How to
คุณเฉลิมวุฒิ แสนยศคำ อยู่บ้านเลขที่ 119 หมู่ที่ 3 บ้านโนน ตำบลศรีชมภู อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนเขาได้เป็นหนุ่มโรงงานอยู่ที่จังหวัดชลบรี ต่อมาจึงได้ย้ายกลับมาอยู่บ้านเกิด เพื่อช่วยงานที่บ้านทำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับปลาร้าบอง “สมัยนั้นประมาณปี 49 คุณแม่ผมไปประกวดทำอาหารชนะ ท่านก็เลยเกิดแรงบันดาลใจ ที่อยากจะทำเป็นอาชีพให้กับเพื่อนๆ ก็เลยมาตั้งเป็นกลุ่มสมาชิกขึ้น เพื่อเป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกัน ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่คิดไว้ก็จะเป็นปลาร้าบอง เพราะแถวนี้มีอ่างเก็บน้ำ ปลาแถวนี้ก็จะค่อนข้างมาก ก็เลยเอามาหมักทำปลาร้ากัน และพัฒนามาแปรรูปขึ้นมา” คุณเฉลิมวุฒิ กล่าว บรรจุภัณฑ์พร้อมขาย ในขั้นตอนแรกของการทำปลาร้าบองนั้น คุณเฉลิมวุฒิ บอกว่า จนนำปลาที่หลากหลายชนิดที่หามาได้มาทำการหมักเป็นปลาร้าเสียก่อน โดยใช้เวลาประมาณ 7-8 เดือน เมื่อปลาร้าที่ได้หมักจนได้ที่ก็จะนำมาเข้าเครื่องบด ซึ่งจะทำแต่ละครั้งจะใช้ปลาร้าประมาณ 10 กิโลกรัม มาผสมกับเครื่องปรุงต่างๆ เช่น พริก ข่า ตระไคร้ ใบมะกรูดคั่วแห้ง ฯลฯ มาผสมให้เข้ากันก็จะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 30 กิโลกรัมต่อครั้ง ปลาร้าบองที่ผ่านการคั่วจนสุก สินค้าที่นำ
เทรนด์สุขภาพและความงามที่คนไทยกำลังให้ความสนใจอย่างถ้วนทั่ว คือ “เทรนด์ธรรมชาติบำบัด” จนทำให้สินค้าเพื่อสุขภาพต่างๆ ได้รับการยอมรับและนิยมอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวกับความสวยความงามบำรุงผิวพรรณทั้งของผู้หญิงและผู้ชาย เฉกเช่น ถ่านไม้ไผ่(Bamboo Charcoal) คือ ถ่านที่ได้จากการเผาไม้ไผ่ในอุณหภูมิสูงกว่า 1,000 องศาเซลเซียส มีความบริสุทธิ์ของธาตุคาร์บอนสูงคุณสมบัติเด่นช่วยดูดซับกลิ่น ดูดซึมความอับชื้น และช่วยขจัดพิษตกค้างในร่างกาย บางงานวิจัยยังบอกอีกว่า ช่วยขับสารเคมีตามผิวหนัง ผิวหนังจึงสะอาด ปัจจุบันจึงมีผลิตภัณฑ์ความงามที่ใช้ถ่านไม้ไผ่ออกมามากมาย อาทิ สบู่ ครีมบำรุงผิว แชมพู ครีมนวดผม “Manee” (มานี) คือ สบู่สำหรับผิวหน้าที่มีส่วนผสมของถ่านไม้ไผ่คุณภาพสูงนำเข้าจากเกาหลี มาผ่านกระบวนการผลิตที่ทันสมัย เจาะตลาดกลุ่มผู้มีปัญหาสิว ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย คือ “วรากร สุทธิปริญญานนท์” หรือ ปิง เด็กหนุ่มวัยเพียง 26 ปี คุณปิง จบภาควิชาพืชไร่ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ย้อนไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เขาเคยทำครีมลดริ้วรอยขายเฉพาะในเฟสบุ๊ก ใช้เงินลงทุน 5 แสนบาท แต่ครั้งนั้นไม่ประสบความสำเร
