How to
มีน้ำมันยี่ห้อหนึ่งมาให้ทำสูตรอาหารไว้ถ่ายคลิปวิดีโอ ข้อบังคับคือ ขอเป็นอาหารที่ดูแล้ว “โดน” ใจ อยากดูต่อแล้วต้องมีเคล็ดลับเทคนิควิธีการทำเกี่ยวกับน้ำมัน เช่น ทอดไก่ยังไงให้กรอบทน กรอบนาน ผัดผักยังไงให้ผักสีสวย ทำนองนี้ ทอดไก่ให้กรอบทนนี่ค่อนข้างยาก เนื่องจากไก่โดยเฉพาะไก่ชิ้นใหญ่ เช่น น่อง สะโพก จะมีความชื้นอยู่ในเนื้อไก่มาก ทอดตอนแรกๆ ก็จะกรอบอยู่ แต่พอทิ้งไว้นานหน่อยความชื้นในไก่จะออกมา ทำให้แป้งทอดกรอบนิ่มไปด้วย ครั้นทำให้ไก่แห้ง ทอด 2 ที กินไก่แล้วก็ติดคอ แข็ง เคี้ยวไม่ลง เพราะฉะนั้น กินไก่ทอด ซื้อกินใหม่ๆ ดีที่สุด แม้แต่ไก่ทอดหัวนอกที่ว่ากรอบนักกรอบหนา พอซื้อมาเก็บทิ้งไว้เป็นวันก็ต้องนิ่มอยู่ดี ผมเคยไปแอบถามตามตลาดสดว่ามีแป้งทอดไก่ให้กรอบทนมั้ย เขาบอกว่ามี ว่าแล้วก็หยิบแป้งทอดกรอบมาให้ถุงหนึ่ง ยี่ห้อไม่คุ้น เป็นสัตว์ 2 ตัวหันหน้าชนกัน ไม่มีเครื่องหมาย อย. ไม่มีผู้ผลิต มีแต่เบอร์โทร ผมลองเอามาชุบไก่ทอดดู เออ…จริงๆ ด้วยมันกรอบข้ามวัน แต่ผมไม่กล้ากิน ไม่รู้มันผสมอะไรบ้าง เขาบอกว่าแป้งอย่างนี้แม่ค้าบางคนเอาไปทอดกล้วยแขกให้กรอบทนด้วย ตัวใครตัวมันครับ ไม่รู้ตอนนี้ยังมีแป้งตัวนี้ขายอยู่
หมูหมักเสียบไม้ ปิ้งเตาถ่าน กลิ่นหอมตลบอบอวลชวนหิว ใครเดินผ่านเป็นอันต้องซื้อกินคนละไม้สองไม้ มีหลายคนที่หันมายึดอาชีพนี้กันเยอะแยะไปหมด แต่ไม่มีร้านไหนขายในราคาไม้ละ 3 บาทเหมือนกับร้านของคุณเด่น ส่วนใหญ่แล้ว ราคาจะอยู่ที่หลักสิบบาท ถึงอย่างนั้น คุณเด่นไม่เคยคิดขึ้นราคาเพราะราคานี้ถือเป็น “จุดเด่น” ของร้านไปแล้ว คุณเด่น เสนาบุญ วัย 44 ปี ชาวกำแพงเพชร และ คุณสุนันทา ผลกอง วัย 42 ปี ชาวยโสธร สองสามีภรรยาที่ยึดอาชีพขายหมูปิ้งไม้ละ 3 บาท ขายมากว่าสิบปีแล้ว ในอดีตหลังเรียนจบมัธยมฯ 6 คุณเด่นเข้ามาเป็นเด็กเสิร์ฟในกรุงเทพฯ แถวสนามมวยลุมพินี จากนั้นจึงได้พบรักกับคุณสุนันทา กระทั่งร่วมกันสร้างครอบครัว มีลูกสองคน ทั้งคู่ยึดอาชีพเสิร์ฟอาหารอยู่หลายปี ด้วยค่าครองชีพที่ต้องกินต้องใช้ในกรุงเทพฯ นั้นสูงพอตัว ทำให้เงินเดือนที่ได้จากการเป็นเด็กเสิร์ฟไม่พอใช้ ประจวบเหมาะกับมีญาติขายหมูปิ้งอยู่แล้วมาแนะนำให้ขายหมูปิ้งด้วยกัน คุณเด่นจึงอาศัยดูวิธีทำแล้วมาเปิดร้านขายเอง เริ่มต้นขายแรกๆ คุณเด่น บอกว่า มีเพียงรถเข็น 1 คัน เดินขายไปเรื่อยยังไม่มีจุดจอดขาย จนวันหนึ่งเข็นมาตรงหลัง มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต
เมื่อวันที่ 4 เม.ย. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านในพื้นที่ชนบทที่ว่างเว้นจากการทำไร่ทำนา ต่างมองหาอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นหาของป่าขาย ปลูกพืชผักสวนครัวขาย สร้างงานอาชีพแฮนด์เมดต่างๆ หรือไปรับจ้างเป็นกรรมกรอยู่ที่ต่างจังหวัด แต่กลับพบว่ามีอีกหลายครอบครัวในพื้นที่หมู่บ้านโชกใต้ ต.อู่โลก อ.ลำดวน จ.สุรินทร์ ที่ได้พบกับอาชีพเสริมแบบใหม่ จากการเลียนแบบต่อๆ กันและดูข่าวในโลกโซเชียลต่างๆ ว่า มีวิธีการที่สามารถล่อ “แมลงกระชอน” หรือภาษาอีสานเรียกอีกอย่างว่า “แมลงอีซอน” ให้ออกมา และสามารถจับได้จำนวนมากๆ คือการใช้เสียงแมลงกระชอนที่โหลดจากยูทูบและในอินเตอร์เน็ต มาเปิดต่อใส่เครื่องเสียง ลำโพงหรือฮอน หลอกล่อให้บินมาตกลงในกะละมังที่ใส่น้ำไว้ พร้อมเปิดไฟสีล่อจับ โดยเฉพาะครอบครัวของนางไล สมนึก อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116 ม.4 บ.โชกใต้ ต.อู่โลก อ.ลำดวน จ.สุรินทร์ ที่ได้ลงทุนซื้ออุปกรณ์ล่อจับแมลงกระชอนถึง 5 ชุด ในราคากว่า 3 หมื่นบาท โดยแต่ละชุด ประกอบด้วย เครื่องขยายเสียง,ลำโพงฮอน 2-3 ตัว, เครื่องเล่นเสียงหรือโทรศัพท์มือถือ โหลดเสียงแมลงกระชอนจากยูทูบ,หลอดไฟสี,สายไฟ,กะละมัง, และ
ในอดีต ชาวปากพนังส่วนใหญ่นิยมทำนากุ้ง เพราะให้ผลตอบแทนสูง มองไปทางไหนก็จะสว่างไสวไปด้วยแสงไฟจากบ่อกุ้ง แต่ไม่นานกิจการนากุ้งก็มีอันล่มสลายจากผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรมลง ทำให้นากุ้งนับแสนไร่กลายเป็นนากุ้งร้าง กศน. อำเภอปากพนัง เข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านพลิกฟื้นนากุ้งร้างให้หันมาทำเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันนี้ นากุ้งร้างเหล่านี้ ถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง ในรูปแบบ “บ่อเลี้ยงปลาน้ำจืด” ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช สำนักงานประมงอำเภอปากพนัง กศน. อำเภอปากพนัง ศูนย์อำนวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้คำปรึกษาเรื่องพันธุ์ปลา และความรู้เรื่องการเลี้ยงปลาเป็นอย่างดี” ปลานิล เป็นปลาที่มีเนื้อมากและมีรสชาติดี สามารถนำมาปรุงเป็นอาหารได้หลายเมนู เช่น ทำเป็นปลาเค็มตากแห้งแบบปลาสลิด ปลากรอบ ปลาร้า ปลาเจ่า ปลาจ่อมหรือปลาส้ม และทำน้ำยาขนมจีน ซึ่งเป็นอาหารที่นิยมของคนปักษ์ใต้ได้ดีเท่ากับเนื้อปลาช่อน นอกจากนี้ ปลานิล ยังเลี้ยงง่าย หาพันธุ์ได้ง่าย เจริญเติ
