How to
“ทุเรียนน้ำกะทิ นวัตกรรมการแปรรูปใหม่ล่าสุด อีกความสำเร็จบ่งบอกความก้าวหน้าของเกษตรกรไทยก็ไม่แพ้ชาติใดในโลก” คุณพุทธไนย ตันมณี เลขที่ 77 หมู่ที่ 12 ตำบลแก่งหางแมว อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี เกษตรกรผู้คิดค้นและวิจัยผลิตภัณฑ์ทุเรียนน้ำกะทิเป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในโลก เล่าถึงประวัติความเป็นมา กว่าจะมีทุกวันนี้ได้ว่า “ผมเรียนจบจากคณะศึกษาศาสตร์ เอกพละศึกษา ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน หลังจากเรียนจบ ผมได้เข้าทำงานที่องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรได้ 2 ปี ถือว่ามีความรู้เรื่องข้าวระดับหนึ่ง จึงเอาความรู้ที่มีมาประกอบอาชีพทำข้าวถุงจำหน่ายช่วงปี พ.ศ. 2530 ช่วงนั้นถือว่าประสบความสำเร็จมาก แต่ก็ต้องเลิกรากิจการไปเพราะมีปัญหาลูกค้าไม่ยอมจ่ายค่าสินค้า” เมื่อต้องผิดหวังกับธุรกิจค้าข้าว หลังจากนั้น จึงหันหลังให้อาชีพค้าขายไปทำงานสวนแทน โดยได้ไปซื้อที่ทำสวนอยู่ที่อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ปลูกไม้แบบผสมผสาน ปลูกมังคุด ลองกอง สวนป่า พืช สมุนไพร และทุเรียนอินทรีย์ เริ่มทำสวนจริงจังตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 ปลูกแบบขายผลผลิตไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาปี 2540 ประเทศไทยเกิดวิกฤตฟองสบู่แตก คนกลับบ้านมาทำสวนกันเ
ในที่สุด สะตอฝักจากปักษ์ใต้ก็เริ่มปรากฏตัวหนาแน่นตามตลาดสดภาคต่างๆ แล้วนะครับ ราคาเริ่มจะถูกลง แล้วก็มี สะตอข้าว ให้เลือก เป็นสะตอรสมัน เม็ดเล็ก เนื้อหนึบแน่น ฉุนอ่อนๆ ไม่ใช่มีแต่ สะตอดาน ซึ่งกรอบ เม็ดใหญ่ และมีกลิ่นฉุนรุนแรงมาก อันที่จริงสะตอคงมีสายพันธุ์แบบอื่นอีก เช่น ย่าผมซึ่งเป็นคนสุราษฎร์ธานีเคยพูดถึง สะเตียน คือสะตอที่มีเยื่อหุ้มเม็ดสีขาว แล้วที่มีวางขายหลายแห่งก็คือสะตอจากป่าภาคอีสาน ที่เรียก ลูกดิ่ง เพราะเม็ดเรียงเป็นแนวยาวตามแนวฝัก ต่างจากสะตอทั่วไป แถมพ่อผมยังเล่าว่าเคยเดินเท้าจากชายแดนอำเภอสวนผึ้งข้ามเข้าไปในเขตแดนกะเหรี่ยงพม่า สมัยเมื่อเกือบ 50 ปีก่อน ก็ว่ามีต้นสะตอใหญ่ๆ เต็มไปทั้งป่าเลย คนเหม็นกลิ่นสะตอคงไม่เข้าใจว่าคนที่ชอบเขาทนกินกันเข้าไปได้ยังไง แต่แน่นอนว่าคนชอบสะตอก็จะชอบมาก ไม่ว่าจะกินสดๆ เผา ผัดหมู ดองเม็ด หรือดองทั้งฝักแบบคนกงหราที่พัทลุงเขาทำ สูตรที่คนปักษ์ใต้ทำบ่อยและแพร่หลายจนคนภาคอื่นๆ รู้จัก และพอกินตามได้อร่อยด้วย ก็เห็นจะมีผัดพริกแกงกับกุ้งสด และผัดกะปิใส่เนื้อหมูติดมัน บีบมะนาวตบท้ายให้ออกสามรส เค็ม เผ็ด เปรี้ยว อ้อ มีสูตรต้มกะปิหอมแดง ใส่หางกะทิจางๆ หน่อ
