How to
เมื่อก่อนเวลาพูดถึงการท่องเที่ยว มีผู้ให้นิยามสั้นๆ ว่า ขอให้มีองค์ประกอบ “ชม ชิม ช็อป” ถือว่าครบสูตร แต่สมัยนี้ ต้อง “ชม ชิม ช็อป แชะ แชร์” จึงจะครบสูตร เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ใครๆ ก็เป็นช่างภาพได้ สมัยที่โทรศัพท์กับกล้องยังไม่รวมกัน คนที่จะมีกล้องถ่ายรูป ต้องเป็นเรื่องของใจรัก หรือไม่ก็ต้องมีเงินเหลือใช้ ซื้อมาแล้วยังยุ่งยาก ต้องมาเรียนรู้อีกว่า ใช้งานยังไง แม้มีกล้องรุ่น “ปัญญาอ่อน” ออกมาช่วยแก้ปัญหานี้ไปได้บ้าง แต่ยังต้องเรียนรู้ในระดับหนึ่งอยู่ดี คนที่ทำธุรกิจอย่างชาญฉลาด ไม่ปล่อยโอกาสให้เทคโนโลยีที่เปลี่ยนพฤติกรรมมนุษย์ ผ่านหน้าไปเฉยๆ พวกเขาหยิบฉวยเอามาเป็น “ส่วนเสริม” ให้ธุรกิจมีเสน่ห์ได้อย่างลงตัว เริ่มจากยุคแรก ที่เน้นการจัดบรรยากาศร้านและสภาพแวดล้อมให้พร้อม “ถูกถ่ายรูป” มองมุมไหนก็ดูดีมีความสวยงาม จากที่หวงห้าม ก็กลายเป็นปล่อยให้ถ่ายรูปได้ตามใจชอบ ไปที่ไหน ไม่ให้ถ่ายรูป ดูจะขัดใจลูกค้าอย่างรุนแรง จากนั้นเริ่มพัฒนาการไปสู่ การจัดมุมให้ถ่ายรูป คือ บางทีจัดทั้งพื้นที่คงบาดเจ็บจากค่าใช้จ่าย แต่การเลือกมุมเด็ดมุมโดนแค่ไม่กี่มุม หรือแค่มุมเดียวก็ได้ ทำให้กลายเป็น “มุมห้ามพล
“นินจา แวน” เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เปิดตัวแอพพลิเคชั่น “นินจา แวน” (Ninja Van) ผู้ให้บริการแก้ปัญหาการจัดส่งพัสดุ ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ชี้ครบวงจรด้านโลจิสติกส์แห่งแรกและเติบโตรวดเร็วที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วางหมากปักหมุดธุรกิจในประเทศไทย พร้อมให้บริการกับจุดแข็งการขนส่งสินค้ารวดเร็ว เน้นลดความยุ่งยาก การใช้งานง่าย เจาะกลุ่มเป้าหมายทุกโมเดลธุรกิจ จัดส่งขนาดเล็กจนถึงใหญ่ บริษัท นินจา แวน เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ให้บริการด้านโลจิสติกส์ จากประเทศสิงคโปร์ ที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการแก้ปัญหาการจัดส่งพัสดุและการจัดส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเทคโนโลยีสุดทันสมัย ล่าสุดเปิดตัวและดำเนินงานในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ว นินจา แวน เป็นที่รู้จักในการเป็นผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ การบริการที่เน้นความสะดวก ใช้งานง่าย รวดเร็ว ปราศจากปัญหาความยุ่งยากของระบบและเป็นที่ยอมรับเรื่องการให้บริการ เพราะเข้าใจทุกความต้องการในการส่งพัสดุของผู้บริโภคอย่างแท้จริง จึงส่งผลให้เติบโตรวดเร็วที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่ง
