How to
งานฝีมือยังเป็นอะไรที่ขายได้ โดยเฉพาะงานคราฟต์ของไทย ด้วยตัวงานมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีเรื่องราวที่ถูกสืบทอดและสานต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ใครเห็นเป็นต้องชอบทุกราย คุณฟลุค-เขมิกา ชัญโต อายุ 25 ปี สาวสวยผู้หลงใหลในงานฝีมือ เล่าให้ฟังว่า เรียนจบเพียงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จาก กศน. ก่อนหน้านี้ทำงานประจำอยู่ที่จังหวัดชลบุรี พร้อมทั้งยึดอาชีพขายของออนไลน์ไปพร้อมกัน กระทั่งย้ายกลับบ้านที่จังหวัดยโสธรด้วยความคิดถึง และนี่เองเป็นจุดเริ่มต้นของการขายงานคราฟต์ผ่านออนไลน์ “ที่บ้านฟลุคทำสินค้าโอท็อปของจังหวัดยโสธรหลายอย่าง เลยอยากจับงานฝีมือมาขายรวมกัน โดยงานคราฟต์ที่ฟลุคเลือกนำมาขายผ่านออนไลน์ เป็นงานฝีมือจากกลุ่มผู้สูงอายุ” คุณฟลุค เล่าย้อนว่า ได้เจอกับกลุ่มผู้สูงอายุจากจังหวัดศรีสะเกษ เมื่อครั้งไปเดินเที่ยวงานแสดงสินค้างานหนึ่ง “จากเดิมท่านจะทำเป็นพวกของใช้ในครัวเรือน เช่น สุ่มไก่ สุ่มดักปลา เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปก็ขายไม่ค่อยดี กระทั่งได้รับคำแนะนำจากวัฒนธรรมจังหวัดว่าให้ลองเปลี่ยนรูปแบบเป็นเครื่องประดับ จึงเริ่มทำเป็นต้นมา” ซึ่งเครื่องประดับดังกล่าว คือต่างหูสุ่มจิ๋ว และมาลัยข้าวตอกจิ๋ว ที่คุณฟลุ
หนุ่มพิษณุโลกนำสูตรบะหมี่จับกังมาจากกรุงเทพฯ มาปรับปรุงสูตรใหม่จนรสชาติอร่อยกลมกล่อม ไม่เผ็ด และไม่เลี่ยน สามารถรับประทานได้อย่างอร่อยลงตัว โดยบะหมี่จับกังที่ จ.พิษณุโลก 1 ชามใช้บะหมี่ 4 ก้อน ราคาเพียง 40 บาท หลังจากเปิดบริการวันแรก มีลูกค้าอุดหนุนคึกคัก สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรับประทานบะหมี่ วันนี้แนะนำกันที่ จ.พิษณุโลก ที่ได้เปิดบริการขายบะหมี่ เย็นตาโฟหม้อไฟ ที่อร่อยถูกปาก โดยร้านนี้คือ ร้านบะหมี่จับกัง ที่ตั้งอยู่ที่อาคาร@พระลือ เลขที่ 37 ถนนพระลือ ซอย 1 อ.เมือง จ.พิษณุโลก มีนายสุทธิภัทร ชูสกุลพัฒนา อายุ 47 ปี หรือ เซฟท็อป เป็นเจ้าของร้าน และร้านเปิดให้บริการเมื่อวานนี้ วันที่ 11 พ.ค.เป็นวันแรก มีประชาชนที่ชื่นชอบรับประทานบะหมี่ที่ทราบข่าวต่างเดินทางมารับประทานกันจำนวนมาก ทั้งนี้ ร้านบะหมี่จับกังแห่งนี้มีเมนูเด่น คือ บะหมี่จับกัง เย็นตาโฟหม้อไฟ โดยเฉพาะบะหมี่จับกังที่มีรสชาติอร่อยถูกปาก เชฟท็อป บอกว่า ร้านของตนได้นำสูตรบะหมี่จับกังมาจากกรุงเทพฯ จากนั้นได้มีปรับปรุงสูตรเพิ่มเติม จนรสชติอร่อย ไม่เผ็ด และไม่เลี่ยน สามารถรับประทานได้อย่างลงตัว อร่อยกลมกล่อม โดยชามหนึ่งตนจะใช้บะหมี่ 4 ก้อน
