How to
สวัสดีค่ะทุกคน ช่วงนี้มีใครควบคุมอาหาร ลดปริมาณแป้ง ข้าว ในแต่ละมื้อ แล้วหิวบ่อยเหมือนวินไหมคะ? ใจคิดถึงขนม ไอศกรีม ของทานเล่นตลอดเวลา กลัวจะตบะแตกเพราะขนมเนี่ยล่ะค่ะ เลยต้องชวนเพื่อนๆ มาอบทำกราโนล่าทานเล่นกันดีกว่า คราวนี้วินมีกราโนล่า 2 สูตรมาฝากกันค่ะ สำหรับเพื่อนๆ ที่ชอบชาเขียว และเพื่อนๆ ที่ชอบช็อกโกแลตค่ะ เลือกกันได้เลยตามความชอบนะคะ ที่วินเลือกนำกราโนล่ามาเป็นสแน็กทานเล่น เพราะนอกจากทำง่ายแล้ว ยังมีประโยชน์มากอีกด้วย ทั้งมีไฟเบอร์สูง คอเลสเตอรอลต่ำ ลดการอุดตันของเส้นเลือด ช่วยให้อิ่มท้องได้นาน ลดความหิว และมีไขมันดีจากอัลมอนด์ แถมในสูตรนี้ วินมีใส่โกจิเบอร์รี่ (เก๋ากี้) และมะม่วงอบแห้งเพิ่ม ซึ่งประโยชน์จากโกจิเบอร์รี่ เพื่อนๆ คงคุ้นเคยกันดี ในเรื่องของสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ ช่วยควบคุมน้ำตาลในเม็ดเลือด เสริมสร้างการทำงานของหัวใจด้วยนะคะ ในส่วนของวิธีทำฉบับนี้ วินจะทำในสูตรชาเขียวอย่างเดียวนะคะ เพราะในสูตรช็อกโกแลตก็มีส่วนผสมและขั้นตอนที่คล้ายกันเลยค่ะ ว่าแล้วเราก็ไปอุ่นเตาอบ รอ ระหว่างเตรียมส่วนผสมกันเลยดีกว่าค่ะ *หมายเหตุ ในส่วนผสมทั้งหมดจำพวกข้าวโอ๊ต ธัญพืช ถั่ว ผลไม้อบ
การทำมะม่วงแช่อิ่มเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของคนโบราณที่ต้องการถนอมอาหารไว้รับประทานได้นาน และมักทำไว้รับประทานกันในครัวเรือน ต่อมามีการพัฒนาการทำเพื่อจำหน่ายกันภายในชุมชน จนกระทั่งกลายมาเป็นธุรกิจสำคัญในปัจจุบัน ที่จังหวัดขอนแก่นมีผลิตภัณฑ์มะม่วงแช่อิ่มที่ชื่อ “เลดี้ศกุลตลา” ซึ่งถือเป็นกิจการผลิตเก่าแก่ที่อยู่คู่กับจังหวัดนี้มานานโดยเริ่มโด่งดังที่อำเภอพล จนมีลูกค้ามากมายรู้จักกันแพร่หลายด้วยเอกลักษณ์จุดเด่นที่มีความกรอบ ใหม่ รสชาติถูกปาก ทำให้มีการวางขายไปยังอีกหลายจังหวัดทางภาคอีสาน มะม่วงแช่อิ่มรายนี้มีจุดเริ่มต้นจากร้านเสริมสวยเล็กๆ ในอำเภอพล ที่ชื่อร้านเลดี้ ของอาม่าเฮียง แซ่เจียง เมื่อปี 2510 ซึ่งในช่วงแรกได้ทำมะม่วงเป็นเพียงอาชีพเสริม วางหน้าร้านเสริมสวย ขายตั้งแต่ซื้อมะม่วงดองเป็นไห มาแปรรูปทำมะม่วงแช่อิ่มเอง ใส่ตะกร้าตระเวนขายทั่วตลาดในอำเภอพล ด้วยสูตรมะม่วงแช่อิ่มที่คิดค้นเอง ภายใต้สำนึกถึงคุณภาพและต้องปลอดจากสารที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค จนในปี 2547 คุณเบญจวรรณ สร้อยประสิทธิ์ หรือ คุณแนน ทายาทรุ่นที่ 3 ได้เข้ามารับช่วงต่อจากคุณศกุลตลา สร้อยประสิทธิ์ ผู้เป็นแม่ พร้อมกับปรับปรุงพ
