How to
คงความอร่อยกว่า 20 ปี “กวยจั๊บน้ำข้นเมืองนนท์” เมนูทรงโปรดของทูลกระหม่อม กวยจั๊บน้ำข้น – หลังจากตามรอยไปทานน้ำตาลสดที่ตลาดนัดตอนเช้ากระทรวงสาธารณสุข มาเมื่อครั้งก่อน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ขออาสาพาไปทานอีกหนึ่งเมนูประจำของ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ที่เมื่อพระองค์ทรงพระดำเนินเล่นตลาดทีไรมักจะแวะเสวยเสมอๆ เมื่อเดินเข้าไปได้ถึงกลางตลาด ที่สะดุดตาเห็นจะเป็นแถวคิวที่ยาวเหยียด ที่ต่างก็มารอซื้อกวยจั๊บของป้าเล็ก–อนันต์ ใจแสน วัย 57 ปี เจ้าของร้านกวยจั๊บเมืองนนท์ ที่ขะมักเขม้นทำออร์เดอร์อยู่หน้าหม้อซุป ป้าเล็กให้สัมภาษณ์ว่า เธอยึดอาชีพขายกวยจั๊บมาได้ 20 กว่าปี เดิมทีเธอขายก๋วยเตี๋ยวมาก่อน ก่อนจะหันไปเปิดร้านขายอาหารตามสั่งในโรงพยาบาล ขายได้ไม่กี่ปีก็ขายกิจการ เพราะค่าเช่าที่สูง จึงหันมาขายกวยจั๊บแทน “เมื่อก่อนก็ขายก๋วยเตี๋ยว กวยจั๊บ ก่อนไปทำอาหารตามสั่งที่โรงพยาบาล พอเลิกกิจการที่โรงพยาบาลก็กลับมาขายกวยจั๊บแทน เพราะป้าก็มีสูตรอยู่แล้วเป็นสูตรทำเอง รสชาติเข้มข้นใช้วัตถุดิบอย่างดีในการทำ” ป้าเล็ก กล่าว ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นพนักงานในกระทรวง คนที่อาศัยอ
เปิดสูตร “นิ้วปีศาจสุดหลอน” ขนมรับเทศกาลฮาโลวีนสุดเก๋ ทำขายก็ได้ คุกกี้นิ้วปีศาจ – วันที่ 31 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันที่ชาวเซลท์ (Celt) เชื่อกันว่า เป็นวันที่มิติคนตายและคนเป็นถูกเชื่อมเข้าด้วยกัน ทำให้วิญญาณของผู้ที่เสียชีวิตในปีที่ผ่านมา จะเที่ยวหาร่างของคนเป็นเพื่อสิงสู่ เพื่อให้ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง ชาวเซลท์จึงพยายามแต่งกายให้แปลกประหลาด ปลอมตัวเป็นผีร้าย และส่งเสียงดัง เพื่อให้ผีตัวจริงตกใจหนีไป แต่กาลเวลาผ่านไป ความเชื่อเรื่องผีจะสิงสู่ร่างมนุษย์เสื่อมถอยลงตามลำดับ ฮาโลวีนจึงกลายเป็นเพียงงานรื่นเริงเฉลิมฉลองแต่งตัวเป็นผี แม่มด หรือสัตว์ประหลาดกันแทน สมาชิกเว็บไซต์พันทิป นาม FitandFun ได้แชร์วิธีทำขนมรับเทศกาลฮาโลวีน เจ้าขนมนั้นมีชื่อว่า นิ้วปีศาจสุดหลอน ที่ถือเป็นไอเดียดีๆ จะทำทานเล่นหรือทำขายก็น่าจะเข้าท่า โดยวิธีการทำมีดังนี้ เริ่มต้นที่ส่วนผสม – เนยสดเค็ม 225 กรัม – น้ำตาลไอซิ่ง 125 กรัม – แป้งสาลีอเนกประสงค์ 300 กรัม – ไข่ไก่ 1 ฟอง – วานิลลา 1 ช้อนชา – เกลือ 1/2 ช้อนชา – ผงฟู 1 ช้อนชา – อัลมอนด์ ถั่วลิสง
