หลักสูตรเรียนฟรี
หากจะพูดถึงเรื่องการเงินส่วนใหญ่คนไทยเรา มักจะนึกถึงเรื่องราวของธนาคาร หรือสถาบันการเงินเป็นส่วนใหญ่ แต่ใครจะนึกล่ะว่า ยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจที่อยู่เบื้องหลังสถาบันการเงินเหล่านี้ ที่จะช่วยขับเคลื่อนให้การทำธุรกรรมการเงินต่าง ๆ ผ่านไปได้ด้วยดี อรจรรยา จันทวรสุทธิ์ แม่ทัพหญิงเหล็ก แห่งกรุงไทยธุรกิจบริการ ที่ถือว่าเป็นผู้บริหารหญิงอีกหนึ่งท่านที่น่าจับตาในเวลานี้ เพราะนอกจากจะเป็นผู้บริหารหญิงเพียงหนึ่งเดียวที่ดูแลธุรกิจรถขนเงินแล้วนั้น ยังมีหน้าที่ต้องดูแลพนักงานเจ็ดพันกว่าชีวิตในองค์กร ซึ่งถือว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ที่ผู้หญิงจะต้องบริหารจัดการ จัดว่าเป็นงานที่มีความท้าทายที่ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ในการบริหารจัดการ เพราะหัวใจหลักของบริษัทคือ “คน” สำหรับอรจรรยานั้น จบการศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโท การบริหารจัดการด้านสถาปัตยกรรมอีกเช่นกันจาก ยูนิเวอร์ซิตี้ออฟอิลลินอยส์ แอท เออร์แบนา-แชมเปญจน์ สหรัฐอเมริกา เคยผ่านงานด้านการบริหารทางด้านธุรกิจเรียลเอสเตทมาก่อน ก่อนที่จะผันตัวเข้ามาสู่ธุรกิจแวดวงบริการให้กับสถาบันการเงิน จนมาถึงปัจจุบัน คุณอรจรรยา ได้เปิ
“ชุดคาบาเร่ต์โชว์” หรือชุดที่สร้างสรรค์มาเพื่องานแสดงโชว์ ฝีมือช่างไทยสร้างความสวยตะลึง ไม่เคยแพ้ชาติใดในโลก ส่งไปขายแทบจะทั่วโลกแล้วก็ว่าได้ ไม่เป็นลูกจ้าง มาเปิดกิจการ ร้านขายชุดคาบาเร่ต์โชว์ ครบวงจร คุณวรรณา กออุทัยเสถียร เจ้าของร้าน KIM (กิม) ซึ่งเป็นธุรกิจร้านผลิตและจำหน่ายขนนก อุปกรณ์ตกแต่ง หมวก ชุดเสื้อผ้า ชุดเต้นโชว์ คาบาเร่ต์โชว์ และผู้เป็นเจ้าของแนวคิดข้างต้น เล่าว่า “กว่าจะมาเป็นร้านกิม อย่างทุกวันนี้ ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย ทำงานเป็นลูกจ้างขายของในร้านขายเครื่องประดับ ชุดเต้นโชว์มาก่อน ทำงานเป็นลูกจ้าง รับเงินเดือนมากว่า 20 ปี ระหว่างที่เป็นลูกจ้างก็ยังรับงานปักผ้า ปักดิ้น ปักเหลื่อมต่างๆ ที่ใช้เป็นส่วนประกอบในชุดคาบาเร่ต์ด้วย แต่ชีวิตต้องหันกลับมาคิดทบทวนใหม่ เพราะไม่ได้อยากเป็นลูกจ้างตลอดชีวิต ประจวบกับมีลูก จึงตัดสินใจลาออก เมื่อตัดสินใจลาออก ก็มาเปิดกิจการร้านค้าเล็กๆ เป็นของตัวเอง ตรงประตูน้ำ เป็นร้านที่รับปักงานต่างๆ ทั่วไป ซึ่งก็เกี่ยวข้องกับชุดโชว์ ชุดคาบาเร่ต์ อยู่เหมือนเดิม จากร้านเล็กๆ ก็เริ่มมีการขยับขยายร้านใหญ่ขึ้น ที่ขยับขยายได้ก็เพราะลูกค้าที่มาซื้อ