หลายคนยังเข้าใจว่า “อาหารเหลา” อย่างอาหารจีน มักมีราคาแพง ยิ่งเสิร์ฟตามโรงแรมหรือภัตตาคารหรูๆ ด้วยแล้ว เวลาเรียกเช็กบิลกลัวเหลือเกินว่าเงินในกระเป๋าจะไม่พอจ่ายค่าเสียหาย แต่ร้านอาหารจีนชื่อว่า “ไต๋ตง” คุณภาพวัตถุดิบและรสชาติเรียกว่า “ขั้นเทพ” แต่เชื่อมั้ยว่า “ราคาตลาดนัด” ตั้งอยู่ “บ่อน้ำมันพลาซ่าสาย 2” ห้องแอร์เย็นสบาย ที่จอดรถแสนกว้างขวาง แผนที่:https://goo.gl/maps/eAmGbpFFKQ22 คุณบวร อัศวมงคลไพศาล หรือ เฮียชัย เล่าว่าเปิดร้านอาหารจีนที่ “บ่อน้ำมันพลาซ่าสาย 2” พุทธมณฑล สาย 2 เมื่อต้นปี 2555 “ผมฝึกทำอาหารจีนกับอากงมาตั้งแต่เด็กๆ เรียนรู้ตั้งแต่การเลือกสรรวัตถุดิบ แหล่งซื้อ ขั้นตอนการปรุง อาหารจีน เรียกว่ารู้ทุกกระบวนการกว่าจะมาเป็นเมนูที่ทำขายอย่างละเอียด” อย่างไรก็ตามถึงแม้จะมีฝีมือเรื่องการทำอาหารจีน แต่เพื่อความไม่ผิดพลาดทางธุรกิจ เฮียชัย บอกว่า ก่อนมาเปิดร้านที่พุทธมณฑล สาย 2 ได้ลองมาสำรวจจนแน่ใจแล้วว่า ย่านนี้ยังไม่มีร้านอาหารจีน คนในย่านนี้มีกำลังซื้อพอสมควร ที่สำคัญลูกค้าต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากทานอาหารจีนอร่อยๆ เลยตัดสินใจเปิดร้าน เมื่อม
เปลี่ยนสายนาฬิกาที่ดูดาษดื่นให้มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ด้วยฝีมือของ “โต้ง ปิยวัช ชูตระกูล” ศิษย์เก่าคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ม.พระจอมเกล้า พระนครเหนือ ผู้ชายจิตใจดี ที่หลงใหลนาฬิกาข้อมือ ถึงขนาดเคยนำเงินเก็บ ซื้อนาฬิกาเรือนละ 4 แสนบาทเพื่อนำมาสะสม ล่าสุดเปลี่ยนความชอบให้กลายเป็นธุรกิจ ทุ่มสุดตัวสร้างอาณาจักรเครื่องมือบอกเวลาไซซ์เล็กที่บ้านย่านลาดพร้าว สร้างเอกลักษณ์ใช้หนังจากกระเป๋าเก็บกระสุนสมัยสงครามโลกภายใต้แบรนด์ crazy chick straps สร้างรายได้ทั้งปีนับล้านบาท คุณโต้ง เล่ากับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า หลังจากจบ คณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ม.พระจอมเกล้าพระนครเหนือ เปิดร้านซ่อมคอมพิวเตอร์นาน 10 ปีจนกระทั่งอยากทำในสิ่งที่ตัวเองรัก นั่นคือ “นาฬิกา” ในที่สุดขายกิจการแล้วมุ่ง หน้าสร้างธุรกิจตามที่ใจรัก สินค้าชิ้นแรกที่วางขาย คือ สายนาฬิกา ทำจาก กระเป๋าหนังที่ใช้เก็บกระสุนของทหารอเมริกันสมัยสงครามโลก “ผมเปิดร้านรับซ่อมคอมพิวเตอร์ ควบคู่กับรับซ่อม – รับซื้อนาฬิกา จนกระทั่งรายได้นาฬิกานั้นมากกว่า หนที่สุดขายธุรกิจรับซ่อมคอมพิวเตอร์ แล้วมาสร้างตัวด้วยการขายสายนาฬิกาเต็มตัว เรียกว่า รายแรกและรา