ทายาท “นีโอสุกี้” ปรับโฉมร้านใหม่ไฉไลกว่าเดิม บุกตลาดด้วยน้ำซุป บัคกุ๊ดเต๋ สูตรเด็ดจากสิงคโปร์ และน้ำจิ้ม 7 รสชาติเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร หวังเจาะลูกค้ากลุ่มวัยทำงานและครอบครัว จากธุรกิจในครัวเรือนเล็กๆ ที่มีเพียง 2 สาขา ปัจจุบันขยายได้ถึง 19 สาขา ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 330 ล้าน ปักธงอีก 5 ปี เข้าตลาดหลักทรัพย์ คุณณัฐพล กัปปิยจรรยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท นีโอ สุกี้ไทยเรสเทอ รองส์ จำกัด เท้าความว่า ย้อนกลับไปปี 42 ทางครอบครัวอยากมีธุรกิจอาหาร เลยซื้อแฟรนไชส์ร้านสุกี้ ชื่อว่า “อินเตอร์สุกี้” มาเปิดในปั๊มน้ำมันที่ถนนบางนาตราด กม.8 ปรากฏผ่านไปปีกว่าร้านเจ๊ง จากนั้นราวปี 51 เปิดร้านใหม่ คราวนี้ใช้ชื่อ “นีโอสุกี้” สร้างความต่างจากร้าน สุกี้ทั่วไปด้วยน้ำซุปต้มยำ และน้ำจิ้มหลากหลายชนิด ไม่ใส่ผงชูรส กรรมวิธีทำยังคงเป็นโฮมเมด “ปลายปี 2551 ทางนีโอสุกี้ ใช้สโลแกน นีโอสุกี้ สุกี้นานาชาติ อร่อยถูกใจกับน้ำจิ้มหลากหลาย รวบรวมสุกี้และความอร่อยทุกสไตล์ ไว้ในร้านเดียว น้ำจิ้มและอาหารได้รับมาตรฐาน องค์การอาหารและยา (อย.) , HALAL HACCP GMP , Q และ Thailand Brand” ธุรกิจเดิมของครอบครัว “กัปปิยจรรยา” กระทั่งปัจจ
“ข้าวเงี้ยว” หรือ “ข้าวกั้นจิ้น” นั้นชาวล้านนารู้จักกันดี คำว่า “เงี้ยว” ได้บอกที่มาของอาหารชนิดนี้ไว้ชัดเจนว่ามาจากชาวเงี้ยวที่เรียกตนเองว่า “ไตโหลง” (ไทหลวง) หรือที่ชาวสยามนิยมเรียกว่า “ไทใหญ่” หรือ “เงี้ยว” นั่นเอง ส่วนคำว่า “กั้นจิ้น” เป็นภาษาคำเมือง “กั้น” หมายถึง คั้น บีบนวดคั้น ประมาณนี้ ส่วนคำว่า “จิ้น” หมายถึงเนื้อ เช่น จิ้นงัว จิ้นควาย หมายถึง เนื้อวัว เนื้อควาย จิ้นส้ม หมายถึงแหนม “ข้าวกั้นจิ้น” จึงหมายถึงข้าวที่มีการบีบคั้นกับเนื้อ โดยจะนำเลือดหมูสดไปคั้นกับตะไคร้เพื่อดับคาว แล้วคลุกลงไปในข้าวสวยที่หุงไว้คลายร้อนแล้วพร้อมกับหมูสับ ปรุงรสด้วยเกลือ เหยาะซีอิ๊วสักหน่อยก็หอมดี ใครติดหวานก็ใส่น้ำตาลลงไปนิดหน่อย และที่จะทำให้อร่อยคือน้ำมันกระเทียมเจียว ใส่ลงไปแล้วคลุกไปนวดไปให้เครื่องทั้งหลายนั้นเข้ากันดี จึงนำมาห่อใส่ใบตองมัดด้วยตอก หรือกลัดด้วยไม้กลัดแล้วนำไปนึ่งให้สุก เปิดห่อใบตองมาควันฉุยหอมฟุ้ง ตักกระเทียมเจียวราด จะให้เด็ดก็มีกากหมูด้วย กินแนมกับพริกแห้งทอดและผักสดที่เข้ากันดีคือหอมแดง แตงกวา และผักชี อร่อยอย่าบอกใคร นึกภาพตามแล้วน้ำลายปุ๊ ก็มันของโปรดของฉันเลยนี่นา ตามปกติ
