How to
เทศกาลแห่งการท่องเที่ยวกำลังจะมาถึงในไม่ช้านี้ นอกจากวางแผนเที่ยวให้ชุ่มปอดแล้ว หลายคนยังวางแผนซื้อของฝากมาฝากญาติสนิทมิตรสหาย นิตยสารฉลาดซื้อร่วมกับศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา สำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการ ซื้อของฝาก จากการท่องเที่ยวของคนกรุงเทพฯ ผศ.สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ เผยว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดว่าจะซื้อของฝากจากการท่องเที่ยว อันดับ 1 คือขนม ของกินเล่น อันดับ 2 คืออาหารแห้ง อันดับ 3 คือของชำร่วย พวงกุญแจ ฯลฯ อันดับ 4 คือเครื่องแต่งกาย และอันดับ 5 คือผักสด ผลไม้สด ทั้งนี้ ของฝากจากภาคเหนือ อันดับ 1.น้ำพริกหนุ่ม 2.แคบหมู 3.หมูยอ 4.ไส้อั่ว 5.ใบชา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1.แหนมเนือง 2.หมูยอ 3.กุนเชียง 4.แหนม 5.น้ำพริก ภาคตะวันออก 1.ขนมเปี๊ยะ 2.ข้าวหลาม 3.อาหารทะเลแห้ง 4.ผลไม้อบแห้ง 5.น้ำปลา ภาคกลาง 1.ขนมเค้ก 2.สายไหม 3.โมจิ 4.กะหรี่ปั๊บ 5.ขนมเปี๊ยะ ภาคตะวันตก 1.ทองหยอด 2.ขนมหม้อแกง 3.ขนมชั้น 4.ขนมปังสับปะรด 5.มะขามสามรส ภาคใต้ 1.ปลาหมึกแห้ง 2.กะปิ 3.กุ้งแห้ง 4.น้ำพริก 5.เครื
อาจารย์ฉุย ณรล วิทูรประสาทผล นักพยากรณ์ตัวเลขชื่อดัง เผยกับเส้นทางเศรษฐี ถึงตัวเลขเสริมเฮงในแต่ละปีเกิด ในปี พ.ศ. 2561 เพื่อนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำวันให้เกิดความเฮงๆปังๆ รวยๆ ต้อนรับพุทธศักราชใหม่ สำหรับผู้ที่เกิดปีชวด เลขมงคลเสริมเฮง คือ เลข 41, 14 เสริมความเด่นดังมีชื่อเสียง เจริญก้าวหน้าในการงานมีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศ และเลข 36, 63 การงานได้รับการสนับสนุนและมีเสน่ห์ สำหรับผู้ที่เกิดปีฉลู เลขมงคลเสริมเฮง คือ เลข 53, 35 เสริมอำนาจ วาสนา บารมี ปกครองคนได้ดี เลข 16, 61 ความมั่นคงทางการเงิน แก้ปัญหาอุปสรรคต่างๆ ให้ผ่านไปได้ สำหรับผู้ที่เกิดปีขาล เลขมงคลเสริมเฮง คือ เลข 65 ,56 ช่วยให้การงานประสบความสำเร็จ เลข 32 , 23 ลูกน้อง ผู้ใต้บังคับบัญชา และบริวาร จะรักใคร่ สำหรับผู้ที่เกิดปีมะโรง เลขมงคลเสริมเฮง คือ เลข 45, 54 เสริมการเดินทางไปที่ต่างๆ เพื่อติดต่อประสานงานจะสำเร็จก้าวหน้า เลข 65, 56 เสริมได้รับความเจริญก้าวหน้า ความสะดวกสบายและความสุข สำหรับผู้ที่เกิดปีเถาะ เลขมงคลเสริมเฮง คือ เลข 79, 97 เสริมการงานให้ประสบความสำเร็จก้าวหน้า มีสติอดทน เลข 59, 95 เสริมความเจริญก้าวหน้าในชีวิต รวม