ไม่ชอบเดินตามซุปเปอร์มาร์เก็ต แต่ถ้าตามตลาดนัดหรือตลาดน้ำ หากมีเวลาหรือวันไหนที่ไม่ร้อนมากนัก เป็นต้องไปทุกครั้ง ตามตลาดน้ำ ตลาดนัดมีของให้ดูให้ชม โดยเฉพาะตลาดน้ำ มีของให้ชิมมากมาย ส่วนมากก็เป็นพืชผลผลิตของชาวบ้าน พืชผักพื้นถิ่นบางชนิด ไม่คุ้นตา ไม่รู้จัก ก็ได้แต่ทายทัก ไถ่ถามแม่ค้าอารมณ์ดีที่เป็นชาวบ้านแถวนั้น แม่ค้าบางคนถ้าพูดจาถูกปากถูกคอ ทั้งแจกทั้งแถมกันเลยทีเดียว ตลาดน้ำจึงเป็นตลาดของชาวบ้าน เพื่อชาวบ้านและชาวเราโดยแท้ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาได้แวะเวียนไปตลาดน้ำวัดลำพญา ซึ่งอยู่ในจังหวัดนครปฐม ไปถึงแทบจะหาที่จอดรถไม่ได้ แน่นไปหมด ผู้คนมาจากสารทิศ ซึ่งดูได้จากป้ายทะเบียนรถของแต่ละคัน ลงจากรถเดินดุ่มสู่ตลาด ของกินของใช้ ของสด ของแห้ง ดูละลานตา หันไปเห็นยอดฟักข้าวและเสาวรส เลยซื้อติดมือมาอย่างละกำ ด้วยแม่ค้าหน้าตาดี อายุน่าจะเจ็ดสิบ พูดจาฉอเลาะ ริมฝีปากแดงเปรอะไปด้วยน้ำหมาก จึงได้พูดคุยกันถูกคอ และซักไซ้ไล่เลียง จนได้ความว่า สามีเป็นคนปลูก (มีสามีซะแระ) ไว้ตามรั้วบ้าน ด้วยบ้านอยู่ใกล้แม่น้ำ พวกผักเหล่านี้จึงอวบอูมงดงาม อยากไปเยี่ยมชมถึงเรือนชาน แต่ก็ให้เกรงใจสามีของเธอ แต่ไหนแต่ไรมา
คุณยายวัย 67 สู้ชีวิต สร้างงานให้กับตัวเอง ประดิษฐ์งานฝีมือสานสาดคล้า หรือเสื่อคล้า ภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างงาน สร้างรายได้ หวั่นจะกลายเป็นตำนานไร้คนสานต่อ โอดไม่มีหน่วยงานภาครัฐเข้ามาส่งเสริม ที่บ้านเลขที่ 140/1 ม.6 ต.โคกสะบ้า อ.นาโยง จ.ตรัง ซึ่งเป็นบ้านของ คุณยายจำเรียง คล้ายเถาว์ อายุ 67 ปี นั่งสาละวนและตั้งอกตั้งใจ สานสาดคล้า หรือ สานเสื่อคล้า โดยบริเวณใกล้เคียงคุณยายจำเรียง มีกองต้นคล้าวางเรียงรายเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งสาดคล้าหรือเสื่อคล้า จัดวางอย่างเป็นระเบียบ พร้อมที่จะขายให้กับชาวบ้านที่สนใจเลือกซื้อสาดคล้า ซึ่งเป็นงานฝีมือที่เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างแท้จริง คุณยายจำเรียง เล่าให้ฟังว่าทำงานฝีมือสานสาดคล้ามาตั้งแต่อายุ 17 ปี ได้เรียนรู้การทำเสื่อจากพ่อ ด้วยสภาพแวดล้อมในหมู่บ้านเป็นหนองน้ำ เป็นที่นา ทำให้มีต้นคล้าจำนวนมาก ซึ่งต้นคล้า เป็นไม้ล้มลุก เจริญเติบโตขึ้นเป็นกอมีอายุหลายปี ลำต้นมีทั้งแบบตั้งตรง มีเหง้าหรือหัวอยู่ใต้ดิน ลำต้นกลมเป็นสีเขียวเข้มออกเป็นข้อๆ และมีข้อปล้องยาว หากรวมทั้งก้านและใบจะมีความสูงประมาณ 1-2 เมตร ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการแยกหน่อปลูกในที่เป็นน้ำหรือเป็นโค