ร้านอาหารเปิดใหม่แถวเลียบทางด่วนลาดพร้าว 71 มาถามผมให้เป็นที่ปรึกษา อยากขายอาหารไทยโบราณมีอะไรบ้าง จะจับลงกล่องส่งดีลิเวอรี่ตามสมัยนิยมด้วย อาหารกล่องเดี๋ยวนี้ราคาไม่ธรรมดาแล้วนะครับ กล่องละ 200-250 บาท 500 บาทก็มีอย่างปูนิ่มทอดกระเทียม ฉู่ฉี่ปลาแซลมอน แต่ไม่รู้เหมือนกันใครจะสั่ง เด็กรุ่นใหม่หลายคนหันมาหัดกินอาหารไทยโบราณ อย่างรายการที่ผมเขียนให้ร้านอาหารเขาไป มีทั้งแกงเหลือง แกงคั่วส้ม แกงชักส้ม น้ำพริกกุ้งสด แกงคั่วใบชะพลูกับหอย แกงคั่วใบชะครามกับปูม้า ฉู่ฉี่ เขียนเสร็จส่งให้ต้องมานั่งอธิบายแถมทำให้ดูว่าแต่ละอย่างเป็นยังไง คำว่า “คั่ว” ก็คือ “ผัด” เพราะฉะนั้น แกงคั่วคือแกงที่เอาน้ำพริกแกงมาผัดกับกะทิจนหอม กะทิแตกมัน เป็นรากฐานของอาหารไทยๆ อีกหลายชนิด เช่น ฉู่ฉี่ ห่อหมก ทอดมัน แกงเผ็ด น้ำจิ้มหมูสะเต๊ะ ทีนี้ในวิชาการอาหารไทยจะแยกน้ำพริกแกงออกเป็น 2 ชนิด คือ น้ำพริกแกงคั่ว กับ น้ำพริกแกงเผ็ดหรือน้ำพริกแกงแดง น้ำพริกแกงคั่ว คือน้ำพริกแกงที่ใส่เครื่องแกงปกติ คือ พริกแห้ง พริกไทย หอม กระเทียม ข่า รากผักชี กะปิ ตะไคร้ ผิวมะกรูด ทีนี้พอเพิ่มของหอมคือเครื่องเทศอย่าง ลูกผักชี ยี่หร่า ลูกจันทน
ซีอิ๊ว ตรานกแก้ว มีประวัติยาวนานกว่า 90 ปี มีต้นกำเนิดจากมณฑลเสฉวน ประเทศจีน ครอบครัวตระกูลฮกเกี้ยนได้นำความรู้เกี่ยวกับการผลิตซีอิ๊วจากบรรพบุรุษชาวจีนกว่า 100 ปี เนื่องจากประเทศจีนสมัยนั้นมีสงครามกลางเมืองและความลำบาก อาก๋งฮกฮิ๋วจึงได้นั่งเรือสำเภาอพยพมาอยู่ประเทศสยามในสมัยนั้น จนกระทั่งอพยพมาอยู่ที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร โดยต่อมา อาก๋งฮกฮิ๋วได้อพยพมาอาศัยอยู่ที่จังหวัดระนอง เริ่มแรกทำอาชีพประมงเป็นหลัก หลังจากได้แต่งงานกับ คุณนุ้ย แซ่จู่ ได้มาอาศัยอยู่หมู่บ้านท่าด่าน จังหวัดระนอง เพื่อสะดวกต่อการทำประมงและค้าขาย คุณอธิศักดิ์ อธิคม วัย 29 ปี เจ้าของสูตรซีอิ๊ว ตรานกแก้ว รุ่นที่ 4 ผู้สืบทอดสูตรซีอิ๊วที่ยังคงอนุรักษ์การทำซีอิ๊วแบบดั้งเดิมเอาไว้ เริ่มต้นด้วยเรื่องราวและที่มาของซีอิ๊ว ตรานกแก้ว ให้ฟัง ก่อนจะเล่าขยายความเพิ่มเติมว่า “สมัยก่อน อาม่า เขาหมักซีอิ๊ว แล้วหาบไปขายเองในตลาดสด และตามหมู่บ้านต่างๆ ขายโดยการตวงกระป๋องนมขาย 1 สตางค์เท่านั้น แต่พอดำเนินการมาได้สักระยะหนึ่ง ประเทศไทยมีการพัฒนาทางคุณภาพสินค้าของกระทรวงสาธารณสุข ให้มีการติดป้ายฉลากสินค้า บรรจุใส่ขวด จึงได้มีการติดฉลาก