น้ำผลไม้ปั่นยังคงได้รับความนิยมและเป็นที่ชื่นชอบของคนไทยอยู่เสมอ ด้วยบรรยากาศที่ร้อนอบอ้าวตลอดทั้งวัน ทำให้ธุรกิจขายนำในรูปแบบต่างๆ เปิดตลาดให้เห็นตลอดเวลา และแน่นอนหากจะทำธุรกิจนี้รสชาติอร่อยอย่างเดียวคงอยู่ไม่ได้ เจ้าของธุรกิจต้องสร้างความแปลกใหม่ เติมไอเดียสร้างสรรค์เพื่อกระตุ้นความซื้อของลูกค้าอีกทางด้วย Pineapple Beach Hua Hin ร้านขายน้ำสับปะรดปั่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมเสิร์ฟในลูก ชูจุดเด่นเรื่องรสชาติและความสดใหม่ของสับปะรดจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดตลาด 7 เดือน สร้างยอดขายไม่ต่ำกว่า 100 ลูกในหนึ่งวัน ทำกันสดๆ หน้าร้านทุกวัน น้ำสับปะรดปั่นพร้อมเสิร์ฟในลูกที่ว่า เป็นไอเดียสร้างสรรค์ของ คุณสุนิสา ชนะเสนา หรือ แหม่ม วัย 33 ปี เธอเล่าว่า เป็นคนชอบทำงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ หรืองานแฮนเมดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หลังเรียนจบจากคณะบริหารธุรกิจ สาขาระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยรังสิต จึงหันมาทำธุรกิจนาฬิกาแฮนเมดขาย แต่ด้วยไอเดียไม่หยุดนิ่งและอยากหาอาชีพอื่นทำเพิ่ม จึงเริ่มมองหาวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่นมาดัดแปลงเป็นธุรกิจดู “ในประจวบฯ มีสับปะรดค่อนข้างเยอะ แหม่มหาไอเดียนำมาทำเป็นน้
ทายาทธุรกิจผลิตครก เติมไอเดียครกหินดีไซน์เก๋ มีหูหิ้ว มีที่วางสากป้องกันสากกลิ้ง ขนาดกะทัดรัด ถูกจริตคนรุ่นใหม่และโดนใจชาวต่างชาติให้หันมาทำกับข้าวมากขึ้น นับเป็นการฟื้นคืนชีพอุปกรณ์ทำครัวที่เกือบถูกลืม ให้กลับมามีชีวิตที่สมบูรณ์แบบอีกครั้ง คุณอัฐภิญา ธาราศักดิ์ หรือ คุณกุ๊ก ภรรยาสาวในวัย 35 ปีของคุณธารา ธาราศักดิ์ เจ้าของไอเดียครกหิ้วได้ ดีไซน์เฉียบ แนวคิด “พัก พิง คว่ำ” เล่าว่า ครอบครัวคุณธารา (สามี) ประกอบกิจการผลิต จัดจำหน่ายครก และผลิตภัณฑ์จากหินแกรนิตยาวนาน 70 ปี สินค้าที่มี อาทิ จาน ชาม แก้วน้ำ เชิงเทียน งานหินแกะสลัก แรกเริ่มอยู่ที่จังหวัดชลบุรี ต่อมาย้ายมายังจังหวัดตาก เนื่องจากหินแกรนิตที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่จังหวัดตาก ภรรยาสาว เล่าต่อว่า ทางครอบครัวสามีมีแนวคิดต้องการช่วยเหลือชุมชน สร้างงาน สร้างรายได้ โดยจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ชื่อว่า “กลุ่มผลิตภัณฑ์จากหิน ศิลาทิพย์” เมื่อปี พ.ศ.2552 เพื่อเข้าโครงการ OTOP “หลังจากที่จัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากหินก็มีเพิ่มขึ้น เน้นดีไซน์ตามความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก และเกิดแนวคิดพัฒนาครกหิน” คุณกุ๊ก
