How to
ออกตัวแรงว่าเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวที่อร่อยที่สุดแล้วในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล สำหรับร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อนายหมี สูตรไหหลำ ตั้งอยู่ถนนวัดหนามแดง-บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ร้านนี้ร่ำลือหนาหูว่าทีเด็ดอยู่ที่น้ำซุปและเนื้อวัวตุ๋น เปิดให้บริการความอร่อยมายาวนาน 10 กว่าปีชื่อเสียงดังเปรี้ยงข้ามจังหวัดเลยทีเดียว คุณอำนาจ พิทยาธร หรือ เฮียหมี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อในวัย 42 ปี เท้าความว่า โดยส่วนตัวเป็นคนชอบทานเนื้อวัว เพราะเป็นเนื้อสัตว์ที่มีประโยชน์ ถูกเลี้ยงโดยไม่ใช้ฮอร์โมนเร่งโต เมนูที่โปรดปราน คือ ก๋วยเตี๋ยว ฉะนั้นจะสรรหาร้านอร่อยไปชิมอยู่เสมอ กระทั่งตัดสินใจเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อเป็นของตัวเองด้วยเงินลงทุน 50,000 บาท ที่จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อ พ.ศ.2546 สำหรับประวัติเฮียหมี เขาจบการศึกษาจากวิทยาลัยเทคโนโลยีไทยวิจิตรศิลป์ เคยทำงานอยู่ในแวดวงละคร ต่อมาขายเสื้อผ้าแฟชั่น เปิดร้านขายข้าวกล่อง สุดท้ายทำตามความฝัน นั่นคือ เปิดร้านก๋วยเต๋ยวเนื้อ “หลังจากเรียนจบผมไปทำฉากละคร ต่อมาขายเสื้อผ้าแฟชั่น แต่ทว่าสินค้าประเภทนี้ต้องอัพเดทให้ทันกระแสอยู่เสมอ และได้เงินช้า หนที่สุดเลิกกิจการ ผันตัวไปขายข
จากร้านอาหารที่เป็นเพียงจุดนัดพบของนักการเมืองในย่านสุขุมวิท มีแต่ทหารอเมริกันเดินเพ่นพ่าน เสิร์ฟเพียงไอศกรีมโฟร์โมสต์ และอาหารจานเดียวไม่กี่เมนูในตึกแถวคูหาเดียวเล็กๆ ปัจจุบัน ผงาดกลายเป็นบริษัทมหาชน เจ้าของอาณาจักรเบเกอรี่ที่มีสาขาเกือบ 500 สาขา มีพนักงานมากถึง 7,000 คน แต่ละปีจำหน่ายเค้กได้ไม่ต่ำกว่า 3 ล้านก้อน รายได้รวมทั้งปีเหยียบหมื่นล้านบาท นั่นคือ บริษัท เอส แอนด์ พี จำกัด (มหาชน) หรือ S&P (Super Service & Premium Product) เจ้าของสโลแกน “ชื่อนี้มีแต่ของอร่อย” บุกเบิกโดย 5 นักเรียนนอกพี่น้องตระกูล “ไรวา” โดยมี คุณภัทรา (ศิลาอ่อน) เป็นหัวเรือใหญ่ (ปัจจุบันสมรสกับนายอมเรศ ศิลาอ่อน) ตามมาด้วย คุณพรพิไล คุณพันทิพา คุณสุทธิสุดา และ คุณสมศรี ช่วยกันลงขัน คนละ 25,000 บาท 5 พี่น้อง ร่วมกันลงขันเปิดร้านอาหาร ไม่รีบโต 7 ปี ขยายสาขา คุณภัทรา ศิลาอ่อน ย้อนวันวานให้เส้นทางเศรษฐีฟังว่า ในช่วงแรกของร้าน S&P เป็นเพียงห้างหุ้นส่วน สภาพร้านเป็นตึกแถวคูหาเดียวเล็กๆ ตั้งอยู่ที่หัวมุมซอยสุขุมวิท 23 ร้านแรกใช้ชื่อ S&P Ice-Cream Corner (เอส แอนด์ พี ไอศกรีม คอร์เนอร์) เพราะว่าเริ่มต้นข
