How to
สังเกตไหมคะ ไปไหนก็เจอ ลูกชิ้นแบรนด์นี้ “ลูกชิ้นทิพย์” ซึ่งเป็นเจ้าตลาดลูกชิ้นหมูปิ้ง “เบอร์หนึ่ง”ของบ้านเราอยู่เวลานี้ มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 10-15 ตัน ต่อวัน หรือราววันละ 7 แสนไม้ ส่วนยอดขายเฉลี่ยแล้วอยู่ที่เดือนละ 60-70 ล้านบาท โดยปี 2559 ที่ผ่านมา ตัวเลขรายรับทั้งหมดรวมแล้วประมาณ 600 ล้านบาท คุณศราลี พรอำนวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท พงษ์-ศรา ดิสทิบิวชั่น จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์ ลูกชิ้นหมูปิ้ง ตรา “ลูกชิ้นทิพย์” เล่าว่า ปัจจุบันอายุ 56 ปี มีพื้นเพเป็นคนอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี อาชีพดั้งเดิมของคุณพ่อ-คุณแม่ คือ ทำไร่อ้อยส่งโรงงานน้ำตาลทราย แต่ตัวเธอเองไม่มีโอกาสช่วยมากนัก เพราะอายุยังน้อย คุณศราลี เคยทำงานมาแล้วสารพัด ทั้งรับจ้างซักรีดเสื้อผ้า เปิดโต๊ะสนุ๊กฯ ขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปตามตลาดนัด ซึ่งอาชีพหลังนี้ น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เธอพอมีทุน “ลืมตา อ้าปาก”ได้ “ชอบค้าขาย แต่ไม่มีทุนรอนมากมาย อะไรที่พอทำได้ก็ทำไปก่อน เห็นใครทำอะไรดีก็อยากทำบ้าง อย่าง ตอนขายเสื้อผ้า จะไปรับมาจากย่านประตูน้ำหรือสวนจตุจักร ก่อนใส่รถตระเวนไปกับสามีสองคน เปิดแผงขายตามตลาดต่างจังหวัด อย่
แม้ละคร “บุพเพสันนิวาส” จะลาจอไปแล้ว แต่กระแสยังคงมีให้เห็นอยู่ตลอด ยังมีธุรกิจที่หันมาเกาะกระแสละครดังกล่าวสร้างเม็ดเงินกันยกใหญ่ หยิบจับตัวละคร และเนื้อเรื่อง มาสร้างสรรค์ไอเดียยึดเป็นคอนเซ็ปต์ให้ตัวสินค้ากันสารพัด เหมือนกับร้านเค้กของ คุณแอ้-พีระนุช ดีจิตร วัย 33 ปี ร้านนี้หยิบคาแร็กเตอร์จากตัวละครดังมาทำ Cake Pop แสนน่ารัก โพสต์ขายผ่านเฟซบุ๊กไปไม่ทันข้ามคืน คอละครให้ความสนใจกันจำนวนมาก สาวเจ้าของร้านเค้กเล่าว่า เปิดร้านเค้กเข้าปีที่ 5 แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศอยู่ฝ่ายบัญชี ทำได้ 7 ปี พอเข้าช่วงปีสุดท้ายมีความคิดอยากหางานอดิเรกทำ คุณแอ้อาศัยช่วงเวลาปีสุดท้ายของการทำงาน ลงเรียนทำเค้ก เพราะเป็นคนชอบทานขนม ทานเค้ก ฝึกด้วยตนเองบ้างผสมกันไป ซึ่งในระหว่างฝึกมีลูกค้าเข้ามาอุดหนุนจากการโพสต์ขายผ่านเฟซบุ๊กอยู่บ้าง เมื่อความรู้แน่น ได้สูตรที่ลงตัวจึงลาออกมาเปิดร้านเค้กชื่อร้าน CakeAholics ที่จังหวัดระยอง “แอ้ฝึกทำเค้กธรรมดา พวกเค้กปอนด์ก่อน ฝึกไปเรื่อยๆ รู้สึกว่าถ้าเปิดร้านแล้วไม่มีความแตกต่าง รูปแบบไม่น่าสนใจอาจไม่เป็นที่นิยม จึงพัฒนามาทำเค้กน้ำตาล งานแฟนซี” ซึ่ง