“ชีวิตคนเราไม่แน่ไม่นอน” ประโยคดังกล่าวนี้ เห็นจะจริงที่สุดสำหรับ คุณชวพจน์ ชูหิรัญ หรือ “เฮียนพ” ผู้ผ่านชีวิตจากจุดต่ำสุด ขนาดที่ว่าบ้านซุกหัวนอนแทบจะยังไม่มี ผ่านงานมาแล้วนับร้อยอาชีพ ทั้งพนักงานรักษาความปลอดภัย คนขับแท็กซี่ ขับวินมอเตอร์ไซค์ มาสู่ เถ้าแก่โรงงานหมูปิ้ง ที่มีออร์เดอร์เฉลี่ยวันละ 100,000 ไม้ อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ เฉลี่ยวันละหนึ่งแสนไม้ เหตุที่มียอดขายขนาดนี้เพราะมีแหล่งที่ส่งคือ โมเดิร์นเทรด / คนที่มาซื้อไปสร้างเป็นแบรนด์ของตัวเอง/ ตัวแทนขาย และพ่อค้ารายเล็กรายน้อย ชีวิตที่ผกผัน ลงต่ำสุด ขึ้นสูงสุดนี้ ไม่ใช่อยู่ๆ ก็ได้มา หากแต่ต้องผ่านประสบการณ์ ผ่านร้อน ผ่านหนาว กระทั่งมาสู่จุดนี้ คุณนพ เล่าว่า จบการศึกษาแค่มัธยมศึกษาปีที่ 3 หลังจากเรียนจบ ทำงานโรงงานอีก 10 ปี ผันไปสู่พนักงานโรงแรม จนกระทั่งเข้าสู่ปี 2540 วิกฤตต้มยำกุ้ง ก็ถูกเลิกจ้าง จากนั้นก็ดิ้นรนทำและพยายามหาอาชีพอีกหลายอาชีพ ทั้งค้าขายตามตลาดนัด เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย ไปเรียนการทำน้ำยาล้างจาน เรียนทำไอศกรีม พร้อมๆ กับออกไปขับแท็กซี่ ขับวินมอเตอร์ไซค์แถวสถานีตำรวจ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี และชีวิตมาสู่จุดผกผัน
นายณัฐวุฒิ สมจันทร์ อายุ 48 ปี อยู่บ้านคลองหาด อ.คลองหาด จ.สระแก้ว เล่าว่า ในอดีต เมื่อปี 2531 เคยเป็นนักข่าวทำข่าวสงครามตามแนวชายแดน แต่มีรายได้ไม่แน่นอน ต่อมาจึงได้ยึดอาชีพขายผลไม้จำพวกทุเรียนและผลไม้ทั่วไป อยู่ที่ ดำเนินสะดวก อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี แต่ก็ขายได้ไม่นานก็หมดฤดูกาล ขายผลไม้มาหลายปี แต่ชีวิตก็ยังไม่ดีขึ้น เนื่องจากผลไม้ จะขายได้ในระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น ต่อมาจึงคิดหาอาชีพใหม่ ที่ไม่ต้องรอเวลา และต้องทำได้ต่อเนื่อง จึงได้เดินทางกลับบ้านเกิด ที่อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว และได้ทำไอศครีมมะพร้าวน้ำหอม โดยเลือกทำเพิงขายบริเวณ ข้างทาง หน้าโรงเรียนอนุบาลศรีวัฒนาวิทยา อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว “ได้ทำไอศกรีมมะพร้าวน้ำหอม มากว่า 1 ปีแล้ว ขายดีมาก ดีกว่าขายผลไม้เนื่องจากขายได้ทุกวัน ต่อมาได้ขายมะพร้าวน้ำหอมถอดเสื้อ ด้วย ในราคาลูกละ 35 บาท แต่ละวันขายได้ ไม่ต่ำกว่า 300 ลูก หักค่าใช้จ่ายแล้วมีเงินเหลือวันละกว่า 3,000 บาท หากคิดเป็นเดือน จะมีรายได้จากการขายมะพร้าวน้ำหอม กับไอศกรีมมะพร้าวน้ำหอม เดือนละ100,000 บาท” ณัฐวุฒิ เล่าอีกว่า มะพร้าวน้ำหอมสามารถหาได้ตลอดทั้งปี รับซื้อมาจาก จังหวัดฉะเชิง