อดีตข้าราชการครูวัยเกษียณใช้ทักษะและความชำนาญด้านฝีมือช่างและงานศิลป์ที่มีติดตัว รังสรรค์รากไม้ไร้ค่าให้กลายเป็นผลงานสุดทึ่ง ที่ผสมผสานระหว่างภูมิปัญญา สถาปัตยกรรม และประติมากรรม เรียกว่า “จินตนาการจากรากไม้” จำลองเป็นรีสอร์ตสุดเหมือน ฐานชุกชี และประติมากรรมธรรมชาติ ใช้ประดับตกแต่ง ถูกอกถูกใจต่างชาติรุมอุดหนุน สร้างรายได้นับแสนบาทต่อเดือน คุณนิพนธ์ หัสดี ในวัย 78 ปี เท้าความว่า จบ ปวช. ช่างก่อสร้างที่อุเทนถวาย จากนั้นต่อปริญญาตรี วิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร ยึดอาชีพครูมายาวนาน 36 ปี ตำแหน่งสุดท้าย คือ อดีตรองผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว กระทั่งปี 2532 ลาออกมาดูแลบุพการี และรับบำนาญเลี้ยงตัวเอง ด้วยความที่คุณนิพนธ์ เป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์ เขา บอกว่า ไม่อยากอยู่ว่างๆ อยากหากิจกรรมที่มีประโยชน์ โดยส่วนตัวชอบงานไม้ เลยอยากสร้างชิ้นงานที่ทำจากไม้ เลยเป็นที่มาของไอเดีย “ผมเกิดไอเดียเพิ่มมูลค่ารากไม้ ให้กลายเป็นผลงานประติมากรรม จากการที่ได้นั่งมองรากไม้ไร้ค่า ที่มีรูปทรงแตกต่างกันไป คิดว่าหากนำมาสร้างบ้าน หรือจำลองเป็นเป็นรีสอรต์ สะท้อนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไ
ออกตัวแรงว่าเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวที่อร่อยที่สุดแล้วในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล สำหรับร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อนายหมี สูตรไหหลำ ตั้งอยู่ถนนวัดหนามแดง-บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ร้านนี้ร่ำลือหนาหูว่าทีเด็ดอยู่ที่น้ำซุปและเนื้อวัวตุ๋น เปิดให้บริการความอร่อยมายาวนาน 10 กว่าปีชื่อเสียงดังเปรี้ยงข้ามจังหวัดเลยทีเดียว คุณอำนาจ พิทยาธร หรือ เฮียหมี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อในวัย 42 ปี เท้าความว่า โดยส่วนตัวเป็นคนชอบทานเนื้อวัว เพราะเป็นเนื้อสัตว์ที่มีประโยชน์ ถูกเลี้ยงโดยไม่ใช้ฮอร์โมนเร่งโต เมนูที่โปรดปราน คือ ก๋วยเตี๋ยว ฉะนั้นจะสรรหาร้านอร่อยไปชิมอยู่เสมอ กระทั่งตัดสินใจเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อเป็นของตัวเองด้วยเงินลงทุน 50,000 บาท ที่จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อ พ.ศ.2546 สำหรับประวัติเฮียหมี เขาจบการศึกษาจากวิทยาลัยเทคโนโลยีไทยวิจิตรศิลป์ เคยทำงานอยู่ในแวดวงละคร ต่อมาขายเสื้อผ้าแฟชั่น เปิดร้านขายข้าวกล่อง สุดท้ายทำตามความฝัน นั่นคือ เปิดร้านก๋วยเต๋ยวเนื้อ “หลังจากเรียนจบผมไปทำฉากละคร ต่อมาขายเสื้อผ้าแฟชั่น แต่ทว่าสินค้าประเภทนี้ต้องอัพเดทให้ทันกระแสอยู่เสมอ และได้เงินช้า หนที่สุดเลิกกิจการ ผันตัวไปขายข
