How to
รสชาติอันแสนนุ่มนวลละมุนลิ้นและกลิ่นอันหอมหวานที่แฝงไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวนี้เองที่ทำให้ “กาแฟขี้ชะมด” กลายเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคมีความต้องอย่างสูงสุดในตลาดกาแฟทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทยของเราเช่นเดียวกัน แต่ปัจจุบันภาพลักษณ์ของธุรกิจกาแฟขี้ชะมดนี้ค่อนข้างถูกนำเสนอในเชิงลบ ทั้งในด้านของการเลี้ยงดูจากฟาร์มแบบปิด ทารุณกรรมสัตว์ บังคับให้อยู่ในพื้นที่แคบๆ ได้ทานเพียงแค่ผลกาแฟจนทำให้เกิดภาวะขาดสารอาหารและเจ็บป่วยล้มตายในที่สุด ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ในประเทศไทย เพราะอย่างห้างสรรพสินค้าชื่อดังของอังกฤษอย่างเซลฟริดจ์สเองได้ประกาศยกเลิกการจำหน่ายกาแฟขี้ชะมดที่ถูกส่งมาจากฟาร์มแบบปิดแล้ว โดยทางสมาคมพิทักษ์สัตว์แห่งโลก หรือ WSPA ได้รณรงค์เน้นย้ำถึงปัญหาดังกล่าว ด้วยการประกาศให้ผู้บริโภคเลือกซื้อแต่กาแฟขี้ชะมดที่มาจากตามธรรมชาติเท่านั้น ซึ่งเป็นนโยบายที่ไปในทิศทางเดียวกับ กาแฟขี้ชะมดแบรนด์ไทยอย่าง Blue gold ฟาร์มชะมดระบบเปิดรายใหญ่แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย “ฟาร์มของผมตั้งอยู่ที่จังหวัดนครพนม มีเนื้อที่ 100 ไร่ มีชะมด 300 ตัว ฟาร์มของผมจะเป็นระบบนิเวศแบบเปิด ซึ่งก็คือเราจะไม่มีการก
เหมือนได้มาเยือนสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลลีวูดฟอร์มยักษ์ แนวมหากาพย์แฟนตาซีชื่อดังระดับโลก เรื่อง “เดอะ ฮอบบิท” หรือการผจญภัยสุดคาดคิดของเหล่าบรรดาคนตัวเล็ก สำหรับ “บ้านสวนน้อย รีสอร์ท” สีคิ้ว นครราชสีมา เพราะสถานที่แห่งนี้ได้จำลองดินแดนในฝันที่อยู่บนแผ่นฟิล์มให้กลายเป็นที่พักมีชีวิต คอยต้อนรับบรรดาสาวกและผู้ที่หลงเสน่ห์หนังไตรภาคเรื่องนี้ คุณพรณรงค์ สุวรรณประทีป หรือ คุณเอก เจ้าของ บ้านสวนน้อย รีสอร์ท เล่าที่มาให้เส้นทางเศรษฐีฟังว่า “บ้านสวนน้อย รีสอร์ท เริ่มต้นจาก ผมต้องการสร้างบ้านเพื่ออยู่อาศัยเอง และสร้างบ้านพักตากอากาศไว้สำหรับรับรองญาติมิตรเพื่อนฝูง โดยได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เรื่อง เดอะ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์ และเรื่อง เดอะ ฮอบบิท ซึ่งลักษณะบ้านเป็นเหมือนโพรงเข้าไปในเนินเขา ประตูเป็นวงกลม ภายในกว้างขวาง และดูอบอุ่นน่าอยู่ เลยออกแบบร่วมกับช่างไม้ ลองสร้างบ้านแห่งแรงบันดาลใจนี้ขึ้นมา” ฉากของบรรยากาศหมู่บ้านฮอบบิท สถานที่ถ่ายทำจริง อยู่ที่ประเทศนิวซีแลนด์ ภายในเรื่องใช้หลายโลเกชั่น อาทิ ที่ราบสูงทางภาคกลางของเกาะเหนือ ด้านตะวันออกติดมหาสมุทรแปซิ