วันที่ 29 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายตาด ลิบยก อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41/1 หมู่ที่ 6 ต.บางหมาก อ.กันตัง จ.ตรัง ยึดอาชีพตระเวนเก็บใบไผ่ป่าที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ แล้วนำมาร้อยเรียงเป็นมัดๆละ 1,000 ใบ ขายในราคา 150 บาท โดยเริ่มออกจากบ้าน พร้อมภรรยา ตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อออกหาไม้ไผ่ป่าที่เพิ่งแตกยอดใหม่ โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน เนื่องจากจะแตกใบใหม่มากที่สุด พร้อมกับได้ของแถมติดไม้ติดมือกลับมาด้วย นั่นคือ หน่อไม้ป่า ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาการทำเงินที่ดีที่สุดของครอบครัวนี้ เพียงแต่ต้องใช้ความพยายามสูงเท่านั้น ทั้งนี้ สองสามีภรรยายึดอาชีพเก็บใบไผ่ขายมานานกว่า 30 ปี จนส่งเสียลูกสาวให้เรียนจบปริญญาตรีได้แล้ว 1 คน เนื่องจากสามารถสร้างรายได้ให้ดีตั้งแต่วันละ 1-2 พันบาท และมีอยู่หลายครั้งที่โชคดีที่สร้างรายได้ให้ถึงวันละ 3 พันบาท ขณะที่การเก็บใบไผ่นั้นก็ไม่ยาก โดยเลือกเฉพาะใบที่เรียวยาว สมบูรณ์ นิ่ม ไม่มีรอยแตกลาย และมีความยาวไม่ต่ำกว่า 1 ฟุต ซึ่งไม่ว่าไผ่ป่าจะมีความสูงขนาดไหน นายตาด ปีนขึ้นไปบนลำต้นและโน้มกิ่งเก็บได้จนหมด แค่สวมถุงมือ รองเท้าบูธ และเสื้อแขนยาว เพื่อป้องกันการระคายเคืองเท่านั้น นอกจากนั้น
ผมพบกับ กมล มงคล ชายหนุ่มอายุสี่สิบกว่านิดหน่อย ที่ริมอ่างเก็บน้ำเขาเต่า อ่างเก็บน้ำเขาเต่าตั้งอยู่ด้านทิศใต้ของตัวเมืองหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์จากหัวหินนั่งรถไปประมาณยี่สิบนาทีก็ถึง เป็นอ่างเก็บน้ำที่มีเนื้อที่กว้าง มองเหมือนเป็นทะเลสาบน้อยๆ ปัจจุบันนอกจากอ่างเก็บน้ำเขาเต่าจะมีหน้าที่เป็นอ่างเก็บน้ำแล้ว ยังกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวด้วย เพราะนักท่องเที่ยวที่มาทำบุญบนเขาเต่าจะลงมารับอากาบริสุทธิ์และถ่ายรูปกับอ่างเก็บน้ำที่มีเทือกเขาเป็นทิวทัศน์ที่สวยงามอยู่เบื้องหลัง วันนั้น กมลพาตัวเองมาพร้อมกับเบ็ดตกปลาถึง 9 คัน เบ็ดทุกคันได้เสียบเหยื่อหย่อนเบ็ดลงไปในอ่างเก็บน้ำเรียบร้อยแล้ว ขณะที่กมลนั่งคอยให้ปลากินเหยื่อ เขาจะใช้เวลานั่งปั้นขนมปังเป็นก้อนกลมเท่าหัวแม่มือเตรียมไว้เป็นเหยื่อตกปลา ตอนแรกผมนึกว่าเขาคงยังตกปลาไม่ได้แม้สักตัวเดียว แต่พอถามถึง เขาได้ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปสาวเชือกดึงตะกร้าที่ขังปลาขึ้นมาให้ดู จึงได้รู้ว่าเขาตกปลาได้แล้วกว่าสิบตัว เขาบอกว่า จะมาตกปลาตั้งแต่เช้ามืดใช้เวลาตกปลาจนพอใจ แล้วก็กลับบ้านใช้เวลาโดยเฉลี่ยประมาณสี่ชั่วโมงต่อวัน คำว่าพอใจหมายถึงได้ปลาในจำนวนที