“งาน” กับ “เที่ยว” ดูเหมือนจะเดินกันคนละทาง แต่กับ คุณมณฑล กสานติกุล หรือ “มิ้นท์” 2 สิ่งนี้คือเส้นทางเดียวกัน ซึ่งตลอด 4 ปีนี้เธอเดินทางมาแล้วกว่า 70 ประเทศทั่วโลก และเธอ “เดินทางคนเดียว” การเดินทางของคุณมิ้นท์ถูกบอกเล่าผ่านโลกโซเชียล เธอกลายเป็นบล็อกเกอร์สาว ที่มีแฟนเพจ ณ ปัจจุบันกว่า3แสนคน คุณมิ้นท์ได้รับโอกาสตีพิมพ์เรื่องราวผ่านตัวอักษร ได้รับโอกาสกับการทำหน้าที่พิธีกร ได้รับโอกาสถูกเชิญตัวไปเล่าประสบการณ์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลายๆ คน วันนี้ คุณมิ้นท์กลายเป็น “ฟรีแลนซ์” ที่มีงาน มีรายได้หล่อเลี้ยงตัวเองจากการเดินทาง และสำคัญคือ เธอมี “ความสุข” ขอท่องเที่ยว 1 ปี มีอาชีพจากเดินทาง คุณมิ้นท์เติบโตมาในครอบครัวฐานะปานกลาง เธอคือลูกสาวคนเดียวและถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจ ฉะนั้น ไม่ว่าต้องการอะไร เธอจึงได้เสมอ แต่ทว่าสิ่งที่เธอค้นพบคือ เธอไม่มีความสุข และป่วยเป็นโรคซึมเศร้า จนกระทั่ง เธอเดินทางไปศึกษาต่อปริญญาโท ด้านวรรณกรรมสเปน ที่ประเทศสเปน นี่คือจุดเริ่มต้นกับการเดินทางของเธอ “ตอนเรียนก็มีโอกาสแบกเป้ไปเที่ยว แต่ว่าเงินเที่ยวก็คือเงินที่คุณแม่ส่งให้ จนกระทั่งต่อมา หารายได้ด้วยการ
หลายท่านที่ใช้ถนนสายรังสิต-นครนายก อยู่เป็นประจำ ต่างทราบกันเป็นอย่างดีว่าตลอดเส้นทาง จะพบเห็นร้านจำหน่ายต้นไม้และพันธุ์พืชตั้งอยู่เป็นระยะ แต่ที่มีจำนวนร้านมากเป็นพิเศษคือบริเวณคลองสิบห้า ซึ่งรู้จักกันเป็นอย่างดีว่าเป็นถนนต้นไม้ หรือตลาดไม้ดอก ไม้ประดับ คลองสิบห้า หากผ่านเลยคลองสิบห้า มาอีกเล็กน้อยจะได้พบกับร้านจำหน่ายสนประดับขนาดใหญ่ ชื่อว่า “สวนนันทวัน” ที่เพาะพันธุ์สนประดับชื่อดังกว่า 10 ชนิด รวมถึงพันธุ์ไม้ประดับชนิดอื่น อย่างชวนชมหรือต้นปรง เพื่อขายให้แก่ร้านต้นไม้ย่านบางใหญ่และทั่วประเทศ คุณพงษ์เดช รักษาสกุล เจ้าของสวนที่นั่งอยู่บนรถวิลแชร์ บอกเล่าเรื่องราวชีวิตพร้อมความเป็นมาของสวนแห่งนี้ว่า เป็นคนมีภูมิลำเนาอยู่อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เข้ามาเรียนปริญญาตรีสาขาพืชไร่ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จบการศึกษาเมื่อปี 2516 รุ่นที่ 29 คุณพงษ์เดช รักษาสกุล หรือ คุณสู้ เจ้าของสวนนันทวัน หลังจากเรียนจบได้ไปทำงานที่กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง จังหวัดนราธิวาส ทำงานได้ประมาณ 5 เดือน เกิดเหตุการณ์ถูกคนร้ายยิง กระสุนตัดไขสันหลังระดับหน้าอก จนทำให้ร่างกายส่วนล่างพิการมาตั้งแต่ปี 251
