How to
การเพาะเห็ด ต้องมีโรงเรือนเปิดดอกเห็ดเป็นปัจจัยสำคัญ โดยทั่วไปโรงเรือนจะมีขนาดใหญ่ ทั้งความกว้าง ยาว และสูงเพื่อให้ผู้เพาะเข้าไปทำงานภายในโรงเรือนได้สะดวก แต่ราคาสร้างโรงเรือนค่อนข้างแพง เพื่อก้าวไปสู่วิถีใหม่ที่มั่นคง วันนี้จึงนำรูปแบบ โรงเรือนเปิดดอกเห็ดแบบบ้านบ้าน สร้างง่าย ราคาถูก เพื่อวิถีที่มั่นคง เป็นโรงเรือนขนาดเล็ก ผู้เพาะเห็ดทำงานภายนอกโรงเรือน เป็นโรงเรือนต้นแบบ ราคาถูก ผลงานของศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรยะลาที่น่าสนใจ จึงนำมาบอกเล่าสู่กัน คุณวิชิต ตรีพันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรยะลา เล่าให้ฟังว่า เห็ด (Mushroom) มีโปรตีนที่ให้คุณค่าทางโภชนาการกับผู้บริโภค เห็ดมีสารที่ช่วยลดอัตราความเสี่ยงจากโรคมะเร็ง ความดันโลหิตสูง หรือโรคกระเพาะ จึงนิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลาย เห็ดมีให้เลือกบริโภคได้ทั้งที่เป็นเห็ดสดหรือเห็ดตากแห้ง คุณวิชิต ตรีพันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรยะลา เห็ดมีหลายสายพันธุ์ พอจำแนกได้เป็น 3 กลุ่ม คือ เห็ดรับประทานได้ นิยมนำมาทำอาหารบริโภคเพื่อเสริมสุขภาพ เช่น เห็ดหูหนู เห็ดนางฟ้า เห็ดฟาง เห็ดเข็มทอง หรือเห็ดนางรม เห็ดที่ใช้เป็นยาสมุนไพร ซึ่
นับเป็นโรงพยาบาลสัญชาติไทยแท้ที่บุกเบิกเรื่องความสวยความงาม สำหรับ “โรงพยาบาลบางมด” ผงาดอยู่ในธุรกิจโรงพยาบาลมานานกว่า 33 ปี เบอร์หนึ่งศัลยกรรมจมูก ตา และหน้าอก โดยใช้เทคนิคเฉพาะของบางมด ปัจจุบันบริหารงานโดยนายแพทย์ธนัญชัย อัศดามงคล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง ทายาทคนโตของนายแพทย์สุรสิทธิ์ อัศดามงคล ประธานกรรมการโรงพยาบาลบางมด และรองศาสตราจารย์แพทย์หญิงเกศรา อัศดามงคล อาจารย์สังกัดภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โรงพบาบาลบางมด นับเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกในย่านถนนพระราม 2 (ธนบุรี – ปากท่อ) จากเดิมเป็นคลินิก ขยับขยายเป็นโพลิคลินิก ด้วยประสบการณ์และชื่อเสียงที่ค่อยๆ สั่งสมมา ทางทีมผู้บริหารจึงก่อตั้งเป็นโรงพยาบาลในปี 2530 ปัจจุบันมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เฉพาะสาขามากกว่า 100 ท่าน ได้ระบบคุณภาพ มาตรฐาน ISO 9001:2000 นพ.ธนัญชัย เผยว่า โรงพยาบาลบางมดเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกในประเทศไทยที่มีศูนย์ศัลยกรรมความงาม โดดเด่นศัลยกรรมจมูก ตา และหน้าอก สโลแกน “แผลเล็ก เจ็บน้อย เป็นธรรมชาติ หายเร็ว” นพ.ธนัญชัย บอกต่อว่า มูลค่าตลาดศัลยกรรมเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ล่าสุดปี
