How to
ผมได้ยินชื่อของ “รุ่ย” มานาน จากมิตรสหายในแวดวงอาหารพื้นถิ่น จำได้ว่า เมื่อกิตติศัพท์ความอร่อยของเนื้อ กลิ่น และสัมผัสของมันถูกเล่าขานขึ้นมาในวงครั้งใด คำอธิบายเพิ่มเติมจะตามมาทันที ถึงขั้นตอนความยากลำบากอันแสนจะยืดเยื้อในการตระเตรียม นั่นทำให้จินตนาการที่มีถึงรุ่ยยิ่งพุ่งไปไกลสุดกู่ “รุ่ย” หรือ ถั่วขาว (Bruguiera cylindrica) เป็นพืชยืนต้นแถบป่าชายเลนทั่วไปที่คนเอามากินกัน เห็นมีแถบทะเลภาคตะวันออก และพื้นที่ชายฝั่งอ่าวพังงาทางคาบสมุทรภาคใต้ ส่วนที่กินคือฝักกลางอ่อนกลางแก่ เมื่อเก็บมาแล้วก็ต้องขูดเปลือกออกแล้วต้มน้ำทิ้งหลายๆ น้ำ (ส่วนใหญ่ราว 5 น้ำ) เพื่อให้รสฝาดเฝื่อนหายไป เหลือแต่กลิ่นไอทะเลจางๆ กลิ่นแป้งอบอวลกลิ่นดินในฝักที่หอมแน่นๆ และรสมันหนึบๆ เคี้ยวเพลิน เมื่อนั้นจึงจะเอาไปทำของกินต่อ ซึ่งก็มีตั้งแต่แกงบวดกะทิสด หรือปรุงแกง ต้ม เป็นกับข้าวของคาวก็ได้ ที่จริง ว่ากันว่าลำพังจิ้มเกลือ จิ้มน้ำตาล หรือเคี้ยวกินเปล่าๆ ก็อร่อยแล้วครับ มันก็เหมือนเรากินมัน เผือก หรือถั่วต้มนั่นเองแหละครับ ผมไปพบตัวจริงของรุ่ยที่งานประชันสำรับอาหารพื้นถิ่นของเครือข่ายเกษตรอินทรีย์สนามชัยเขต บ้านยางแดง จังห
ฯพณฯ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปาฐกถาเกี่ยวกับนโยบายรัฐกับการสร้าง SMEs 4.0 เนื่องในงานสัมมนาประจำปี 2560 ที่จัดโดย นิตยสารเส้นทางเศรษฐี หัวข้อ “เปิดเส้นทาง SMEs 4.0 : เศรษฐียุคดิจิตอล ใครว่ายาก” มีบางช่วงบางตอนที่น่าสนใจ ดังนี้ “SMEs เป็นกลุ่มธุรกิจที่ไม่ง่าย ที่จะอยู่รอดและเติบโต หากไม่มีการอาวุธทางความคิด หรืออัพเดตอยู่บนฐานข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างขนานใหญ่เวลานี้ ข้อมูล จากธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า SMEs มีอัตราการอยู่รอดเพียง 50 เปอร์เซ็นต์ใน 5 ปี นั่นหมายความว่า หากมี SMEs 100 ราย ภายใน 5 ปี จะอยู่รอด 50 ราย และตายไป อีก 50 ราย และข้อมูลจาก สำนักงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ระบุว่า ปี 2559 มี SMEs ประมาณ 2.88 ล้านราย ในจำนวนนี้ มาจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล กับกรมธุรกิจการค้าเพียง 6 แสนราย อีก 2 ล้านกว่าราย ไม่อยู่ในระบบ ซึ่งใน 6 แสนรายนี้ เป็นผู้ประกอบการรายเดียวถึง 80 เปอร์เซ็นต์” เพราะเหตุใด อัตราการอยู่รอดของ SMEs จึงมีเพียง 50 เปอร์เซ็นต์ “SMEs ส่วนใหญ่ เอาทุนเป็นที่ตั้ง นั่นหมายความว่า เวลาจะทำอะไร ก็เริ่มที่เง
