How to
ที่บ้านเลขที่ 182 หมู่ 4 ต.มะเริง อ.เมือง จ.นครราชสีมา มีครอบครัวหนึ่งทำอาชีพเพาะถั่วงอกแบบโบราณขาย มาเป็นระยะเวลานานเกือบ 40 ปี จนได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย หรือ กศน. อ.เมือง จ.นครราชสีมา ให้เป็นศูนย์เรียนรู้อาชีพของชุมชน นางศรีนวล แก้ววัน อายุ 46 ปี ผู้ทำอาชีพเพาะถั่วงอกแบบโบราณแห่งนี้ บอกขั้นตอนการทำมาว่า ขั้นตอนแรกนั้น ต้องไปหาเลือกซื้อโอ่งขนาดความสูง 1.5 ฟุต กว้าง 1 ฟุต แล้วนำมาเจาะรู้ขนาดนิ้วก้อย 2 รูที่ก้นโอ่ง เพื่อให้น้ำสามารถซึมออกได้ ขั้นตอนที่ 2 ให้ซื้อเมล็ดถั่วเขียว คัดเกรด A ในปัจจุบันราคากิโลกรัม 60 บาท แล้วนำเมล็ดถั่วเขียวนั้นมาแช่ไว้ในกะละมังประมาณ 5 ชั่วโมงก่อน ขั้นตอนที่ 3 นำเมล็ดถั่วเขียวที่แช่น้ำไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว มาใส่ไว้ในโอ่งประมาณโอ่งละ 2 กิโลกรัม แล้วคลุมด้วยกระสอบทิ้งไว้ 1 คืน เพื่อให้รากงอกออก ขั้นตอนที่ 4 ให้เอาใบสะแกสด มาคลุมไว้ด้านบนเมล็ดถั่วเขียว แล้วเอาไม้ไผ่ขัดไว้ด้านบน ขั้นตอนที่ 5 หมั่นรดน้ำใส่ในโอ่ง วันละ 4 เวลา ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 3 วัน ขั้นตอนที่ 6 ดึงไม้ไผ่ที่ขัดไว้ออก แล้วเปิดเอาใบสะแกออกด้วย ซึ่งก็จะได้ถ
วันที่ 17 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มวิสาหกิจแม่บ้านเกษตรกรบ้านหัวเขา เลขที่ 48 หมู่ 9 ต.ฉลุง อ.เมือง จ.สตูล ซึ่งมีสมาชิก 10 คน เสร็จจากงานกรีดยางพารามานั่งทำขนมพื้นเมือง ต่างเร่งมือทำขนมลิ้นควาย หรือ โรตีกรอบ รับเทศกาลฮารีรายา โดยเฉพาะ 3 สัปดาห์หลังออก บวชมียอดสั่งสินค้าสูงกว่าวันปกติถึงเท่าตัว โดยขนมที่ขายดีคือ ขนมลิ้นควาย หรือ ขนมโรตีกรอบ มี ยอดสั่งผลิตต่อรอบสูงจากปกติ 10 กิโลกรัม ในช่วงนี้ต้องเพิ่มกำลังผลิตถึง 21 กิโลกรัม ตามด้วย ขนมไข่ ที่ขายดีที่สุด ความหลากหลายของขนมพื้นเมืองที่กลุ่มวิสาหกิจแม่บ้านเกษตรกรบ้านหัวเขาทำมีมากกว่า 10 ชนิดให้ เลือกซื้อหาไปรับประทาน และเป็นของขวัญ ของฝากในราคาย่อมเยา สำหรับขนมที่ทางกลุ่มฯทำขึ้นมี หลายชนิด อย่าง ขนมลิ้นควายหรือขนมโรตีกรอบ ขนมเขาควาย หรือ เสี้ยวจันทร์ ขนมมาหมอด หรือ ขนมไข่เต่าไส้สับปะรด ขนมไข่ โกยบังเกดหรือ ขนมผิงรูปดอกไม้ ขนมถั่วอัด ขนมกลีบลำดวน จำหน่ายทั้งปลีกและส่ง ในราคา 3 ถุง 100 บาท ถุงใหญ่หน่อยถุงละ 50 บาท อร่อย ใหม่สด สั่ง ซื้อได้ที่นี่ 086-9554522 เป็นที่นิยมของลูกค้าซึ่งเป็นกลุ่มพี่น้องมุสลิม มาสั่งซื้อสำหรับใช้รับแขกใน