“หมวกกันน็อกพรีเดเตอร์” งานฝีมือคนไทย สร้างชื่อไกล ส่งขายทั่วโลก ทำหมวกกันน็อก “พรีเดเตอร์” ขาย – “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” บังเอิญไปเห็นหมวกกันน็อกแปลกๆ ในโซเชียลใบหนึ่ง ชื่อว่า “หมวกกันน็อกพรีเดเตอร์” ลักษณะของหมวกเหมือนกับหัวของพรีเดเตอร์ในหนังที่หลุดออกมาจริงๆ คุณสุริยันต์ ตันเต็มสิน เจ้าของหมวกพรีเดเตอร์สุดเท่ วัย 34 ปี ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนจะมาทำหมวกพรีเดเตอร์ส่งออกขายต่างประเทศ เขาเคยเป็นครูสอนพิเศษวิชาศิลปะมาก่อน พอน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 ทำให้ลูกศิษย์ลูกหาที่มาเรียนด้วยกัน ค่อยๆ หายไป ทำให้เขาขาดรายได้ “ตอนนั้นน้ำท่วม คนที่เคยมาเรียนกับเราเขาก็หายไปบางคนก็ย้ายบ้านไปที่อื่น เลยทำให้เราขาดรายได้ตรงนี้ไป ก็มาคิดว่า เออ! ผู้ชายส่วนใหญ่ก็ชอบขับรถกัน เลยลองมาทำหมวกกันน็อกดู ประจวบกับเรามีเพื่อนๆ ที่รู้จักขับพวกบิ๊กไบท์กัน ตอนนั้นก็มีเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่ม เขาอยากได้หมวกกันน็อกประหลาดๆ อย่างพวกหมวกฮีโร่ไอรอนแมนอะไรแบบนี้ เขาก็มาจ้างให้ทำ เราก็โอเค ลองดูก็ลองผิดลองถูกมาเรื่อยจนประสบความสำเร็จ หมวกใบนั้นจึงเป็นลายแรกที่ทำออกมา” คุณสุริยันต์ เล่าถึงความหลังให้ฟัง หลังจากที่ทำหมวกกัน
เหลือ 8 คนในไทย! “นักทำขันลงหิน” อาชีพสุดเก่าแก่ ที่ไร้ผู้สืบทอด “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสเดินทางมายัง ชุมชนบ้านบุ หรืออีกชื่อ ชุมชนวัดสุวรรณาราม เขตบางกอกน้อย กับทางเคทีซีและคณะ เพื่อเยี่ยมชม แหล่งทำขันลงหินที่เหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย เมื่อมาถึงที่หมาย สิ่งแรกที่เข้ามาในโสตประสาท คือเสียงตีเหล็กดังโป๊กๆ และมี คุณเมตตา เสลานนท์ วัย 76 ปี ทายาทคนสุดท้ายของโรงงานขันลงหิน “เจียมแสงสัจจา” ยืนรอต้อนรับ คุณเมตตาเล่าให้ฟังว่า เธอดูแลกิจการผลิตขันลงหินนี้มา 50 กว่าปี ขันลงหินเป็นเครื่องใช้ประเภทงานหัตถกรรมเก่าแก่ ตั้งแต่สมัยอยุธยา จึงมักนิยมใช้ในงานพระราชพิธี หรืองานมงคลต่างๆ ถือเป็นของที่มีค่ามากมายนัก ในอดีต อาชีพ“บุขันลงหิน” ถือเป็นอาชีพทำมาหากินที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ถึงขนาดที่ว่า มีคนทำมากกว่าร้อยครอบครัวเลยทีเดียว ต่อมาก็ค่อยๆ ถูกลดความนิยมลง เพราะวิวัฒนาการและเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาแทนที่ ทำให้หลายครอบครัวเลิกกิจการไป จนทั้งประเทศ เหลือโรงงานขันลงหินเพียงแห่งเดียว คือโรงงาน “เจียมแสงสัจจา” “อาชีพทำขันลงหิน ถือเป็นอาชีพเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองมาเป็นร้อยๆปีนะ
