How to
หลายคนที่อ่านบทความว่าด้วย การสร้างอาชีพเสริมของมนุษย์เงินเดือน ทำให้เกิดแรงบันดาลใจ อยากจะมองหาสักอาชีพหนึ่งที่จะสามารถสร้างรายได้เสริมไปจากเงินเดือนปกติ เอาจริงๆ การทำอาหารประเภทเบเกอรี่ หรือ ขนมอบ ก็เป็นหนึ่งในอาชีพเสริมที่น่าสนใจ ด้วยว่าใช้เวลาหลังเลิกงาน หรือเวลาว่างวันหยุด ทำอยู่กับบ้านได้ หากติดที่ว่า ทำแล้ว จะไปขายใคร ก็ต้องตอบให้ได้ก่อนว่า สินค้าเรามีคุณภาพขนาดไหน อร่อยมั้ย วัตถุดิบเป็นอย่างไร ถ้าตอบคำถามเหล่านี้ได้หมด ตลาดเริ่มจากคนใกล้ตัว เพื่อน ญาติ เพื่อนร่วมงาน เพื่อนของเพื่อนของเพื่อน ฯลฯ รวมทั้งปัจจุบัน มีสื่อโซเชียล พรีออร์เดอร์กันได้สบาย แถมวิธีนี้ยังวางแผนการผลิตได้อีกด้วย ปัจจุบัน มีสินค้าคุณภาพที่ทำการตลาดด้วยการเปิดอบรมอาชีพให้กับผู้สนใจเลย เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึงอาชีพนั้นๆ อีกทั้งการันตีได้ว่าจะได้สินค้าออกมาแบบไม่ต้องกังวลว่า คุณใช้วัตถุดิบอะไร อร่อยหรือไม่ มะลิ เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ว่านั้น ปัจจุบันเปิดสอนการทำอาหาร ราคาพิเศษ 599 บาท ก็เรียนได้ ทั้งของคาว ของหวาน เครื่องดื่ม คุณสุดถนอม กรรณสูต คุณสุดถนอม กรรณสูต กรรมการ บริษัท อุตสาหกรรมขนมไทย จำกัด เผยว
บุรีรัมย์ กลายเป็นจังหวัดที่เป็นหมุดหมายของนักกีฬาฟุตบอล และผู้พิสมัยความเร็วในสนามแข่งรถระดับโลก จากในอดีตที่เป็นที่กล่าวขวัญถึงระดับความยากจนไว้ว่า “บุรีรัมย์ ต้องตำน้ำกิน” ทว่า “บุรีรัมย์” ไม่ได้มีเพียง สนามฟุตบอล สนามช้าง อารีน่า และสนามแข่งรถสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เท่านั้น หากแต่ยังมีภูมิปัญญาที่เป็นมรดกตกทอดมากว่า 5 ทศวรรษ คือการทอผ้า เลี้ยงไหม ปลูกหม่อน ที่บ้านนาโพธิ์ มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ และสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ โดย ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล ชักชวนผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” ไปติดตาม ค้นเคล็ดแห่งความสำเร็จและประสบการณ์ของชาวบ้านนาโพธิ์ ผ่านศูนย์หัตกรรมพื้นบ้านนาโพธิ์ ประคอง ภาสะฐิติ อายุ 75 ปี ประธานศูนย์หัตกรรมพื้นบ้านนาโพธิ์ เล่าให้ฟังว่า เธอเริ่มทอผ้าตั้งแต่อายุ 13 ปี “เมื่อ 50 ปีก่อนบ้านนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ ขึ้นชื่อเรื่องความแห้งแล้ง ไม่มีนา ไม่มีข้าว ไม่มีหม่อน ข้าวสารถังละ 3 บาท ขณะที่ชาวบ้านทอผ้าไหมผืนละ 80 บาท” แต่ความแร้นแค้นเริ่มหมดไปเมื่อปี 2516 ความอัตคัด-ขัดสน ถึงพระเนตรพระกรรณ สมเด็จพระนาง