ในฐานะคนปลูกกาแฟ และคนดื่มกาแฟ ฉันว่าคุณูปการใหญ่หลวงของกาแฟ นอกจากมันเป็นเครื่องดื่มที่ดื่มแล้วชีวิตละมุนละไมแล้ว มันยังเป็นตัวช่วยไม่ให้ป่าหายไปจากโลก เพราะกาแฟเป็นพืชที่ต้องการร่มไม้ มันต้องอยู่ภายใต้แสงรำไรใต้ไม้ใหญ่เท่านั้นจึงจะออกดอกออกผลงดงามมีรสมีกลิ่นที่ดี เราจึงต้องปลูกมันใต้ต้นไม้ ปลูกมันในป่า ไม่ใช่ถางป่าให้เหี้ยนแล้วค่อยปลูกเหมือนพืชอื่น ตราบใดที่ยังมีกาแฟ ตราบนั้นยังมีป่า อันนี้ของแท้แน่นอน กาแฟของ ลี อายุ จือปา หนุ่มอาข่านักสู้วัย 35 ปี ปลูกบนดอยสูงที่อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย เขาโตมาในหมู่บ้านชาวอาข่าบนดอยสูงที่ยากจน ทำเกษตรกันมาหลายชั่วคนและยากจนสม่ำเสมอ แม้จะพยายามขวนขวายหาพืชใหม่มาปลูกมาขาย แต่ก็ไม่เคยเงยหน้าอ้าปากได้ ปลูกกาแฟก็ถูกกดรับซื้อเมล็ดกาแฟราคาจากพ่อค้าคนกลาง จนลีซึ่งมีโอกาสได้ร่ำเรียนถึงขั้นมหาวิทยาลัย ตัดสินใจนำผลผลิตของแม่ มาขายด้วยตนเอง “มันเริ่มจากสงสารแม่ เขาทำงานหนักมาก แต่เงินไม่เคยพอกินพออยู่ อยากให้เขาสบาย ผมบอกเขาว่าผมจะขายกาแฟของเขา กับของพี่น้องบนดอยให้ได้ราคาคุ้มกับที่เขาเหนื่อย” ลีตัดสินใจไม่ขายเมล็ดกาแฟดิบราคาถูกอย่างที่เคยทำ แต่นำมาตากมาค
ใกล้จะก้าวเข้าสู่ปีใหม่ ใครต่อใครก็ต่างพากันอัพเดตเทรนด์ปีหน้าในแวดวงของตัวเอง ไม่เว้นแม้แต่ “เครื่องดื่ม” ที่ฟอลคอน แทคทีมกับมืออาชีพด้านเครื่องดื่มและเบเกอรี่ชื่อดัง “พล ตันฑเสถียร” มาเผยเทรนด์เครื่องดื่มสุดล้ำต้อนรับปี 2018 พร้อมเผย 4 เมนูสร้างสรรค์ความอร่อยอย่าง ช็อกโกแลต มาเบิ้ล, กาโก้เย็น กาแฟและโกโก้ในแก้วเดียวกัน, ดับเบิลที ชานมและชาเขียวมิกซ์รวมกัน และยูนิคอร์น มิลค์เชค เครื่องดื่มสีพาสเทลเปรี้ยวบลูเบอร์รี่และบลูฮาวาย พลเผยว่า เทรนด์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ผู้บริโภคยุคใหม่มีความอยากรู้อยากลองของใหม่ๆ อยู่เสมอ สำหรับเทรนด์เครื่องดื่มที่น่าจับตามองในปี 2018 มี 3 เทรนด์หลักๆ ได้แก่ พล ตันฑเสถียร เทรนด์ “โลคอลไลเซชั่น” คือการนำวัตถุดิบจากท้องถิ่นมาครีเอตเมนู ชูจุดขายเรื่องความสดใหม่ เอกลักษณ์เฉพาะตัวแต่ละท้องถิ่นและความเป็นตัวตน เหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่มองหาความแตกต่าง เทรนด์ “ดริ้งกิ้ง ดีเซิร์ท แอนด์ ไฮบริด ดริงก์” เป็นยุคที่เครื่องดื่มและเบเกอรี่ไม่มีเส้นแบ่งต่อกัน หรือเครื่องดื่มลูกผสม ที่สามารถสร้างความสดชื่นจากเครื่องดื่มพร้อมกับเพลิดเพลินรสสัมผัสแบบฉบับเบเกอ