วันที่ 26 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ มีร้านอาหารชื่อ “กุ๊กนิตย์” เป็นร้านอาหารตามสั่ง ตั้งอยู่ริมถนนเจษฎาบดินทร์ ต.ท่าอิฐ อ.เมืองอุตรดิตถ์ จ.อุตรดิตถ์ ร้านลักษณะเป็นเพียงเพิงไม้ขนาดประมาณ 100 ตารางเมตร แต่เมื่อเข้าไปภายในร้านต้องตกตะลึงกับความหลากหลายของเมนูอาหาร ที่มีให้เลือกเกือบ 1,000 เมนู ทั้งที่อยู่ในเล่มรายการอาหารที่วางอยู่ทุกโต๊ะ ยังมีเมนูที่ทั้งแขวน ทั้งแปะ ไปทั่วบริเวณร้าน ไม่ว่าจะเป็นบริเวณหน้าครัว ตามรั้ว เพดาน กระทั่งทางไปห้องน้ำ มีทั้งเมนูสิ้นคิดอย่างข้าวราดผัดกะเพราไข่ดาว ไปจนถึงอาหารอิตาเลี่ยน อย่างสปาเกตตีผัดพริกแห้งน่องไก่ทอด อาหารฟิวชั่นที่ผสมผสานอาหารหลายชนิดไว้ในจานเดียวกัน เช่น ข้าวห่อไข่แกงเขียวหวานพร้อมน่องไก่ทอด หรือเมนูกินเล่น อย่างเอ็นไก่ทอดในกระทงทอง เป็นที่ถูกอกถูกใจลูกค้าเข้ามาอุดหนุนกันแน่นร้านทุกวัน นายแพทย์อดิศักดิ์ ชัยศิริมา แพทย์โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ บอกว่า วันนี้มารับประทานข้าวกับห่อหมกทะเล มาอุดหนุนตลอด เพราะรสชาติอร่อย มีเมนูให้เลือกหลากหลาย และราคาไม่แพง โดยเมนูที่ชอบที่สุดคือ แกงส้มกับน่องไก่ทอดกรอบ นายสานิตย์ หมวดสันเที๊ยะ อายุ
แม่ทิพย์-สมพงค์ สุวรรณศรี เจ้าของร้านขนมเบื้อง วัย 51 ปี เล่าถึงที่มาให้ฟังว่า ขายขนมเบื้องมาร่วม 25 ปี เรียนรู้สูตรจากเพื่อนที่รู้จัก และดูวิธีทำเพียงครั้งเดียว ด้วยความที่เป็นแม่ค้าอยู่แล้วจึงเรียนรู้เร็ว กลับมาหัดทำด้วยตัวเอง จนสามารถเปิดร้านขายเองได้ เจ้าของร้านคนเก่ง ยังเล่าต่ออีกว่า เมื่อก่อนขายแผ่นใหญ่เหมือนร้านอื่น ภายหลังต้นทุนวัตถุดิบราคาสูงขึ้นจึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการขายด้วยการเปลี่ยนมาทำไซซ์มินิแทน แต่คุณภาพไม่ได้ลดลง ยังคงความอร่อยเหมือนเดิม จุดเด่นของร้านแม่ทิพย์ อยู่ที่ไซซ์มินิพอดีคำ วนแป้งบนเตาขนาดใหญ่ได้ถึง 200 ชิ้น ต่อ 1 ครั้ง ไม่ใส่ครีมเยอะ มีไส้หวานและเค็มเหมือนร้านขนมเบื้องทั่วไป ส่วนรสชาติ แม่ทิพย์ เล่าอย่างถ่อมตัวว่า อร่อยเหมือนร้านอื่นๆ แล้วแต่ลูกค้าชอบ จุดเด่นอีกอย่าง คือ ไม้แซะ ที่แม่ทิพย์และสามีช่วยกันคิดค้นขึ้นมาเพื่อย่นเวลาในการขาย เมื่อขนมเบื้องสุกได้ที่ใช้ไม้แซะๆ ขึ้นจากเตาได้ทีละ 3 แผ่น รวดเร็วทันใจลูกค้า ขายราคาชิ้นละ 1 บาท ร้านขนมเบื้องแม่ทิพย์ไม่มีที่ขายประจำ หากสนใจอยากลองชิมแต่ยังไม่รู้พิกัด สามารถโทรไปสอบถามได้ที่ 087-404-2759 ชื่อร้าน แม่ทิพย์