ตำบลโหล่งขอด อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ แม้จะเป็นอำเภอเล็กๆ แต่เป็นแหล่งปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ พืชเศรษฐกิจอนาคตสดใส เพราะหลังเกษตรกรหลายรายเปลี่ยนจากการปลูกลำไยที่ขาดทุนมาทำสวนมะม่วง และเมื่อปีที่ผ่านมา 2559 สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีรายได้จากการส่งออกมะม่วง ราว 3.2 พันล้านบาท “มาดามแมงโก้” ผลิตภัณฑ์ มะม่วงอบแห้ง (Soft Dried Mango) ที่มองเห็นโอกาส ในการพัฒนาศักยภาพของสินค้าจากตำบลเล็กๆ ในอำเภอพร้าว และเป็นเหมือนสินค้าหัวหอกที่จะบุกเบิกตลาดก้าวเข้าสู่ตลาดออนไลน์ และตลาดสากล ให้กับสินค้าอื่นๆ จากตำบลนี้ในอนาคต คุณราเมศ รัตยันตรกร ผู้ก่อตั้ง แบรนด์ “มาดามแมงโก” เปิดเผยว่า ตั้งใจอยากจะทำสินค้าแปรรูปสินค้าเกษตรจากชุมชนบ้านหลวง ต.โหล่งขอด อ.พร้าว ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ให้รู้ว่าตำบลเล็กๆ ที่อยู่ห่างไกลความเจริญนั้นมีสินค้าทางการเกษตรที่มีคุณภาพเทียบเท่าสากล ให้สอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริมของภาครัฐ คือ “เกษตร 4.0” เลยคิดชื่อแบรนด์ง่ายๆ สื่อสารให้ทุกคนเข้าใจได้ ทั้งคนไทยและ ชาวต่างชาติ คือ “มาดามแมงโก้” สามารถที่จะต่อยอดไป
ใครที่เดินทางไปจังหวัดจันทบุรี เวลานี้จะเห็นของฝากแปลกตามากมาย ส่วนมากเป็นสินค้าโอท็อปที่มีคุณภาพ ทำมาจากสินค้าพื้นเมือง หนึ่งในนั้นคือ “น้ำพริกเผามังคุด” เป็นน้ำพริกเนื้อมังคุดแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ และที่สำคัญ เป็น “มังคุดจันทบุรี” “มังคุดจันทบุรี” ส่วนใหญ่เป็นพันธุ์พื้นเมือง มีพัฒนาบ้างเพื่อให้ได้ต้นเตี้ย สะดวกแก่การเก็บ และมีลักษณะแตกต่างจากมังคุดในภาคอื่นๆ กล่าวคือมีผลขนาดเล็กกว่า รูปทรงค่อนข้างเรียว และมีเปลือกค่อนข้างบาง สีของกลีบที่ปลายขั้วผลมีสีแดง ผลสุกจะมีสีม่วงดำ เนื้อนุ่ม รสจัดจ้าน มังคุดจันทบุรีจะออกผลประมาณเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคมของทุกปี การทำสวนมังคุดมีพื้นที่เพาะปลูกเป็นอันดับ 3 ของจังหวัด ปัจจุบันนี้มีพื้นที่ปลูกมังคุดในจันทบุรี ประมาณ 85,906 ไร่ ทำเงินในระดับ 2,000 กว่าล้าน ต่อปี นับเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดทีเดียว สวนมังคุดหลักๆ อยู่บริเวณอำเภอมะขาม, นายายอาม, ขลุง, ท่าใหม่, เมือง, แก่งหางแมว, โป่งน้ำร้อน, แหลมสิงห์, สอยดาว และกิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ มังคุดจันทบุรีขึ้นชื่อลือชาว่าอร่อยที่สุด ปัจจุบันมีการรวมกลุ่มกันและนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเพาะปลูกมังคุด เพื่อเสริมสร้า
