How to
ส้มตำ เมนูยอดฮิตของไทย มีขายทุกภาคของประเทศ หรือจะกล่าวได้ว่า ทุกชุมชน มีตั้งแต่ร้านในตรอก ซอก ซอย กระทั่ง เป็นหนึ่งในเมนู ของโรงแรมห้าดาว ด้วยลักษณะพิเศษ ของรสชาติ คุณค่าทางอาหาร ทำให้คนกินส้มตำกันได้เรื่อยๆ ทั้งนี้ วัตถุดิบหลักของส้มตำก็คือ มะละกอ ดังนั้น มะละกอ จึงเป็นพืชที่มีตลาดใหญ่รองรับแน่ๆ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ลงพื้นที่สำรวจตลาดเทศบาลเมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี พบร้านค้าที่ขายมะละกอสับ อย่างเป็นล่ำเป็นสันถึง 2 ร้าน ในตลาดเดียวกัน และเมื่อได้เข้าไปพูดคุย ก็ทำเอาอึ้งกันเลยทีเดียว ด้วยยอดขายที่สูงถึงวันละ 800 กิโลกรัมต่อวัน ที่สำคัญ เป็น 800 กิโลกรัม ที่หมุนเวียนอยู่เฉพาะที่อำเภอเมือง เท่านั้นเอง มะละกอสับ สำเร็จรูป เป็นอีกหนึ่งสินค้า ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับพ่อค้าแม่ค้าได้เป็นอย่างดี ด้วยว่า ซื้อแล้ว นำไปลงครก ทำส้มตำขายได้เลย ไม่ต้องมานั่งปอกเปลือก และสับ ให้เสียเวลา ร้านแรก เป็นร้านของ คุณลอน หาเนาสุข โดยมีคุณตั้ม หนึ่งในทีมงาน ให้ข้อมูลกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า ขายมานานนับสิบปีแล้ว ในแต่ละวัน ใช้มะละกอ มากถึง 800 กิโลกรัม (มะละกอก่อนสับ) โดยเทีย
ชีวิตของเอสเอ็มอีที่ฝ่าฟันอุปสรรค กว่าจะสร้างสินค้าให้ขึ้นมาผงาดในตลาดไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากจนเป็นไปไม่ได้ ด้วยตัวอย่างที่มีให้เห็นมากมาย และการเรียนรู้ จากประสบการณ์ของคนอื่นก็เป็นอีกหนึ่งทางลัดให้พบทางสำเร็จได้เร็วขึ้น คุณศรีภา แสงฟ้าสุวรรณ เจ้าของกล้วยเล็บมือนางอบ ยี่ห้อ “ศรีภา” เป็นหนึ่งในตัวอย่างของเอสเอ็มอี ที่สามารถสร้างสินค้าพื้นบ้าน เข้าสู่โมเดิร์นเทรด อย่างน่าทึ่ง ราว 15 ปีที่แล้ว กล้วยเล็บมือนาง ไม่เป็นที่รู้จักในตลาด ด้วยเป็นผลไม้ท้องถิ่น มีมากที่จังหวัดชุมพร แต่มาวันนี้ กล้วยชนิดนี้ คนรู้จักมากขึ้น ได้รับความนิยมมากขึ้น มาพร้อมๆ กับ สินค้า กล้วยเล็บมือนางอบ ตรา ศรีภา ที่สามารถส่งขายโมเดิร์นเทรด ไม่ว่าจะเป็นร้านสะดวกซื้ออย่าง เซเว่นอีเลฟเว่น คิง เพาเวอร์ ท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต โกลเด้นเพลส หรือการนำขึ้นเสิร์ฟบนการบินไทย และเลานจ์ผู้โดยสารของการบินไทยเช่นกัน คุณศรีภา เล่าว่า ย้อนไปเมื่อ 15 ปีที่แล้ว เดิมตัวเองเคยมีอาชีพ เป็นพนักงานประจำตำแหน่งเลขานุการ แล้ววันหนึ่ง สามีก็ทักว่าจะทำงานเลขาไปจนแก่เลยเหรอ ตำแหน่งนี้ไม่โตนะ ในขณะที่ตำแหน่งอื่นก็โตขึ้