อดีตข้าราชการครูวัยเกษียณใช้ทักษะและความชำนาญด้านฝีมือช่างและงานศิลป์ที่มีติดตัว รังสรรค์รากไม้ไร้ค่าให้กลายเป็นผลงานสุดทึ่ง ที่ผสมผสานระหว่างภูมิปัญญา สถาปัตยกรรม และประติมากรรม เรียกว่า “จินตนาการจากรากไม้” จำลองเป็นรีสอร์ตสุดเหมือน ฐานชุกชี และประติมากรรมธรรมชาติ ใช้ประดับตกแต่ง ถูกอกถูกใจต่างชาติรุมอุดหนุน สร้างรายได้นับแสนบาทต่อเดือน คุณนิพนธ์ หัสดี ในวัย 78 ปี เท้าความว่า จบ ปวช. ช่างก่อสร้างที่อุเทนถวาย จากนั้นต่อปริญญาตรี วิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร ยึดอาชีพครูมายาวนาน 36 ปี ตำแหน่งสุดท้าย คือ อดีตรองผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว กระทั่งปี 2532 ลาออกมาดูแลบุพการี และรับบำนาญเลี้ยงตัวเอง ด้วยความที่คุณนิพนธ์ เป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์ เขา บอกว่า ไม่อยากอยู่ว่างๆ อยากหากิจกรรมที่มีประโยชน์ โดยส่วนตัวชอบงานไม้ เลยอยากสร้างชิ้นงานที่ทำจากไม้ เลยเป็นที่มาของไอเดีย “ผมเกิดไอเดียเพิ่มมูลค่ารากไม้ ให้กลายเป็นผลงานประติมากรรม จากการที่ได้นั่งมองรากไม้ไร้ค่า ที่มีรูปทรงแตกต่างกันไป คิดว่าหากนำมาสร้างบ้าน หรือจำลองเป็นเป็นรีสอรต์ สะท้อนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไ
อิมเมจเมคเกอร์ (Image Maker) หรือนักสร้างภาพเป็นอาชีพที่น้อยคนจะรู้จักและเข้าใจ สำหรับ ใบพัด อธิษฐ์พัชร นิพิษฐาภัทร กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอแฟงห์ จำกัด ถือเป็นบุคคลหนึ่งที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการนี้มานานกว่า 10 ปี ตั้งแต่ในยุคที่ต้องพึ่งพาสื่อมวลชนมาจนถึงยุคใหม่ที่ใครๆ ก็สามารถนำเสนอตัวตนได้อย่างไร้ขีดจำกัด ซึ่งไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับก็คือ…ไม่มีใครอยากอยู่อย่างไร้ตัวตนและไม่มีใครอยากเป็นคนที่ถูกลืมเลือน การสร้างภาพลักษณ์ไม่ใช่เรื่องใหม่และก็ไม่ได้ถูกพูดถึงเป็นครั้งแรก มนุษย์คุ้นเคยกับภาพลักษณ์มาตั้งแต่เริ่มรู้จักการเข้าสังคม เราใส่ใจว่าคนอื่นจะคิดกับเรายังไง เราสนใจว่าตัวเราจะเป็นคนแบบไหน ในแต่ละวันที่เราใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางผู้คน เราห่วงว่าวันนี้เราจะเป็นคนที่ดีหรือยัง ซึ่งนั่นเป็นจุดเริ่มต้นการทำงานของอิมเมจเมคเกอร์ เสน่ห์ของงาน สีสันของการใช้ชีวิต การเดินทางผ่านช่วงเวลาทำให้ได้เรียนรู้ว่าอะไรเป็นสิ่งสำคัญและอะไรเป็นสิ่งที่ควรจะต้องกำจัดทิ้ง ตลอดชีวิตการทำงาน “ใบพัด อธิษฐ์พัชร นิพิษฐาภัทร” ได้สั่งสมประสบการณ์ทางด้านภาพลักษณ์ เรียนรู้ เข้าใจ และผ่าฟันอุป