ไอเดียเก๋ ประธานกลุ่มผู้ผลิตมังคุดคุณภาพ คิดค้นถ่านเปลือกมังคุดแปรรูปเป็นสัตว์ต่างๆ โดยการทำถ่านมาบดเป็นผงและพิมพ์เป็นรูปต่างๆ ไว้สำหรับเพื่อกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์และเชื้อโรคต่างๆ ถือเป็นอีกหนึ่งอาชีพได้เสริมสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านได้เป็นอย่างดี วันที่ 11 มิ.ย. นางสุดารัตน์ ผิวเจริญ ประธานกลุ่มผู้ผลิตมังคุดคุณภาพ ต.ฉมัน อ.มะขาม จ.จันทบุรี กล่าวว่า ได้นำเปลือกมังคุดมาทำเป็นถ่านอัดแท่งขาย ราคากิโลกรัมละ 20 บาท ทำให้สมาชิกในกลุ่ม เริ่มท้อเนื่องจากราคาไม่คุ้ม แต่ลูกสาวของนางสุดารัตน์ จบด้านการออกแบบสินค้า ลองเปลี่ยนจากถ่านเปลือกมังคุดอัดแท่ง มาบดให้เป็นผงก่อนนำไปผสมกับแป้งเปียก แล้วใช้ซิลิโคลนมาสร้างเป็นแม่พิมพ์รูปต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกระต่าย หมาและรูปทรงมังคุด ที่ออกมาน่ารัก สวยงาม โดยหลังจากบดอัดแล้ว นำไปเผาอบด้วยความร้อนอีกครั้งเพื่อให้แป้งแห้งสนิท และไม่เกิดเชื้อราในภายหลัง “โดยจากการทดลองให้สมาชิกนำไปทดลองซับกลิ่นและเชื้อโรคต่างๆ ที่ไม่พึงประสงค์ พบว่า ผลิตภัณฑ์ถ่านมังคุดบดอัดจากเปลือกมังคุด เหมาะสำหรับดูดซับกลิ่นต่างๆ เช่น ตู้เย็น ตู้เสื้อผ้า ในรถ หรือในห้อง เป็นการดูดซับกลิ่นได้เป็นอ
ในยุคที่เศรษฐกิจซบเซาแบบนี้ ทำงานประจำอย่างเดียวไม่รอดแน่ การทำงานเสริมจึงเป็นตัวเลือกให้กับหลายคน หางานเสริมไม่ยากเลย ลองจับกระแสสังคมดูว่าตอนนี้ฮิตอะไรกัน ถ้าจับจุดถูกธุรกิจไม่ร่วงง่ายๆ แน่นอน ซึ่งอาชีพที่มาแรงไม่ตกยุคเลยคือ การขายอาหาร หนีทะเลมาลงรู ชื่อร้านน่ารักๆ ขายหอยครกซีฟู้ด เป็นอาชีพเสริมเล็กๆ ที่เพิ่งเริ่มต้น ของ คุณเกศณี ชื่นโพธิ์ชา หรือ พี่เจี๊ยบ วัย 36 ปี พี่เจี๊ยบ เล่าว่า หลังเรียนจบก็ทำงานบริษัทเหมือนคนทั่วไป ปัจจุบันยึดอาชีพเป็นเซลส์ขายพวกโปรเจ็กต์เกี่ยวกับ ประตูเหล็ก ประตูหนีไฟ ทำมากว่า 8 ปี ซึ่งการเป็นเซลส์ไม่ง่าย มีความกดดันสูง ต้องหาโปรเจ็กต์อยู่ตลอด ทำยอดให้ได้ตามเป้า อีกอย่างเริ่มรู้สึกว่าอาชีพนี้ใกล้อิ่มตัว “ทำงานมาสักพัก ความต้องการในการใช้เงินมีมากขึ้น ภาระมีมากขึ้น เลยหาอาชีพเสริมที่ตัวเองพอทำได้ เลยมาลองขายหอยทอดดู” พี่เจี๊ยบดัดแปลงจากหอยทอดธรรมดาทอดในกระทะแบนๆ โดยปรับให้ทานง่ายจากทอดในกระทะใหญ่ๆ หยอดในหลุมขนมใช้ไม้จิ้มเข้าปากได้เลย มีหลายหน้าให้เลือกทาน ทั้ง หอย กุ้ง ปลาหมึก ปูอัด ใช้วัตถุดิบที่ได้คุณภาพ ออกขายตามตลาดนัดใหญ่ๆ ใกล้บ้าน และออกบู๊ธตามงานอาหาร
ใบเตยเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ชอบอยู่ตามที่ชื้นหรือเฉอะแฉะ คนไทยรู้จักดีเนื่องจากถูกนำมาทำเป็นส่วนหนึ่งของอาหารหวานเพื่อปรุงกลิ่นให้หอมซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของคนไทยมาก ไม่ว่าของหวานที่เป็นน้ำหรือไม่น้ำก็นิยมนำใบเตยมาเป็นส่วนประกอบ คนไทยคุ้นกับกลิ่นของใบเตย ขนมหวานหลายอย่างหากขาดใบเตยแล้วจะรู้สึกว่าไม่อร่อย สำหรับอาหารคาวใบเตยก็ใช้ในน้ำมันที่ทอด พอน้ำมันร้อนๆ ก็เอาใบเตยใส่สักพักพอใบเตยลอยก็ช้อนออก เพื่อดับกลิ่นคาวสำหรับเนื้อสัตว์ที่ทอด นอกจากนำใบเตยมาแต่งกลิ่นแล้ว ยังมีการนำใบเตยมาแต่งสีอีกด้วย เช่น ในสังขยาใบเตย ขนมชั้น สองสิ่งนี้จะขาดใบเตยไม่ได้เพราะขนมจะเป็นสีเขียวซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้สีผสมอาหาร กลิ่นของใบเตยคล้ายกับกลิ่นข้าวหอมมะลิ และดอกชมนาด ต้นเตยที่ปลูกกันในปัจจุบันมีทั้งเตยไม่หอมซึ่งนำไปกำกับดอกไม้ไหว้พระกับเตยหอมซึ่งดูด้วยตาไม่มีความแตกต่างกัน ถ้าต้องการต้นเตยหอมมาปลูกจำเป็นต้องขยี้ใบดมก่อน เพราะเตยธรรมดาจะไม่มีกลิ่นหอม หนำซ้ำยังมีกลิ่นเหม็นเขียวอีกด้วย ต้นเตยหอมเป็นไม้ล้มลุกพุ่มเล็กมีอายุหลายปี สมัยก่อนนิยมปลูกเลี้ยงไว้ใกล้ที่ล้างจาน หรือข้างบ่อน้ำ เพราะต้นเตยชอบแดดพอๆ กับน้ำ ยิ่งตัดไ
ในที่สุด สะตอฝักจากปักษ์ใต้ก็เริ่มปรากฏตัวหนาแน่นตามตลาดสดภาคต่างๆ แล้วนะครับ ราคาเริ่มจะถูกลง แล้วก็มี สะตอข้าว ให้เลือก เป็นสะตอรสมัน เม็ดเล็ก เนื้อหนึบแน่น ฉุนอ่อนๆ ไม่ใช่มีแต่ สะตอดาน ซึ่งกรอบ เม็ดใหญ่ และมีกลิ่นฉุนรุนแรงมาก อันที่จริงสะตอคงมีสายพันธุ์แบบอื่นอีก เช่น ย่าผมซึ่งเป็นคนสุราษฎร์ธานีเคยพูดถึง สะเตียน คือสะตอที่มีเยื่อหุ้มเม็ดสีขาว แล้วที่มีวางขายหลายแห่งก็คือสะตอจากป่าภาคอีสาน ที่เรียก ลูกดิ่ง เพราะเม็ดเรียงเป็นแนวยาวตามแนวฝัก ต่างจากสะตอทั่วไป แถมพ่อผมยังเล่าว่าเคยเดินเท้าจากชายแดนอำเภอสวนผึ้งข้ามเข้าไปในเขตแดนกะเหรี่ยงพม่า สมัยเมื่อเกือบ 50 ปีก่อน ก็ว่ามีต้นสะตอใหญ่ๆ เต็มไปทั้งป่าเลย คนเหม็นกลิ่นสะตอคงไม่เข้าใจว่าคนที่ชอบเขาทนกินกันเข้าไปได้ยังไง แต่แน่นอนว่าคนชอบสะตอก็จะชอบมาก ไม่ว่าจะกินสดๆ เผา ผัดหมู ดองเม็ด หรือดองทั้งฝักแบบคนกงหราที่พัทลุงเขาทำ สูตรที่คนปักษ์ใต้ทำบ่อยและแพร่หลายจนคนภาคอื่นๆ รู้จัก และพอกินตามได้อร่อยด้วย ก็เห็นจะมีผัดพริกแกงกับกุ้งสด และผัดกะปิใส่เนื้อหมูติดมัน บีบมะนาวตบท้ายให้ออกสามรส เค็ม เผ็ด เปรี้ยว อ้อ มีสูตรต้มกะปิหอมแดง ใส่หางกะทิจางๆ หน่อ
