How to
ชุดชั้นในเวียนนา ทะยานสู่ขวบปีที่ 30 บนเส้นทางความท้าทาย “โตแล้วแตก” ในอาณาจักรชุดชั้นในยังคงยึดยุทธศาสตร์หลัก Bra Expert หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสรีระและชุดชั้นใน พร้อมนโยบายขับเคลื่อนเรื่องการพัฒนานวัตกรรมสินค้า และการตลาด 4.0 รับผู้บริโภคยุคดิจิทัล บูม ชูแคมเปญ Wienna Drop Ship โอกาสใหม่ทางธุรกิจ “ไม่มีเงินทุน ก็รวยได้” หวังขยายฐานสู่เจนเนเรชั่น Y มาพร้อมปรากฏการณ์ใหม่ครั้งแรกกับ Wienna Pop-Up Store และ Mobile App Wienna หวังประกาศศักดาความแข็งแกร่งแห่งแบรนด์เวียนนา…ก้าวสู่ทศวรรษที่ 4 นางสาวสันต์ศินี วิลาสศักดานนท์ กรรมการบริหาร บริษัท วีน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (เครือสหกรุ๊ป) ผู้จัดจำหน่ายชุดชั้นในเวียนนาและจักรเย็บผ้าจาโนเม่ เปิดเผยว่า ปีนี้เวียนนาครบรอบ 30 ปี สำหรับการก้าวสู่ทศวรรษที่ 4 ของเวียนนา จึงเป็นการก้าวสู่มิติใหม่ ล้างภาพลักษณ์ความเป็นแบรนด์เก่าแก่ (Old Brand) ให้ทันสมัยทั้งรูปแบบสินค้า ทั้งช่องทางการจัดจำหน่าย โดยเน้นเรื่องดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง ครอบคลุมทุกช่องทาง ล่าสุดเวียนนาได้ออก Mobile Application เพื่อเป็นช่องทางการซื้อขายสินค้า อัพเดรทสินค้าใหม่
หนุ่มวิศวะวัย 34 ปี เนรมิตฝันคนอยากมีบ้านแต่งบน้อย ด้วยการใช้นวัตกรรมบ้านโครงสร้างเหล็กจากเยอรมัน มีคุณสมบัติต้านแผ่นดินไหวได้7 ริกเตอร์ อีกทั้งปลอดจากมอด ปลวกเข้าทำลาย ตอบโจทย์คนมีที่ดินน้อย เริ่มต้นเพียง 18 ตร.ม.ก็สามารถมีบ้านอยู่ได้ ภายใต้งบก่อสร้าง 2.7 แสน ใช้เวลา 2 วัน หลังศึกษาจบด้านวิทยาการและวิศวกรรมวัสดุ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร คุณโอฬาร ตั้งวงศ์กิจ มีโอกาสเดินทางไปประเทศเยอรมนี และที่นี่เองทำให้เขาได้เห็นนวัตกรรมการสร้างบ้านน็อกดาวน์โครงสร้างเหล็กที่มีอายุการใช้งานนานนับสิบปี เมื่อเดินทางกลับ จึงต้องการสร้างบ้านหลังเล็กๆ เป็นของตนเอง แต่งบประมาณ 1 แสนกว่าบาท จ้างช่างคนไหน ต่างก็ส่ายหน้า ความท้าทายนี้พิสูจน์ว่าทำได้จริง ด้วยวิธีลงมือเอง “เมื่อไม่มีใครทำให้ได้ จึงลงมือเอง กระทั่งบ้านเสร็จ อยู่ได้จริง ก็มีความคิดว่า น่าจะทำขาย จึงถ่ายรูปบ้านของผมรีวิวในโลกโซเชียล ก็ประจวบกับรีสอร์ตแห่งหนึ่งที่ต่างจังหวัดติดต่อเข้ามาขอให้สร้างบ้านแบบโมบายโฮม (Mobile home) รวม 10 หลัง” ใช้เวลาติดตั้งเพียง 1-2 วันแล้วเสร็จ จุดขายด้านความเร็ว ส่งให้ลูกค้าตามมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับผู้มีเงิ