ร้านข้าวหมูแดงนายโอว นครสนุก (เจ้าเก่า) ถนนหลวง ใกล้สี่แยกวรจักร กรุงเทพฯ เปิดขายมานานกว่า 70 ปี คุณเซ้ยหมวย เลิศสำราญพินิจ หรือ เจ๊หมวย เจ้าของร้านรุ่นที่ 2 บอกว่า ทางร้านทำวัตถุดิบเองทุกอย่าง อาทิ หมูแดง หมูกรอบ กุนเชียง ไข่ไก่ต้มยางมะตูม ทำเองวันต่อวัน โดยเฉพาะน้ำราดที่เข้มข้นตามสูตรโบราณ เคล็ดลับความอร่อยของหมูแดง หมูกรอบ และกุนเชียง เริ่มจากหมูกรอบ เลือกใช้หมูสามชั้นที่มีส่วนเนื้อมากกว่าส่วนมันเล็กน้อย ทำความสะอาดอย่างดี แล้วนำมาพอกด้วยเครื่องปรุงของทางร้าน ก่อนนำไปย่างจนกรอบ หมูสามชั้น 7 กิโลกรัม ย่างจนแห้งสุกจะเหลือ น้ำหนักเพียง 1 กิโลกรัม สำหรับหมูแดง นำมาหมักด้วยเครื่องปรุงสูตรพิเศษทิ้งไว้ประมาณ 3-4 ชั่วโมง นำมาย่างด้วยเตาถ่าน จนสุกหอมแล้วนำมาหั่นเป็นแว่นๆ ชิ้นพอดีคำ ส่วนกุนเชียง ทางร้านทำครั้งละ 100 กิโลกรัม เพราะสามารถเก็บไว้ได้นาน โดยใช้วิธีการย่างกุนเชียงเพื่อให้หอมกรุ่น จนออกมาเป็นหมูกรอบเนื้อนิ่ม หนังกรอบ หมูแดงนิ่ม กุนเชียงหอม และน้ำราดหมูแดงที่เข้มข้นรสกลมกล่อม ส่วนข้าวสวย ทางร้านใช้ข้าวสวยเม็ดร่วน เนื้อนิ่ม ที่เหมาะสำหรับทำข้าวหมูแดง เมนูแนะนำของร้าน ถ้าถามคนขายก็ต้
ภาวะเศรษฐกิจในยุคนี้ ใครๆ ก็อยากมีอาชีพเสริม แม้ว่าจะมีงานประจำ มีเงินเดือน แต่ถ้ามีอาชีพเสริม มีรายได้เสริม ก็จะยิ่งทำให้ครอบครัวมั่นคงขึ้น เช่นเดียวกับ คุณอัฑฒนิตย์ สิทธิวุฒิ หรือ คุณออง วัย 48 ปี คุณออง มีงานประจำอยู่ที่ เทศบาลตำบลคลองโยง อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม แน่นอนว่ามีรายได้ประจำ ทำงานที่นี่มานานกว่า 20 ปี แต่ด้วยเหตุผลที่คุณออง เล่าว่า เธอเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ต้องดูแลลูกสองคนซึ่งอยู่ในวัยกำลังเติบโต จึงคิดหาอาชีพเสริม และเริ่มทำมาตั้งแต่เมื่อราวปี 2552 “ทีแรกที่คิดหาอาชีพเสริม ก็งงๆ อยู่ไม่รู้จะทำอะไรเหมือนกัน แต่ก็หาจากสิ่งใกล้ตัว คือพี่สาวเป็นคนทำกับข้าวเก่ง ก็เลยมาลงตัวที่น้ำพริก เพราะคิดว่า เป็นอาหารทานง่าย ขายง่าย และเก็บได้หลายวัน ขายไม่หมดก็เก็บไว้ได้ เริ่มต้นไปขายที่ตลาดน้ำลำพญา วันแรกขายได้ 800 บาท ดีใจมาก” คุณออง เล่าให้ฟัง จากวันแรกที่ขายได้ 800 บาท มาจนถึงวันนี้ ผ่านไป 7-8 ปี เธอมีรายได้ต่อสัปดาห์ (ขายเฉพาะวันเสาร์ – อาทิตย์) เพิ่มเป็น 8,000 บาท จึงน่าสนใจว่าเธอทำได้อย่างไร เริ่มต้น ก็ขายน้ำพริกปลาร้าคั่วแห้งสมุนไพร เมื่อเป็นที่รู้จักและมีลูกค้าประจำ จากนั้น ก็ขยายประ