ข้าวโพดฝักพร้อมทาน เป็นสินค้าที่คนไทยรู้จักกันดี มีขายอยู่ทั่วไป แทบจะทุกชุมชน แต่ปัญหาหนึ่งของสินค้าประเภทนี้คือ ข้าวโพดบางเจ้าหวาน บางเจ้าไม่หวาน ซึ่งเคล็ดลับง่ายๆ แต่ทำยากที่สุดคือข้าวโพดต้องหวานมาตั้งแต่อยู่บนต้น อีกทั้งเมื่อหลุดจากต้นมาปุ๊บ ต้องต้ม แล้วกินเลย นั่นล่ะจะหวานที่สุด แต่ในแง่การค้าขาย ยิ่งในปริมาณมากๆ โอกาสที่จะได้เก็บปุ๊บ ต้มปั๊บ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายด้วยข้อจำกัดของเวลา และสถานที่ในการจำหน่าย ลูกค้า ผู้บริโภคที่ต้องการบริโภค ข้าวโพดคุณภาพ ก็ต้องซื้อจากร้านสะดวกซื้อ ซึ่งผู้ผลิตมีวิธีการผลิตและการจัดจำหน่าย ที่รับประกันได้ว่า หวานทุกฝัก บริษัท ซันสวีท จำกัด เป็นบริษัทผู้ผลิตข้าวโพดส่งออก มาตั้งแต่ปี 2540 ตลาดส่วนใหญ่ 60 เปอร์เซ็นต์ อยู่ในโซนเอเชีย โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น ที่ส่งออกไปมากถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือก็กระจายไปทั้งยุโรปและอเมริกา รวมแล้วปีละนับแสนตัน ในรูปข้าวโพดกระป๋อง/ในถุงสุญญากาศ และแช่แข็ง โดย ผลประกอบการ ปี 2559 รายได้ 1,600 ล้านบาท กำไร 100 ล้านบาท และตั้งเป้ารายได้ปี 2560 ยอดขาย 2,000 ล้านบาท กำลังการผลิต 150,000 ตันต่อปี ทั้งนี้ ซันสวีทถือเป็น 1 ใน 3 ของ
เป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับคนรุ่นใหม่ที่จะกลับไปใช้ชีวิตหรือตั้งตัวในบ้านเกิด โดยเฉพาะการไปสานต่ออาชีพของครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตร แต่สิ่งนี้ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับสถาปนิกวัย 30 ปี เด็กต่างจังหวัดจากอำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง ในงานสัมมนาของ “ประชาชาติธุรกิจ” หัวข้อ “Passion to Profit : พลิกมุมคิด สร้างธุรกิจให้ติดลม” เมื่อวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) มีวิทยากรมากความสามารถหลายคนได้ขึ้นเวทีร่วมแชร์ประสบการณ์ในการทำธุรกิจของตนเอง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่มาเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่นนับพันคน “วิโรจน์ ฉิมมี” ถือเป็นอีกหนึ่งวิทยากรที่น่าทึ่ง และได้รับความสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะชีวิตพลิกจากมนุษย์เงินเดือนไปสู่นักธุรกิจเงินล้าน “บ้านไร่ไออรุณ” ที่สร้างขึ้นด้วยความฝันที่อยากมีบ้านสวยๆ สักหลัง “ผมเป็นเด็กต่างจังหวัด เกิดในอำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง เป็นเพียงลูกเกษตรกรธรรมดา ฐานะทางบ้านไม่ได้ร่ำรวย คุณพ่อมีอาชีพกรีดยาง คุณแม่ขายผักที่ตลาด ครั้งที่ยังเป็นเด็กต้องเดินไปโรงเรียนเป็นระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ทุกวัน ระหว่างทางก็มองเห็นบ้าน