ชาวนาบัว จังหวัดขอนแก่น ยิ้มรับยอดสั่งซื้อพุ่ง ในช่วงเทศกาลสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา มีลูกค้ามาสั่งจองดอกบัวตั้งแต่ต้นเดือน มียอดสั่ง วันละ 5,000 ดอก จากเดิมไม่เกินวันละ 1,000 – 2,000 ดอก จนตอนนี้เก็บดอกบัวให้ไม่ทันตามยอดสั่งจอง วันที่ 5 ก.ค.2560 ที่ แปลงนาบัว บ้านศิลา ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น นางนิพาพร ขจรพิพัตน์ ชาวนาบัวกำลังเร่งเก็บดอกบัว กำลังช่วยกันเร่งเก็บดอกบัว พร้อมทั้งมัดดอกบัวให้เป็นกำ เพื่อส่งให้ทันลูกค้า ตามยอดสั่งกว่าวันละ 5,000 ดอก ซึ่งเป็นยอดสั่งจากลูกค้า ทั้งขาจรและขาประจำ มาสั่งให้เก็บให้ทุกวัน ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนแล้ว ซึ่งตอนนี้บางวันเก็บดอกบัวได้ไม่ตรงตามยอดสั่งของลูกค้า เนื่องจากมีแรงงานมาช่วยเก็บน้อย เพราะแรงงานส่วนใหญ่ ไปดำนากันหมด เลยไม่สามารถจ้างแรงงานมาช่วยให้เก็บดอกบัวทันตามที่ลูกค้าสั่ง นางนิพาพร ขจรพิพัตน์ ชาวนาบัว บ้านศิลา ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ยอดสั่งซื้อดอกบัวบูชาพระในช่วงเทศกาลสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เทศกาลอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา มีลูกค้าสั่งจองดอกบัวล่วงหน้าตั้งแต่ต้นเดือนเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทั้งลูกค้าเจ้าประจำและลูกค้าทั่วไป โดยในช่วง
หลังคว้าใบปริญญาคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จากรั้ว ม.ธรรมศาสตร์ “สกาวเดือน วิภากรวิทย์” หรือดาว หญิงสาวผู้ใฝ่รู้ ได้บินลัดฟ้าไปศึกษาต่อ ป.โท ด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ประเทศออสเตรเลีย เรียนไปด้วย เปิดร้านอาหารไทยไปด้วยนาน 10 ปี รายได้ต่อเดือนเป็นล้าน แต่สุดท้ายทนความคิดถึงบุพการี คิดถึงภูมิลำเนาไม่ไหว เลือกที่จะกลับมาอยู่กับครอบครัว แล้วยึดอาชีพใหม่ นั่นคือ ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ที่จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมกับเปิดร้านอาหาร รายได้ต่อเดือนเฉียด 2 แสน คุณดาว เล่าว่า หลังจบ ป. ตรี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จากรั้ว ม.ธรรมศาสตร์ ไปต่อ ป.โท ด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ประเทศออสเตรเลีย ระหว่างนั้นทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย เปิดร้านอาหารไทย รายได้ดี ยังไม่หักรายจ่ายเฉลี่ยเดือนละล้านบาท แต่ทว่ากลับบ้านมาเยี่ยมครอบครัวเพียงปีละหน ที่สำคัญอยากกลับบ้านมาดูแลพ่อแม่ ในที่สุดเลือกที่จะกลับบ้านเกิดที่เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานีราวปี 58 อย่างไรก็ตาม แม้จะทำงานอยู่ต่างประเทศรายได้ดี แต่ด้วยความคิดถึงครอบครัว หญิงสาวนักเรียนนอก เลือกที่จะกลับบ้าน ในช่วงแรกเธอไปเรียนด้านอาชีพหลายอย่าง แต่สุดท้ายค้นพบว่าตัวเองชอบปลูกผัก เลย
ในสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดนิ่งทางธรรมชาติ อันมีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของพืชหลายชนิด การพัฒนาและปรับปรุงเมล็ดพันธุ์พืช ผัก ตลอดจนไม้ผลนานาชนิดให้สอดคล้องเพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดภาคเกษตรกรรมนับว่ามีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง อย่างมะละกอ ที่ บริษัท เพื่อนเกษตรกร จำกัด มุ่งมั่นพัฒนาปรับปรุงให้มีคุณภาพอย่าง พันธุ์เรดเลดี้ เพื่อให้มีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ปลูกในตำบลยกกระบัตร อำเภอสามเงา จังหวัดตาก พัฒนาปรับปรุงพันธุ์ให้ทนแล้ง ตอบสนองความต้องการของพื้นที่ คุณธนิต นาดี เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายเขตภาคเหนือ เปิดเผยว่า เดิมทีชาวบ้านแห่งนี้ปลูกมะละกอพันธุ์แขกดำและฮอลแลนด์ แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ เพราะไม่ทนโรค จึงทำให้ชาวบ้านลองเปลี่ยนมาปลูกมะละกอพันธุ์เรดเลดี้แทน เพราะมีคุณสมบัติทนแล้งดี แล้วยังทนต่อโรค/แมลงศัตรู ช่วยให้ผลเน่าเสียลดลงหรือไม่มี จึงทำให้ได้ผลผลิตเพิ่มมากขึ้น ลดต้นทุนการใช้ยาป้องกันได้ด้วย นอกจากนั้น มะละกอพันธุ์นี้ยังมีเปลือกหนา ทำให้มีความปลอดภัยระหว่างขนส่ง เพราะไม่ทำให้เนื้อช้ำเสียหายง่าย ส่วนเนื้อผลแน่น มีความหวาน ปกติประมาณ 13-14 บริกซ์ และถ้าสุกเต็มที่อาจได้ความหวานถึง 1
เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ที่จ.พิษณุโลก หลังเข้าสู่ช่วงฤดูฝนฃ ชาวบ้านหลายพื้นที่เดินทางขึ้นภูเขาไปหาของป่า พืชผลที่ผลิดอกออกหน่อในฤดูฝนนำออกมาขายกันจำนวนมาก เนื่องจากตามป่าเขาในเขต อ.วังทอง มีความชุ่มชื้นจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่บ้านวังดินสอ ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ชาวบ้านใช้เวลาว่างหลังจากทำนาแล้ว ขึ้นภูเขาไปหาหน่อไม้ป่า เห็ดต่างๆจากเขาห้วยฟอง- ซำประดู่ ซึ่งเป็นเขาที่อยู่ติดหมู่บ้านลงมาขายตามเพิงขายของริมถนนสาย 12 พิษณุโลก-หล่มสัก หมู่ที่ 1 ต.วังแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ได้รับความสนใจจากประชาชน นักท่องเที่ยวที่ผ่านทางอุดหนุนสินค้าสดๆจากป่าสร้างรายได้งาม โดยเฉพาะเห็ดโคน มีราคากิโลกรัมละ 200-300 บาท ขณะที่หน่อไม้ขายดีถึงกิโลกรัมละ40 บาท นางปรียา ลองแก้ว อายุ 43 ปี ชาวบ้านบ้านวังดินสอ อ.วังทอง ที่นำของป่ามาวางขาย กล่าวว่า หลังว่างจากการทำนา ตนและเพื่อนบ้าน จะขึ้นเขาไปหาของป่า ทั้งเห็ดโคน หน่อไม้ ยอดผักต่างๆ ลงมาวางขายหมุนเวียนกันไปเพื่อสร้างรายได้เสริม โดยช่วงเดือนนี้หน่อไม้ป่ากำลังแตกหน่อ จึงขึ้นไปขุดหาหน่อไม้ที่เขาห้วยฟอง-ซำประดู่ ลงมาขายในกิโลกรัมละ 40 บาทแม้ขนาดไม่