เสื้อผ้าทำมือจากธรรมชาติ ธุรกิจสร้างเงินดีกว่างานประจำของอดีตสาวออฟิศ คุณรุ่งอรุณ ยารังฝั้น หญิงสาวที่มีความฝัน ว่าสักวันหนึ่งจะกลับไปใช้ชีวิตสร้างอาชีพที่มั่นคงในบ้านเกิดของตนเอง และเขาก็ได้ทำเช่นนั้น แต่เพียง 1 ปี ก็รู้ผล ชีวิตไม่เป็นดังภาพฝัน รายได้จากที่เคยรับกับอาชีพลูกจ้าง ทำให้เขากินอยู่สบาย แต่การสร้างอาชีพในบ้านเกิดกลับพบกับความติดขัด นับรวมรายได้ต่อเดือน ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของอาชีพลูกจ้าง การกลับครั้งนั้นจึงทำให้คุณรุ่งอรุณ รู้ว่า แค่ใจพร้อมอย่างเดียวไม่ได้ แต่รายได้ต้องพร้อมรองรับด้วย และนี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เขาถอยกลับไปสู่งานประจำอีกครั้ง เริ่มต้นใหม่ แต่ทว่าปลายทางยังคงมุ่งหมายกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิด กลับบ้านเกิดอยู่ไม่ได้ ปัญหาใหญ่ รายได้ไม่พอ “รุ่งทำงานให้กับแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำ ซึ่งมีความเคลื่อนไหวทางด้านแฟชั่นค่อนข้างเร็ว งานที่ทำตรงสายที่เรียนมา คือด้านผ้าและเครื่องแต่งกาย เหตุที่สนใจด้านนี้เพราะเห็นตัวอย่าง แม่เป็นช่างเย็บผ้า ป้าทำงานด้านผ้า มันเป็นอาชีพที่จับต้องได้จริง” ความชอบทำให้ชีวิตการทำงานมีแต่ความสนุก กระทั่ง 7 ปีก้าวผ่าน เริ่มมองอนาคตกับการสร้างอาชีพที่มั
ปัญหาอย่างหนึ่งของคนค้าขาย คือ “การตั้งราคา” ถ้าจะว่าไป ก็ถือเป็นเรื่องยากเรื่องหนึ่ง ที่จะกำหนดราคา แม้ว่าสูตรง่ายๆ ในการตั้งราคามีอยู่ว่า “ต้นทุน + กำไร” เท่ากับ “ราคา” ทำไมถึงยาก เพราะบางทีเราก็พบว่า ทำไมชาวบ้านตั้งราคาสูงได้ แต่เราตั้งราคาสูงบ้างไม่ได้ ไม่ใช่เรื่องบุญ หรือ กรรม หรอกนะครับ สามารถอธิบายได้ ถ้าเราเข้าใจความสัมพันธ์ของ 3 สิ่ง ต่อไปนี้ สิ่งแรก เป็นเรื่องของ “คุณภาพสินค้า” อันนี้เข้าใจได้ไม่ยากครับ สินค้าดีเลว ตัดสินกันได้ด้วยสายตา ด้วยการสัมผัส ด้วยวัสดุที่ใช้ทำ ฯลฯ พูดง่ายๆ เราดูเราก็พอรู้ว่า สินค้าชิ้นนั้นดีเลวอย่างไร ซึ่งคุณภาพของสินค้าในที่นี้ หมายรวมตั้งแต่วัสดุที่ใช้ทำ ฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ ทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็น แต่ฟังคนขายคุยโม้โอ้อวดมา สิ่งที่สอง เป็นเรื่องของ “คุณค่า” ลูกค้าเมื่อได้ฟังราคาว่าเท่าไหร่ สายตาเห็นสินค้า แต่ในสมองเริ่มตีความว่า “มันมีคุณค่าสมราคาจริงหรือ” ไม่ต้องตกใจครับ 100 คน ก็ตีความด้านคุณค่าแตกต่างกันไป ราคาในใจลูกค้า ณ เวลานั้น ถูกนำมาเทียบตีความว่า “ถูก” หรือ “แพง” ขึ้นมาทันที สิ่งที่สาม เป็นเรื่องของ “กลุ่มลูกค้า” กลุ่มคนที่มีอะไรเหม