ถนนห้วยแก้ว ด้านหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) หรือ “หน้ามอ” ถือเป็นทำเลทองและเป็นย่านเศรษฐกิจอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ กำลังซื้อหลักคือ “นักศึกษา” หากมีโปรดักต์ที่ถูกกับไลฟ์สไตล์ของกำลังซื้อกลุ่มใหญ่นี้ ธุรกิจการค้าก็ไปได้แบบปัง ๆ เหมือนเช่น “Thesis Coffee” ร้านกาแฟ สไตล์โคเวิร์กกิ้งสเปซ ที่มุ่งตอบโจทย์นักศึกษาเป็นหลัก “พันธกิจ สดุดีวงศ์” เจ้าของร้านหนุ่ม คนรุ่นใหม่ไฟแรง ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” “ปอนด์-พันธกิจ สดุดีวงศ์” เล่าถึงที่มาที่ไปของ Thesis Coffee ว่า เห็นโอกาสทำเลหน้ามอ (มช.) ที่สามารถทำธุรกิจได้ โดยเฉพาะ “ร้านกาแฟ” ซึ่งเดิมมีความตั้งใจอยากทำโคเวิร์กกิ้งสเปซ (Co-working space) และได้ไปสำรวจรูปแบบโคเวิร์กกิ้งสเปซมาหลายแห่งในกรุงเทพฯ แต่ก็เห็นว่าเชียงใหม่ยังไม่พร้อม เพราะต้นทุนในการจ่ายค่าบริการค่อนข้างสูงจึงมาลงตัวกับธุรกิจร้านกาแฟ Thesis Coffee โดยตั้งใจทำให้เป็นร้านกาแฟสไตล์โคเวิร์กกิ้งสเปซ ที่สามารถนั่งทำงานได้ มี Wi-Fi แบบไม่จำกัดเวลา ตอบโจทย์กลุ่มนักศึกษา ที่มีไลฟ์สไตล์ชอบนั่งทบทวนตำราเรียน อ่านหนังสือ ทำรายงานชิล ๆ สบาย ๆ ในร้านกาแฟ ตึกแถวเก่าเก็บของคุณยาย บนถ
บังเอิญได้ผ่านไปแถวถนนบางกรวย-ไทรน้อย จากการไปทำงาน เลยได้มาเจอร้านกล้วยแขกร้านหนึ่ง ซึ่งเป็นร้านเล็กๆ ติดริมถนน เป็นร้านที่ดูธรรมดาๆ แต่คนต่อคิวซื้อแน่นตลอดทั้งวัน ถึงขั้นต้องแจกบัตรคิว เพื่อรอซื้อกันเลยทีเดียว ทีมงานเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จึงติดต่อสอบถามไปยังเจ้าของร้าน ทราบว่า คุณสุนทรี นันทวัฒกี หรือ ป้าติ่ง วัย 54 ปี เป็นเจ้าของร้าน “กล้วยแขก พระราม ๕” ดังกล่าว โดยป้าติ่ง เล่าให้ฟังว่า “ส่วนตัวเป็นคนชอบกินกล้วยทอด แต่เวลาไปซื้อร้านไหนๆ ก็มัน อมน้ำมันบ้าง เหม็นหืนบ้าง ซึ่งเราไม่ค่อยชอบที่มีน้ำมันเยอะๆ อีกทั้งเดิมเป็นพนักงานสาวออฟฟิศเหมือนคนทั่วไป แต่พอมีครอบครัว จึงตัดสินใจลาออกจากงาน ประจวบกับการคิดหาอาชีพทำ เพื่อสร้างรายได้เสริมในครอบครัว และจากความชอบกินกล้วยทอด จึงตัดสินใจเปิดร้านขายกล้วยแขก” ด้วยพื้นเพเป็นคนจังหวัดนนทบุรีอยู่แล้ว จึงทราบดีว่า พื้นที่จังหวัดนนทบุรี เป็นพื้นที่ที่มีสวนผลไม้เยอะ สวนกล้วยก็เช่นเดียวกัน “แต่ก่อนพื้นที่แถบนี้ ปลูกกล้วยกันเยอะมาก ช่วงที่ตัดสินใจว่าจะขายกล้วยแขกนั้น ไปได้สูตรมาจากน้าสาว ซึ่งแกขายอยู่แถวเมืองทอง ส่วนตัวจึงไปขอสูตรมาและมาเช่าที่ตรงสี่แยกบ