หากเอ่ยชื่อ จังหวัดสุพรรณบุรี สิ่งแรกๆ ที่ผู้คนจะนึกถึงกันก็คือ นักปราชญ์ หรือศิลปินที่มีชื่อเสียงมากมายของไทย เพราะเมืองสุพรรณบุรีแห่งนี้ ได้สร้างศิลปินชื่อดังระดับประเทศไว้มากมาย แต่ถ้าหากเอ่ยถึงอาหารที่จัดได้ว่าเด็ดดวงอีกเมนูหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรี ก็คงหนีไม่พ้น “ปลาช่อนเผาอบชานอ้อย” ปลาช่อนเผาอบชานอ้อย กำลังเป็นที่แพร่หลายเป็นอย่างมากในจังหวัดสุพรรณบุรี เนื่องจากสภาพภูมิประเทศของจังหวัดแห่งนี้ เป็นพื้นที่ที่ติดกับแม่น้ำและมีคลองค่อนข้างมาก จึงทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่ มีอาชีพเกี่ยวกับการประมงพอสมควร อำเภอสองพี่น้อง เป็นอำเภอที่อยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรี มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 127,677 คน พื้นที่ส่วนใหญ่ในแถบอำเภอนี้ติดกับแม่น้ำ ประชากรส่วนใหญ่จึงนิยมประกอบอาชีพประมง เลี้ยงปลาและจับปลาเป็นหลัก คุณณรงค์ ศรีทองอ่อน (เฮียติ่ง) และภรรยา “มาตลาดบางลี่ ไม่กินปลาเผาสองพี่น้อง ถือว่ามาไม่ถึงนะ” นี่คือ คำกล่าวของ คุณณรงค์ ศรีทองอ่อนเจ้าของร้านเฮียติ่งปลาเผา ตั้งอยู่ เลขที่ 75/1 ถนนโพธิ์อ้น ตำบลหวายสอ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นอีกหนึ่งคนที่ยอมเปลี่ยนอาชีพจากการขายส่งปลา มาทำธุร
ปลาสลิดเป็นปลาน้ำจืดพื้นบ้านของประเทศไทย ซึ่งมีแหล่งกำเนิดอยู่ในลุ่มภาคกลาง มีรูปร่างลักษณะคล้ายปลากระดี่หม้อแต่ขนาดโตกว่า ปัจจุบันปลาชนิดนี้เป็นที่นิยมรับประทาน ในรูปของปลาสลิดแดดเดียว ซึ่งแหล่งผลิตและแปรรูปที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก คือ อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ การเพาะเลี้ยงปลาสลิด ทุกวันนี้มีการพัฒนาไปไกลมาก ไม่ว่าจะเป็นวิธีการเพาะลูกปลา รูปแบบการเลี้ยงดูที่หลากหลาย สามารถย่นระยะเวลาการเลี้ยงให้สั้นลง เพิ่มจำนวนผลผลิตต่อไรที่สูงขึ้น ตลอดจนปรับเปลี่ยนกลไกการซื้อขายในตลาดปลาให้มีความคล่องตัวมากขึ้น และนอกจากนี้ยังมีการพัฒนาอุปกรณ์ที่ทันสมัย ทำให้สะดวกรวดเร็วและประหยัด แรงงาน ลดค่าใช้จ่าย ลดต้นทุนการผลิตลง ส่งผลทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงมีกำไรเพิ่มขึ้น คุณประวิง แดงโชติ เป็นคนที่รักในอาชีพเกษตรกรรม พยายามพัฒนารูปแบบการทำการเกษตรต่างๆ โดยเฉพาะการเพาะเลี้ยงปลา ซึ่งหลังจากออกมาสร้างครอบครัว คุณประวิงได้มายึดอาชีพ และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ อยู่ที่บ้านเลขที่ 579 หมู่ 7 ตำบลวังนกแอ่น อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก คุณประวิง เล่าให้ฟังว่า ตัวเองเป็นคนชอบที่ชอบจับสัตว์น้ำ แต่ละวันจะออกไปจับสัตว์น