ชวนเพื่อนไปกินปูไข่กันที่ร้านเกษร ตำบลคลองโคน จากนั้นก็มุ่งหน้าไปเที่ยวตลาดร่มหุบ ที่อำเภอแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม ได้ความสนุกจี๊ดจ๊าดกันพอสมควร ร้านเกษรโด่งดังในเรื่องอาหารทะเลทุกชนิด โดยเฉพาะปูทะเลไข่นึ่ง ที่มีไข่ล้นกระดอง หวานมันเต็มปากเต็มคำ คุณภาพสมราคา ดังนั้น คนกรุงผู้โหยหารสชาติปูทะเลที่ไม่ไกลจากเมืองหลวงนักจึงแห่แหนไปกินกันแน่นขนัดในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และเริ่มลามไหลมาถึงวันธรรมดากันแล้ว อันว่าตำบลคลองโคนนั้นมีกิจกรรมโดดเด่นในด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สภาพแวดล้อมบริเวณปากอ่าวแม่กลอง คือการปลูกป่าชายเลน ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 โดย คุณไพบูลย์ รัตนพงศ์ธระ หรือ ผู้ใหญ่ชงค์ ชักชวนชาวบ้านช่วยกันปลูกป่าชายเลนขึ้นใหม่ในพื้นที่ตำบลคลองโคน หลังจากป่าถูกบุกรุกทำลายอย่างหนักเพื่อทำนากุ้งจนทรัพยากรสัตว์น้ำในพื้นที่หร่อยหรอ อาชีพประมงพื้นบ้านที่ทำกินกันมาตั้งแต่โบราณไม่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้อีกต่อไป ทำให้ชาวบ้านต้องอพยพไปขายแรงงานที่อื่น การร่วมแรงร่วมใจของคนในชุมชนอย่างจริงจัง ประกอบกับได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงเห็นความสำคัญของกา
จริงๆ ก็พอจะเข้าใจอยู่บ้างว่ารัฐบาลภายใต้แกนนำของ “พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี พยายามอย่างยิ่งที่จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคต่างๆ ออกมาเป็นจำนวนมาก รวมถึงล่าสุดที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน 125 ล้านบาท เพื่อให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ทำการประชาสัมพันธ์การจัดทำโครงการโฆษณาประชาสัมพันธ์ และจัดกิจกรรมเพื่อพลิกโฉมประเทศไทยตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยการจัดนิทรรศการและงานสัมมนาระดับชาติภายใต้ชื่อ “โอกาสทางการลงทุนในประเทศไทย” ซึ่งจะมีซีอีโอจากบริษัทระดับโลกมาบรรยายให้กับผู้เข้ารับฟังการสัมมนา ขณะที่อีกส่วนหนึ่งจะทำการประชาสัมพันธ์โอกาสการลงทุนในประเทศไทย โดยในส่วนนี้จะโฆษณาทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อตอกย้ำถึงศักยภาพและความพร้อมด้านต่างๆ ของประเทศไทยเพื่อก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งผมเห็นแล้ว ฟังแล้ว อ่านแล้วก็เข้าใจ แต่ถามว่าพ่อค้าแม่ค้าร้านตลาดได้อะไรจากงานสัมมนาระดับชาติอย่างนี้บ้าง? ผมไม่รู้ หรือจะพูดตรงๆ ก็คือไม่ได้อะไร ถามว่าแล้วใครได้ประโยชน์? รัฐบาลได้ คนฟังที่เป็นนักธุรกิจได้ สื่อมวลชนไ