ที่หมู่บ้านกรงกราง ม.6 ต.โนนไทย อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา มีเกษตรกรรายหนึ่งใช้พื้นที่สระน้ำกลางแปลงนา เลี้ยงหอยขมในถุงตาข่ายไนล่อนสีฟ้าขาย เป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัว ซึ่งการเลี้ยงที่ง่าย ลงทุนน้อย และกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก มีลูกค้ามาสั่งซื้อถึงที่จนหอยโตไม่ทันขาย ต้องจองล่วงหน้าตั้งแต่เอาลูกหอยลงเลี้ยง เลี้ยงหอยขมในถุงตาข่าย นายชาญศิลป์ ทรัพย์โนนหวาย อายุ 42 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงหอยขม เปิดเผยว่า ตนมีอาชีพทำนาเหมือนกับชาวบ้านทั่วไป แต่ชอบหาอาชีพสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว ซึ่งเห็นว่าหอยขมเป็นที่นิยมของชาวบ้านนำไปประกอบอาหาร แต่กว่าจะหารับประทานได้ก็ต้องรอถึงฤดูฝน และปัจจุบันนี้หอยขมตามแหล่งธรรมชาติก็หารับประทานยาก อีกทั้งยังมีสารพิษตกค้างจากการใช้สารเคมีตามไร่ ตามนา จึงทำให้คนเกิดความกังวลว่าอาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ ดังนั้นตนจึงได้ลองศึกษาการเลี้ยงหอยขมในสระน้ำดู แบ่งพื้นที่ในสระน้ำเลี้ยงหอย “โดยใช้สระน้ำที่ขุดไว้กลางทุ่งนา นำหอยขมที่จับมาได้ปล่อยลงสระ ซึ่งกว่าจะขายได้ก็ใช้เวลานานเกือบ 6 เดือน อีกทั้งหอยที่ได้ก็มีขนาดไม่ได้มาตรฐานตามความต้องการ รวมถึงยังมีขี้ดินติดมา
ปลาเทวดา (Angelfish) เป็นปลาน้ำจืด ที่มีรูปสี่เหลี่ยมรูปว่าว ลำตัวแบนข้าง มีปากขนาดเล็ก ครีบหลังเป็นกระโดงสูงอยู่ค่อนไปทางด้านหาง ครีบหลังยาวออกมาจากลำตัว ครีบท้องมีอยู่หนึ่งคู่เรียวเล็กและปลายชี้แหลม โดยส่วนมากจะนิยมนำปลาเทวดามาเลี้ยงในตู้เพื่อเป็นปลาสวยงามคู่กับพรรณไม้น้ำต่างๆ ปลาเทวดา เป็นปลาที่มีอุปนิสัยเรียบง่าย รักสงบ แต่ถ้าบางตัวมีลักษณะนิสัยก้าวร้าวก็ไม่สามารถนำไปเลี้ยงร่วมกับปลาสวยงามชนิดอื่นได้ โดยปลาชนิดนี้มีการพัฒนาสายพันธุ์ให้มีสีสันและลวดลายที่สวยงามมากขึ้น เช่น ปลาเทวดาหินอ่อน ที่มีสีสันเป็นสีดำสลับกับสีขาวตลอดทั้งตัว การขยายพันธุ์ สามารถกระทำได้ง่ายๆ ทั้งในตู้เลี้ยง หรืออาจจะจัดพื้นที่สำหรับเพาะพันธุ์ให้ก็ได้ เพียงแต่ในบริเวณเพาะพันธุ์ใต้น้ำต้องมีวัตถุใส่ไว้ให้เป็นที่เกาะเวลาวางไข่บนวัตถุนั้น การวางไข่ของปลาเทวดาแต่ละครั้งอยู่ที่ 300-1,000 ฟอง ซึ่งพ่อแม่พันธุ์ที่พร้อมจะขยายพันธุ์ได้ ต้องมีอายุอย่างน้อย 8 เดือน ขึ้นไป คุณฐาปกรณ์ โสนะมิตร์ อยู่บ้านเลขที่ 6/1 หมู่ที่ 4 ตำบลศีรษะทอง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เป็นเกษตรกรผู้เพาะพันธุ์ปลามาหลายสิบปี โดยปลาที่เขาเพาะส่วนใหญ่