อาหารสุนัข คือวัตถุจากพืชหรือสัตว์ที่มีไว้เพื่อจุดประสงค์ในการให้สุนัขกิน หรืออาหารสุนัขพิเศษที่ใช้ในการให้เป็นรางวัลให้กับสุนัขนั้นจะไม่ใช่อาหารสุนัขและมักเรียกกันว่า ขนมสุนัข คนบางคนทำอาหารสุนัขเองโดยการนำวัตถุดิบที่หาได้ง่ายในร้านค้าทั่วไปนำมาผสมกันให้สุนัขกิน และคนบางกลุ่มยังคงใช้อาหารสุนัขแบบผลิตขายอยู่ แต่ก็มีการถกเถียงกันหลายครั้งว่าอาหารของสุนัขที่ดีที่สุดควรจะเป็นอย่างไร บางคนเผยว่าสุนัขได้กินอาหารเหลือของมนุษย์มานานแล้ว ซึ่งก็ทำให้สุนัขมีสุขภาพดีไม่มีปัญหา และยังบอกอีกว่าอาหารสุนัขแบบผลิตหรือแบบเม็ดนั้นมีวัตถุดิบคุณภาพต่ำ มีสารเจือปนอาหาร และส่วนประกอบอื่นๆ ที่สุนัขไม่ควรได้รับและไม่ได้สร้างมาตามธรรมชาติเพื่อสุนัขอย่างแท้จริง จริงๆ แล้วหมอว่าจะให้อาหารแบบไหนก็คงอยู่ที่ความสะดวกของเจ้าของสุนัขเป็นหลักมากกว่านะคะ สารอาหารที่จำเป็นสำหรับสุนัข สารอาหารที่จำเป็นสำหรับสุนัขที่กำลังเจริญเติบโต ก็คือ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามิน ไขมัน แร่ธาตุ น้ำ หากต้องการจะทำอาหารให้สุนัขกินควรเป็นประเภท ข้าว เนื้อสัตว์ ผัก เป็นองค์ประกอบหลัก และปรับปรุงรสชาติให้น่ากิน เพราะสุนัขก็มีต่อมรับรสเช่นเดี
สาวสวยคณะเทคโนโลยีการเกษตร สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ชั้นปีที่ 4 “คุณภูษณิศา อัจฉริยพานิชกุล” โชว์เมนูสำหรับสายเฮลท์ตี้ที่ดีต่อใจ ด้วยการพัฒนา “น้ำสลัดจากข้าวไรซ์เบอร์รี่” เสริมคุณค่าโภชนาการและเพิ่มมูลค่าให้กับน้ำสลัด คุณภูษณิศา เล่าว่า ความต้องการในการบริโภคอาหารเสริมสุขภาพในปัจจุบันมีอย่างต่อเนื่องและเพิ่มมากยิ่งขึ้น พืชพันธุ์ธัญญาหารที่ผู้บริโภคกำลังนิยมและให้ความสนใจ นั่นคือ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ เนื่องจากมีคุณสมบัติที่โดดเด่นทางโภชนาการ เป็นธัญพืชเพื่อสุขภาพ มีสีและกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น เบต้าแคโรทีน วิตามินอี แกมมาโอไรซานอล สังกะสี และโฟเลต ช่วยบำรุงร่างกาย เสริมสร้างคอลลาเจน ลดการอักเสบของผิวหนัง ชะลอความแก่ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูงและโรคสมองเสื่อม ช่วยบำรุงโลหิต และข้าวไรซ์เบอร์รี่ยังมีเส้นใยอาหารสูง ซึ่งช่วยลดระดับไขมันและคอเลสเตอรอล มีผลดีต่อระบบขับถ่าย คุณภูษณิศา อัจฉริยพานิชกุล จึงมีแนวคิดและตั้งใจที่จะทำการพัฒนาน้ำสลัดจากข้าวไรซ์เบอร์รี่ โดยการใส่น้ำข้