แบรนด์ Basic Teeory ของนักดีไซน์หนุ่ม คุณตี๋-วรชัย ศิริวิภานันท์ สร้างไอเดียแปลกด้วยการนำวัสดุเหลือใช้อย่างกระดาษ มาสร้างมูลค่าด้วยดีไซน์สุดล้ำ คุณตี๋ เล่าว่า Basic Teeory เป็นแบรนด์เครื่องประดับที่เชื่อว่าคุณค่าของเครื่องประดับไม่ได้ขึ้นอยู่กับวัสดุที่นำมาทำต้องมีราคาสูง อย่างเช่น ทองคำ เงิน เพชร พลอย อัญมณี หรือ มุก ซึ่งมูลค่าเหล่านั้นคนเป็นคนกำหนดขึ้นมาเอง แต่หากเชื่อว่าเครื่องประดับที่ทำจากวัสดุที่คนมองข้ามก็สามารถนำมาสร้างสรรค์เป็นเครื่องประดับที่มีมูลค่าได้เช่นกัน Basic Teeory จึงสร้างความน่าสนใจด้วยการนำวัสดุเหลือใช้อย่างกระดาษรีไซเคิล เศษแก้ว เศษกระจก ก้อนกรวด หรือแม้แต่เม็ดทราย มาสร้างสรรค์ให้กลายเป็นเครื่องประดับที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่งานดีไซน์ที่เห็นจะโดดเด่นเลย เชื่อว่าไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนแน่คือ สร้อยกระดาษ ทำจากกระดาษรีไซเคิลที่ได้จากโรงพิมพ์ ใส่ลวดลายกราฟิกให้ดูแฟชั่นมากขึ้น เช่น ลายวงกลม ลายทาง ซึ่งเป็นงานแฮนด์เมดทุกชิ้น นอกจากลวดลายแล้ว Basic Teeory มีหลายโทนสี โดยในช่วงแรกทางแบรนด์จะเน้นเป็นโทนสีดำ ดูสุขุม ต่อมามีการเพิ่มสีสันโทนสดใสเข้ามาเพื่อตีตลาดกลุ่มผู้หญิงวั
เกษตรกรยุคใหม่ต้องปลูกได้ ทำการตลาดเป็น พร้อมเปิดรับนวัตกรรมทางเทคโนโลยีมาเป็นส่วนหนึ่ง ในการพัฒนาคุณภาพผลผลิต เช่นเดียวกับคุณณัฐ มั่นคง เกษตรกรรุ่นใหม่เจ้าของ “โคโค่ เมล่อนฟาร์ม” อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ต้นแบบของเกษตรกรที่เลือกใช้เทคโนโลยี Internet of Thing มาช่วยดูแลโรงเรือนปลูกเมล่อนปลอดสารพิษ คุณณัฐมีความสนใจในธุรกิจการเกษตร และมองเห็นว่าเมล่อนเป็นผลไม้ที่สามารถสร้างรายได้ดี โดยใช้พื้นที่ไม่มาก จึงได้เริ่มศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับเมล่อนด้วยตนเอง ทั้งการไปศึกษาดูงานตามสถานที่ต่างๆ อีกทั้งยังได้เข้าร่วมอบรมในโครงการของดีแทค ในด้านการตลาด จนถึงการนำเสนอสินค้าเพื่อสร้างการรับรู้ไปยังผู้บริโภค รสชาติเมล่อนที่หวาน หอม เนื้อฉ่ำ เป็นสิ่งที่คุณณัฐให้ความสำคัญเสมอมา จึงเลือกนำเอาเทคโนโลยี IOT ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการฟาร์มอัจฉริยะของกรมส่งเสริมการเกษตร และ Dtac ที่มีระบบเซ็นเซอร์คอยสังเกตและติดตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเพาะปลูก โดยตัวเครื่องจะส่งข้อมูลสู่แอพพลิเคชั่นให้เกษตรกรสามารถดูข้อมูลมาตรฐาน ความชื้น อุณหภูมิและแสงสว่างที่เหมาะสมต่อการเจริญเต