ความก้าวหน้าของยุคสมัยที่เปลี่ยนไป พร้อมกับการเข้ามามีบทบาทของวัฒนธรรมต่างประเทศ ทำให้ขนมไทยโบราณแบบเดิมที่คุ้นเคยกันในอดีต อย่าง กล้วยบวชชี ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง สาคูถั่วดำ ขนมชั้น ขนมเปียกปูน และอื่นๆ อีกหลายชนิดกำลังหายไป!! ฉะนั้น ตอนนี้หากต้องการทานขนมไทย อาจต้องเสาะหาตามแต่ละจังหวัดที่ชาวบ้านอาจยังคงทำกัน แต่ในอนาคตยังไม่ทราบแน่ว่าจะยังคงมีขนมไทยแบบโบราณหลงเหลือให้คนรุ่นหลังทานกันหรือไม่? ตลาดบางเขน ซึ่งอยู่ใกล้กับซอยเสนานิคม 1 ถนนพหลโยธิน มีร้านขนมไทยสูตรโบราณอร่อยอยู่เจ้าหนึ่ง ชื่อ “ขนมหวาน อ่างทอง” เป็นร้านที่เจ้าของและครอบครัวอพยพมาจากอำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว ร้านแห่งนี้มีขนมไทยกว่า 10 อย่างไว้ให้ลูกค้าเลือกตามความชอบ ไม่ว่าจะเป็นขนมใส่ไส้ ขนมเทียน ขนมชั้น ถั่วกวน เผือกกวน ขนมตาล ขนมต้ม ถั่วแปบ วุ้น ข้าวต้มจิ้ม หรือแม้กระทั่งไข่หงส์ โดยทุกรายการขายในราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับความอร่อยแบบเข้มข้นอย่างที่คุณไม่เคยเจอ เริ่มทำขนมไทย คือ คุณดารา จันทร ผู้ที่มีบทบาทในฐานะคนทำขนมมือ 1 และเป็นเจ้าของร้านนี้ บอกว่า ความลำบากยากเข็ญในการทำนาจนแทบไม่มี
ปัจจุบัน ผู้คนส่วนใหญ่หันมาให้ความสำคัญและใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้ที่รักสุขภาพจำนวนไม่น้อยสนใจอยากที่จะปลูกผักเพื่อสุขภาพไว้รับประทานเองที่บ้าน แต่ต้องประสบปัญหาในเรื่องของพื้นที่ ที่มีอย่างจำกัด ครั้งนี้ผู้เขียนได้มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณเขมจิรา กิตติสิทธิการ เกษตรกรโครงการสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ได้แนะนำวิธีการเพาะเห็ดที่แสนง่าย มีเงินลงทุนเพียงหลักร้อย ใช้พื้นที่ข้างบ้านก็สามารถเพาะเห็ดได้ ส่วนวิธีการเพาะ การดูแล ก็ทำได้ไม่ยาก งานนี้ได้ทั้งสุขภาพและราคาที่ดีต่อใจ คุณเขมจิรา กิตติสิทธิการ หรือ คุณเขม อยู่บ้านเลขที่ 60 หมู่ที่ 10 ตำบลธวัชบุรี อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด รู้จักกันในนาม “บ้านสวนเห็ดคุณยาย” โดยก่อนหน้าที่จะมาเพาะเห็ด คุณเขม เล่าให้ฟังว่า ตนได้ผ่านมาหลายอาชีพ ตั้งแต่ทำงานเสริมความงามที่กรุงเทพฯ แต่มีเหตุที่ต้องกลับต่างจังหวัด เพราะแม่ไม่สบาย พอกลับมาอยู่กับแม่ก็เริ่มมองหาอาชีพเพื่อเลี้ยงตัวเอง ตอนนั้นมองว่าอาชีพขายหมูปิ้งนมสดน่าจะดี จึงลองทำดู ช่วงแรกๆ ก็ขายดี อยู่ไปสักพักเหมือนคนตกงานใครก็อยากมาขายหมูปิ้ง เราจึงหยุดการขายหมูปิ้ง หลังจากเลิกขายหมูปิ้งก็ยังไม่หย