สงครามโลกครั้งที่ 2 ไทยได้รับผลกระทบระหว่างปี พ.ศ. 2484-2488 ส่งผลรุนแรงเกินคาดคิด ประชาชนบางส่วนต้องทิ้งที่อยู่อาศัย และที่ทำกินเพื่อหนีภัยสงคราม ที่ดินถูกทิ้งร้าง ข้าวปลาอาหารขาดแคลน นอกจากนี้กรุงเทพมหานคร ยังถูกซ้ำเติมจากน้ำท่วมใหญ่ในปี 2485 สร้างความเสียหายอย่างยิ่งต่อสถานที่ราชการ บ้านเรือน รวมถึงพื้นที่การเกษตรสำคัญของประเทศเสียหายอย่างหนัก วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 หนึ่งปีถัดจากการสิ้นสุดสงครามโลก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จขึ้นครองราชย์ในขณะที่ประชาชนอยู่ในภาวะทุกข์เข็ญ ประเทศไทยอยู่ในสภาพที่บอบซ้ำ อ่อนแอ ครั้นเมื่อทรงสำเร็จการศึกษาและเสด็จนิวัติประเทศไทยเป็นการถาวรในปลายปี 2494 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและพระบรมวงศานุวงศ์ ต่างทรงงานนานัปการเพื่อบรรเทาความทุกข์ของประชาชนมาอย่างต่อเนื่องยาวนานโดยไม่ทรงย่อท้อ การฟื้นฟูประเทศหลังสงครามโลกเป็นไปอย่างยากลำบาก การพัฒนาด้านต่างๆ ที่สำคัญ ต้องพึ่งพิงเงินกู้และเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก เกษตรกรและประชาชนผู้ยากไร้ได้รับความยากลำบากเป็นอย่างยิ่ง การส่งออกข้าวมีส่วนช่วยได้ไม่นานนัก ก็ประสบกับสภ
หลังผู้เป็นพ่อพลัดตกต้นไผ่ความสูงเกือบ 2 เมตร แถมแม่ก็ป่วย ทำให้ “ปานศิริ ปาดกุล” หรือตูมตาม ลูกชายคนเดียวในวัยเพียง 22 ปี ต้องกลายเป็นเสาหลักหาเลี้ยงครอบครัว เคยลำบากแม้กระทั่งไม่มีเงินซื้อข้าวสารกิโลกรัมละ 33 บาท เคยเป็นหนี้นอกระบบ ต้องทำสารพัดอาชีพแต่สุดท้ายจับทางถูก หันมาเลี้ยงปูนา บังคับผสมพันธุ์ปีละ 3 ครั้ง ส่งขายร้านอาหาร บางเดือนสร้างรายได้หลักล้านบาท คุณตูมตาม เล่ากับเส้นทางเศรษฐีว่า หลังจบปริญญาตรี คณะรัฐประศาสนศาสตร์ ทำงานที่แรกในแผนกบัญชี บริษัทแห่งหนึ่ง จากนั้นย้ายไปอยู่โรงงานผลิตอะไหล่โทรศัพท์มือถือที่จังหวัดปทุมธานี ทำงานประจำได้ราว 5 เดือน ก็ลาออก เพราะต้องกลับบ้านเกิดที่จังหวัดสิงห์บุรีไปดูแลพ่อซึ่งประสบอุบัติเหตุขาหัก เดินไม่ได้ “ผมทำงานประจำ รับเงินเดือน 2 หมื่นบาท อยู่ราว 5 เดือน พอรู้ว่าพ่อในวัย 60 ปี ประสบอุบัติเหตุตกต้นไผ่ความสูงกว่า 2 เมตร ก็เลือกที่จะลาออก แล้วกลับบ้านมาดูแล พร้อมกับแบ่งเบาภาระบุพการี ด้วยการเป็นเสาหลักหารายได้เลี้ยงปากท้อง 3 คน” ในเบื้องต้นเด็กหนุ่มอนาคตไกลใช้เงินเก็บที่มีอยู่ซื้ออาหารและสิ่งจำเป็น ทว่าผ่านไปซักระยะ เงินเก็บเริ่มไม่พอ คราวนี้