ยึดทำเลสยามสแควร์มานานกว่า 3 ทศวรรษ ครองใจลูกค้าในละแวกนี้ และผู้ที่ผ่านไปผ่านมา สำหรับขนมครกใบเตย หรือ ขนมครกสิงคโปร์ ที่ชื่อเสียงโด่งดังบอกปากต่อปาก ว่าเป็นขนมครกที่มีรูปร่างเป็นเอกลักษณ์ แป้งหนึบๆ สีเขียว หอมกลิ่นใบเตยชวนให้รับประทาน และไม่ว่าจะมีขนมสัญชาติต่างๆ ถาโถมเข้ามา ร้านขนมไทยแห่งนี้ก็ยังยืนหยัดขายได้มานานกว่า 30 ปี คุณวรรณทนีย์ มีศิลป์ หรือคุณป้าตุ๊กตา อายุ 59 ปี ทายาทรุ่น 2 เจ้าของร้านขนมครกใบเตย สยามสแควร์ เล่าว่า ย้อนกลับไป 30 ปีที่แล้ว คุณแม่มีอาชีพขายขนมครกใบเตย โดยท่านเดินหาบเร่ขายแถวสยาม ต่อมาเมื่ออายุมากขึ้น เปลี่ยนเป็นรถเข็น กระทั่งทางมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์มีการจัดระเบียบร้านค้าในสยามสแควร์ เห็นว่าคุณแม่ขายมานานเป็นคนเก่าแก่ในย่านนี้ เลยช่วยจัดสรรพื้นที่ให้ขายเป็นเรื่องเป็นราว เดิมทีร้านตั้งอยู่ ซอย 2 ต่อมาถูกย้ายไปซอย 4 กระทั่งปัจจุบันมี 2 สาขาอยู่ซอย 5 หน้าศูนย์หนังสือจุฬา และซอย 8 ข้างโรงแรมโนโวเทล คุณป้าตุ๊กตา บอกว่า ในสมัยก่อนคุณแม่จะใช้เตาถ่านย่างขนม แต่หลังจากขยับขึ้นมามีหน้าร้าน ธุรกิจมีการขยับขยายและเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เลยเปลี่ยนมาใช้เตาแก๊ส แต่อย่างไรก็ตาม
“ชุมพร” ไม่ใช่เป็นเพียงจังหวัดประตูหน้าด่านที่ต้องผ่านเมื่อเดินทางสู่จังหวัดทางภาคใต้ตอนล่าง แต่ด้วยภูมิประเทศที่ประกอบด้วย ภูเขา แม่น้ำ และทะเล จึงมีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก มีผลไม้หลายชนิดที่โดดเด่น มีรสชาติอร่อย อย่าง สละ สับปะรด ทุเรียน รวมถึงยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีกเป็นจำนวนมาก ขณะที่การเดินทางไปยังจังหวัดชุมพรทำได้ง่าย และสะดวก จึงมีผู้คนสนใจไปเที่ยวจังหวัดนี้อย่างคับคั่ง การเดินทางมาแวะที่ชุมพร หากต้องการหาที่พักและอาหารที่มีคุณภาพไปพร้อมกัน คงไม่ใช่เรื่องง่าย แล้วคงไม่สมดั่งใจทั้ง 2 อย่าง แต่สำหรับ “โรงแรมบ้านสวน” อาจเป็นเป้าหมายที่ถูกใจ เพราะมีบริการที่พักสะอาด ราคาไม่แพง เดินทางสะดวก ที่จอดรถกว้าง แล้วยังมีอาหารหลายเมนูจากร้าน “ครัวดอนรัก” ที่มีรสชาติอร่อยเทียบชั้นโรงแรมเกรด A เมืองกรุง จากหนุ่มเรียนด้านเกษตร ที่ชุมพร แล้วมุ่งหน้าเข้าเมืองกรุงเพื่อหางาน จนได้ทำที่โรงแรมชื่อดังในเมืองกรุง ทำอยู่หลายปี จนกระทั่งไต่เต้าเป็นตำแหน่งผู้จัดการด้านอาหาร จากนั้นกลับสู่บ้านเกิด มองเห็นช่องทางธุรกิจ พร้อมกับมีที่ดินอยู่ผืนหนึ่งบริเวณริมถนนเพชรเกษม จึงใช้ประสบ