ไอเดียเจ๋งๆ จากวุ้นกะทิโฮมเมด ต่อยอดทำเสมือนอาหารคาว เพิ่มมูลค่าได้อีกเท่าตัว! หลังอิ่มท้องจากอาหารมื้อหลัก สาวๆ หลายคนคนมักตบท้ายด้วยขนมหวานอร่อยๆ เส้นทางเศรษฐีขอพามารู้จักกับวุ้นกะทิรูปแบบใหม่สุดครีเอตของทางร้าน “น้ำใจ วุ้นกะทิ Homemade” เจ้าของไอเดียคือคู่สามีภรรยา คุณโบ – วิราวรรณ และ คุณเนตร – ธนพัชร์ มนตราประสิทธิ์ โดยคุณโบมีอาชีพหลักเป็นสาวออฟฟิศ และคุณเนตรการ์เม้นท์หรืออุตสาหกรรมสิ่งทอ ภายหลังหันมาค้าขายเป็นอาชีพเสริมเพราะหลงใหลในการทำอาหาร คุณเนตร เล่าให้ฟังว่า ภรรยาหรือคุณโบชื่นชอบการทำอาหารและขนมเป็นชีวิตจิตใจ ก่อนหน้านี้เคยขายน้ำสมุนไพรออกบู๊ธตามงานต่างๆ ระยะหนึ่งด้วยมีคู่แข่งทางตลาดเยอะ จึงหันมาทำวุ้นถ้วยโบราณใส่ไส้ขายแทน เพราะได้เคยโชว์ฝีมือการทำวุ้นให้คุณเนตรทาน หลังทำวุ้นถ้วยโบราณขายได้ไม่นาน คุณโบเริ่มสร้างความแปลกใหม่นำเอาขนมหวานอย่างวุ้นกะทิมาประยุกต์ในรูปแบบของอาหารคาวชนิดต่างๆ ผสมผสานกันหลากหลายวัตถุดิบ จนใครต่อใครต้องบอกว่าเหมือนจริงและน่าทานมาก ๆ ตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วจนถึงขณะนี้ สองสามีภรรยาลงแรงแข็งขันช่วยกันทำวุ้นกะทิทุกๆ วันหลังเลิกง
5 กิจกรรมคลายเหงา สำหรับคน “วัยเก๋า” ที่ทำเป็นอาชีพเสริมได้ เคยสังเกตไหมว่าผู้สูงอายุในบ้านชอบพูดว่า “เบื่อจัง” “เหงามากเลย” “อยู่บ้านไม่มีอะไรให้ทำเลย” “อยู่ลำพังตามประสาคนแก่” ออกมาบ่อยๆ นี่อาจเป็นสัญญาณบ่งบอก ถึงความผิดปกติของสภาวะร่างกายและจิตใจที่จะนำไปสู่ทั้งความรู้สึกโดดเดี่ยว ภาวะซึมเศร้า ความเครียด ฯลฯ เพราะในปัจจุบัน โลกกำลังขับเคลื่อนไปสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ อีกทั้งกลุ่มคนในวัยนี้ ยังคงเป็นช่วงอายุที่ยังคงมีไฟ มีกิจกรรมหรือสิ่งที่อยากทำไม่แพ้วัยรุ่นและวัยทำงาน และการอยู่เฉยๆ หรือนอนพักผ่อนอยู่บ้าน ไม่ใช่สิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการชีวิตวัยเกษียณได้เหมือนเดิม เพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพกาย สุขภาพจิต และพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวรุ่นใหญ่ให้มีความสุขมากกว่าที่เคย “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ขออาสา พาเหล่าวัยเก๋าไปเปิดโลก 5 กิจกรรมที่ทำแล้วช่วยผ่อนคลายความเหงา และทำให้แต่ละวันยังมีคุณค่า ไม่แพ้กับช่วงที่อยู่ในวัยทำงาน นอกจากจะสนุก ได้เพื่อน และได้ความรู้แล้ว บางกิจกรรมยังช่วยสร้างรายได้และประกอบเป็นอาชีพเสริมได้อีกด้วย เริ่มต้นที่กิจกรรมแรก กับ เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์และห้องสมุด เพร