รังนกนางแอ่นเป็นอาหารเสริมสุขภาพและบำรุงร่างกายชั้นยอด ในสมัยโบราณผู้ที่กินได้จะต้องเป็นระดับขุนนางจนถึงฮ่องเต้ ปัจจุบันจึงเป็นที่แพร่หลายในหมู่ชาวจีนและคนมีเงินเพราะถือว่าเป็นอาหารชั้นยอด วัฒนธรรมการกินรังนกในไทยได้รับการถ่ายทอดมาจากชาวจีนที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทย ตามหลักฐานของชาวจีนบอกว่า ชาวจีนกินอาหารเป็นยา รังนกนางแอ่นจึงเป็นสิ่งหนึ่งที่จัดให้คนไข้ได้กินอยู่เสมอ เพราะเชื่อว่ารังนกนางแอ่นช่วยบำรุงสุขภาพคนทุกวัย ช่วยบำรุงผิวพรรณสตรีให้อ่อนเยาว์ รวมถึงเป็นสิ่งช่วยบำรุงสุขภาพผู้ป่วยให้ฟื้นไข้ได้เร็ว ซึ่งชาวจีนได้ใช้รังนกนางแอ่นมากพอๆ กับโสม ในทางการแพทย์แผนปัจจุบันพบว่า ในรังนกนางแอ่นมีสารประกอบที่มีคุณค่าต่อร่างกาย ช่วยกระตุ้นเม็ดเลือดขาวให้ผลิตสารต่อต้านเชื้อแบคทีเรียและไวรัส ช่วยซ่อมแซมเซลล์เยื่อบุผิว ทำให้ผิวพรรณดูอ่อนกว่าวัย ช่วยบำรุงระบบทางเดินหายใจ บรรเทาอาการไข้หวัด ปัจจุบันจึงเกิดธุรกิจที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์รังนกนางแอ่นสำเร็จรูปออกจำหน่าย เพื่อความสะดวกและง่ายต่อการบริโภค เช่น เครื่องดื่มรังนกแท้ เครื่องดื่มรังนกผสมโสม โดยนำรังนกนางแอ่นมาแช่น้ำแล้วทำความสะอาดหลายครั้งจนหมดสิ่งเจื
“ปิดกั้นทุกปัญหาของโลกมือถือ แท็บเลต ก่อนที่จะมีบางสิ่งบางอย่างมาคอยป่วนเครื่องของคุณให้หงุดหงิด และรำคาญใจ ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะหาวิธีรับมือ…” คุณเคยมีความเชื่อบางสิ่งบางอย่างที่ถูกปลูกฝังจากรุ่นสู่รุ่นบ้างไหม? ทำให้เราต้องเข้าใจอะไรผิดๆ ตลอดเกี่ยวกับการใช้สมาร์ตโฟน แท็บเลต อย่างเช่น ไม่ต้องกลัวหรอก! สมาร์ตโฟน แท็บเลตอ่ะ…โหลดแอพมาเยอะๆ เลย หรือไม่ก็แนะนำให้เข้าไปใช้บริการดูคลิปหนังฟรีผ่านออนไลน์ หนักเข้าแนะนำให้ดาวน์โหลดไฟล์ต่างๆ เก็บไว้ในเครื่องมือถือ แท็บเลตที่ใช้งาน รวมถึงแนะนำให้ดาวน์โหลดแอพเกมฟรี ดาวน์โหลดภาพฟรี และอื่นๆ อีกมากมายที่กระหน่ำมาแจกเป็นของฟรีผ่านทางออนไลน์ หลายคนอาจจะคิดว่าสิ่งเหล่านี้ดูไปแล้วก็ไม่เห็นจะมีอะไรเสียหายถ้าจะทำ ผมต้องขอบอกก่อนว่าหากคุณคิดเช่นนั้นก็ไม่ผิดหรอกครับ แต่ทราบหรือไม่ว่า ทุกครั้งที่เข้าไปยังแหล่งเว็บพวกนี้ จะมีบางสิ่งบางอย่างที่คอยตามมาหลอกหลอนคุณอยู่ ไม่ว่าจะเป็น โทรจัน (Trojan), มัลแวร์ (Malware), สปายแวร์ (Spyware) และแอดแวร์ (Adware) เป็นต้น ถามว่าสิ่งเหล่านี้จะส่งผลอะไรบ้างในอนาคตหากยังปล่อยปละละเลยกันต่อไปอย่างนี้ ขอบอกเลยว่าการใช้งานเคร