ตำบลโหล่งขอด อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ แม้จะเป็นอำเภอเล็กๆ แต่เป็นแหล่งปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ พืชเศรษฐกิจอนาคตสดใส เพราะหลังเกษตรกรหลายรายเปลี่ยนจากการปลูกลำไยที่ขาดทุนมาทำสวนมะม่วง และเมื่อปีที่ผ่านมา 2559 สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีรายได้จากการส่งออกมะม่วง ราว 3.2 พันล้านบาท “มาดามแมงโก้” ผลิตภัณฑ์ มะม่วงอบแห้ง (Soft Dried Mango) ที่มองเห็นโอกาส ในการพัฒนาศักยภาพของสินค้าจากตำบลเล็กๆ ในอำเภอพร้าว และเป็นเหมือนสินค้าหัวหอกที่จะบุกเบิกตลาดก้าวเข้าสู่ตลาดออนไลน์ และตลาดสากล ให้กับสินค้าอื่นๆ จากตำบลนี้ในอนาคต คุณราเมศ รัตยันตรกร ผู้ก่อตั้ง แบรนด์ “มาดามแมงโก” เปิดเผยว่า ตั้งใจอยากจะทำสินค้าแปรรูปสินค้าเกษตรจากชุมชนบ้านหลวง ต.โหล่งขอด อ.พร้าว ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ให้รู้ว่าตำบลเล็กๆ ที่อยู่ห่างไกลความเจริญนั้นมีสินค้าทางการเกษตรที่มีคุณภาพเทียบเท่าสากล ให้สอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริมของภาครัฐ คือ “เกษตร 4.0” เลยคิดชื่อแบรนด์ง่ายๆ สื่อสารให้ทุกคนเข้าใจได้ ทั้งคนไทยและ ชาวต่างชาติ คือ “มาดามแมงโก้” สามารถที่จะต่อยอดไป
ต้นชะคราม เป็นพืชล้มลุกและเป็นวัชพืชที่ขึ้นแถวดินที่มีความเค็ม หาได้ง่ายแถวสมุทรสงครามและสมุทรสาคร ใบชะครามจะดูดความเค็มมาไว้ที่ใบ เวลาจะรับประทานจึงต้องนำมาลวกเอาความเค็มออก ใบชะครามนำไปปรุงอาหารได้หลายอย่างนอกเหนือจากยำ ทำแกงคั่วใบชะครามใส่ปู ลวกทานกับน้ำพริก นำมาชุบไข่ทอดรับประทานกับน้ำพริก ทำห่อหมกและแกงส้มได้ นอกจากนั้น บางแหล่งข้อมูลกล่าวว่า ใบชะครามมีคุณค่าทางยา รากเป็นยาบำรุงกระดูกแล้ว กำลังศึกษาว่ามีสารอนุมูลอิสระสามารถป้องกันมะเร็งได้ วิธีการยำในวันนี้จะทำแบบยำถั่วพู ใส่มะพร้าวคั่ว กุ้งแห้งคั่วนำไปบด ใส่หมู กุ้ง ปลาหมึกลวก หอมเจียว กระเทียมเจียว ราดกะทิ รับประทานเคียงกับไข่ต้ม ส่วนผสม น้ำยำ พริกขี้หนู กระเทียม มะนาว หอมแดงซอยเจียว กระเทียมซอยเจียว มะพร้าวขูดสำหรับคั้นกะทิ นำกากมะพร้าวมาคั่ว กุ้งแห้งคั่วป่น ถั่วลิสงคั่วป่น พริกแห้งคั่ว ใบชะคราม ไข่ต้มยางมะตูม มะนาว น้ำตาล น้ำปลา น้ำพริกเผา ไข่ต้ม ใบมะกรูดซอย พริกขี้หนูทุบ การทำน้ำยำ โขลก พริก กระเทียม ให้เข้ากัน เติมน้ำมะนาวเล็กน้อย คนให้เข้ากัน พักไว้ การทำมะพร้าวคั่ว เอามะพร้าวขูดมาคั้นน้ำกะทิ มะพร้าวที่คั้นแล้วมาเลือกชิ้นให