ยางพารายังถือได้ว่าเป็นพืชเศรษฐกิจส่งออกของประเทศไทยที่สำคัญอย่างหนึ่ง แม้ว่าช่วงที่ผ่านๆ มาจะซบเซาและราคาตกต่ำลงไปมากก็ตาม ด้วยเพราะพื้นที่ และจำนวนการปลูกของเกษตรกรที่เพิ่มมากขึ้น และเศรษฐกิจที่ค่อนข้างซบเซา จึงทำให้ราคายางพาราไม่ค่อยดีนัก แต่กระนั้นน้ำยาง จากต้นยางพาราก็สามารถนำมาแปรรูปเป็นสินค้าที่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมยางรถยนต์ หรือนำไปใช้ประกอบการทำถนน หรือกระทั่งการแปรรูปไปสู่การทำเครื่องนอน อย่าง หมอน ที่นอน และแปรรูปไปสู่การทำกระเป๋า กระเป๋าเดินทาง เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า ประกอบกับในปัจจับนที่ดูเหมือนว่าการประกอบอาชีพเพียงอาชีพเดียวคงไม่เพียงพออีกต่อไปแล้วในปัจจุบัน ด้วยภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้หลายคนหันมาสนใจการประกอบอาชีพเสริม นอกเหนือจากงานประจำที่ทำอยู่ทุกวัน การมองเห็นช่องทางและโอกาสในการประกอบอาชีพจึงเป็นการเพิ่มรายได้ให้ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว คุณจตุพล พรหมเทพ วัย 28 ปี วิศวกรหนุ่ม คนนี้ก็เช่นกัน เขาไม่เพียงมีงานประจำทำเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ยังมีอาชีพเสริม เป็นคนขายกระเป๋าจากยางพารา ไอเดียกิ๋บเก๋สุดสร้างสรรค์ ที่มีทั้งรูปสัตว์และผลไม้ ใบไม้นานาชน
ในบทความเรื่อง “ความเป็นอนิจจังของอาหารจีนชั้นสูงในกรุงเทพฯ : การเดินทางสู่เส้นทางของอาหาร ‘ประชาธิปไตย’” ของ ธเนศ วงศ์ยานนาวา ใน ศิลปวัฒนธรรม ฉบับ กุมภาพันธ์ 2546 ตอนหนึ่งได้กล่าวถึงตำราแม่ครัวหัวป่าก์ ของท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ ไว้ว่า …ตำรากับข้าวเล่มนี้ได้แรงบันดาลใจจากหนังสือ The Book of Household Management (1861) อันเป็นตำราการทำอาหารและการดูแลครัวเรือนที่สำคัญ และพิมพ์ตกทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน และยังเป็นตำราที่มีบทบาทสำคัญในการเขียนตำราอาหารในหมู่ประเทศอาณานิคมของอังกฤษ แต่ถ้าจะว่าไปตามความเป็นจริงแล้ว หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่ตำรากับข้าว แต่เป็นหนังสือการจัดและดูแลบ้าน ซึ่งเป็นศาสตร์ที่มีความสำคัญ และสามารถที่จะย้อนกลับไปสู่ความคิดของกรีกโบราณในเรื่องการดูแลจัดการครัวเรือน ที่ต่อมาได้กลายมาเป็นวิชาเศรษฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตำราเล่มนี้จะขายดิบขายดี พิมพ์ต่อเนื่องกันมาเป็นเวลาเกือบร้อยปีในประเทศอังกฤษ และได้รับการแก้ไขปรับปรุงมาโดยตลอด ตำราเล่มนี้ก็ยังถูกโจมตีจากผู้ประกอบอาหารรุ่นหลังๆ ของประเทศอังกฤษ ว่าหนังสือเล่มนี้เป็นตัวทำลายวัฒนธรรมอาหารอังกฤษ อังกฤษมีชื่อเสียงว่าเป็นชาต
