How to
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดสงขลาได้ขยายผลการปลูกยอดกล้วยหอมทอง ตามโครงการปลูกกล้วยหอมทองปลอดสารพิษเพื่อการส่งออกของจังหวัดสงขลา โดยนำร่องที่ อ.ระโนด จ.สงขลา และขยายผลต่อยอดที่ ต.คลองกวาง ต.ท่าประดู่ อ.นาทวี จ.สงขลา กว่า 30 คน โดยรวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มปลูกกล้วยหอมทองนาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา ทั้งนี้มีการทำสัญญารองรับผลผลิตกับบริษัท แพน แปซิฟิค ฟู้ด คอร์ปอเรชั่น จำกัด ประเทศญี่ปุ่น ขณะนี้มีการขยายผลมาปลูกในพื้นที่เกือบ 100 ไร่ ใน อ.นาทวี ซึ่งถือเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ของจังหวัดสงขลา และในพื้นที่ อ.นาทวี ด้วย นางปวีรัตน์ พรหมเลิศ เลขานุการกลุ่มปลูกกล้วยหอมทองนาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา เปิดเผยว่า ตามที่จังหวัดสงขลาได้สนับสนุนและขยายผลต่อยอดการปลูกกล้วยหอมทองมายังพื้นที่ อ.นาทวี สร้างความสนใจแก่เกษตรกร โดยสมาชิกในกลุ่มได้โค่นสวนยางพาราบางส่วนเพื่อทดลองปลูกกล้วยหอมทอง ผสมผสานกับผักสวนครัว ซึ่งสามารถสร้างรายได้ระหว่างรอการเจริญเติบโตของกล้วยหอมทอง เช่น ปลูกพริก มะเขือ สับปะรด และตะไคร้ ระหว่างต้นกล้วย เพื่อเป็นการไล่แมลงที่จะมาชอนไชอีกด้วย สำหรับกล้วยหอมทอง มีทั้งแปลงที่เพิ่งปลูกได้ 1-2 เดือน 3-5 เดือน แล
สำหรับมนุษย์เงินเดือนแล้ว การทำงานที่รับแต่เงินเดือนอย่างเดียว อาจจะเสี่ยงเกินไปในการสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต ดังนั้น การหาอาชีพเสริมควบคู่ไปด้วยโดยไม่กระทบกับ หน้าที่การงานที่รับผิดชอบอยู่ จึงเป็นทางเลือกที่ดี เช่นเดียวกับ คุณซิน สุมนา แจวเจริญวงศ์ วัย 44 ปี ที่หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับบทบาทนักข่าวภาคสนาม ช่อง 3 ของเธอ ด้วยว่า เห็นจากหน้าจอทีวีบ่อยๆ นอกจากการทำงานในอาชีพนักข่าวแล้ว วันนี้ คุณซิน สวมบทบาท คุณแม่ ของน้องชะเอม วัย 2 ขวบ ซึ่ง ชื่อแบรนด์ปลาทูต้มหวานที่เธอทำอยู่ ก็มาจากชื่อลูกสาวตัวน้อยของเธอนั่นเอง คุณซิน เล่าว่า ปลาทูต้มหวาน เดิมทีเป็นธุรกิจของครอบครัว ตั้งแต่สมัยคุณย่า เมื่อสักราว 50 ปีมาแล้ว ด้วยพื้นเพเป็นชาว อ.หลังสวน จ.ชุมพร คุณย่าทำปลาทูต้มหวาน และนำไป หาบเร่ขายยังเมืองคอน (จ.นครศรีธรรมราช) สืบต่อจากคุณย่า ก็เป็นคุณป้า ที่ปัจจุบันยังยึดอาชีพนี้ โดย มีญาติที่เป็นคุณอา มีเรือประมง ออกหาปลาทู ได้ปลาทูคุณภาพ สามารถคัดตัวสวยๆ มาทำได้เอง สำหรับปลาทูต้มหวาน สูตรคุณย่านี้ ต้องเคี่ยวถึง 7 วัน 7 คืน จนก้างนิ่ม กินได้ทั้งตัว โดยก่อนนำไปเคี่ยว ก็ใช้ไม้ไผ่ หรือชานอ้อย วางปูพ