คุณแจ้ง ดำสุวรรณ ประธานกลุ่มแม่บ้านผลิตน้ำบูดูข้าวยำ เลขที่ 5 หมู่ที่ 15 บ้านดินลาน ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ที่กลุ่มแม่บ้านผลิตน้ำบูดูข้าวยำ บ้านดินลาน ผลิตขึ้นมาเป็นอาหารสุขภาพที่มีสารอาหารที่มีคุณค่าเหมาะกับคนทุกวัย พกพาสะดวก ตอบสนองวิถีชีวิตของกลุ่มผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกและรวดเร็ว จากภูมิปัญญาท้องถิ่นบวกกับแนวคิดในการต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับยุคสมัย ข้าวยำม้วนซูชิจึงได้รับความสนใจจากตลาด โดยขณะนี้ได้ผลิตส่งจำหน่ายในร้านค้าสะดวกซื้อ ร้านค้าชุมชน ศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าคลองหอยโข่ง ห้างเทสโก้ โลตัส สงขลา และร้านภูฟ้า ซึ่งนอกจากจะสร้างอาชีพและสร้างรายได้ให้ชุมชนแล้ว ชาวบ้านดินลานยังภาคภูมิใจกับข้าวยำม้วน ที่มีเพียงแห่งเดียวในจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นนวัตกรรมด้านอาหารที่มีปรับรูปโฉมใหม่ แต่ยังคงคุณค่าของความเป็นอาหารพื้นบ้านปักษ์ใต้ไว้อย่างเหนียวแน่น ข้าวยำน้ำบูดู เป็นเมนูเด็ดที่ผสมผสานระหว่างอาหารพื้นบ้านปักษ์ใต้กับกรรมวิธีการทำซูชิ รูปแบบอาหารญี่ปุ่น ซึ่งกลุ่มผลิตน้ำบูดูข้าวยำ ได้คิดค้นสูตรขึ้นเพื่อให้เป็นอาหารสุขภาพที่รับประทานได้สะดวก และเอา
ด้วยความอร่อยล้ำของน้ำราดข้าวที่เหนียวข้นกำลังดี รสกลมกล่อม ส่งกลิ่นหอม หนำซ้ำเนื้อไก่นุ่มแทบจะยุ่ยละลายในปากได้โดยไม่ต้องออกแรงบดเคี้ยว ในเมนู “ข้าวหน้าไก่” ทานคู่กับพริกชี้ฟ้าสดและผักชี ของร้านอาหารพูนเลิศ เลยเป็นที่มาว่าทำไมใครต่อใครต่างโจษจันกันมาช้านานว่าเป็นตำนานความอร่อย “ข้าวหน้าไก่ 100 ปี” วันนี้เส้นทางเศรษฐีออนไลน์พาร่วมค้นหาคำตอบกับ คุณชยพร พูนล้ำเลิศ ลมหายใจรุ่นที่ 3 ของร้านอาหารร้านนี้ เผยสูตรลับของตระกูล มรดกตกทอดมา 3 รุ่น คุณชยพร พูนล้ำเลิศ หรือ คุณฟั้น เล่าประวัติร้านว่า ข้าวหน้าไก่ขายมาตั้งแต่ก่อนรุ่นอากง ว่ากันว่าสมัยนั้นญาติของอากงชื่อ “เหลาะงาทิ้น” หาบข้าวหน้าไก่ห่อใบตองเร่ขาย พร้อมเป่านกหวีดเรียกลูกค้าอยู่แถวพลับพลาไชย แต่แล้วทำไม่ไหวเรียกอากงมาช่วย จากนั้นอากงก็ทำต่อมาเรื่อยๆ จากหาบขายก็มาเปิดร้านในห้องแถวไม้ 1 ห้อง เมื่อกิจการดีขึ้นก็ขยับขยายเป็นอาคารพาณิชย์ตามลำดับ รวมถึงมีเมนูอื่นเพิ่มตามมา อาทิ ข้าวเหนียวหมูแดง โกยซีหมี่ บะหมี่ราดหน้าไก่ และอาหารตามสั่งอีกด้วย เบ็ดเสร็จอายุรวมของร้านก็ 100 ปีเศษแล้ว ปัจจุบัน ข้าวหน้าไก่ของร้านอาหารพูนเลิศ หรือฉายา “ข้าวหน้าไก่