‘เครื่องเงิน’ ในประเทศไทยนั้น ช่างไทยเรามีฝีมือไม่แพ้ชาติใดในโลกโดยเฉพาะผู้ประกอบการจากภาคเหนือ ทั้งความละเอียดในเนื้องาน เนื้อเงินคุณภาพ ลวดลายที่ทันสมัย สร้างสรรค์ผ่านรูปแบบเครื่องประดับ ต่างหู กำไล สร้อยคอ ก็ดี หรือจะเป็นเครื่องใช้ตั้งโชว์นั้นสวยงามไม่แพ้กัน ด้วยเหตุผลเหล่านี้เองส่งผลให้เครื่องเงินไทยนั้นส่งออกเป็นอันดับ 3 ของโลก และมีมูลค่าการตลาดมากถึง 1,700 ล้านดอลลาร์ เลยทีเดียว แน่นอนว่าภายในงาน มีร้านเครื่องเงินเก่าแก่และหน้าใหม่มาร่วมงานกันคึกคัก ต่างชูจุดเด่นของร้านอย่างไม่ยอมกัน เริ่มต้นที่ร้าน Montri Sukhothai Silver Jewelry โดยคุณมนตรี นนทธิ อายุ 46 ปี จากสุโขทัย ร้านนี้คร่ำหวอดอยู่ในวงการเครื่องเงินมายาวนาน 16 ปี จนขยับขยายมาเปิดร้านได้ 8-9 ปีแล้ว โดยเอกลักษณ์ของทางร้านคือการติดลายกับสลุลาย และดีไซน์รูปแบบที่ร่วมสมัย สามารถใส่กับเสื้อผ้าได้หลายแบบ จำหน่ายตามงานอีเว้นต์และออกตามบู๊ธต่างๆ “อยากให้เครื่องเงินเป็นที่รู้จัก และมีตลาดรองรับมากขึ้น เพราะจะได้เผยแพร่ความเป็นเอกลักษณ์ของสุโขทัย ช่วยชุมชนมีรายได้ ลูกหลานก็อยากกลับมาสืบทอดกิจการ” คุณมนตรี กล่าว ร้านที่สองยาวนานไม่
คุณสายสุณี สีสด สมาชิกสหกรณ์ยางพาราเนินดินแดงตราด จำกัด พาชมโรงงานผลิตเล็กๆ พร้อมอธิบายกระบวนการผลิตที่ค่อนข้างพิถีพิถันว่า การผลิตมี 6-7 ขั้นตอน ดังนี้ 1. การปั่นน้ำยางข้น ใช้น้ำยาง 60 เปอร์เซ็นต์ ชั่ง 8-10 กิโลกรัม นำไปปั่นกวนในถังสแตนเลส เติมน้ำยาส่วนผสม 3 ชนิด ตามอัตราส่วน เริ่มจาก ผสมฟองสบู่ปั่นประมาณ 30 นาที ให้พองฟู น้ำใส จากนั้นใส่กำมะถันป้องกันเชื้อรา กันบูด กวนให้เข้ากันอีก 2 นาที และใส่สารที่ช่วยให้แข็งตัว คงรูป ไม่ยุบตัว กวนต่ออีก 1.40 นาที เทน้ำยาง 60 เปอร์เซ็นต์ ลงในถังปั่น 2. การเทใส่บล็อกหรือแบบพิมพ์ นำน้ำยางที่กวนแล้วเทใส่บล็อกรูปหมอน ปาดน้ำยางให้เรียบ ปิดฝาทิ้งไว้ให้ยางแข็งตัว 15 นาที 3. การอบไอน้ำ นำหมอนออกจากบล็อกใส่ตู้อบ อุณหภูมิ 100 องศาเซียลเซียส ใช้เวลา 30 นาที อบไอน้ำให้แห้ง หมอนจะพองฟู นำไปล้างน้ำ 4. การล้างทำความสะอาด-ตากลม ล้างน้ำให้สะอาดในถังซีเมนต์ 3-4 ครั้ง และนำไปสลัดให้แห้งด้วยเครื่องปั่นแห้ง (เครื่องซักผ้า) ประมาณ 15 นาที และนำไปผึ่งลมบนแผงตะแกรงเป่าลมด้วยพัดลมขนาดใหญ่ให้แห้ง ใช้เวลา 18 ชั่วโมง 5. การอบให้แห้งสนิท สร้างโรงอบใส่แผ่นกระเบื้องพลาสติกใสให้