สวัสดีค่ะทุกคน มื้อเช้าวันนี้มีอะไรทานกันหรือยังเอ่ย? ขนมปังโฮลวีตปิ้งสักแผ่นสองแผ่นดีไหมคะ แต่เอ…ทานเปล่าๆก็จะน่าเบื่อหน่อยๆ ว่าไหมคะ จะทาด้วยแยมผลไม้ หรือนูเทลล่าก็กลัวจะหวานและทำให้อ้วนเกิน อยากชวนเพื่อนๆ มาช่วยกันทำเฮเซลนัทนูเทลล่าแบบ Vegan หวานน้อย ด้วยกัน ทำง่าย อร่อยง่าย เก็บไว้ทานได้หลายวัน สะดวกสุดๆ ส่วนประกอบน้อย หาง่าย ดังนี้ค่ะ เฮเซลนัท * 100 กรัม เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ** 100 กรัม น้ำมันมะพร้าว 20 กรัม ผงโกโก้ 20 กรัม เมเปิลไซรัป 40 กรัม กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา * และเหตุผลที่วินได้เลือกที่จะนำเมนูนี้มาแบ่งปันกับเพื่อนเฮลท์คิทเช่น กันในครั้งนี้ ก็ด้วยคุณประโยชน์ของเฮเซลนัท ที่หลายๆ คนอาจจะยังไม่ทราบกัน เพื่อนๆ อาจจะเคยได้ยินและรู้จักเฮเซลนัทจากขนมที่นำเจ้าถั่วชนิดนี้มาเคลือบช็อกโกแลตกันบ้าง แต่นอกจากความอร่อยของมันและ เฮเซลนัท ยังอุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย เช่น วิตามินอี ที่มีส่วนช่วยในการฟื้นฟูร่างกาย กระตุ้นสารต้านอนุมูลอิสระ
นายธเนศ พลการ หนุ่มชาวตำบลเขากอบ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ที่จบด้านอาหารอย่าง Food Science จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ชักชวน นางสาวลำแพน เสถียร ภรรยาสาวนักการบัญชี ลงมาเปิดร้านที่บ้านเกิดชื่อว่า “ขนมเปี๊ยะปิ้งบ้านพะยูน” ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสายตรัง-กระบี่ ใกล้ปากทางเข้าสู่ถ้ำเลเขากอบ หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง แล้วนำสูตรขนมเปี๊ยะที่ได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นคุณยาย มาปรับให้มีความพิเศษตรงที่กรอบนอก แต่เนื้อในนุ่ม พร้อมกับมีให้เลือกซื้อนับสิบไส้ อาทิ ไส้หมูแดง ไส้กะหรี่ไก่ ไส้มันม่วง ไส้ถั่วพริกไทย สำหรับจุดเด่นที่สุดของขนมเปี๊ยะที่นี่ก็คือ การนำมาปิ้ง แทนที่จะนำไปอบ หรือทอด ซึ่งแม้จะต้องใช้เวลาถึง 15 นาทีต่อชิ้น แต่ก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะได้ขนมที่ออกมาแสนอร่อย แถมยังช่วยเก็บไว้ได้นานขึ้น เพียงแค่นำไปใส่ในตู้เย็นที่สะอาด และหากต้องการรับประทาน ก็นำออกมาอุ่นไฟอ่อนๆ ด้วยกระทะเหล็กแบบไร้น้ำมันเท่านั้น ก็จะได้ขนมที่รสชาติหรือคุณภาพไม่เปลี่ยน อีกทั้งการนำเนยละลาย มาใช้เป็นส่วนผสมของการทำแป้ง เมื่อนำไปปิ้ง จึงทำให้ขนมที่ออกมาแทบไม่มีน้ำมัน ซึ่งตรงกับเทรนด์สุขภาพที่กำลังมาแรงอยู่ในขณะนี้พอดี นอกจา