เด็ก ป.4 อายุ 8 ขวบ โรงเรียนจันทศิริวิทยา ใฝ่ดีช่วยพ่อแม่หารายได้เสริม ด้วยการใช้ประโยชน์พื้นที่ข้างบ้านปลูกผักปลอดสารพิษสุดฮิต อาทิ ต้นอ่อนทานตะวัน ต้นอ่อนผักบุ้ง ต้นอ่อนหัวไชเท้า เบบี้คะน้า และผักโตเหมี่ยว ปลูก 7 วัน ตัดไปขายตลาดนัด หารายได้เสริมแต่ละเดือนหนึ่งหมื่นบาท ไว้เป็นทุนซื้อของเล่น และจ่ายค่าเทอม คุณอัญชลี หิรัณยรัชต์ หรือคุณแอน คุณแม่น้องภูริ ทองป้อง ปัจจุบันเป็นนักเรียนประถมศึกษาชั้นปีที่ 4 โรงเรียนจันทศิริวิทยา คุณแม่แอน เล่ากับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า เมื่อ พ.ศ. 2558 น้องภูริในวัย 8 ขวบ อยากได้โน๊ตบุ๊ค ในฐานะแม่เห็นว่าเป็นของใช้ที่เกินตัว และยังไม่มีความจำเป็นต่อเด็กในวัยนี้ เลยบอกไปว่า ยังเด็กอยู่ แต่หากอยากจะได้จริงๆ ต้องเก็บเงินซื้อเอง เลยเป็นที่มาของการปลูกผักขาย แม้จะเสนอเงื่อนไขให้ลูกชายหาเงินเอง แต่ฐานะคนเป็นแม่ก็อดที่จะช่วยเหลือลูกไม่ได้ คุณแอน เลยบอกให้น้องภูริ ปลูกผักขาย เพราะเห็นว่าไม่ยาก เด็กสามารถปลูกได้ อีกทั้งครอบครัวก็ปลูกผักทานอยู่แล้ว “ที่บ้านของเรา ปลูกผักง่ายๆ กินกันเองเป็นประจำอยู่แล้ว เลยพอมีพื้นฐาน ประกอบกับค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มว่าผักชนิดไหน ปลูก
เปิดให้บริการในย่านรัชดามาได้ปีกว่าแล้ว สำหรับ เตี๋ยวแม่ กลอง&เล้งต้มแซ่บ กระดูกขาหลังหมูต้มเปื่อย ปรุงรสด้วยพริกขี้หนูสวน มะนาว น้ำปลา และนอกจากรสชาติจะจัดจ้าน เจ้าของร้านยังครีเอทเสิร์ฟไซซ์ยักษ์ ลูกค้าดารา เซเลป แห่อุดหนุน ขาย 10 เดือน ปลดหนี้ได้ 6 แสน คุณอาริยา วีรกานนท์ หรือโอ๋ สาววัย 42 ปี คนแม่กลอง เล่าว่า ในอดีตเคยเป็นพนักงานประจำ ทำงานอยู่ในแวดวงธุรกิจเช่าซื้อสินค้า รับเงินเดือนอยู่นาน 12 ปี หนที่สุดตัดสินใจลาออก เหตุผลเพราะอยากมีกิจการส่วนตัว “ตอนทำงานประจำรายได้เป็นแสน แต่ถึงจุดจุดหนึ่ง เราอยากมีกิจการส่วนตัว เลยลาออก ในเบื้องต้นขายก๋วยเตี๋ยวเพราะชอบกินก๋วยเตี๋ยว ใช้เงินลงทุนไป 4 แสนบาท เมนูก๋วยเตี๋ยวน้ำแดงสูตรโบราณ” ร้านก๋วยเตี๋ยวของคุณโอ๋ ตั้งอยู่ที่อำเภอแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นสูตรน้ำแดงโบราณ ส่วนผสมหลักของน้ำซอสมีเต้าหู้ยี้ และน้ำตาลทราย รสชาติจะออกหวานๆ จำหน่ายในราคาชามละ 25 บาท นอกจากนั้นยังมีเมนูปลาทูผัดกระเพรา ขนมเค้ก เบเกอรี่ต่างๆ หญิงสาวในวัย 42 ปี เล่าต่อว่า กระแสตอบรับ “ร้านก๋วยเตี๋ยว”ไม่ดีเท่าดีควร สาเหตุเพราะอำเภอแม่กลองเป็นอำเภอเล็กๆ คนที่อาศัยอยู่