พนักงาน รพ.สต. สืบสานตำนานขนมแป้งจี่ จากบรรพบุรุษ สร้างรายได้ในวันหยุด วันละ 1,000-2,000 บาท อาหารการกิน แต่ละท้องถิ่นมีความแตกต่าง อาจมาจาก ประเพณีวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ และวัสดุที่มีอยู่ในแต่ละท้องถิ่น ที่จะนำมาทำอาหาร ขนมไทยๆ ที่มีมาแต่โบราณ หลายอย่างได้มีการสืบสานจากบรรพบุรุษ ที่ยังมีให้เห็นไม่มากนัก เช่น มะพร้าวแก้ว ขนมผิง เป็นต้น และยังมีขนมอีกประเภทหนึ่งที่ยังพอมีให้เห็น ขายอยู่ตามตลาดนัด แต่ไม่มีวางขายตามแผง และตามร้านทั่วไป คือขนมแป้งจี่โบราณ ทำจากแป้งทำขนมจีน ปั้นเป็นรูปกลม แบน นำไปย่างไฟร้อนๆ ให้กรอบนอกนุ่มใน มีรสหวานไม่มาก นางสาว วีรวรรณ คลังทรัพย์ พนักงานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบลป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เล่าว่า หลังจากว่างจากงานประจำ ช่วงวันเสาร์ อาทิตย์ ได้ทำขนมแป้งจี่โบราณ ที่ได้รับสืบทอดมาจากคุณแม่ ที่ทำขายมานานแล้ว โดยทำขายที่ตลาดเทศบาลเมืองอรัญประเทศ จ.สระแก้ว และได้ช่วยแม่ทำขนมแป้งจี่มาตลอด หลังจากเรียนจบและได้ทำงานเป็นพนักงาน รพ.สต.ป่าไร่แล้ว และเมื่อถึงวันหยุด คือ วันเสาร์ ได้ทำขนมแป้งจี่โบราณ ขายที่ตลาดนัด คลองถม ที่บริเวณตลาดรถไฟอำเภออรัญประเทศ และวันอาทิต
แม้มีงานประจำและทำธุรกิจอยู่แล้ว แต่ด้วยรักในการทำเบเกอรี่ และคิดต่อยอดหารายได้เพิ่มอยู่เสมอ คุณสาวิตรี มงคลศิลป์ (ปุ้ย) และ คุณสุรชัย ธัญธาดา (แว่น) สองสามีภรรยาจากจังหวัดลพบุรีจึงช่วยกันสร้างแบรนด์ “เคี้ยวเพลิน” เจาะตลาดคนชอบกินขนมทานเล่น เคี้ยวเพลิน เรียกตัวเองว่าเป็นธุรกิจขนาดเล็กในครอบครัวที่เพิ่งเปิดได้ 3 เดือน เป็นแบรนด์ที่ชูคอนเซ็ปต์ง่ายๆ ให้ลูกค้าเคี้ยวอย่างเพลิดเพลินตามชื่อ เคี้ยวจนหมดโดยไม่รู้ตัว โดยคุณแว่นและคุณปุ้ย ต่างมีธุรกิจของตัวเองอยู่แล้ว ที่บ้านคุณแว่นทำธุรกิจตัดเย็บเสื้อผ้าขายส่งขายตลาดนัดจตุจักร และประตูน้ำ ส่วนคุณปุ้ยทำธุรกิจเกี่ยวกับผู้รับเหมาทำถนน และเคยทำเบเกอรี่มาก่อน แต่เพราะการทำธุรกิจคู่แข่งค่อนข้างเยอะ หลักการตลาดเยอะ ทั้งคู่เริ่มรู้สึกเบื่อ จึงเริ่มทดลองหาอาชีพใหม่ ทั้งทำเกษตร ทำขนม สารพัดอย่าง กระทั่งมาลงตัวที่แบรนด์เคี้ยวเพลิน โดยมีคุณปุ้ย ภรรยาสาวเป็นคนชักชวน ส่วนคุณปุ้ย เสริมว่า เคี้ยวเพลินเป็นธุรกิจครอบครัวเล็กๆ ช่วยกันทำในครัวเรือน เพราะอยากทำอะไรที่กินแล้วถูกปาก ซึ่งตนถนัดเบเกอรี่อยู่แล้ว ทั้งคู่เริ่มศึกษาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต หาวัตถุด
อาชีพพนักงานบัญชีในบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ที่มีความมั่นคง มีเงินเดือนที่เพียงพอสำหรับครอบครัวและเหลือเก็บเพื่ออนาคต เป็นความฝันที่กลายเป็นความจริง สำหรับ คุณทรงวุฒิ นิ่มนวล และการได้ทำงานบัญชีกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ทำให้เขามีโอกาสได้ดูแลรายรับ-รายจ่าย ของเกษตรกรในโครงการคอนแทรคฟาร์ม หรือโครงการฝากเลี้ยงสุกรขุนกับ ซีพีเอฟ จึงทราบว่าโครงการนี้เป็นการสร้างอาชีพที่มั่นคงและสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับเกษตรกรทั่วประเทศได้ เมื่อมีการขยายโครงการไปยังพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี คุณทรงวุฒิจึงยื่นขอเข้าร่วมโครงการเพื่อหวังให้อาชีพนี้เป็นอีกหนึ่งรายได้เสริมจากงานประจำที่ตนเองทำอยู่ หลังจากบริษัทพิจารณาให้สามารถเข้าร่วมโครงการฝากเลี้ยงหมูขุนแล้ว ในปี 2556 คุณทรงวุฒิ จึงสร้าง “สุวิทย์ฟาร์ม” ที่ ต.แก่งโดม อ.สว่างวีรวงษ์ จ.อุบลราชธานี เลี้ยงหมูขุน จำนวน 3,600 ตัว ในโรงเรือน 6 หลัง ที่เป็นระบบการเลี้ยงแบบฟาร์มปิด เลี้ยงในโรงเรือนอีแวป พร้อมสร้างระบบบำบัดน้ำด้วยไบโอแก๊สที่สามารถปั่นกระแสไฟฟ้าใช้เองภายในฟาร์ม โดยตอนแรกเขาจ้างให้คนงานดูแลฟาร์ม เนื่องจากตนเองยังคงทำงานประจำ และม
ขนมเรไร มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน อย่างน้อยต้องมีอายุถึงเกือบ 200 กว่าปี ซึ่งคาดเดาได้ว่า น่าจะมีต้นกำเนิดมาจากในพระราชสำนัก เพราะพบปรากฏอยู่ในกาพย์เห่เรือชมเครื่องคาวหวานในสมัยรัชกาลที่ 2 นั่นเอง! ขนมเรไร (รังไร) คือ ขนมไทยในพระราชนิพนธ์ เป็นขนมไทยชนิดหนึ่ง สันนิษฐานว่าที่เรียกขนมเรไร เพราะมีลักษณะเหมือนรังของตัวเรไร (เรไร น. ชื่อแมลงชนิดหนึ่ง ตัวเขียว อยู่ในจำพวกจักจั่น หรือชื่อขนมชนิดหนึ่งเป็นเส้นคล้ายขนมด้วง แต่เส้นเล็กกว่า) และลักษณะเวลากดแป้งออกจากพิมพ์ที่กด จะมีเสียงบีบของตัวแป้งดังจี๊ดๆ เล็กน้อย ซึ่งอาจจะมีลักษณะคล้ายกับรังนกเล็กๆ ด้วย ขนมเรไร นั้นมีสีต่างกันออกไป เช่น ชมพู เขียว ฟ้า เหลือง ขาว ม่วงคราม เป็นต้น ขนมเรไร เป็นขนมไทยโบราณที่มีส่วนผสมมาจาก แป้ง กะทิ มะพร้าว และน้ำตาล และใช้สีในการตกแต่งอาหารเพื่อให้ดูสวยงาม โดยอาจใช้สีจากธรรมชาติหรือสังเคราะห์แล้วแต่ตามสะดวก เพราะบางสีอาจหาได้ยากตามธรรมชาติ ขนมเรไร นับว่าเป็นภูมิปัญญาของชาววัง ที่สามารถรังสรรค์ความอ่อนหวานของสีขนมเรไร ให้มีรสชาติที่นุ่มนวล ละมุนลิ้นของผู้ที่ได้ชิม และความหอมกรุ่นของน้ำลอยดอกมะลิ กะทิสด และงาขาวคั