ขนมหน้าตาสวยงามนี้ มีชื่อว่าขนมฝักบัว และเจ้านี้ ตั้งชื่อว่า ขนมฝักบัวน้อย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ไปพบกับ คุณสมร เรืองศรีมั่น วัย 58 ปี แม่ค้าขนมฝักบัว ที่ถนนศรีณรงค์ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี คุณสมร จอดรถเข็นขายอยู่หน้าร้าน “ปากหม้อเจ้เรียน” ที่มีลูกค้าเดินเข้าร้านอย่างต่อเนื่อง และร้านขนมคุณสมร เองก็ขายได้เรื่อยๆ ในราคา 9 ชิ้น 20 บาท คุณสมร บอกว่า ปกติ วันจันทร์-ศุกร์ ขายชานมไข่มุกหน้าโรงเรียน ส่วนเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุด เวลา 8.00-12.00 น.ก็มาทอดขนมฝักบัวขาย เธอว่า ขายได้วันละพันกว่าบาท หักรายจ่ายแล้วเหลือ 300-400 บาท “ไม่เอาเยอะ เอาแค่นี้แหละ แบบเศรษฐกิจพอเพียง” เธอ ว่าอย่างนั้น ขนมฝักบัว ใช้ส่วนผสมหลักคือแป้งข้าวจ้าว น้ำตาล เกลือ ใบเตย แต่ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไปค้นจากอินเตอร์เน็ท พบว่า มีส่วนผสมของแป้งข้าวเหนียว และกล้วยหอมสุก ด้วย ดังนั้น น่าจะเป็นสูตรใครสูตรมัน หากใครอยากจะลองทำขาย ก็ลองสืบค้น และปรับเปลี่ยนสูตร ทำให้เพื่อนชิมสัก 2-3 ครั้ง ก็น่าจะได้ เพราะจะว่าไปแล้ว อาหารนี่ ไม่มีสูตรตายตัว เพราะมันคือศาสตร์และศิลป์ หากใครต้องทำตามสูตรเป๊ะๆ แล้วยังไม่อร่อย หรือไม่เ
ชาวบ้านหมู่ 6 ตำบลบ้านว่าน อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ล้วนมีอาชีพที่ไม่แตกต่างกัน คือการทำไร่และทำนา ซึ่งถือเป็นอาชีพหลัก แต่เพราะความกระตือรือร้นใฝ่ศึกษาของคุณศิริกานต์ ธาตุมณี หญิงสาววัยกลางคนที่ไม่หยุดนิ่งต่ออาชีพตรงหน้า ทำให้เธอเริ่มศึกษาการเพาะเห็ดฟางจากเพื่อนร่วมหมู่บ้าน ที่เดินทางไปศึกษาการเพาะเห็ดฟางจากศูนย์การเรียนรู้ในจังหวัดใกล้เคียง โดยเริ่มเพาะเห็ดฟาง 3 โรงเรือน ตั้งแต่ปี 2550 มีกำไรจากการจำหน่ายเห็ดฟางโรงเรือนละ 8,000 บาทต่อรอบการเก็บเห็ดฟางขาย แต่วัตถุเหลือทิ้งจากการเพาะเห็ดฟาง ประกอบด้วย กากมันสำปะหลัง รำอ่อน ขี้วัว ขี้เห็ดฟาง ฟาง และอีเอ็ม ในแต่ละครั้งเหลือทิ้งจำนวนมาก คุณศิริกานต์ สังเกตพบว่า เมื่อนำไปทิ้งยังท้องนาก็พบว่า ต้นข้าวเจริญเติบโตเร็วหลังจากได้รับวัตถุเพาะเห็ดฟางเหลือทิ้งเหล่านั้น เมื่อนำไปทิ้งยังโคนต้นไม้ ต้นไม้ต่างก็เจริญเติบโตได้ดี จึงมั่นใจว่า วัตถุเหลือทิ้งเหล่านั้นมีประโยชน์ จึงคิดนำมาแปรรูปจำหน่าย “กากมันสำปะหลัง รำอ่อน ขี้วัว ขี้เห็ดฟาง ฟาง และอีเอ็ม ที่มีอยู่ในวัตถุเพาเห็ดฟาง ก่อนเพาะเห็ดฟางเราหมักไว้อยู่แล้ว แสดงว่ามีแร่ธาตุมาก แต่สังเกตพบว่า แม้ต้