อดีตหนุ่มออฟฟิศ ปลดหนี้บัตรเครดิต ด้วยการขาย “น้ำส้ม” 6 ช.ม. ต่อวัน เกือบ 4 ปีที่หนุ่มวัย 28 พยายามสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต ที่มีภาระทั้งค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และหนี้บัตรเครดิตจำนวนไม่น้อย ด้วยการสร้างธุรกิจเล็กๆ ตระเวนขายน้ำส้มบรรจุขวดย่านโชคชัย 4 แม้ขาดทุนตั้งแต่ครั้งแรกที่เริ่มทำ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มก้มหน้ายอมแพ้ต่ออุปสรรค ลงทุนสองครั้ง สูญเงินสองครั้ง คุณนิก-ธนัช กอวีรสกุลชัย วัย 28 ปี ผู้เป็นต้นเรื่องบอกเล่าเรื่องราวด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง ชีวิตก่อนหน้านี้ ทำงานเป็นพนักงานร้านอาหาร เริ่มตั้งแต่ตำแหน่งเล็กๆ คือ เด็กเก็บโต๊ะ กระทั่งโยกเป็นคนจดออร์เดอร์ ตลอดการทำงานได้เงินทุกเดือนเหมือนจะไม่ติดขัดอะไร “ได้เงินเดือนแน่นอนก็จริง แต่ระหว่างเดือนไม่พอใช้ ไม่มีแม้แต่จะซื้อข้าว ผมแบ่งเงิน 1,000 บาทลงทุนซื้อน้ำส้มขาย เพราะต้นทุนไม่เยอะ ใส่ลังโฟมตั้งโต๊ะขายแถวบ้านโชคชัย 4 วันแรกขายไม่ได้ เลยเปลี่ยนมาขายช่วงเช้า 2 ชั่วโมงก่อนไปทำงาน ผลตอบรับดีพอได้จับเงินบ้างประมาณ 800 บาท” ดูเหมือนจะไปได้ดีกับการขายน้ำส้ม แต่คุณนิกมารู้ทีหลังว่าน้ำส้มที่รับมาขายเป็นน้ำส้มคั้นผสม
“ขับแกร็บ 5 ชม.ได้ค่าก๋วยเตี๋ยวชามเดียว” ชี้เพราะขับไม่เป็น แนะต้องรู้ที่-เวลา ขับแกร็บ – หลังจากมีข่าวว่า คมนาคมพิจารณาแนวทาง การกำหนดรถส่วนบุคคลที่ให้บริการผ่านแอพพลิเคชั่นให้เป็นรถสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อแก้ปัญหารถแท็กซี่ในปัจจุบัน ก็เริ่มเห็น มอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ และรถยนต์ส่วนตัว หันมารับจ๊อบขับแกร็บกันมากขึ้น บ้างก็ว่าดี บ้างก็รู้สึกไม่คุ้มที่จะทำต่อ สมาชิกผู้ใช้พันทิป นาม ribbin69 ตั้งกระทู้ ขับ grab car 5 ชั่วโมง ได้ค่าก๋วยเตี๋ยวชามเดียวจริงๆ บอกเล่าเรื่องราวในการรับจ๊อบขับแกร็บของเพื่อนคนหนึ่ง ให้ชาวพันทิปได้ฟัง โดยระบุว่า เพื่อนบอกผมว่า ขับ grab car เฉลี่ยวันละ 5 ชั่วโมง ได้ค่าก๋วยเตี๋ยวชามเดียวจริงๆ รับคนเฉลี่ยได้ 1 เที่ยวต่อ 1 ชั่วโมง เพราะตอนนี้ grab เต็มเมือง คือขับจริงเฉลี่ยเที่ยวละครึ่งชั่วโมง รอคนอีกครึ่งชั่วโมง เท่ากับ 1 ชั่วโมง ขับ 5 ชั่วโมงได้เงินคร่าวๆ 500 โดน grab หัก 25% เหลือคร่าวๆ 380 ค่าแก๊ส 200 ถ้าน้ำมัน 300 สรุปได้แค่กินก๋วยเตียวชามเดียว ยังไม่รวมค่าซ่อมบำรุงรถ ค่าเสื่อมรถ เพื่อนไม่เหลือกำไร ส่วนผมได้ลองมาแล้ว 2 วัน วันแรกได้รอบเดียวไ