การเริ่มต้นอาชีพของคนมาได้จากหลากหลายเส้นทาง บางคนเกิดมาก็มีต้นทุน ซึ่งไม่ได้หมายถึงแต่เฉพาะปัจจัยทางด้านเงินทุนเท่านั้น แต่ยังหมายถึง ทรัพย์สินทางปัญญาที่ตกทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ถ้าใครโชคดีมีสิ่งนี้ ก็ต่อยอดได้ง่ายขึ้น ทว่า อีกหลายคน ก็เริ่มนับหนึ่งด้วยตัวเอง บางคนอาศัยการเล่าเรียน ฝึกฝนจากครูบาอาจารย์ หรือต้องมีคนสอนให้ ในขณะที่บางคน ก็ฝึกฝนจากสื่อใหม่ อย่าง ยูทูบ ดังเช่น คุณรสริน คำสิงห์ ที่ไม่น่าเชื่อว่า เธอจะฝึกการอบรมขนม ทำเค้ก จากยูทูบ ฝึกไปฝึกมา สามารถทำออกขายได้ด้วย แต่ก็นั่นแหละ ของแบบนี้ใจต้องมาก่อน ถ้ามีใจให้ตั้งแต่แรก (หมายถึงรักและชอบ ) บวกมุ่งมั่นตั้งใจ ย่อมทำได้แน่ คุณรสริน ก็บอกว่า เวลาเครียดๆ แล้วมาอบขนมนี่หายเลยนะ มันเป็นความสุขอย่างหนึ่ง เหมือนกับได้ทำสมาธิ แถมลุ้นไปกับมันทุกครั้ง จะออกมาเป็นอย่างไร สวย รสชาติดี อย่างที่ตั้งใจไว้หรือไม่ เมื่อเริ่มจากความชอบแล้ว เธอก็ไล่ดูการทำจากยูทูบ แล้วลองฝึกทำ จากนั้นให้ญาติ ให้เพื่อนช่วยกันชิม ช่วยกันติ นำไปปรับปรุงใหม่ ลองผิดลองถูกจนเป็นที่น่าพอใจ ขั้นต่อไปคือ ขาย ขายใคร? เธอ บอกว่า ก็ขายคนรอบข้างก่อน เพื่อนที่ทำงาน ญาติ
สะพายกระเป๋าแบรนด์ดังกันมาเยอะ ลองมาดูแฟชั่นกระเป๋าสไตล์ไทยกันบ้าง แบรนด์นี้ชื่อ Kanita กระเป๋าที่ชูเอกลักษณ์ความเป็นไทยได้อย่างลงตัว โดยนักออกแบบสวย คุณฉัตร หรือ คุณคณิตา คนิยมเวคิน อายุ 34 ปี คุณฉัตร เล่าว่า แรกเริ่มเดิมทีเธอทำงานประจำ นั่งออฟฟิศทั่วไป เงินเดือนไม่ได้มากมายอะไร ด้วยเหตุนี้จึงหันมาทำงานเสริม ด้วยความที่เธอหลงใหลในวัสดุเครื่องหนังอยู่แล้ว งานเสริมชิ้นแรกที่ทำจึงเป็นสมุดหนังทำมือ โดยนำความรู้ด้านออกแบบที่เรียนมา จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มาประยุกต์ใช้กับความชอบส่วนตัว หลังทำขาย นักออกแบบสาว บอกว่า รายได้ค่อนข้างโอเค เลยยึดเป็นงานอดิเรกมาช่วงหนึ่ง จากนั้นตัดสินใจลาออกจากงานประจำแล้วมาทำจริงจัง “รู้จักเครื่องหนังมาตั้งแต่สมัยทำงานประจำอยู่แถวเสือป่า ซึ่งเป็นแหล่งค้าขายสารพัดสิ่ง รวมทั้งเครื่องหนังด้วย ช่วงพักเที่ยงฉัตรเดินผ่านร้านเครื่องหนังอยู่เป็นประจำ เห็นแล้วน่าสนใจ เลยเริ่มจากซื้อเศษหนังเพียงชิ้นสองชิ้น มาทำพวงกุญแจแจกเพื่อนๆ ในออฟฟิศ” ทำสมุดหนังทำมือได้สักระยะ ในปี 2011 คุณฉัตรส่งผลงานออกแบบเครื่องหนังเข้าประกวดในโครงการของ TCDC (Thailand Cre