หลายคนยังไม่รู้จักกรรมวิธีการบ่มเนื้อสัตว์ หรือ“Dry Age” เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขออธิบายเข้าใจกันง่ายๆ “Dry Age”คือการนำเนื้อสัตว์ชนิดใดก็ได้มาแขวนไว้ในห้องเย็น หรือตู้เย็นขนาดใหญ่ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ ประมาณ 0-4 องศาเซลเซียสอย่างน้อยเป็นเวลา2-4 สัปดาห์ วิธีการนี้จะช่วยเพิ่มความเข้มข้นของเนื้อ เนื่องจากน้ำที่อยู่ภายในเนื้อได้ระเหยออกไป เอนไซม์ในเนื้อตามธรรมชาติจะสลายเยื่อกล้ามเนื้อ และพังผืดทำให้เนื้อคงไว้แต่เพียงความนุ่มสีสันสวยงาม เมื่อนำมาปรุงอาหารจะมีรสชาติและกลิ่นที่เฉพาะตัว ซึ่งวิธีดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายสูงใช้เวลานานกว่าเนื้อจะขายได้ฉะนั้นเนื้อประเภทนี้จึงมีเพียงนำเข้า แต่ทว่าปัจจุบันในประเทศไทยมีคนนำวิธีการบ่มเนื้อดังกล่าวมาใช้กับวัวสัญชาติไทย นับเป็นเจ้าแรกในประเทศก็ว่าได้ คนคนนั้นก็คือ อดีตนักร้องนำวง ซิลลี่ ฟูลส์คุณวีรชน ศรัทธายิ่งหรือคุณโต ชายหนุ่มวัย 40 ปีต้นๆ ผู้เขย่าวงการคนรักเนื้อพร้อมท้าให้ลิ้มลองกันแล้ว คุณโต เผยว่า หลังแขวนไมค์แล้วหันไปทำประโยชน์ให้กับสังคม พร้อมๆ กับเผยแผ่ศาสนาอิสลามเมื่อ 2 ปีที่แล้วเริ่มต้นทำธุรกิจเนื้อวัว “Dry Age” ภายใต้แบรนด์ “Company B”โ
สืบเนื่องต่อจากสัปดาห์ที่แล้วที่พวกเราได้มาตะลุยเยาวราช ราตรีนี้ยังเยาว์ พวกเราเหล่านักชิมเพิ่งจัดการกับปาท่องโก๋และกวยจั๊บไป 2 ร้าน ยังอิ่มเพียงแค่ครึ่งท้อง ต่างมองหน้ากันและลงความเห็นว่าจะขอไปชิมต่อเพิ่มอีกเจ้าหนึ่ง ปิ่นโตเถาเล็กเลยพาเดินท่องมาตามฝั่งซ้ายของถนนเยาวราช ซึ่งตอนนี้เดินง่ายขึ้นเยอะ เพราะเจ้าหน้าที่วางกรวยยางสีส้มมีเชือกร้อยเป็นแนว กั้นให้คนเดินบนเลนซ้ายสุดของถนน จึงเคลื่อนไปตามฝูงชนได้อย่างสะดวก ถึงแม้จะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากแห่กันมาเยาวราชทุกค่ำคืนก็ตาม เราเดินผ่านร้านขนมหวาน Sweet Time (สวีท ไทม์) ซึ่งเป็นเจ้ารถเข็นที่ขาย เต้าทึง บัวลอยน้ำขิง แปะก๊วยนมสด และ สาคูแคนตาลูป กับขนมอื่นๆ ทั้งร้อนและเย็นรวมประมาณ 30 อย่าง ถือเป็นร้านขนมเจ้าโปรดของปิ่นโตเถาเล็กเช่นกัน เราหมายมั่นปั้นมือว่าพอกินของคาวเสร็จก็จะมาตบท้ายฟิน่าเล่ด้วยของหวานที่ร้านนี้ ปรากฏว่าตอน 2 ทุ่มกว่าเดินกลับมาอีกที รู้สึกตกใจเป็นยิ่งนัก เพราะตอนนี้มีคลื่นมหาชนพากันมายืนออรอคิวซื้อขนมหวานนับร้อยคน ตอนนี้ที่ร้านเปลี่ยนมาใส่ขนมในถ้วยพลาสติกสำหรับให้เดินถือไปกินไปได้ เพราะทางการไม่อนุญาตให้โซนขนมหวานตรงนี้มีการ