อดีตผู้แทนยาสาวสวย ภญ.โสภา พิมพ์สิริพานิชย์ หรือ “โซอี้” ที่แต่ละวันต้องรอพบคุณหมอเพื่อพรีเซ้นต์และอัพเดทข้อมูลยา นับเป็นงานที่สร้างรายได้ค่อนข้างสูง กระทั่งวันหนึ่งเธอป่วยเป็นซีสต์ เลยตัดสินใจลาออกไปสร้างธุรกิจส่วนตัวด้วยการขายผ้าพันคอ ในโลกออนไลน์ จากกิจการเล็กๆ ที่ใช้เวลาขายเพียงวันละ 1 ชั่วโมง ระยะเวลาเพียง 3 ปี ปัจจุบันสามารถเปิดช็อปในห้างหรู ตลอดจนส่งขายต่างประเทศ รายได้ปี 58 ทะลุ 100 ล้านบาทเลยทีเดียว คุณโซอี้ เล่ากับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ทำงานเป็นผู้แทนยาได้ 4 ปี หลังจากป่วยเป็นเนื้องอก ก็เลือกกลับไปรักษาตัว จากนั้นไม่นานนักแต่งงานมีครอบครัว พอจะมีเวลาว่างเลยสร้างอาชีพเสริมด้วยการขายผ้าพันคอ “โซอี้สคาร์ฟ”ออกแบบเอง ขายในโซเซียลมีเดีย ทั้งเฟสบุ๊ค อินสตาแกรม และไลน์ อาศัยซื้อโฆษณาผ่านเฟสบุ๊ค ลูกค้าเลยรู้จัก ด้วยดีไซน์และสีสันของผ้าพันคอที่โดดเด่น สามารถประยุกต์เข้ากับเสื้อผ้าได้หลายสไตล์ ใช้ได้บ่อยตามที่สาวๆ ต้องการ เลยทำให้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างล้มหลาม “โดยส่วนตัวเป็นคนรักงานศิลปะ เลยนำศิลปะมาอยู่ในรูปแบบของผ้าพันคอ สาเหตุที่เลือกผ้าพันคอ เพราะเป็นแอกเซสซอรีคู่กายของส
คุณนาตยา แท่นรัตน์ ประธานกลุ่มแม่บ้านผลิตไข่เค็มน้ำแร่ บ้านขันหมู่ ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลนาขยาด อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง กล่าวว่า ชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำสวนยางพารา ปลูกพืชผัก และเลี้ยงสัตว์ ซึ่งส่วนหนึ่งจะมีเวลาว่างจากอาชีพหลักในช่วงบ่าย ทำให้ชาวบ้านจำนวนหนึ่งมีแนวคิดในการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และสร้างรายได้มาจุนเจือครอบครัวเสริมจากอาชีพหลัก จึงรวมกันจัดตั้งกลุ่มแม่บ้านผลิตไข่เค็มน้ำแร่ขึ้น เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยตนเป็นประธานกลุ่ม และมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 15 คน คุณนาตยา แท่นรัตน์ ประธานกลุ่มแม่บ้านผลิตไข่เค็มน้ำแร่ บอกด้วยว่า ตนเป็นแม่บ้านตำรวจ ซึ่งหลังจากที่สามีย้ายมาประจำที่สถานีตำรวจภูธรนาขยาด อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ตนได้ลาออกจากบริษัทในกรุงเทพฯ มาอยู่กับครอบครัวในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ซึ่งหลังจากย้ายมาอยู่ที่นี่ มีแนวคิดในการสร้างอาชีพและรายได้เสริมให้กับครอบครัว จึงได้ชักชวนชาวบ้านในหมู่บ้านที่อยู่ใกล้สถานีตำรวจภูธรนาขยาด อำเภอควนขนุน รวมกลุ่มกันผลิตไข่เค็มน้ำแร่เพื่อสุขภาพ เพื่อเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้กับชาวบ้าน ซึ่งไข่เค็มดังกล่