วันที่ 3 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีซูชิเค้กไอเดียเก๋เมนูอาหารญี่ปุ่นแปลกใหม่ ซึ่งทำเป็นซูชิเค้ก แถมไม่มีหน้าร้านขายผ่านเฟซบุ๊ก แต่ลูกค้าสั่งจองไม่ขาดสาย ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปพบกับนางอรนุช คมขำ อายุ 39 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 26/426 หมู่ 3 ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี พบ่วากำลังเร่งทำซูชิเค้กส่งให้ลูกค้า ที่สั่งจองเข้ามาหลังโพสต์ขายผ่านทางเฟซบุ๊กจนได้รับความสนใจจากลูกค้าที่นิยมทานซูชิ สั่งเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย เพราะมีความแปลกใหม่และคุ้มค่า โดยนางอรนุช เล่าว่า เดิมมีธุระกิจส่วนตัวอยู่แล้ว แต่เป็นคนที่ชอบทานซูชิ และสามารถทำคนเดียวได้ จึงเริ่มจากหัดทำซูชิขาย แบบที่มีขายทั่วไปชิ้นละ 5 บาท ก็มีลูกค้าสั่งบ้าง ส่วนที่ได้คิดทำเป็นซูชิเค้กเริ่มจาก เป็นวันเกิดของสามี จึงได้ทำเป็นซูชิเค้กให้เป็นเค้กวันเกิดให้กับสามี และได้นำไปโพสต์ในเฟซบุ๊ก จนมีลูกค้าเดิมเห็นจึงได้สั่งซื้อเข้ามา จากนั้นก็มีกลุ่มลูกค้าสั่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยชูชิเค้กหนึ่งชิ้นจะมี 5 ชั้น โดยปกติแต่ละชั้นจะมีหน้าที่ลูค้าต้องการเช่น หน้ากุ้ง ปูอัด ไข่หวาน ไข่กุ้ง ทูน่ามายองเนส ยำสาหร่าย และหน้าอื่นๆ ที่ลูกค้าต้องการก็สามารถท
เศรษฐกิจไทย นับว่าผ่านวิกฤตและการชะลอตัวมาหลายครั้ง โดยเฉพาะครั้งที่เป็นโศกนาฏกรรมใหญ่ คือ ‘วิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง’ เมื่อปี 2540 อันเกิดจากการเปิดเสรีทางการเงิน ขณะที่ยังคงตรึงอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทไว้ ส่งผลให้เกิดการกู้เงินจากต่างประเทศมากเกินควร โดยเงินกู้เหล่านั้นจำนวนมากไหลเวียนในวังวนของการเก็งกำไร โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์ ราคาของสินทรัพย์ถูกปั่นให้มีมูลค่าสูงเกินจริง จนเกิดภาวะ ‘เศรษฐกิจฟองสบู่’ เมื่อเศรษฐกิจไทยประสบภาวะขาดดุลบัญชีเดินสะพัด และการส่งออกที่ลดต่ำลงอย่างมาก จึงเกิดช่องโหว่ให้ค่าเงินบาทถูกโจมตีอย่างหนัก จนรัฐบาลต้องประกาศลอยตัวค่าเงินในที่สุด ส่งผลให้ค่าเงินบาทลดต่ำลงทันทีเกือบหนึ่งเท่าตัว เท่ากับว่า หนี้ที่กู้จากต่างประเทศในจำนวนเดิม จะต้องใช้เงินบาทมากขึ้นในการชำระคืน ทำให้ภาคเอกชนและสถาบันการเงินที่ก่อหนี้ต่างประเทศเอาไว้ต้องล้มละลายและปิดตัวลงเป็นจำนวนมาก เกิดผลกระทบทางสังคมและระบบเศรษฐกิจไทยอย่างมหาศาล จวบจนวันที่ 2 กรกฎาคม 2560 นี้ กำลังจะครบรอบ 20 ปีของวิกฤตการณ์แล้วแต่พบว่าเศรษฐกิจไทยยังไม่ก้าวออกจากขอบเหวของวิกฤตนัก รองศาสตราจารย์ ดร.อภิชาต สถิตนิรามัย อา
