบพร้อมไปด้วยความประณีต สวยงาม ออกแบบโดยอิงกับพุทธประวัติ ถูกหลักฮวงจุ้ยและโหราศาสตร์ ช่วยเสริมดวงชะตา สามารถนำไปเป็นที่ประดิษฐานตัวแทนองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เกิดสิริมงคลสูงสุดแก่ผู้บูชา บัลลังก์โชค คือ หิ้งพระเพื่อประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อาทิ หิ้งพระไม้สัก โต๊ะหมู่บูชา บัลลังก์โชค พุทธบัลลังก์-เทวบัลลังก์ รัตนบัลลังก์ รัชบัลลังก์ ฐานเสริมองค์พระ ชุดบูชาหน้าพระ หิ้งบรรพบุรุษ งานทุกชิ้นถูกเก็บรายละเอียด ที่ใช้ทั้งศาสตร์ (พุทธประวัติ ประวัติศาสตร์ ฮวงจุ้ย) และศิลป์ (งานพุทธศิลป์ในอดีตของไทย การออกแบบเครื่องเรือน) หลอมรวมในการสร้าง เพื่อให้เกิดสิริมงคลสูงสุดแก่ผู้บูชา และที่สำคัญที่สุดสร้างด้วยศรัทธาและความเพียรพยายาม ขาย 5 ความต่าง กลมกลืน ทันสมัย คุณจิณณะ กาญจนะวัชระ เจ้าของไอเดียหิ้งพระดีไซน์ร่วมสมัย บอกว่า หิ้งพระ คือ แท่นสำหรับสักการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ให้ความศรัทธา และเคารพนับถืออย่างสูงสุด ฉะนั้น จึงมีสโลแกนว่า “ที่สุดของการบูชา” กระบวนการ ขั้นตอนการออกแบบได้อิงหลักพุทธศาสตร์ และฮวงจุ้ยถูกต้องทุกประการ เพื่
เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงนี้ตามตลาดสดต่างๆ ในเขตเทศบาลนครพิษณุโลกโดยเฉพาะในช่วงนี้ มีพ่อค้าแม่ค้านำไข่มดดิน มาวางขายจำนวนมาก ส่วนราคาขายต่อกิโลกรัมค่อนข้างสูง ซึ่งมีตั้งแต่กิโลกรัมละ 750-800 บาท หรือถ้านำมายำใส่พริก น้ำปลา มะนาว ให้รสชาติกลมกล่อมแล้ว แบ่งเฉลี่ยขายขีดละ 80 บาท เพราะได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวพิษณุโลกอย่างมาก โดยที่ตลาดใต้ตลาดเทศบาล 1 อ.เมืองพิษณุโลก ตลาดเช้าของชาวเมืองพิษณุโลก วันนี้มีพ่อค้าแม่ค้าหลายรายที่นำไข่มดมาวางขายกัน โดยบางรายรับมาจากผู้ที่ขุดอีกทอดหนึ่ง แต่ก็มีบางรายที่เป็นคนขุดหาไข่มดดินมาวางขายเอง ราคาจำหน่ายตั้งแต่กิโลกรัมละ 700-800 บาท ขณะที่ไข่มดเป้งๆ หรือไข่มดใบใหญ่ที่คัดแยกออกมาแล้วจะขายในราคาจำหน่ายสูงมากถึงกิโลกรัมละ 1,000-1,200 บาท นายนกเล็ก คงมา ภูมิลำเนาบ้านเลขที่ 815/1 ม.7 ต.อรัญญิก อ.เมืองพิษณุโลก พ่อค้าที่นำไข่มดมาวางขายในตลาดใต้ เปิดเผยว่า ตนเป็นผู้ออกหาไข่มดมาวางจำหน่ายเอง ราคาจำหน่ายจึงถูกกว่าพ่อค้าแม่ค้าเจ้าอื่น โดยขายอยู่ที่กก.ละ 750 บาท หรือแบ่งขายเป็นขีดๆละ 75 บาท เมื่อวานนี้ออกหามาได้ 3 กิโลกรัมและนำมาขายเช้
ในขณะที่โลกใบนี้ยังไม่ยอมหยุดหมุน โลกของความงามดูเหมือนจะไม่หยุดนิ่งด้วยเช่นกัน เพราะในทุกช่วงมีการค้นพบสิ่งใหม่ๆ เพื่อนำมาใช้บำรุงเรือนร่างให้ดูเปล่งปลั่งสดใส แถมยังเป็นการเสริมสร้างช่วยการชะลอวัยอีก ครั้นเมื่อเข้าสู่ยุคดิจิตอล ใครจะไปคิดว่ากาแฟกับความงามสามารถเป็นสิ่งเคียงคู่กัน เพราะคุณสมบัติที่มีในกาแฟสร้างความสวยงามบนเรือนร่างของคุณได้ ฉะนั้น ตอนนี้รสชาติ และความหอมของกลิ่นกาแฟไม่ได้เพียงสร้างความสุขแก่นักดื่ม แต่ยังเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยทำให้คุณมีเสน่ห์แลดูอ่อนเยาว์อีกด้วย จากข้อมูลพบว่า กาแฟเป็นตัวชำระล้างและดับกลิ่นได้เป็นอย่างดี พร้อมไปด้วยคาเฟอีนที่ช่วยกระชับผิวทำให้ ผิวเนียนเรียบ ส่วนเมล็ดกาแฟมีสารแอนตี้ออกซิแดนต์อยู่มากด้วย ปัจจุบันตลาดความงามจึงนิยมนำกาแฟมาใช้ทำสครับขัดผิวเพื่อให้เกิดการขจัดเซลลูไลต์ ทำให้ผิวเนียนนุ่ม ชุ่มชื่น ไม่แห้งตึง นอกจากนั้นแล้ว คุณสมบัติเฉพาะของกาแฟยังช่วยดูดซับสารพิษและทำความสะอาดสิ่งที่ตกค้างบนผิวกายและใบหน้า ลดการอักเสบของรูขุมขนที่เป็นสาเหตุสำคัญของสิวอักเสบได้ จึงเป็นที่มาของการผลิตสบู่กาแฟ ที่อุดมไปด้วยคุณค่าของกาแฟ เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย แล
เรื่องโดย // ข่าวสดออนไลน์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพอากาศในจังหวัดพิษณุโลกหนาวเย็นมาก โดยเฉพาะในตอนเช้าอุณหภูมิเฉลี่ย 19-20 องศาเซลเซียส อาหารที่ให้ความอบอุ่นคลายความหนาว เริ่มมีมาวางขายกันแล้วในช่วงนี้ โดยผู้สื่อข่าวไปสำรวจที่ตลาดใต้หรือตลาดเทศบาล 1 อ.เมือง จ.พิษณุโลก ร้านเจ๊ยงค์ หรือนางลำยงค์ เพ็ญวิจิตร ร้านค้าที่ขายแอ่บผึ้ง หรือรังผึ้งหลวงห่อใบตองมากว่า 20 ปี ได้รับความสนใจจากประชาชน มาอุดหนุนกันเป็นอย่างมาก เพราะเป็นอาหารกินที่ให้พลังงานและเพิ่มความอบอุ่น มีรสชาติที่อร่อย กลิ่นหอมจากการห่อใบตองย่าง ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า โดยในช่วงฤดูหนาวนี้ ทุกเช้าเจ๊ยงค์จะมานั่งขายรังผึ้งหลวงหั่นเป็นชิ้นพอเหมาะ โรยด้วยเกลือและพริกไทยเล็กน้อย จากนั้นห่อด้วยใบตอง นำไปย่างบนเตาถ่านร้อนๆ พอใบตองไหม้ รังผึ้งข้างในร้อนระอุจนสุกเป็นอันใช้ได้ รสชาติออกเค็มนิดๆและมันๆ ด้วยตัวอ่อนของผึ้ง วางขายชุดละ 80 บาท นางลำยงค์ กล่าวว่า สำหรับรังผึ้งหลวงที่เห็นวางขายร้านทุกเช้า จะมีพ่อค้าสองพ่อลูกซึ่งยึดอาชีพหารังผึ้งหลวงประจำมาจากจ.พิจิตร นำมาส่งขายให้ โดยตั้งแต่เช้ามืดตนจะนำรังผึ้งมาวางพร้อมตั้งโต๊ะวางขายก่อ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ในช่วงนี้สภาพอากาศยังคงหนาวเย็นต่อเนื่อง มีอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยที่ประมาณ 14 -15 องศาเซลเซียส ถึงแม้จะส่งผลกระทบต่อชาวบ้านในพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ประสบปัญหาภัยหนาว เนื่องจากมีลมกระโชกแรง แต่ปีนี้กับเป็นผลดีต่อเกษตรกรที่ยึดอาชีพเกษตรพอเพียง ปลูกพืชผักสวนครัว ตามแนวริมฝั่งแม่น้ำโขง โดยเฉพาะปีนี้ถือเป็นโอกาสทองของเกษตรกรริมแม่น้ำโขง เนื่องจากสภาพอากาศเป็นใจ ทำให้ส่งผลดีต่อผลผลิตทางการเกษตรพืชผักสวนครัว โตเร็ว ใช้ระยะเวลาสั้น ในการเก็บผลผลิต อีกทั้งมีราคาแพง เนื่องจากหลายพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ไม่สามารถปลูกได้ แต่สำหรับพื้นที่ติดแม่น้ำโขง ได้เปรียบเรื่องแหล่งน้ำ สามารถทำการเกษตรได้ตลอดปี ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาด ยิ่งในช่วงนี้ พืชผักสวนครัว ประเภท กะหล่ำปี สลัด คะน้า รวมถึงต้นหอมจะมีราคาแพง เช่นเดียวกันกับชาวบ้านเกษตรกรริมฝั่งแม่น้ำโขงในพื้นที่ ต.ดงขวาง อ.เมืองนครพนม และ พื้นที่ ต.แสนพัน อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ในช่วงหน้าแล้งทุกปีจะมีการทำเกษตรพอเพียงปลูกผักสวนครัว ไม่ต่ำกว่า 500 ไร่ ตามแนวแม่น้ำโขง ซึ่งในช่วงนี้กำลังเร่งเก็บผลผลิตต้นหอม มีพ่อค้า แม่ค้า มาจ