ช่วงนี้เพื่อนๆ น้องๆ บ่นกันว่า ไม่รู้จะทำอะไรดี อยากทำงานอิสระ เพราะงานประจำไม่ถูกจ้างแล้ว ปลอบเพื่อนและน้องไปว่า เราต้องหาอะไรที่เป็นของเราเจอสักอย่างแหละ ในช่วงที่ภาคใต้ฝนตกยาว เพื่อนรุ่นพี่ทำรีสอร์ตอยู่ที่ทะเล เธอบอกว่า “ทะเลฝนตกเหมือนอดกลั้นมานานแสนนาน ทั้งกระแสลมที่พัดเข้าฝั่ง ไม่รู้เบื่อเสียที…ยังไม่รู้จะหยุดเมื่อไหร่ค่ะ เริ่มตั้งแต่ 1 ธันวาคม เลยปีใหม่แล้ว ยาวมาเรื่อยเลย” ฉันบอกเธอว่า ภาคเหนือยังไม่แน่ใจว่าหนาวยาวไหม เพราะเพิ่งจะหนาว แต่เป็นปีที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเมืองเหนือต่างมีความอิ่มเอมกับความหนาวเย็น เพราะถ้าปีไหนมาส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่แล้วไม่หนาวบอกได้ว่ามีเคือง บางครั้งบางทีคนอยู่เชียงใหม่ถูกเพื่อนที่มาเที่ยวมาเยี่ยมเยียนเคืองเอาด้วยนะถ้ามาถึงแล้วไม่หนาว จริง ๆ ต้องบอกกันว่า หนาวแต่พองามดีแล้ว แต่ปีนี้เข้าใจว่าไม่มีใครเคือง เพราะหนาวได้ใจ ฉันหนีฝนมาจากใต้ทันมาส่งท้ายปีเก่าต้อนรับลมหนาวที่เมืองเหนือ ปีนี้เลือกไปหนาวที่เชียงดาว แม่อาย ก่อนจะกลับไปเจอฝนใต้อีก เพราะฝนยังตกหนักมากจนถึงวันนี้ เรียกได้ตกข้ามเดือนข้ามปีกันเลยทีเดียว ระหว่างเดินทางคิดถึงคำของเพื่อน
โลกของการทำธุรกิจจะประสบความสำเร็จหรือไม่ มีองค์ประกอบหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ก็มีโอกาสที่จะไปถึงเป้าหมายได้ทั้งนั้น บางคนทำธุรกิจมามากมายกว่าที่จะประสบความสำเร็จ แต่บางรายทำอะไรก็ล้มเหลว อาจเป็นเพราะยังไม่เจอธุรกิจที่ใช่ก็เป็นได้ หรือกับอีกหลายคนแค่เริ่มต้นทำธุรกิจแรกในชีวิต สามารถขยายกิจการ และต่อยอดไปสู่งานอื่นๆ ได้ก็มีถมเถ ขึ้นอยู่กับจังหวะ โอกาส ไอเดีย และการมองเห็นช่องทางของแต่ละคน!! อย่างเช่น คุณธวัช พลทองมาก เจ้าของร้านจำหน่ายสินค้าจากวิสาหกิจชุมชนและสินค้าโอท็อป ข้างปั๊มน้ำมัน ปตท. มอเตอร์เวย์ ระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่เช่า ในความดูแลของ ปตท. ที่เริ่มต้นชีวิตการทำงานตั้งแต่จบมัธยมต้น แต่ตัดสินใจเลือกที่จะกลับไปเรียนต่อ แล้วมาลองใหม่ หาโอกาสและช่องทางการทำธุรกิจของตนเองจนสำเร็จได้ “พื้นเพเป็นคนบุรีรัมย์ เติบโตและเรียนจบมัธยมศึกษาตอนต้น ก่อนจะย้ายมาอยู่กับพี่ชายที่จังหวัดชลบุรี ทำงานเป็นพนักงานในห้าง จนถึงจุดหนึ่งที่รู้สึกว่าเงินเดือนมันได้น้อย ก็เลยตัดสินใจกลับไปเรียนต่อพาณิชย์ สาขาการบริหารธุรกิจ เอกคอมพิวเตอร์ และได้เข้าทำงานกับทางมหาวิทยาลัยบูรพา ในตำแหน่