เรื่องราวของคนสู้ชีวิตอีกคน ที่สามารถตั้งตัวได้ด้วยเงินจากการทำงานเป็นสาวโรงงาน และด้วยการมีชีวิตครอบครัวและมีลูก จึงได้ตัดสินใจลาออก เป็นการเปลี่ยนวิถีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง กว่าจะมาเป็นผู้ที่มีฝีไม้ลายมือในงานประดิษฐ์ดอกไม้ที่สวยงามราวกับของจริงได้เหมือนทุกวันนี้ เจ้าของธุรกิจงานประดิษฐ์ดอกไม้คนนี้ ใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์และเก็บรายละเอียดของดอกไม้มากว่า 11 ปีแล้ว คุณศุภวรรณ เฟื่องจันทร์ วัย 44 ปี ผู้นี้เป็นเจ้าของธุรกิจงานประดิษฐ์ดอกไม้ ซึ่งเป็นไม้ประดับสวยงาม ส่งขายตามออร์เดอร์ให้กับตลาดนัดจตุจักร และจำหน่ายให้กับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เพื่อนำไปเป็นของฝาก ของขวัญ โดยเฉพาะ ดอกไม้ประดิษฐ์ เรียน 1 เดือน ทำเป็นอาชีพมา 11 ปี คุณศุภวรรณ เล่าให้ฟังก่อนจะมายึดอาชีพเป็นนักประดิษฐ์ดอกไม้แห้งส่งขายอย่างทุกวันนี้ให้ฟังว่า “เดิมทำงานเป็นสาวโรงงาน อยู่แถวอยุธยา ช่วงที่มีลูกคนที่สอง ต้องลาออกจากงานเพื่อมาดูแลลูก จึงคิดหารายได้ ประจวบเหมาะกับมีเพื่อนทำดอกไม้ประดิษฐ์แบบนี้ด้วย จึงไปขอเรียน เขาก็สอนให้ฟรี เรียนได้ประมาณ 1 เดือน ก็พอทำได้ ต้องยอมรับก่อนว่า ช่วงแรกที่ไปเรียน ไปทดลองทำ ดอกไม้ที่ได้ก็ไม่ค่อยสวย
อาจจะดูไร้ค่า และถูกมองข้ามอยู่บ่อยๆ สำหรับ หนังยาง ยางวง หรือบางคนเรียก ยางรัดของ เเต่เชื่อหรือไม่ว่าของใช้ชิ้นเล็กๆชนิดนี้ มูลค่าตลาดนับพันบ้าน เเละไทยก็เป็นผู้ส่งออกลำดับต้นๆ ในบรรดาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากยางพารา ดูเหมือนว่า “ยางรัดของ” จะเป็นผลิตภัณฑ์ด้อยค่าในสายตาของคนทั่วไป อะฮ้า! ประมาทหน้า “ยางรัดของ” ไม่ได้เป็นอันขาด เพราะว่ายางรัดของ กลายเป็นสินค้าที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนไทยเสียแล้ว แถมยังมีอิทธิพลสูงกับบรรดาพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายอีกด้วย เท่านี้ยังไม่พอ ยางรัดของยังถีบตัวเองขยับฐานะเป็นสินค้าส่งออกติดโผตัวเลขส่งออกหลายพันล้านบาท 41 ปี ตำนานยางรัดของ คุณสันติ วรประทีป ผู้คร่ำหวอดในวงการผลิตยางรัดของมายาวนาน ผู้เป็นทายาทรุ่นที่ 2 ที่เข้ามารับช่วงบริหาร บริษัท ไทยชวนรับเบอร์ จำกัด โดยเล่าถึงตำนานการผลิตยางรัดของ ของไทยชวนรับเบอร์ ว่าเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2519 โดยมี คุณวสันต์ วรประทีป ผู้เป็นบิดา ได้ก่อตั้งโรงงานผลิตยางรัดของและยางขัดข้าว และยังเป็นเทรดเดอร์ซื้อขายยางดิบ การผลิตยางรัดของในยุคนั้นถือได้ว่าเป็นช่วงขาขึ้นของยางรัดของ เนื่องจากตลาดมีความต้องการอย่างกว้างขวาง