ข่าวใหญ่ในแวดวงนักชิมในช่วงปลายปีที่ผ่านมาก็คือ มิชลินได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดทำ คู่มือมิชลินไกด์ (Michelin Guide) เล่มสีแดง ฉบับกรุงเทพฯ ประจำปี 2018 (พ.ศ.2561) ขึ้นเป็นครั้งแรก มีร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือกทั้งสิ้น 126 ร้าน มีทั้งรางวัล 2 ดาวมิชลิน (ปีนี้ยังไม่มีร้านไหนได้ถึงระดับสูงสุด 3 ดาวมิชลิน) 1 ดาวมิชลิน บิบ กูร์มองด์ (Bib Gourmand) และมิชลิน เพลท (Michelin Plate) และสิ่งที่สร้างความฮือฮาไปทั่วโลกก็คือ มีร้านประเภท ร้านอาหารริมทาง หรือ สตรีตฟู้ด ได้รับรางวัลมิชลินด้วยถึง 28 เจ้า นำทีมโดยเจ๊ไฝซึ่งคว้าดาวมิชลินไป 1 ดวง นอกนั้นที่เหลือได้รางวัลบิบ กูร์มองด์ และมิชลิน เพลท การจัดทำคู่มือมิชลินไกด์ กรุงเทพฯ นั้น สำหรับปิ่นโตเถาเล็กถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดี เพราะมีนักชิมจากทั่วโลกจำนวนมหาศาลมักจะยึดไกด์บุ๊กชนิดนี้เป็นสรณะในการตระเวนชิมตามประเทศต่างๆ (รวมถึงข้าพเจ้าเองด้วย) จึงนับว่าเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยเราในด้านอาหารการกินได้อย่างดีเยี่ยม ปิ่นโตเถาเล็กจึงขอพาแฟนๆ ไปท่องกรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร หาอะไรกินที่ร้านซึ่งได้รางวัลมิชลินกันดีกว่า ช่วงเย็นย
เชื่อว่าท่านนักบริโภคถั่วทุกท่าน คงรู้จักถั่วของไทยชนิดนี้ “ถั่วลิสง” น่าจะเป็นถั่วที่มีมานานนับเป็นร้อยๆ ปี ถามคนเฒ่าคนแก่ขณะนี้ก็บอกว่ามีมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตาทวดแล้ว เรียกกันว่า “ถั่วดิน” คนสมัยก่อนเอามาต้ม คั่วกินเล่น หนุ่มสาวไปเที่ยวหากันก็ได้ถั่วดินคั่วนั้นแหละเป็นของว่างแก้เขินอาย กินเล่นกันมากๆ คอแห้งดื่มน้ำตาม คงเกิดลมแก๊สในกระเพาะส่งเสียงปี๊ดปู้ดกันเพลินดีนะ ไม่อยากบอกว่าอายนะ “ถั่วลิสง” เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ แถวบราซิล แถบเทือกเขาแอนดีส และประเทศโบลิเวีย แถบลุ่มแม่น้ำอะเมซอน แพร่พันธุ์เข้ามาประเทศไทยเมื่อไรไม่ทราบ แต่ก็คงนานนับร้อยๆ ปีอย่างที่ว่า ในขณะนี้ยังมีปลูกกันอยู่แถวขอนแก่น นครสวรรค์ นครนายก ลพบุรี สระบุรี ลำปาง และอุตรดิตถ์ อุตรดิตถ์มีปลูกกันเป็นแหล่งประจำที่ตำบลน้ำริด ตำบลบ้านด่านนาขาม อำเภอเมือง มีพื้นที่ปลูกตำบลละ 2,500 ไร่ ให้ผลผลิตดีในช่วงปลูกเป็นถั่วแล้ง อาศัยความชื้นจากดิน และน้ำห้วย ช่วงหลังฤดูทำนาเก็บเกี่ยวข้าวแล้วหยอดถั่วพันธุ์ไทนาน 9 เหมาะสำหรับกะเทาะเมล็ดขาย กับถั่วเมล็ดฝักลายพันธุ์พระราชทานจัมโบ้ลาย พันธุ์กาฬสินธุ์ 2 นิยมบริโภคในรูปถั่วต้ม