จากธุรกิจขายส่งข้าวแต๋นกว่า 10 ปี วันนี้แบรนด์ ติกกี้ไรซ์ ข้าวแต๋น…อร่อยมาก กลายเป็นข้าวแต๋นเงินแสน ด้วยฝีมือการสร้างแบรนด์จาก คุณเจี๊ยบ-รุจิรา สิงห์ทอง วัย 35 ปี ดีกรีปริญญาโท 2 ใบ และเป็นผู้จัดการบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เธอไม่ทิ้งเวลาว่างหางานเสริมทำเพิ่มคู่ไปกับงานประจำ คุณเจี๊ยบ เล่าว่า ที่บ้านทำข้าวแต๋นขายมา 10 ปีแล้ว แต่เป็นเพียงการขายส่งไม่ได้ติดแบรนด์อะไร ช่วงที่ทำงานประจำนำข้าวแต๋นไปฝากเพื่อนที่ออฟฟิศ หลายเสียงชอบรสชาติชมว่าอร่อย จึงคิดว่าน่าจะทำควบคู่กับงานประจำได้ เกิดเป็นแบรนด์ชื่อ เจี๊ยบ ข้าวแต๋น แต่ยังไม่ลงแรงอะไรมาก ทำขายอยู่เพียง 1 ปีตัดสินใจลาออกจากงานประจำเพื่อมาสร้างแบรนด์อย่างจริงจัง ขายเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ แต่แล้วธุรกิจที่คิดว่าไปได้ดี กลับมาสะดุดช่วงน้ำท่วม เพราะเจ้าของร้านที่ให้เช่าพื้นที่ นำที่ไปปล่อยเช่าให้ร้านอื่น คุณเจี๊ยบจึงเปลี่ยนมาขายส่งแทน ติดต่อวางสินค้าตามร้านอาหาร ได้บ้างไม่ได้บ้างแล้วแต่ร้าน แต่การขายส่งใช่ว่าจะดี เพราะติดปัญหาคือบางร้านสินค้าขายไม่ดีทำให้ข้าวแต๋นถูกเก็บไว้นานมาตรฐานสินค้าเรื่องรสชาติอาจไม่เหมือนเดิม จึงเลิกติดแบรนด์ไปหันกลับมาทำงานประจ
เวลามาเที่ยวพัทยา ไม่ได้มีเพียงร้านอาหารทะเลที่พวกเราคุ้นเคยกันดีให้เลือกเท่านั้น ถ้าอยากเปลี่ยนรสชาติเปลี่ยนบรรยากาศได้กินของอร่อยไม่ซ้ำใคร เพียงมาแค่แถว ตลาดโรงโป๊ะ อำเภอบางละมุง ไม่ไกลจากพัทยา ก็จะได้ชิมของดีเป็นเมนูพื้นบ้านของชาว ชุมชนบ้านตะเคียนเตี้ย ที่อยู่ลึกเข้าไปในซอย ที่นี่มีร้านอาหารพื้นบ้านมีชื่อว่า ลุงเลียง ป้ามาลี ที่เปรียบเสมือนเพชรเม็ดงามที่ยังไม่เจียระไน ซ่อนตัวอยู่คู่ชุมชนมานาน 23 ปีแล้ว ทางมาร้านลุงเลียง ป้ามาลีไม่ยาก ถึงแม้จะต้องเข้าซอยลึกก็ตาม ให้มาที่ชุมชน ตลาดโรงโป๊ะริมถนนสุขุมวิทฝั่งขาเข้าพัทยา ซึ่งอยู่ระหว่างแยกทางเข้าท่าเรือแหลมฉบังกับแยกกระทิงลายที่ตัดกับทางหลวงสาย 36 จากมอเตอร์เวย์เข้าอำเภอบางละมุง (หรือคือทางเข้าพัทยาแต่ก่อนนั่นเอง) ให้เลี้ยวเข้าถนนซอยจากตลาดโรงโป๊ะเข้าไปตามทาง เมื่อถึงทางแยกซ้ายขวา ให้ตรงต่อไปทางซ้ายมือตาม ถนนสายตะเคียนเตี้ย (ทางไปโรงเรียนบ้านตะเคียนเตี้ย) นับจากปากทางเข้าที่ถนนสุขุมวิทมาถึงที่ร้านเพียง 4.5 กิโลเมตร ก็จะเห็นร้านลุงเลียง ป้ามาลี อยู่ทางขวามือ ลักษณะเป็นเรือนโถงเปิดโล่งชั้นเดียวมีหลังคาคลุมอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ มีที่จอดรถได้ข้าง