มาระยะหลังนี้ คำว่า น้ำแข็งไส ถูกแทนที่ด้วย คำว่าบิงซู (น้ำแข็งไสสไตล์เกาหลี น้ำแข็งปั่นละเอียดราดด้วยท็อปปิ้ง) มีร้านขนมหวานมากมาย เพิ่มเมนู บิงซู เข้าไปเรียกลูกค้าได้เก๋ๆ บิงซูง ที่ขึ้นชื่อมาก ได้รับความนิยมของลูกค้าตลอดกาล ได้แก่ บิงซูเมล่อน บิงซูสตรอว์เบอรี่ บิงซูมะม่วง แต่ สำหรับวันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีเมนู ใหม่มาแนะนำนั่นคือ “บิงซูทุเรียน” ที่ตอนนี้ ได้รับความนิยมไปเรียบร้อยแล้ว ด้วยตัวผลไม้ คือทุเรียน ผลไม้คู่บ้านเมืองขวัญใจคนไทย ดังจะเห็นได้จากร้านขนมหวาน บิงซู หลายร้าน นำเมนูนี้บรรจุเข้าไป เพิ่มจุดขายให้กับทางร้าน “บิงซูทุเรียน” เจ้าที่จะนำมาเล่าให้ฟังในวันนี้ เป็นไอเดียของ ร้านยินดีคอฟฟี่แอนด์สโนว์เฟลคคาเฟ่ ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 15 ถนนเรือนแพ ต.หัวเวียง อ.เมือง จ.ลำปาง มีคุณธารนันท์ น้าประทานสุข หรือคุณปุ้ย วัย 38 ปีเป็นเจ้าของ คุณปุ้ย เล่าว่า ออกเมนูใหม่ มาตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน 2560 หลังจากที่ออกช่วงแรกๆ ก็ได้รับเสียงตอบรับค่อนข้างมากจากลูกค้า เหตุที่มาทำบิงซู ตัวนี้ นั่นก็เพราะว่า บิงซูสตรอว์เบอรี่ เพิ่งหมดไป ก็เลยต้องคิดเมนูใหม่ออกมา และมาลงตัวที่บิงซูทุเรียน
สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนนะคะ เผลอนิดเดียว ถึงเดือนเมษายน หน้าร้อนกันอีกแล้วนะคะ เพื่อนๆ หลายคนมีใครตั้งเป้า ควบคุมน้ำหนัก รักษาหุ่นและสุขภาพ ตอนช่วงปีใหม่แบบวินบ้าง? ว่าปีนี้จะลดน้ำหนักให้ได้ตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้เท่าไร หรือจะลดไซซ์กางเกงลง 2 เบอร์ ก่อนสิ้นปีให้ได้ เอาเป็นว่าใครตั้งเป้าอะไรไว้ ปีนี้ขอได้หุ่นแซ่บ ขอให้สุขภาพดีกันทุกคนนะคะ เมนูที่นำมาเสนอคราวนี้ เป็นข้าวผัดกุ้งแบบไร้แป้ง คือไม่ใช้แป้งจากข้าวค่ะ เพราะเราจะเปลี่ยนข้าวเป็นดอกกะหล่ำขาวแทน!!! ใช่แล้วค่ะ ข้าวผัด แต่เป็นดอกกะหล่ำผัด หน้าตาเหมือนข้าวผัดเมนูโปรดเป๊ะ แต่ไม่กลัวอ้วนแน่นอน สืบเนื่องมาจากว่า ช่วงนี้เจอข้อมูลการบอกเล่า และแชร์เกี่ยวกับไอ้เจ้าสรรพคุณ และสารอาหารต่างๆจากดอกกะหล่ำแล้ว อยากจะนำมาบอกต่อให้เพื่อนๆได้ทราบเหลือเกินค่ะ ว่าผักชนิดนี้ ไม่ธรรมดาจริงๆ ดอกกะหล่ำ มีคุณค่าสารอาหารหลากหลายชนิด มีโพแทสเซียมสูง ช่วยเสริมสร้างการทำงานที่ดีของหัวใจและรักษาความดันเลือด เส้นใยอาหาร และวิตามินซีที่สูงมาก ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟันได้อย่างดี มีเอนไซม์ที่มีชื่อว่า ซัลโฟราเฟน Sulforaphane ที่เป็นเอนไซม์หลักที่สามารถไปลดการผลิตเอนไซม