Yimsoo Cafe (ยิ้มสู้คาเฟ่) ร้านน่านั่งบรรยากาศสุดชิลล์ ตั้งอยู่ที่ซอยอรุณอมรินทร์39 จังหวัด กทม.เปิดให้บริการ 7.00 – 18.00 น. เสิร์ฟออร์แกนิคและอาหารอร่อย มีมุมถ่ายรูปเก๋ๆ ไว้อวดลงโซเชียล พร้อมปลั๊กไฟและรหัสไวไฟให้ใช้งานไม่อั้น ก่อตั้งขึ้นโดยมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ สถานที่ดีๆ ช่วยสร้างรายได้ให้แก่ผู้ที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกาย ศาสตราจารย์ วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานมูลนิธิ สากลเพื่อคนพิการ และผู้ก่อตั้งร้านกาแฟ “ยิ้มสู้คาเฟ่” เท้าความว่า ในระหว่างปี พ.ศ. 2538 – 2541 ประเทศไทยประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจตกต่ำ หลายธุรกิจล้มละลาย มีคนว่างงานเป็นจำนวนมาก จึงได้เขียนหนังสือ ”สู้ชีวิต เคราะห์สร้างโอกาส” ซึ่งเป็นการรวบรวมหลักธรรมคำสอนของมิสเจเนวีฟ คอลฟิลด์(ผู้ก่อตั้งโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ) และ ซิสเตอร์โรสมัวร์(แม่อธิการโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ) หลักธรรมคำสอนของทั้ง 2 ท่าน ช่วยให้มีกำลังใจต่อสู้ชีวิตจนประสบผลสำเร็จ รวมถึงได้เป็นอาจารย์สอนกฎหมายที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขณะที่ศาสตราจารย์วิริยะได้รับโอกาสทางสังคม ยังมีผู้พิการอีกจำนวนมากที่ประสบความทุกข์ย
กว่าจะทำแบรนด์ไทยให้คนไทยยอมรับ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย อุปสรรคโดยเฉพาะช่วงเริ่มต้น ดูจะเป็นเรื่องยากกับการฝ่าฟัน แต่ทว่าถ้ามีเป้าหมายแน่ชัด มีหรือจะก้าวผ่านไปไม่ได้ ดังเช่น BIG BEAR (บิ๊กแบร์) ยีนส์พันธุ์ไทย ที่วันนี้ผงาดอยู่ในตลาดได้อย่างสง่าผ่าเผย กับยอดขายเดือนละ 10,000 ตัว กว่าจะมาถึงจุดที่เรียกว่าความสำเร็จ คุณนุกูล ภาชนะกาญจน์ หรือ คุณเล็ก บอกว่า มันช่างยากเย็น จะยากอย่างไร ลองไปฟังเรื่องราวของเขากัน หนักเอาเบาสู้ รู้รสชาติชีวิต แต่ก่อนจะเข้าเรื่อง บิ๊กแบร์ ขอเกริ่นความเป็นมาของคุณนุกูล เพราะเชื่อว่าจะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อ่านได้อย่างแน่นอน เมื่อจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย คุณนุกูลเดินตามรอยเด็กต่างจังหวัดคือ เข้ากรุงเทพฯ เพื่อศึกษาต่อ แต่ทว่าเมื่อพ่อแม่ไม่มีเงินพอจะส่งเสียให้ร่ำเรียน เขาจึงเบนเข็มชีวิตค้นหางานทำ กระทั่งได้มาเป็นภารโรงในโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง กับค่าจ้างวันละ 50 บาท ทำได้ไม่กี่เดือนก็ลาออกมาช่วยพ่อแม่เปิดแผงเล็กๆ ขายมะนาว เส้นทางชีวิตผลักดันให้เขาหันเหไปทำอาชีพอีกหลายๆ ด้าน ทั้งขับรถแท็กซี่ ขายไก่ทอด เป็นพนักงานติดตามเร่งรัดหนี้สินอยู่บริษัทไฟแนนซ์แห่ง