“เครื่องผสมปุ๋ยชีวภาพ” ผลงานนวัตกรรมจากโครงการ “Learning Express” โครงการความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี (RMUTT) และ Singapore Polytechnic (SP) ประเทศสิงคโปร์ อีกหนึ่งโครงการของกองยุทธศาสตร์ต่างประเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ภายใต้การดูแลของ รศ.ดร. ณฐา คุปตัษเฐียร ผู้ช่วยอธิการบดี ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์ต่างประเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ที่สร้างประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับนักศึกษาและคณาจารย์ด้วยการสร้างประโยชน์ให้กับคนในชุมชนด้วยความถนัดตามสาขาวิชาเอกของตนเอง รศ.ดร. ณฐา คุปตัษเฐียร ผู้ช่วยอธิการบดี เปิดเผยว่า โครงการ Learning Express : RMUTT-SP ดำเนินการมาแล้ว 5 รุ่น เป็นโครงการที่ร่วมพัฒนากระบวนการคิด สร้างประสบการณ์การเรียนรู้โดยตรงผ่านการลงมือทำให้กับนักศึกษาไทยและนักศึกษาสิงคโปร์อย่างเต็มที่ ดำเนินกิจกรรมเป็นทีมสหวิชาการ (Multi-disciplinary) ในการสร้างนวัตกรรมเพื่อชุมชน (Social Innovation) ผ่านกระบวนการการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) เป็นทักษะในการคิดเพื่อฝึกให้นักศึกษาช่วยแก้ปัญหาในชุมชนต่างๆ ผ่านขั้นตอนการสัมภาษณ์ของผู้อยู่ใน
ผ้าฝ้าย เป็นผ้าที่สวมใส่แล้วสบายที่สุด เหมาะกับหน้าร้อน หรืออากาศเมืองร้อนแบบบ้านเรา เนื่องจากระบายอากาศดี กลุ่มตัดเย็บผ้าฝ้าย และทำผ้าย้อมคราม บ้านดงสาร อ.เซกา จ.บึงกาฬ เป็นอีกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหนึ่งที่น่าสนใจ ด้วยความสามารถในการดำรงคงอยู่ของอาชีพนี้อย่างเหนียวแน่นมาตั้งแต่ปี 2554 โดยการรวมตัวกันของคนชุมชน บ้างทำเป็นงานหลัก บ้างใช้เวลาว่างจากการกรีดยางพารา มาหารายได้เสริม คุณวิรัตน์ แผ่นทอง และคุณไพรวัล แผ่นทอง สองสามีภรรยา ผู้รวบรวมสินค้านำออกสู่ตลาด เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า ลักษณะของผ้าย้อมคราม คือเป็นผ้าฝ้าย ที่เกิดจากการย้อมคราม ตั้งแต่เป็นเส้นด้าย โดยครามที่นำมาย้อม ก็มาจาก ต้นคราม ที่ปลูกกันไว้ตามหัวไร่ปลายนา กลุ่มนี้รวมตัวกันได้ 15 คน มีสินค้าหลักๆ คือ ผ้าถุง กระเป๋า กระโปรง เสื้อ กางเกง ที่ทางกลุ่มออกแบบเอง ย้อม ตัดเย็บกันเอง และขั้นตอนสุดท้ายก็คือหมักด้วยโคลน ให้ผ้านุ่ม และฟิกซ์สีกันสีตกอีกด้วย “คนที่มาทำ คือส่วนใหญ่ทำเป็นอาชีพเสริม อาชีพหลักคือกรีดยาง บางคนทำได้หลายผืนต่อสัปดาห์ เฉลี่ยๆ แล้วจะมีรายได้ราว 3000 บาทต่อเดือน พอเป็นค่ากับข้าวในครัวเรือน” คุณวิรัตน์