หลังจบ ป.โท คณะบริหาร จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง จู๊ส – ลฎาภา ยิ้มละมัย ลูกสาวคนเล็กวัยเพียง 25 ปี ของครอบครัว “ยิ้มละมัย” สอบเข้าทำงานที่ธนาคารออมสิน ในแผนกสินเชื่อ จากนั้นไม่นานเธอตัดสินใจลาออกไปทำธุรกิจส่วนตัว รับงานออแกไนซ์และขายเคสมือถือ รูปรองเท้าแตะ ปรากฏกระแสการตอบรับดีเกินคาด มีตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และส่งออกไป สปป. ลาว ระยะเวลาเพียง 1 ปี รายได้ดีเกินคาด ซื้อบ้านให้พ่อแม่ได้ในราคา 5.1 ล้านบาท จู๊ส – ลฎาภา เล่ากับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ก่อนหน้านี้ทำงานเป็นพนักงานแบงก์ จนกระทั่งต้นปี 59 ตัดสินใจลาออกมาเปิดบริษัทรับทำป้าย รับงานออแกไนซ์ รวมถึงขายเคสมือถือรูปรองเท้าแตะ ซึ่งแรงบันดาลใจมาจากเป็นคนชอบงานประดิษฐ์ และชอบใส่รองเท้าแตะ ด้านที่มาของไอเดียเคสมือถือรูปรองเท้าแตะ หญิงสาว บอกว่า เกิดขึ้นขณะที่ใส่รองเท้าแตะหูหนีบ ตราช้างดาว รองเท้าแตะรูปแบบนี้ คนไทยใส่กันมาหลายยุคหลายสมัย เลยนึกสนุกลองนำมาประยุกต์ใช้กับเคสมือถือ ในเบื้องต้นหญิงสาว ใช้วิธีตัดหูรองเท้าแตะช้างดาว มาแปะลงบนเคสมือถือจากนั้นก็นำไปใช้งานจริง พร้อมกับถ่ายรูปโพสต์ลงในเฟสบุ๊ค ปรากฏว่าเพื่อนๆ ให้ความสนใจไปแชร
คุณเฉลิมวุฒิ แสนยศคำ อยู่บ้านเลขที่ 119 หมู่ที่ 3 บ้านโนน ตำบลศรีชมภู อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนเขาได้เป็นหนุ่มโรงงานอยู่ที่จังหวัดชลบรี ต่อมาจึงได้ย้ายกลับมาอยู่บ้านเกิด เพื่อช่วยงานที่บ้านทำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับปลาร้าบอง “สมัยนั้นประมาณปี 49 คุณแม่ผมไปประกวดทำอาหารชนะ ท่านก็เลยเกิดแรงบันดาลใจ ที่อยากจะทำเป็นอาชีพให้กับเพื่อนๆ ก็เลยมาตั้งเป็นกลุ่มสมาชิกขึ้น เพื่อเป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกัน ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่คิดไว้ก็จะเป็นปลาร้าบอง เพราะแถวนี้มีอ่างเก็บน้ำ ปลาแถวนี้ก็จะค่อนข้างมาก ก็เลยเอามาหมักทำปลาร้ากัน และพัฒนามาแปรรูปขึ้นมา” คุณเฉลิมวุฒิ กล่าว บรรจุภัณฑ์พร้อมขาย ในขั้นตอนแรกของการทำปลาร้าบองนั้น คุณเฉลิมวุฒิ บอกว่า จนนำปลาที่หลากหลายชนิดที่หามาได้มาทำการหมักเป็นปลาร้าเสียก่อน โดยใช้เวลาประมาณ 7-8 เดือน เมื่อปลาร้าที่ได้หมักจนได้ที่ก็จะนำมาเข้าเครื่องบด ซึ่งจะทำแต่ละครั้งจะใช้ปลาร้าประมาณ 10 กิโลกรัม มาผสมกับเครื่องปรุงต่างๆ เช่น พริก ข่า ตระไคร้ ใบมะกรูดคั่วแห้ง ฯลฯ มาผสมให้เข้ากันก็จะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 30 กิโลกรัมต่อครั้ง ปลาร้าบองที่ผ่านการคั่วจนสุก สินค้าที่นำ