ในจำนวนอาหารต่างประเทศที่คนไทยนิยมทาน เชื่อว่าลำดับต้นๆ คือ อาหารญี่ปุ่น ให้ลองสังเกตตั้งแต่ร้านริมทาง ร้านค้าในซอย ศูนย์การค้า หรือร้านหรูสไตล์บุฟเฟ่ต์ที่แม้จะมีอาหารหลายเมนู แต่อย่างไรก็ตาม ต้องมีอาหารญี่ปุ่นเสิร์ฟ เมนูที่คนไทยคุ้นเคยกันดี อาทิ ปลาดิบ ซูชิ เทมปุระ ราเมน NAGOMI (นาโงมิ) ร้านอาหารญี่ปุ่นสุดพรีเมี่ยม นำวัตถุดิบและเชฟกระทะเหล็กบินลัดฟ้ามาปรุงอาหารให้ทาน ชนิดว่าไม่ต้องข้ามน้ำข้ามทะเลไปไกลก็ได้ทานอาหารสดๆ จากดินแดนซากุระ คุณวรากร กติกาวงศ์ เจ้าของร้านนาโงมิ เล่าว่า ปัจจุบันทำหลายธุรกิจ อาทิ โรงงานผลิตชิ้นส่วนหุ่นยนต์ ผลิตรถบัสไฟฟ้า กระจกและฟิล์มติดรถยนต์ ลูกค้าและเพื่อนร่วมธุรกิจส่วนใหญ่เป็นชาวญี่ปุ่น ฉะนั้นเวลาพาคนเหล่านี้ไปสังสรรค์บ่อยครั้งต้องเดินทางจากแถวจังหวัดสมุทรปราการ เข้าไปใจกลางกรุงเทพฯ อย่าง ย่านทองหล่อ สุขุมวิท เลยมีความคิดอยากจะเปิดร้านอาหารเอง นอกจากคุณวรากรจะใช้บริการร้านอาหารญี่ปุ่นในเมืองบ่อยแล้ว เขาบอกต่อว่า ในย่านจังหวัดสมุทรปราการ โดยเฉพาะละแวกหมู่บ้านนันทวัน ถนนศรีนครินทร์ ยังไม่มีร้านอาหารญี่ปุ่นที่เป็นแบบพรีเมี่ยม เลยเห็นลู่ทางลงทุนเปิดร้านอาหาร “จำ
“เกรทเดน” (Great Dane) เป็นสุนัขที่ได้รับการบันทึกสถิติโลกอย่างเป็นทางการ ว่าเป็นสุนัขสายพันธุ์เดียวที่สูงที่สุด ยังไม่พบว่ามีสายพันธุ์ใดสูงได้มากกว่าสุนัขพันธุ์นี้ ด้วยความสูงระดับที่ไม่ต่ำกว่า 1 เมตรของมัน ทำให้เกรทเดน กลายเป็นสายพันธุ์ที่คนรักสุนัขพันธุ์ใหญ่ให้ความสนใจ และด้วยความสูงใหญ่ที่พูดถึง ความกังวลในเรื่องของสายพันธุ์ในอดีตที่ชาวยุโรปนำมาจากสุนัขนักล่า พัฒนาสายพันธุ์มาสู่สุนัขเลี้ยงและเฝ้าบ้าน อาจมีข้อกังวลในใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อย สำหรับคนไทยที่ไม่คุ้นนักกับสุนัขพันธุ์ใหญ่ คุณพิสิฎฐ คำประเสริฐ หนุ่มอ่างทอง ผู้มองเห็นโอกาสของการเลี้ยงสุนัขเพื่อเพาะและจำหน่ายเป็นอาชีพมาตั้งแต่เริ่มก้าวเข้าสู่การเรียนในวัยรุ่น อายุไม่ถึง 20 ปีดี ก็ยอมทุ่มเท ขอยืมเงินของครอบครัวนำมาลงทุนไปกับสุนัข ในจำนวหลายหมื่นบาท หากคิดเป็นมูลค่าในยุคเกือบ 30 ปีที่แล้ว ถือว่าเป็นเงินจำนวนไม่น้อย คุณพิสิฎฐ คำประเสริฐ (เสื้อสีแดง) คุณพิสิฎฐ เริ่มต้นด้วยสุนัขพันธุ์เซนต์เบอร์นาร์ด ลงทุนซื้อแม่พันธุ์ในราคาหลายหมื่นบาท แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้ลูกสุนัข แต่ต้องหมดไปกับค่าดูแล ค่าอาหาร และอื่นๆ อีกมาก แต่เพราะความไม่