เมื่อการประกวดผลงานสิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์ งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับชาติ ครั้งที่66 ปีการศึกษา 2559 ที่ผ่านมา 2 หนุ่มน้อยจากโรงเรียนย่านปากช่อง คว้ารางวัลเหรียญทอง ลำดับที่ 7 มาครองได้ จึงนับเป็นเด็กเก่งของโรงเรียน ที่ต้องหยิบยกมากล่าวถึงในที่นี้ เพราะสิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์ที่คว้ารางวัลเหรียญทองมาครองในครั้งนี้ เกี่ยวข้องกับงานด้านเกษตรกรรมและคอลัมน์นี้ ให้เกียรตินักเรียนและสถานศึกษาที่ให้ความสำคัญกับงานด้านเกษตรกรรม นายพชรพล คุ้มภัย (ซ้าย) และ เด็กชายพิพัฒพงศ์ ลักภูกลาง (ขวา) 2 หนุ่มน้อย คือ นายพชรพล คุ้มภัย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ เด็กชายพิพัฒพงศ์ ลักภูกลางนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ทั้งสองคนมีแนวคิดในการประดิษฐ์สิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์ แล้วนำมาใช้กับกิจกรรมเกษตรภายในโรงเรียน อาจารย์บัณฑิต วงศ์อามาตย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองซ่อมตะเคียนงาม อาจารย์บัณฑิต วงศ์อามาตย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองซ่อมตะเคียนงาม ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 บ้านตะเคียนงาม ตำบลโป่งตาลอง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า โรงเรียนบ้านหนองซ่อมตะเคียนงาม มีพื้นที่ทั้งหมด 12 ไร่ เป็นที่
เรื่องโดย หิรัญยวัต อทิวัฒน์เดชากร / หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ใครผ่านไปทาง อ.วิเศษชัยชาญ จากอ่างทองวิ่งเข้าตัวเมืองวิเศษชัยชาญ เลยวัดม่วงถึงสี่แยกไฟแดงประปาวิเศษชัยชาญ เลยไปประมาณ 500 เมตร สังเกตทางซ้ายมือจะเห็นป้าย “ร้านค้าประชารัฐ” ตั้งอยู่ริมคลอง บ้านคลองขุน หมู่ 5 ต.ไผ่จำศีล อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง เปิดจำหน่ายข้าวราดแกงรสอร่อย แต่ราคาถูกเพียงจานละ 10 บาท นอกจากนี้ ยังมีสารพัดอาหาร อาทิ ผัดไทย ส้มตำ ลาบ น้ำตก ไก่ทอด ข้าวเหนียว รวมทั้งยังจำหน่ายผลิตภัณฑ์โอท็อป และสินค้าเกษตรราคาย่อมเยา และยังได้เรียนรู้แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ใน จ.อ่างทอง ที่ปิดป้ายไว้โดยรอบร้านค้า พล.ต.สุทัศน์ อยู่นาน อดีตนักบินทหารบกจังหวัดลพบุรี ในวัย 75 ปี เจ้าของร้านเล่าให้ฟังว่า หลังจากเกษียณราชการมากว่า 15 ปี ได้ช่วยงานของทางราชการอยู่เป็นประจำ โดยเป็นประธานอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดอ่างทอง และประธานกองทุนหมู่บ้านคลองขุน ล่าสุด หลังจากทางรัฐบาลได้จัดโครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจรากหญ้าตามแนวทางประชารัฐ พร้อมให้เงินช่วยเหลือกองทุนหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 5 แสนบาท จึงร่วมกับชาวบ้านที่เป็นสมาชิกรวม 198 คน เปิดร้