จากบทเพลงพระราชนิพนธ์ “ยิ้มสู้” ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ถูกน้อมนำมาเป็นแรงบันดาลใจการดำเนินชีวิตของผู้พิการ และล่าสุดกับการเปิดตัวแบรนด์ “ยิ้มสู้” ซึ่งจัดแถลงข่าว ณ ร้านกาแฟยิ้มสู้ มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ ซอยอรุณอมรินทร์ 39 ศ.วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ กล่าวว่า จากพระราชดำรัสในหลวง ร.9 ตอนหนึ่งว่า “งานช่วยคนพิการนี้ ก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะว่าผู้พิการมิได้เป็นผู้อยากพิการ แต่อยากช่วยตนเอง ถ้าเราไม่สามารถช่วยเขาให้สามารถที่จะปฏิบัติงานอะไรเพื่อช่วยชีวิตและมีเศรษฐกิจของครอบครัว จะทำให้เกิดสิ่งที่หนักในครอบครัว หนักแก่ส่วนรวม ฉะนั้นนโยบายที่จะทำก็คือ ช่วยให้เขาช่วยตนเองได้ เพื่อที่จะให้เขาสามารถเป็นประโยชน์ต่อสังคม” ซึ่งตนได้น้อมนำมาเป็นวัตถุประสงค์ก่อตั้งมูลนิธิ ในการพัฒนาคนพิการตั้งแต่แรกเกิด และการให้คนพิการมีงานทำ โดยได้ขับเคลื่อนเป็นรูปธรรมผ่านการจัดตั้งศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน ที่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่ต้นปี 2560 เป็นต้นมา “ข้อมูลจากกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เดือนกันยายน 2560 ระบุว่า ปัจจุบันไทยมีคนพิการที่อยู่ใ
กลายเป็นแลนด์มาร์คใหม่แห่งการท่องเที่ยวในอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม สำหรับตลาดน้ำทุ่งบัวแดง ตลาดน้ำสุดชิคใกล้ชิดธรรมชาติที่เหล่าบรรดานักท่องเที่ยวต้องมาเช็คอิน เพราะ ณ เวลานี้ ไม่ต้องไปไกลถึงจังหวัดอุบลราชธานีก็มีดอกบัวสวยๆ ท่ามกลางบรรยากาศดีๆ มีร้านค้าขายของกิน ของฝาก เครื่องดื่มอร่อยๆ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 44 ไร่ เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนสิงหาคม รอให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมเยียน คุณธานินทร์ เทพสุรินทร์ เจ้าของตลาดน้ำทุ่งบัวแดง ณ บางเลน เท้าความว่า ในอดีตพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นบ่อเลี้ยงปลา มีปลานิล ปลาจีน รวมแล้วประมาณ 30 ตัน แต่ปัจจุบันถูกเนรมิตให้เป็นทุ่งบัวแดง เพราะต้องการให้อำเภอบางเลน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใกล้กรุงเทพฯ นักท่องเที่ยวสามารถมาได้ทุกวัน โดยไม่ต้องไปไกลถึงทุ่งบัวแดงจังหวัดอุบลราชธานี เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อเดือนสิงหาคม 60 ที่ผ่านมา คุณธานินทร์ เดิมเป็นมัคคุเทศก์ เขา บอกว่า ไม่ถนัดเลี้ยงปลา ประกอบกับมีความฝันอยากทำตลาดน้ำที่ไม่เหมือนกับที่ไหน เลยเปลี่ยนจากบ่อปลาเนื้อที่ 44 ไร่ แบ่งเป็นโซนต่างๆ อาทิ ร้านค้าขายของกิน ของฝาก เครื่องดื่ม และ 24 ไร่ เป็นส