อย่างที่ทราบกันดี จ.บึงกาฬ เป็นจังหวัดที่มีเกษตรกรทำอาชีพสวนยางพารา จำนวนมาก และช่วงราคายางไม่ดี เกษตรกรจึงต้องพยายามหาอาชีพเสริม เพื่อให้ประคองครอบครัวต่อไปได้ โดยไม่ทิ้งสวนยาง ด้วย กลุ่มแม่บ้าน ทำผ้ามัดหมี่ ที่อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ เป็นอีกกลุ่มที่มีการรวมตัวกัน สร้างงาน ผ้ามัดหมี่ ออกจำหน่าย โดยมีคุณแถม อิ่มทรัพย์ วัย 56 ปี เป็นประธานกลุ่ม คุณแถม เล่าว่า เริ่มต้นทำมา 4 ปีแล้ว โดยแบ่งหน้าที่กัน ทั้งปั่นด้าน ทอผ้า และย้อมสีธรรมชาติ ซึ่งผ้ามัดหมี่ของกลุ่มนี้ ก็มีจุดขาย ตรงสีธรรมชาตินี่เอง สีธรรมชาติที่ว่าได้แก่ สีจากเปลือกมะขาม โดยเชื่อว่าเพื่อให้คนเกรงขาม / สีจากไม้ขนุน ให้คนหนุนนำ / สีจากฝักคูน ให้ข้ามคูณมั่งมี / สีจากใบยอ ให้ผู้คนยอยก เป็นต้น งานที่ทำออกมามีทั้ง ผ้าพันคอ กระเป๋า ซิ่น ผ้าถุง เสื้อ คุณแถม ว่า เกษตรกรที่มาเข้าร่วมคือมีอาชีพกรีดยางเป็นหลัก และทำงานนี้เป็นอาชีพเสริมมีรายได้เสริมตกเดือนละ 10,000 บาท หรือถ้าคิดโดยรวมของกลุ่มก็ตกเดือนละ 3 แสนบาท ช่องทางการตลาด ไปกับโอท็อปของจังหวัด งานกาชาด เรียกว่าไปกับงานอีเว้นต์ต่างๆ รวมทั้ง ขายผ่านช่องทางออนไลน์อีกด้วย มีเฟซบุ๊ก ชื่อเพจ ผ
วันที่ 3 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันเกษตรกรเริ่มหันมาทำอาชีพเสริม นอกเหนือจากการทำนา ทำไร่ เพิ่มมากขึ้น อย่างเช่นนายจิรทีปต์ เจนถูกใจ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/1 ม.12 บ้านระเภาว์ ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ที่มีอาชีพทำนาและค้าขายสินค้าตามตลาดนัด ได้ใช้เวลาว่างจากงานหลัก ประกอบอาชีพเสริมด้วยการเพาะเลี้ยงหนูนา เพื่อจำหน่ายให้กับชาวบ้านและผู้ที่นิยมรับประทานเนื้อหนูนา โดยศึกษาการเพาะเลี้ยงหนูนาจากยูทูป ก่อนลงมือนำอิฐบล็อกมาก่อทำเป็นโรงเรือนคอกสี่เหลี่ยมไว้พื้นที่หลังบ้าน ความสูงประมาณ 1.2 เมตร กว้าง 1.5 เมตร ยาว 7 เมตร นำท่อพีวีซีตัดเป็นท่อนๆไปว่างไว้ตามจุดต่างๆเพื่อให้หนูได้อาศัยอยู่ นอกจากนี้ยังกั้นเป็นห้องเล็กๆทำท่อลอด สำหรับไว้ให้หนูได้ไปมาหากันอีกด้วย ก่อนนำฟางข้าวมาใส่ไว้เพื่อให้หนูมุดเล่นและใช้ฟางทำความสะอาดขน บางจุดก็ใช้ไม้กระดานวางทับให้หนูได้หลบ หากตัวไหนตัวโตสวย ก็นำไปแยกเลี้ยงเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ในท่อซีเมนต์ต่างหากเพื่อเพาะขยายพันธุ์ หลังเลี้ยงมาได้ 2-3 เดือน ตอนนี้มีหนูอยู่ประมาณ 100 กว่าตัว ซึ่งหนูที่นำมาเลี้ยง เป็นหนูนาจากธรรมชาติที่ไปหาจับมาเองและซื้อจากชาวบ