เทรนด์สุขภาพและความงามที่คนไทยกำลังให้ความสนใจอย่างถ้วนทั่ว คือ “เทรนด์ธรรมชาติบำบัด” จนทำให้สินค้าเพื่อสุขภาพต่างๆ ได้รับการยอมรับและนิยมอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวกับความสวยความงามบำรุงผิวพรรณทั้งของผู้หญิงและผู้ชาย เฉกเช่น ถ่านไม้ไผ่(Bamboo Charcoal) คือ ถ่านที่ได้จากการเผาไม้ไผ่ในอุณหภูมิสูงกว่า 1,000 องศาเซลเซียส มีความบริสุทธิ์ของธาตุคาร์บอนสูงคุณสมบัติเด่นช่วยดูดซับกลิ่น ดูดซึมความอับชื้น และช่วยขจัดพิษตกค้างในร่างกาย บางงานวิจัยยังบอกอีกว่า ช่วยขับสารเคมีตามผิวหนัง ผิวหนังจึงสะอาด ปัจจุบันจึงมีผลิตภัณฑ์ความงามที่ใช้ถ่านไม้ไผ่ออกมามากมาย อาทิ สบู่ ครีมบำรุงผิว แชมพู ครีมนวดผม “Manee” (มานี) คือ สบู่สำหรับผิวหน้าที่มีส่วนผสมของถ่านไม้ไผ่คุณภาพสูงนำเข้าจากเกาหลี มาผ่านกระบวนการผลิตที่ทันสมัย เจาะตลาดกลุ่มผู้มีปัญหาสิว ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย คือ “วรากร สุทธิปริญญานนท์” หรือ ปิง เด็กหนุ่มวัยเพียง 26 ปี คุณปิง จบภาควิชาพืชไร่ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ย้อนไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เขาเคยทำครีมลดริ้วรอยขายเฉพาะในเฟสบุ๊ก ใช้เงินลงทุน 5 แสนบาท แต่ครั้งนั้นไม่ประสบความสำเร
หลายคนยังเข้าใจว่า “อาหารเหลา” อย่างอาหารจีน มักมีราคาแพง ยิ่งเสิร์ฟตามโรงแรมหรือภัตตาคารหรูๆ ด้วยแล้ว เวลาเรียกเช็กบิลกลัวเหลือเกินว่าเงินในกระเป๋าจะไม่พอจ่ายค่าเสียหาย แต่ร้านอาหารจีนชื่อว่า “ไต๋ตง” คุณภาพวัตถุดิบและรสชาติเรียกว่า “ขั้นเทพ” แต่เชื่อมั้ยว่า “ราคาตลาดนัด” ตั้งอยู่ “บ่อน้ำมันพลาซ่าสาย 2” ห้องแอร์เย็นสบาย ที่จอดรถแสนกว้างขวาง แผนที่:https://goo.gl/maps/eAmGbpFFKQ22 คุณบวร อัศวมงคลไพศาล หรือ เฮียชัย เล่าว่าเปิดร้านอาหารจีนที่ “บ่อน้ำมันพลาซ่าสาย 2” พุทธมณฑล สาย 2 เมื่อต้นปี 2555 “ผมฝึกทำอาหารจีนกับอากงมาตั้งแต่เด็กๆ เรียนรู้ตั้งแต่การเลือกสรรวัตถุดิบ แหล่งซื้อ ขั้นตอนการปรุง อาหารจีน เรียกว่ารู้ทุกกระบวนการกว่าจะมาเป็นเมนูที่ทำขายอย่างละเอียด” อย่างไรก็ตามถึงแม้จะมีฝีมือเรื่องการทำอาหารจีน แต่เพื่อความไม่ผิดพลาดทางธุรกิจ เฮียชัย บอกว่า ก่อนมาเปิดร้านที่พุทธมณฑล สาย 2 ได้ลองมาสำรวจจนแน่ใจแล้วว่า ย่านนี้ยังไม่มีร้านอาหารจีน คนในย่านนี้มีกำลังซื้อพอสมควร ที่สำคัญลูกค้าต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากทานอาหารจีนอร่อยๆ เลยตัดสินใจเปิดร้าน เมื่อม