เป็นหนึ่งร้านที่ติดปากคนไทยมานานกว่า 18 ปี สำหรับร้าน “kanom” หรือ “ขนม”โดยเฉพาะ “ทาร์ตไข่” อันเลื่องชื่อ โดยตอนนี้ร้าน “kanom” ได้ผู้บริหารใหม่ป้ายแดง “พอลล่า-ภรวรรณ อภิธนาคุณ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ขนมแฟคตอรี่ (1999) จำกัด เข้ามารีแบรนด์ร้านใหม่ให้ดูทันสมัยเข้ากับรุ่นใหม่มากขึ้น จาก “คุณหนู” ลูกเจ้าสัวเจ้าของภัตตาคารชื่อดังสมัยก่อน “แกแล็คซี่ภัตตาคารและไนท์คลับ” ที่มีชื่อเสียงยาวนานถึง 43 ปี จบการศึกษาจากโรงเรียนราชินี ปริญญาตรี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี เอกวิชาการเงินและปริญญาโทจาก University of Wisconsin ประเทศสหรัฐอเมริกา เอกวิชาการเงิน เข้ามาช่วยงานธุรกิจครอบครัว โดยเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าจากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นแบรนด์ด้านเกม ทำงานสายนี้อยู่ 20 ปี จนขึ้นแท่น “นายกสมาคมเกมและสื่อดิจิตอลบันเทิง” ในยุคนั้นเรียกได้ว่า เธอเป็น “เจ้าแม่วงการเกม” ที่ไม่มีใครไม่รู้จัก พอลล่า-ภรวรรณ อภิธนาคุณ แต่ด้วยเป็น “ลูกสาว” คนที่ 2 จากพี่น้อง 7 คน ในตระกูลใหญ่ “เจ้าสัวเลือดมังกร” เป็นเจเนอเรชั่นที่ 2 ซึ่งเธอบอกว่า “ไม่ได้อยู่ง่าย” “เราทำงานในกงสี ชีวิตก็เหมือนลูกจ้างคนหนึ่
อดีตเด็กเย็บผ้าโหล ไต่เต้าสู่ช่างซ่อมยีนส์เบอร์หนึ่ง เคยแก้ทรงยีนส์ราคาครึ่งล้าน โลดแล่นอยู่ในวงการ “ยีนส์” มานานกว่า 23 ปี สำหรับ ช่างรัช หรือ “วิรัช พฤกษา” จนได้รับฉายาจากลูกค้าว่าเป็น “ช่างซ่อมกางเกงยีนส์เบอร์หนึ่งของเมืองไทย” เพราะผู้ที่มาใช้บริการต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า สามารถซ่อมยีนส์ ได้ทุกอาการ นับตั้งแต่ โหลดเอว คว้านเป้า เว้าเข่า เขย่าสะโพก โยกปลายขา หรือตัดปะ ก็ออกมาสวยทรงเดิมเป๊ะ เปลี่ยนยีนส์ทุกตัวให้กลายเป็นยีนส์ตัวเก่ง สวมใส่ได้ทุกสถานการณ์ ประวัติช่างรัช ปัจจุบันอายุ 50 ปี เกิดและเติบโตที่อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา หลังจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ไม่มีโอกาสได้เรียนต่อ จึงเลือกที่จะเข้ามาหางานทำที่กรุงเทพฯ ก่อนจะเป็นช่างซ่อมยีนส์ชื่อเสียงโด่งดัง อดีตเคยเป็นช่างซ่อมแอร์ และพนักงานขายของที่ห้างสรรพสินค้า “ผมเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ พักอยู่กับญาติที่มีอาชีพเย็บผ้าโหล มองว่ารายได้ดีกว่างานอื่น ราวปี 2535 ฝึกเย็บผ้าจริงจัง เมื่อฝีมือดีขึ้น เริ่มรับงานเอง ส่งลูกค้าที่ประตูน้ำ โรงเกลือ รายได้ดีขึ้นตามลำดับ สูงสุดเคยได้วันละ 500 บาท แต่ทว่าตลาดโรงเกลือไฟไหม้ รายได้ก็ลดลง หนที่สุดห