การทำธุรกิจ หนีไม่พ้น “การบริการ” และในงานบริการ “คน” คือ กลไกสำคัญที่สุด หากให้ความสำคัญกับคน แปลว่า ให้ความสำคัญ และใส่ใจในการให้บริการ แต่พบว่าหลายธุรกิจ กลับไม่ได้ให้ความสำคัญกับคนมากนัก “คน” ที่ผมกำลังพูดถึง ไม่ได้หมายถึง “ลูกค้า” นะครับ แต่ผมกำลังหมายถึง “พนักงาน” ถ้าเราทำให้พนักงานมีความสุข คนที่มีความสุข ย่อมให้บริการคนอื่นด้วย “ความสุข” เช่นกัน ในทางตรงข้าม หากเราปล่อยปละละเลย มุ่งเอาใจลูกค้า แต่ว่าไม่สนใจพนักงาน จะเป็นอยู่อย่างไร จะมีสุขทุกข์อย่างไร ไม่เคยใส่ใจ แล้วคนอมทุกข์มากมาย จะบริการใครได้ดี เมื่อเร็วๆ นี้ มีรุ่นน้องมาปรึกษาหารือเรื่องงาน รู้สึกอึดอัดใจ ตัวเองทำงานไต่เต้าจากพนักงานธรรมดา จนได้เป็นระดับผู้จัดการ งานที่ต้องรับผิดชอบเป็นสายงานการตลาดและการขาย ต้องตระเวนออกงานแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ วันดีคืนดี บริษัทก็มีกฎใหม่ออกมาว่า ระดับผู้จัดการเงินเดือนเยอะแล้ว ไม่ต้องมี “เบี้ยเลี้ยง” ของเคยได้รับ กลับหดหายไปเห็นๆ สิ่งที่บริษัทควรทำความเข้าใจ คือ เบี้ยเลี้ยง ไม่ใช่เงินเดือน หรือค่าตอบแทนการทำงาน แต่เป็นเงินพิเศษที่พนักงานต้องออกไปทำงานบางอย่าง นอกเหนือจากภาวะปกติ
เครื่องนุ่งห่มจากผ้าฝ้าย อาหาร ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค เป็นปัจจัย 4 ที่จำเป็นในการยังชีพของมนุษย์ โดยเฉพาะเครื่องนุ่งห่มจากผ้าฝ้ายผลิตภัณฑ์คุณภาพ เป็นงานวิถีพื้นบ้านที่ได้สืบต่อกันมายาวนาน ซึ่งที่ชุมชนบ้านโสกแสง เกษตรกรนอกจากจะทำนาเป็นอาชีพหลักแล้วยังได้ปลูกหม่อน ย้อมสีเส้นฝ้ายด้วยสีธรรมชาติ ทอผ้า หรือนำผืนผ้ามาตัดแต่งเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องนุ่งห่มหรือของใช้ที่งดงาม เพื่อใช้ในครัวเรือนหรือเป็นสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ขายดี ทำให้เกษตรกรมีรายได้พอเพียงเพื่อการยังชีพด้วยวิถีเศรษฐกิจพอเพียงและมั่นคง คุณยรรยง ศรีม่วงกลาง เกษตรอำเภอนาจะหลวย เล่าให้ฟังว่า นอกจากได้ส่งเสริมการทำนาที่เป็นอาชีพหลักให้เกษตรกรแล้ว ก็ได้แนะนำให้ปลูกพืชเสริมด้วยการปลูกหม่อนแบบหัวไร่ปลายนาหรือปลูกเป็นสวน เพื่อนำผลผลิตจากต้นหม่อนมาใช้ประโยชน์ เช่น นำผลหม่อนมาทำแยมหรือเครื่องดื่ม นำใบหม่อนมาทำเป็นชาชงดื่มเพื่อสุขภาพ หรือนำใบหม่อนไปเลี้ยงหนอนไหมซึ่งจะทำให้ได้เส้นไหมหรือเส้นฝ้าย ทำการย้อมสีเส้นฝ้ายเปลือกไม้เพื่อให้ได้เส้นฝ้ายสีสวยแบบธรรมชาติ แล้วนำมาทอเป็นผืนผ้าเพื่อตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าอาภรณ์สวมใส่หรือขายเป็นรายได้