เช้าวันนี้ น้องเต้ย และ น้องฮาร์ท วัย 9 ขวบ ชั้น ป.2 รวมทั้งน้องปั๊บ ชั้นป.1 นักเรียนโรงเรียนบ้านคลองแขยง จ.กำแพงเพชร ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบแหล่งเรียนรู้ “ผ.ผักสวนครัว” ทำหน้าที่เป็น ผู้ช่วยคุณครู ลงมือปฏิบัติจริงเพื่อเรียนรู้ขั้นตอนการเพาะต้นอ่อนทานตะวัน กิจกรรมใหม่ที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ เรียนรู้จากประสบการณ์นอกห้องเรียน ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ โรงเรียนมีขนาดเล็กทำให้ต้องจัดแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนสำหรับกิจกรรมแหล่งเรียนรู้ต่างๆ อาทิ แหล่งเรียนรู้ “ผ.ผักสวนครัว” “ข.ขยะขายได้” “บ.บ้านอัญชัน” “ร.เรือนนางฟ้า” “น.น้ำหมักชีวภาพ” “บ.ใบไม้ทับถม” และ “ป.ปลาตากลม” เป็นต้น สามหนุ่มน้อยขมีขมันช่วยกันตัดต้นอ่อนทานตะวันที่ปลูกไว้ในตะกร้า แบ่งใส่ถุงพลาสติกใสแล้วนำไปชั่งให้ได้ถุงละ 150 กรัม ฝากให้คุณครู ผู้อำนวยการนำไปจำหน่ายในราคาถุงละ 20 บาท กิจกรรมการเพาะต้นอ่อนทานตะวันของโรงเรียนบ้านคลองแขยงเริ่มมาตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2561 เป็นการต่อยอดกิจกรรมภายใต้โครงการซีพีเอฟ อิ่ม สุข ปลูกอนาคต ที่บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เข้ามาส่งเสริมการผลิตอาหาร ให้ความรู้ด้านคุณภาพอาหารและคว
กระแสเพลง “คุกกี้เสี่ยงทาย” ดังเปรี้ยง สาวไทยเจนวายหัวใสทำคุกกี้เสี่ยงทาย (รัก) 1 กระปุก 1 คำทำนาย ขายเดือนเดียว ลูกค้าแห่อุดหนุน 3,000 กระปุก เน้นออกบูธ ขายตามอีเว้นต์ ผู้สื่อข่าวเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ รายงานบรรยากาศจากงาน “มหกรรมอาหาร Fun Food Fair By แม่มณี” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-25 มีนาคม 61 ณ บริเวณชั้น 4 เอ็มซีซีฮอลล์ เดอะมอลล์บางกะปิ ว่า คุณเอย เจ้าของไอเดียในวัย 26 ปี จับกระแสเพลงคุกกี้เสี่ยงทายของวง BNK48 มาทำคุกกี้ทูเล่ 5 รสชาติ ช็อกโกแลต ชาโคล สตรอว์เบอร์รี ชาเขียว เนย เน้นขายออนไลน์ คอนเซ็ปต์ 1กระปุก 1คำทำนาย เจ้าของคุกกี้เสี่ยงทาย (รัก) บอกต่อว่า ใช้เวลาคิดเพียง 2 วัน ก็ทำออกมาขาย ปรากฏได้การตอบรับดีมาก เพียงเดือนเดียวยอดขาย 3,000กระปุก จำหน่ายในราคากระปุกละ 49 บาท จับกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น