บริการที่สร้างรายได้ให้ ไลน์ แมน มากที่สุด และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางมีร้านอาหารและสตรีทฟู้ดกว่า 40,000 ร้านทั่วกรุงเทพฯ นั่นคือ ไลน์ แมน บริการส่งอาหาร โดยมีผู้บริหารรุ่นใหม่คุณนพปฎล วชิรโกวิทย์ ผู้จัดการบริการ ไลน์ แมน ฟู้ด เดลิเวอรี่ ผู้จัดการบริการ ไลน์ แมน ฟู้ด เดลิเวอรี่ บอกว่า บริการส่งอาหาร ไลน์ แมน มีวัตถุประสงค์ช่วย ผู้บริโภคที่อยากทานอาหารร้านโปรด ร้านดัง แต่ไม่อยากฝ่ารถติด หาที่จอดรถไม่ได้ หรือขี้เกียจ ไม่สะดวกเดินทาง ขณะเดียวกันช่วยร้านค้าที่ไม่มีหน้าร้าน ไม่มีทำเลดีๆ ไม่มีเงินทุนในการตกแต่งร้านสวยๆ หรือมีหน้าร้านแต่ไม่เอื้ออำนวยให้ลูกค้าไปรอคิว โดย ไลน์ แมน ให้ลูกค้าสั่งอาหารได้ไม่จำกัดระยะทาง แต่คิดค่าส่งตามระยะทาง “SME หลายรายทำอาหารอร่อย คิวยาว ดั่งเช่น ร้านKinza Gyoza ร้านผัดไทยทิพย์ ร้านดังเหล่านี้ไม่ได้มีพื้นที่มากพอที่ลูกค้าจะไปยืนรอ ฉะนั้น ไลน์ แมน เพิ่มช่องทางจำหน่ายให้ด้วยบริการส่งอาหาร และเป็นพาร์ทเนอร์กับวงใน เว็บไซต์บริการค้นหาร้านอาหาร” ผู้บริหารตอกย้ำว่า มุมของร้านอาหารถือว่าได้ประโยชน์ได้ขยายกลุ่มลูกค้า วิธีการไม่ยากสามารถสมัครกับแอพพลิเคชั่น ไลน์
เกษตรกรฝีมือไม่ธรรมดา สร้างสรรค์งานดอกไม้ใบตองอ่อนช้อยงดงาม เคยส่งผลงานเข้าประกวดระดับจังหวัด เคยรับจ้างจัดดอกไม้ใบตองในงานแต่งของลูกสาวผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สร้างรายได้ 70,000 บาท ในยุคเศรษฐกิจตกต่ำ รายรับไม่พอกับรายจ่าย หากใครมีครอบครัวที่ต้องดูแล เห็นทีว่าจะประกอบอาชีพเพียงอย่างเดียวคิดว่าคงจะลำบากหน่อย จึงไม่แปลกใจเลยว่าในปัจจุบันทำไมหนุ่มสาวออฟฟิศ หรือแม้แต่เกษตรกรหลายราย ต้องหันหาอาชีพเสริม เพื่อเลี้ยงตัวเองและครอบครัวกันเป็นจำนวนมาก คุณแดง (พี่แดง) และ คุณวไลภรณ์ มาประกอบ (ภรรยา) อยู่บ้านเลขที่ 311 หมู่ที่ 6 ตำบลสามกระทาย อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมเป็นอาชีพหลัก แต่ก็ยังต้องมองหาอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้อีกทางมาเลี้ยงครอบครัวไม่ให้ขัดสนเหมือนกัน คุณแดง (พี่แดง) และ คุณวไลภรณ์ มาประกอบ (ภรรยา) งานดอกไม้ใบตอง อาชีพเสริมที่น่าสนใจ งานดอกไม้ใบตอง คืออาชีพเสริมของพี่แดงและภรรยา นับว่าเป็นคู่ที่ชอบค้นคว้าหาความรู้ในทางสร้างสรรค์อยู่แล้ว ตัวพี่แดงเองเรียนจบเกษตร จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ส่วนภรรยาเรียนหลักสูตรคหกรรมศาสตร์ (ศิลปะประดิษฐ์)