ขึ้นชื่อลือชามานานวัน สำหรับ ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ พนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ด้วยใครที่ผ่านไปผ่านมาเป็นต้องแวะเข้าไปชิม จากนั้นก็โพสต์ลงโซเชียล ให้ชาวเน็ตร่ำร้องอยากจะกินบ้าง ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ สูตรเด็ดชาวแปดริ้ว ที่”เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไปพบมานี้ เป็นของคุณบุญวีร์ สาสมจิตร หรือคุณนัน วัย 54 คุณนัน เล่าว่า ได้สูตรมาจากพี่สาว ทำกินกันเองภายในครอบครัว จากนั้น ก็ขยับขยายทำขายอยู่ที่แปดริ้ว กระทั่งปัจจุบัน รับออกอีเว้นต์ ออกงานนอกสถานที่อย่างเดียว ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ ง่าย ๆ เลยก็คือ ใส่น้ำซุปกระดูกหมูเหมือนก๋วยเตี๋ยวทั่วไป แต่เปลี่ยนจากเส้นเล็ก เส้นใหญ่ เป็น ตัวข้าวเกรียบปากหม้อ แต่ข้าวเกรียบปากหม้อที่นำมาทำก๋วยเตี๋ยว นี้ สูตรจะไม่เหมือนกับ ข้าวเกรียบปากหม้อ ที่กินเป็นของว่าง แบบนั้นตัวแป้งจะมีกะทิเป็นส่วนผสม แต่ตัวที่ใช้ทำก๋วยเตี๋ยวนี้ ไม่มีกะทิ สำหรับไส้ ก็มีไส้กุยช่าย หน่อไม้ ไส้หวาน (ใส่ไชโป๊หวานเหมือนสาคูไส้หมู) ไส้ถั่วงอก ไส้เต้าหู้ และไส้วุ้นเส้น ส่วนน้ำซุปมีกระดูกหมู (เล้ง) เป็นหลักช่วยให้น้ำซุปหอมหวานแล้ว ก็ยังมี ลูกชิ้น ขาไก่ เลือดไก่ เป็นต้น ส่วนผักโรยหน้าเปลี่ยนจากต
คุณเอก-สามารถ ศรีสังข์บุญ อายุ 49 ปี เล่าว่า ก่อนหน้านี้ประกอบธุรกิจในสายงานด้านอุตสาหกรรม รวมถึงรับบริการงานพิมพ์บนภาชนะ บรรจุภัณฑ์ ในย่านแห่งหนึ่งในเมืองหลวง เมื่อเห็นว่าการแข่งขันสูงขึ้น จึงย้ายฐานมาอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื่องจากมีแหล่งอุตสาหกรรมมากมาย ธุรกิจเจริญเติบโตไปตามลำดับ พอเข้าปี 2554 เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในอยุธยา “ผมกับหุ้นส่วนประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง ใช้เงินจำนวนมากในการต่อสู้จนแก้ปัญหาน้ำไว้ได้ แต่โครงสร้าง และเครือข่ายธุรกิจเสียหาย การฝืนตัวเองในสายอาชีพจึงทำได้ยาก” คุณเอก เล่าต่อ จากนั้นมีโอกาสได้พูดคุยกับนักธุรกิจญี่ปุ่นที่เคยร่วมงานกัน ถึงการทำงานหลังจากนี้ ได้รับคำตอบว่าจะทำเกี่ยวกับอาหาร ทำอะไรก็ได้ที่สามารถพัฒนาต่อยอดได้ “เขายกตัวอย่างปลาหมึกหนึ่งตัว กับปลาหมึกตามตลาดนัด ราคานั้นต่างกันมากทั้งๆ ที่คุณภาพ และขนาดเท่ากัน ของแบบนี้มันอยู่ที่การดีไซน์ และการสร้างแบรนด์สินค้า” หลังจากได้ฟังความคิดของนักธุรกิจญี่ปุ่น คุณเอกกลับมาคิดตาม กระทั่งมีเพื่อนฝากซื้อไก่ทอดเจ้าประจำ ชื่อร้าน ไก่ตุ๊ก “ผมไปนั่งรอซื้อช่วงเช้า เห็นเพื่อนขายดีมาก ไม่ได้หยุด ลูกค้ามาซื้อต่อเนื่อง