“ป้าตาบอดสู้ชีวิต “ขายขนมปังเลี้ยงชีพมา 20 กว่าปี เผย เกิดมาแล้วต้องสู้ พึ่งตัวเองให้ได้ คุณป้าใจแกร่งวัย 71 ปี ไม่ยอมแพ้ต่อความพิการของร่างกาย สู้ชีวิตหาเลี้ยงชีพด้วยการขายขนมปังหน้าวัดบวรนิเวศน์ วันละ 60 ชิ้น ได้กำไรเพียงชิ้นละ 5 บาท รายได้ทุกบาททุกสตางค์ เป็นค่าอาหาร ค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ารถเมล์ ย้ำเกิดมาแล้ว ไม่ว่าร่างกายจะพิการยังไง ต้องอดทน ลุกขึ้นสู้ด้วยตัวเอง อย่าไปท้อ ถ้าไม่มีใครดูแล ก็ต้องพึ่งตัวเองให้ได้ “เส้นทางเศรษฐี” พามารู้จักคุณป้านิด – นิตยา ช่วงชู หญิงตาบอด วัย 71 ปี ที่ไม่ยอมแพ้ต่อความพิการ ลุกขึ้นสู้ชีวิตด้วยการขายขนมปังเลี้ยงชีพ หญิงพิการใจแกร่ง ย้อนความหลังให้ฟังว่า เป็นคนจังหวัดสุรินทร์ แต่เข้ามาเรียนหนังสือในโรงเรียนคนตาบอดกรุงเทพฯ หลังจากพ่อแม่เสียชีวิต ญาติพี่น้องก็แยกย้าย และทิ้งให้อยู่เพียงลำพัง จึงเลี้ยงชีพด้วยการขายลอตเตอรี่ ก่อนจะเปลี่ยนอาชีพไปขายขนมปังที่บริเวณหน้าวัดบวรนิเวศน์ ตามคำแนะนำของเพื่อน คุณป้านิด ขายขนมปังมานานกว่า 20 ปีแล้ว เธอต้องตื่นตั้งแต่เช้า เพื่อนั่งรถเมล์จากบ้านที่พาต้า ออกไปขายขนมปังที่รับมาจากร้านพรชัย วันละ 60 ชิ้น
“ใบตองห่อเค้ก” ไอเดียรักษ์โลกของสาวรุ่นใหม่ ช่วยลดขยะแถมได้ใจลูกค้า คงดีไม่น้อยหากมนุษย์ตัวเล็กๆ อย่างเราช่วยกันคนละไม้คนละมือ งดใช้ถุงพลาสติกตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดขยะ คุณต่าย-พัฒน์นรี ตั้งจิตเอื้อบุญ สาววัย 32 เจ้าของร้าน “Rabbit Mafia Cake & Coffee” เธอกำลังช่วยโลกด้วยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต จากใช้พลาสติกมาใช้ใบตองจากธรรมชาติแทนได้อย่างน่าสนใจ คุณต่ายในวัย 32 ปัจจุบันเธอเป็นเจ้าของร้านคาเฟ่ เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และทำงานด้านนิเทศฯ ต่ออีก 2 ปี กระทั่งตัดสินใจลาออกจากงาน ไปเรียนทำขนมอย่างจริงจังราว 3-4 เดือน “เริ่มทำเค้กขายตามอีเวนท์ในกรุงเทพฯ หลายเดือนอยู่เหมือนกัน ไปออกบู๊ธเกือบสิบรอบ แต่สู้ความเหนื่อยไม่ไหว กอบกับที่บ้านเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวอยู่แล้ว แม่จะปรับปรุงร้านใหม่ เราเห็นว่าไหนๆ ก็จะปรับปรุงร้าน ก็เอาเค้กมาขายรวมกันเลย กลายเป็นขายทั้งก๋วยเตี๋ยว ขายอาหาร และคาเฟ่ขนมของตัวเองเล็กๆ ตั้งอยู่ในร้านเดียวกัน” คุณต่ายเล่าถึงที่มาของร้าน สำหรับไอเดียน่ารัก นำใบตองมาห่อเค้ก นั้นมาจากการที่คุณต่าย ตระหนักถึงเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม และอยากเป็นส่วนห