น่าลุ้น! ร้านส้มตำทำยาก แต่กำไรเท่าตัว “ถ้ารสชาติดี…ไม่ต้องกลัวว่าจะขายไม่ได้” “ตำหลาย” เป็นชื่อของร้านอาหารอีสาน อายุกิจการกว่าสิบ ปี ทุกวันนี้มีสาขาหลักบริการลูกค้าอยู่ที่โครงการปิ่นทองพลาซ่า ติดกับศูนย์การค้าเมเจอร์ ปิ่นเกล้า และยังมีแฟรนไชส์ขยายไปแล้วหลายสาขา ทั้งแบบสแตนด์อะโลนและรถโมบาย มี คุณเอ๋-ณัฐรดา บุญชุ่ม สาวหน้าใส บุคลิกดี วัยสี่สิบเศษ เป็นเจ้าของ เริ่มต้นให้ฟัง พื้นเพเป็นคนกรุงเทพฯ จบปริญญาตรี นิเทศศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยสยาม เคยทำงานมาหลายอย่าง ทั้งเป็นเซลส์ขายยา ขายรถนำเข้า เปิดผับ ฯลฯ กระทั่งเมื่อสิบปีก่อน หวังทำธุรกิจซื้อขายโทรศัพท์มือถือ จึงไปเรียนรู้กับเพื่อนสนิทคนหนึ่งจนทราบว่าทำเลใกล้กับเมเจอร์ ปิ่นเกล้า นี้จะมีตลาดมาเปิดใหม่ ซึ่งก็คือโครงการปิ่นทองพลาซ่าในปัจจุบัน จึงเข้ามาจับจอง แต่โซนยังว่างอยู่อนุญาตให้ขายสินค้าประเภทอาหารเท่านั้น ด้วยความอยากได้ทำเลค้าขาย เลยระบุไปก่อนว่าจะขายอาหารอีสาน ประเภท ส้มตำ ลาบ น้ำตก ทั้งที่ตัวเธอเองไม่มีความชำนาญด้านอาหารประเภทนี้เลย แถมตับเธอยังมีเชื้อสายจีนไหหลำ จึงเป็นคนไม่ทานส้มตำมาแต่ไหนแต่ไร การเริ่มต้นอาชีพใหม่ครั้งนี้ จึ
“มะลิวรรณ อำพล”อดีตสาวออฟฟิศวัย 42 ปี ขอผันตัวมาสร้างธุรกิจเครื่องดื่มน้ำสมุนไพรบรรจุขวดหลากหลายรสชาดด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 20,000บาท จากกิจการเล็กๆ ถูกประคบประหงมเรื่อยมาจวบจนทุกวันนี้เติบโตมีโรงงานเป็นของตัวเอง พร้อมพนักงาน 30 คน กำลังผลิตกว่า 30,000 ขวดต่อวัน ยอดขายปี 2558 ที่ผ่านมารวมแล้ว 60 ล้านบาท ทุกวันนี้กลายเป็นเถ้าแก่เงินล้านแถมสร้างงาน สร้างรายได้ให้คนในชุมชน ให้เกษตรกรอีกด้วย อยู่แวดวงธุรกิจเครื่องดื่ม ผันตัวทำธุรกิจเอง ประวัติคุณมะลิวรรณ หรือ คุณเอ๋ เธอเรียนจบ Food Science จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ก่อนหน้านี้เคยทำงานประจำในบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มรายใหญ่ของประเทศราว 7-8 ปี เรียกว่าสั่งสมประสบการณ์และรับรู้กระบวนการผลิตธุรกิจเครื่องดื่มครบทั้งระบบจนกระทั่งปี พ.ศ. 2547ฝันอยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ในเมื่อมีความรู้ธุรกิจเครื่องดื่มดีพอ เลือกที่จะออกมาทำเอง ใช้เงินทุนเริ่มต้นเพียง 20,000 บาท คุณเอ๋ เล่าเพิ่มเติมว่าตอนที่ทำงานประจำก็เป็นเหมือนมนุษย์เงินเดือนทั่วๆไปที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง และในเมื่อมีความรู้ด้านการผลิตเครื่องดื่มอยู่แล้ว เลือกที่จ