สมาคมผู้เพาะพันธุ์สุนัขแห่งอเมริกา เปิดเผยผลการจัดอันดับสุนัขพันธุ์ที่ชาวอเมริกันนิยมเลี้ยงมากที่สุดครั้งที่ 27 ประจำปี 2018 โดยสุนัขพันธุ์ “ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์” ครองอันดับ 1 ติดต่อกันอีกปีต่อเนื่องเป็นปีที่ 27 นับตั้งเเต่การจัดอันดับครั้งเเรก ด้วยความเป็นสุนัขที่ชาญฉลาด แข็งแรงและเป็นมิตร ส่งผลให้ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ เหมาะที่จะเป็นสุนัขสำหรับครอบครัว คนที่รักการออกกำลังกายก็สามารถพาไปวิ่งเล่น หรือว่ายน้ำด้วยกันได้ จึงเป็นสาเหตุทำให้พวกมันเป็นที่นิยมเลี้ยงในหมู่ชาวอเมริกัน ตามมาด้วยรองเเชมป์อย่างสุนัขพันธุ์ “เยอรมัน เชพเพิร์ด” ที่ครองอันดับ 2 ส่วนอันดับ 3 ได้เเก่สุนัขพันธุ์ “โกลเดน รีทรีฟเวอร์” และอันดับ 4 สุนัขพันธุ์ “เฟรนช์ บูลล์ด็อก” จากเคยอยู่อันดับ 6 ขยับขึ้นมาได้อีก 2 อันดับ เเละ “บูลล์ด็อก” อยู่ในอันดับ 5 ขณะที่สิ่งที่น่าสนใจในปีนี้คือ สุนัขพันธุ์ “บีเกิ้ล” อันดับร่วงไม่ติดท็อป 1 ใน 5 สุนัขสุดฮิตของชาวอเมริกัน ถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2541 เช่นเดียวกับสุนัขพันธุ์อิงลิช บูลล์ด็อก ก็ไม่ติดอันดับ 1 ใน 5 เช่นเดียวกัน
อดีตแอร์โฮสเตสสาววัย 37 ปี ปิ๊งไอเดียทำธุรกิจชาสมุนไพร ปั้นแบรนด์ “ไอย์สบาย” คุณภาพคับแก้ว ควบคุมวัตถุดิบตั้งแต่ต้นน้ำ ได้รับโอกาสจากห้างใหญ่ขยายตลาด ถูกใจลูกค้าต่างชาติ ขึ้นแท่นเบอร์ 1 ชาตะไคร้ โกยรายได้หลักล้านต่อเดือน รับ OEM ผลิตตามออร์เดอร์ บุกตลาดของฝากในช่วงปลายปี มองเห็นโอกาสทำธุรกิจชา “ตะไคร้” ต่างชาติชื่นชอบ คุณพณิชา ถาวระ หรือคุณผึ้ง สาวบุคลิกดี เจ้าของแบรนด์ไอย์สบาย เล่าว่า หลังจบการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา สาขาการจัดการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ สวมบทบาทแอร์โฮสเตสนาน 3 ปี ราวปี 49 ผันตัวไปทำงานอยู่ในแวดวงธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ เป็นที่ปรึกษาสปาในโรงแรม 5 ดาวและรีสอร์ต มีความรู้ความเชี่ยวชาญเรื่องสมุนไพรไทย เลยเป็นที่มาของธุรกิจชาสมุนไพรไอย์สบาย เนื่องจากหญิงสาวเคยทำงานอยู่ในแผนกต้อนรับโรงแรมระดับบน เธอเป็นผู้คิดเมนูเครื่องดื่มเสิร์ฟลูกค้าต่างชาติ ฉะนั้นย่อมรู้ดีว่า นักท่องเที่ยวชอบดื่มสมุนไพรชนิดไหน เลยมองเห็นโอกาสทำธุรกิจชา “ชาวต่างชาติส่วนใหญ่ ทั้งยุโรป และเอเชีย ชอบเครื่องดื่มสมุนไพรไทย ประกอบกับเห็นช่องว่างทางการตลาด เพราะย้อนไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ธุรกิ