ร้านฮอนโมโนะ (Honmono) (แปลว่า ของแท้ ของจริง) (ชื่อเต็มคือ ฮอนโมโนะ ซูชิ) สุดยอดร้านญี่ปุ่นอันโด่งดังที่อยู่คู่กรุงเทพฯ มา 9 ปีแล้ว (ตั้งแต่กันยายน 2552) ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติและความสดเหมือนนั่งกินอยู่ที่ตลาดปลากรุงโตเกียว จากการผนึกกำลังของ 2 เชฟชาวไทยแต่ฝีมือไร้เทียมทาน คุณบรรณฑูร ชูผลา และคุณบูญธรรม ภาคโพธิ์ ผู้อยู่ในวงการร้านอาหารญี่ปุ่นมานาน ขอป่าวประกาศว่าตอนนี้ Honmono เขามีโปรโมชั่นดีๆ แสนจะอลังการ นักชิมอาหารญี่ปุ่นได้ยินแล้วจะต้องตกตะลึง นั่นก็คือบุฟเฟต์เรียกว่า Okonomi ที่เราสามารถนั่งชี้นิ้วสั่งเมนูชั้นเลิศอะไรก็ได้เกือบหมดทั้งร้าน (รวมเครื่องดื่มน้ำเย็น ชาเขียว) นั่งเพลินๆ เดี๋ยวเขาก็จะมาเสิร์ฟปรนเปรอถึงโต๊ะ ในสนนราคา หัวละ 3,500 บาท++ (หรือ 4,119.50 บาทสุทธิ) และ 5,500 บาท++ (หรือ 6,347.50 บาทสุทธิ) กินไม่อั้นในเวลา 2 ชั่วโมง เฉพาะที่สาขาซอยทองหล่อ 23 (สุขุมวิท 55) เท่านั้น สาขาแรกนี้มีความเป็นส่วนตัวดีเพราะเป็นร้านต่างหากไม่ได้อยู่ในห้าง มีที่จอดรถด้วยฝั่งตรงข้าม ไหนๆ ก็จะชิมของดีครั้งหนึ่งในชีวิตอยู่แล้ว ขอแนะนำให้เลือกของดีสุดสุดหัวละ 5,500 บาท++ไปเลยเพราะจะมีของดีที่
ฝ้าย (Cotton) คือ เส้นใยเก่าแก่ชนิดหนึ่งซึ่งใช้ในการทอผ้ามาแต่สมัยโบราณ โดยหลักฐานทางโบราณคดีที่บ่งบอกให้รู้ว่ามีการปลูกฝ้ายและปั่นฝ้ายเป็นเส้นด้ายมานานแล้ว คือการขุดพบฝ้ายในซากปรักหักพังอายุประมาณ 3,000 ปีก่อนคริสตกาล ที่แหล่งโบราณคดีโมฮันโจ ดาโร (Mohenjo daro) บริเวณแหล่งอารยธรรมลุ่มน้ำสินธุในเขตประเทศปากีสถานปัจจุบัน ใยฝ้ายได้มาจากส่วนที่ห่อหุ้มเมล็ดของต้นฝ้าย หรือที่เรียกว่า ปุยฝ้าย ซึ่งมีลักษณะเป็นเส้นเล็กๆ ฝ้ายมีคุณสมบัติเนื้อนุ่ม โปร่งสบาย ระบายความร้อนได้ดี เนื่องจากฝ้ายมีช่องระหว่างเส้นใย จึงเหมาะกับสภาพอากาศในฤดูร้อน และเมื่อเปียกจะตากแห้งได้เร็ว การใช้ฝ้ายมาใช้งานทำได้โดยนำฝ้ายมาปั่นเป็นเส้นด้าย แล้วนำมาทอเป็นผืนผ้า ท่านที่เคารพครับ!!! ปัจจุบันประเทศไทยมีการปลูกฝ้ายน้อยมาก แต่ที่บ้านดินทรายอ่อน หมู่ที่ 6 ตำบลหัวนา อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู ได้มีเกษตรกรรวมตัวกันเป็นกลุ่มและปลูกฝ้าย แล้วนำเส้นใยจากดอกฝ้ายมาถักทอเป็นผ้าฝ้ายรูปแบบต่างๆ ย้อมด้วยสีธรรมชาติ แล้วแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิด จนได้รับความสนใจจากลูกค้าทั่วประเทศ สร้างงาน สร้างอาชีพ ทำรายได้เข้าหมู่บ้า