สองหนุ่มเพื่อนซี้ลงขันทำธุรกิจร่วมกันตั้งแต่อายุ 17 ปี ไม่ขอเงินพ่อแม่ ส่งเสียตัวเองจนเรียนจบ ผ่านอุปสรรคร่วมกันมาก็เยอะ ดำเนินมาหลายกิจการยังไม่รุ่ง ล่าสุดเห็นโอกาสธุรกิจความงาม ทุ่มสุดตัวสร้างอาณาจักรมัลติแบรนด์ “บิวตี้คลับ” และอาหารเสริมนิวเวย์ นับว่ามาถูกทาง มัดใจลูกค้าด้วยคุณภาพสร้างรายได้ร้อยล้านบาทต่อปี คุณบอย – นภัทร โภคาสัมฤทธิ์ และคุณเอ็ม – พิรศุษม์ ปลื้มปิติชัยกุล 2 หนุ่มผู้บริหารบิวตี้คลับ เล่าย้อนว่า เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่อายุ 17 ปี ธุรกิจแรกที่ทำด้วยกัน คือ รับต่างหูต้นทุนคู่ละ 2 บาทมาขายตามตลาดนัด ขายกระเป๋า ชีวิตพลิกผันไปเป็นครูสอนภาษา เปิดสถาบันกวดวิชาในระบบแฟรนไชส์แห่งแรกในประเทศไทยใช้ชื่อ “ติวเตอร์คลับ” ต่อมาเข้าสู่ธุรกิจขายตรงอาหารเสริม เครื่องสำอาง พอเห็นโอกาสกระแสธุรกิจความงามมาแรง สร้างแบรนด์อาหารเสริม “นิวเวย์” ทั้งคุณเอ็มและคุณบอย ทั้งคู่ต่างมีความตั้งใจที่จะหาเงินส่งตัวเองเรียน ไม่ขอเงินทางบ้าน คุณบอย เล่าว่า ช่วงที่ขายต่างหู ไม่มีทุนอาศัยเอาเสื้อผ้าไปขายเพื่อนำเงินมาลงทุน เจอปัญหาอุปสรรคหลายอย่าง ช่วงที่เปิดแฟรนไชส์สถาบันกวดวิชาอายุเพียง 18 ปี ใช้เงินเก็บจาก
อดีตพนักงานขายสื่อโฆษณาลาออกมาเป็นออร์แกไนซ์ปรากฏเจอวิกฤตน้ำท่วมธุรกิจเจ๊งไม่เป็นท่า เบนเข็มชีวิตมาขายแกงปูใบยี่หราสูตรปักษ์ใต้ในเฟซบุ๊ก สร้างแฟนเพจ “แกงปูใบยี่หร่า คุณยายแมว” ยอดขายดีเกินคาด ล่าสุดต่อยอดกิจการจากแกงสดมาในรูปแบบฉีกซองพร้อมทาน ขายดิบขายดี ส่งซุปเปอร์มาร็เก็ตชั้นนำทั่วประเทศ คุณอณัฐภิชา หงษ์สิงห์ทอง หรือ คุณบีม เล่าว่า “ก่อนหน้าที่จะมาทำธุรกิจ เคยเป็น AE หรือเซลล์ขายสื่อโฆษณาหนังสือพิมพ์และรายการทีวี จนกระทั่งลาออกจากงานประจำ หันมาเปิดบริษัท ซึ่งเป็นบริษัทออร์แกไนซ์ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะช่วงปี 2554 น้ำท่วมใหญ่ทำให้ธุรกิจลำบาก มีหนีสิน หนที่สุดบริษัทยุติลง ธุรกิจขายแกงปูของคุณบีมแจ้งเกิดบนเฟซบุ๊กราวปี 2556 ตอนที่เจ๊งจากบริษัทออร์แกไนซ์ หญิงสาว บอกว่า ในช่วงนั้นไม่รู้จะทำอะไรดี แต่เห็นว่าคุณแม่ทำอาหารอร่อยโดยเฉพาะขนมจีนน้ำยาใต้ สูตรเฉพาะของครอบครัวใส่ใบยี่หร่า ใส่เนื้อปู ตรงนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการขายขนมจีนออนไลน์ ออร์เดอร์สั่งกันเข้ามาไม่ต่ำกว่า 30 ชุด/วัน ปัจจุบัน ต่อยอดแกงปูใบยี่หร่า คุณยายแมว ไปสู่การแตกไลน์ผลิตภัณฑ์อีกชื่อว่า Thai smile เพราะเจ้าของสินค้ามองว