ร้านเตี๋ยวตกโอ่ง ตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษม หลักกิโลเมตรที่ 310 + 400 ทางขึ้น กรุงเทพมหานคร ต.เกาะหลัก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีไอเดียแปลกโดยการนำโอ่งมังกร ที่ปั้นจากดินเผามาใส่ก๋วยเตี๋ยว สร้างความแปลกใหม่ให้แก่ลูกค้า อีกทั้งการใช้โอ่งยังสามารถเก็บความร้อนได้นานขึ้น ซึ่งมีราคาโอ่งขนาดธรรมดา 35 บาท โอ่งใหญ่ 40 บาท น้ำแข็งบริการฟรีนอกจากนี้ยังมีอาหารอื่นๆอีกมากมายเช่น เกาเหลาตกโอ่ง หมูตุ๋นต้มยำหม้อไฟ ขาไก่ตุ๋นหม้อไฟ ลูกชิ้นปลาลวกจิ้ม และอาหารจานเดียว ราคา 30-40 บาท เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า ตนเป็นชาวราชบุรีมาเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงคิดว่าอยากนำสัญลักษณ์ของจังหวัดราชบุรีมาขาย นั่นก็คือโอ่งมังกร และไก่อบส่วนใหญ่ก็จะใช้โอ่งมังกรเอามาอบ เพราะจะทำให้มีกลิ่นหอม จึงให้ช่างออกแบบโอ่งมังกรที่นำมาแทนชามเพื่อจะใส่ก๋วยเตี๋ยว โดยช่างทำการปั้นเป็นพิเศษ และได้นำเข้าเตาเผา เพื่อให้โอ่งดินได้มาตรฐานของวิชาการปั้นโอ่ง จากนั้นเปลี่ยนชื่อร้านก๋วยเตี๋ยวว่า “เตี๋ยวตกโอ่ง” เพื่อให้รู้ถึงเอกลักษณ์ของโอ่งมังกร ส่วนคำว่าตกก็คือเตี๋ยวน้ำตก ที่ลูกค้าชื่นชอบ อีกทั้งโอ่งจะเก็บความร้อนได้ดี จะนั
หลายคนคงเคยไปเดินตลาดวังหลัง ใกล้กับโรงพยาบาลศิริราช กันมาบ้างแล้ว คงรู้ว่าทั้งของกิน ข้าวของเครื่องใช้สารพัดอย่าง ต่างรวมกันอยู่ที่แห่งนี้เพื่อให้เหล่าบรรดานักช็อปได้เพลิดเพลินสำราญใจกันไป แต่สิ่งหนึ่งที่หลายคนเมื่อช็อปแล้ว คงเหน็ดเหนื่อย อยากหาน้ำแก้กระหายสักแก้ว ให้ผ่อนคลายชื่นใจ ขอแนะนำร้านเล็กๆ อยู่ข้างที่จอดรถวังหลัง ใกล้ธนาคารธนชาต จะมีร้านจับเลี้ยง ภายใต้ชื่อ “นายต้น” ที่เป็นร้านน้ำสมุนไพรที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะความหอม ด้วยกลิ่น และรสชาติเข้มมากที่เป็นสูตรเฉพาะ ไม่เหมือนใครนี้เองที่หลายปากต่างร่ำรือถึงจับลี้ยงเจ้านี้ นายสุนทร เลี้ยงประไพพันธ์ เจ้าของธุรกิจร้านน้ำสมุนไพรเพื่อสุขภาพ “นายต้น” ย้อนรอยธุรกิจให้ฟังว่า ได้ลองผิดลองถูกในการทำสูตรน้ำสมุนไพรจับเลี้ยงหลายต่อหลายครั้ง กว่าจะได้สูตรผสมที่ลงตัว ในแบบฉบับของร้านนายต้น ที่พูดเลยว่า รสชาติเข้มและกลิ่นหอมของน้ำจับเลี้ยงนี่เอง นับเป็นสูตรเฉพาะและเป็นจุดขายสำคัญที่ใครๆ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า คุณภาพดีจริง ครบเครื่องด้วยสมุนไพรจับเลี้ยงแท้ๆ และราคาไม่แพง ซึ่งราคาขายจะอยู่ที่แก้วละ 15-20 บาท และขวดราคาจะอยู่ที่ 20-