หนุ่มพิษณุโลกนำสูตรบะหมี่จับกังมาจากกรุงเทพ มาปรับปรุงสูตรใหม่จนรสชาติอร่อยกลมกล่อม ไม่เผ็ด และไม่เลี่ยน สามารถรับประทานได้อย่างอร่อยลงตัว โดยบะหมี่จับกังที่ จ.พิษณุโลก 1 ชามใช้บะหมี่ 4 ก้อน ราคาเพียง 40 บาท หลังจากเปิดบริการวันแรกมีลูกค้าอุดหนุนคึกคัก เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรับประทานบะหมี่ วันนี้แนะนำกันที่ จ.พิษณุโลก ที่ได้เปิดบริการขายบะหมี่ เย็นตาโฟหม้อไฟ ที่อร่อยถูกปาก โดยร้านนี้คือ ร้านบะหมี่จับกัง ที่ตั้งอยู่ที่อาคาร@พระลือ เลขที่ 37 ถนนพระลือ ซอย 1 อ.เมือง จ.พิษณุโลก มีนายสุทธิภัทร ชูสกุลพัฒนา อายุ 47 ปี หรือ เซฟท็อป เป็นเจ้าของร้าน และร้านเปิดให้บริการเมื่อวานนี้ วันที่ 11 พ.ค.เป็นวันแรก มีประชาชนที่ชื่นชอบรับประทานบะหมี่ที่ทราบข่าวต่างเดินทางมารับประทานกันจำนวนมาก ทั้งนี้ ร้านบะหมี่จับกังแห่งนี้มีเมนูเด่น คือ บะหมี่จับกัง เย็นตาโฟหม้อไฟ โดยเฉพาะบะหมี่จับกังที่มีรสชาติอร่อยถูกปากเชฟท็อปบอกว่า ร้านของตนได้นำสูตรบะหมี่จับกังมาจากกรุงเทพ จากนั้นได้มีปรับปรุงสูตรเพิ่มเติม จนรสชติอร่อย ไม่เผ็ด และไม่เลี่ยน สามารถรับประทานได้อย่างลงตัว อร่อยกล
วันที่ 14 พ.ค. ที่บ้านดนตรีเพ็ชรลังการ บ้านเลขที่405 ม.3 บ้านค้อ ต.บ้านค้อ อ.เมือง จ.ขอนแก่น นายจักรพงศ์ เพ็รชแสน หรือครูพงศ์ อดีตนักดนตรีวงโปงลางสะออน ได้สร้างกลองเพลจากไฟเบอร์กลาส ขนาดกว่า 2.20 เมตร โดยใช้หนังควาย 2 ตัว เพื่อนำถวายวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จ.นครพนม โดยหวังจะเป็นต้นแบบในการสร้างวัสดุเทียมเลียนแบบธรรมชาติ ลดการตัดไม้ทำลายป่า นายจักรพงศ์ กล่าวว่า ได้มีโอกาสเดินทางไปไหว้ทำบุญยังหลาย สถานที่ตามโอกาสต่าง ๆ และได้ไปเจอกับกลอง ที่อยู่ในวันซึ่งเป็นวัดที่มีผู้คนไปทำบุญกันบ่อยครั้ง โดยเฉพาะ อย่างวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร เห็ว่ากลองนั้นมีอยู่ในวัด หรือที่เราเรียกกันว่า กลองเพล โดยมี 2 ลักษณะ คือ กลองที่ทำจากไม้ที่เป็นต้นเลย ซึ่งในอดีตนั้นมีไม้ต้นใหญ่ๆ สามารถนำมา ทำกลองได้เลย และลักษะที่ 2 คือ การนำเอาไม้มาต่อกันเพื่อนำมา เข้าหน้าหนังทำเป็นกลองเพล แล้วนำ ไปถวายพระในวัดต่างๆ จึงตัดสินใจทำกลองเพลลูกแรกโดยการนำท่อน้ำประปา พีวีซี ขนาดใหญ่มาทำ กลองเป็นการทดลองลูกแรก หลังจากทำเสร็จก็ลองตีดู เสียงดังกระหึ่มอย่างมาก น้ำหนักก็เบาด้วย ในการทำกลองเพลไฟเบอร์กลาสใช้เวลาในการขึ้นรูป 5 วัน ห