ปลาจะละเม็ดน้ำแดงเป็นเมนูที่คุณแม่ชอบทำให้รับประทานตอนเด็กๆ เป็นเมนูที่มีประโยชน์ ได้โปรตีนจากปลา วิตามินจากผัก และไขมันจากหมู รสชาติเค็มนิดๆ หอมซอส พริกไทยดับกลิ่นปลา เด็กๆ รับประทานง่ายค่ะ พริกชี้ฟ้าเราเอาเมล็ดออกหมด หั่นเป็นชิ้นยาวๆ เพื่อความสวยงาม ไม่เผ็ดค่ะ ไปทะเลคราวนี้ไม่ได้ปลาจะละเม็ดขาว ได้ปลาจะละเม็ดดำตัวใหญ่ ราคาดีมาก เลยเอามาทำปลาน้ำแดง คราวนี้ ตัวนี้หนักกิโลกว่าๆ รับประทาน 4 คนไม่หมด มาเตรียมของกันนะคะ ส่วนผสม ปลาจะละเม็ด แป้งมัน น้ำสุก กระเทียมสับ หมูสามชั้นหั่นเล็ก ผักบุ้งจีน พริกชี้ฟ้าแดง เห็ดหอม ซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย ซอสแม็กกี้ พริกไทยป่น เตรียมของ บั้งปลาจะละเม็ดล้างให้สะอาด พักไว้ เด็ดยอดผักบุ้งลวกในน้ำร้อน สุกแล้วราดน้ำเย็น สีผักบุ้งจะเขียวพักไว้ หั่นเห็ดหอมตัดแกนออกและลวกเห็ดหอม หั่นเป็นชิ้นพักไว้ ผสมน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทรายเล็กน้อย เหยาะซอสแม็กกี้เล็กน้อย พักไว้ ผสมแป้งมันเล็กน้อยกับน้ำพักไว้ วิธีทำ ปลาจะละเม็ดโรยแป้งมันทั้ง 2 ด้าน ในกระทะใส่น้ำมันเยอะหน่อย น้ำมันร้อนใส่เกลือเล็กน้อยไม่ให้ปลาติดกระทะ ค่อยๆ หย่อนปลาลงกระทะ หรี่เป็นไฟกลางรอให้ปลาสุกค่อยกลับด้าน
ความทรงจำเกี่ยวกับยายของผม เป็นเรื่องขนมเสียส่วนมาก ตอนเด็กๆ ยายชอบมาทำขนมทั้งไทย ทั้งเทศ เนื่องจากยายเป็นแม่บ้านให้ฝรั่งด้วย เลยได้วิชาฝรั่งมา ยายทำขนมเค้กเนย หน้าเป็นเนยสดตี อร่อยกว่าเนยขาวสมัยนี้มากมาย แต่ต้องใส่ตู้เย็นตลอดไม่งั้นเนยละลาย และที่สำคัญเตาอบของยายเป็นเตาสังกะสีสี่เหลี่ยม มีกระจกข้างหน้าเปิดได้ ใช้วางบนเตาถ่าน ส่วนข้างบนมีแผ่นสังกะสีรองอีกชั้น ให้คีบถ่านร้อนๆ ใส่ เป็นเตาไฟบนไฟล่าง สุดยอดจริงๆ เทอร์โมมิเตอร์ไม่ต้องถามถึง ยายใช้กะเอา ใส่ถ่านมากน้อยแค่ไหน ยายกะพอดีตลอด ข้างกระไดบ้านเป็นที่ตั้งของโม่หิน สมัยนี้ถ้ายังมีโม่หินก็เอาไว้เสียบต้นเฟิร์น แต่สมัยโน่นใช้โม่ข้าว โม่แป้งจริงๆ ยายเอาข้าวตากมาคั่วให้หอม แล้วใส่เครื่องโม่ หมุนๆ ได้แป้งข้าวคั่วละเอียดยิบ เอาไว้ทำข้าวตู โม่หินอันนี้ไม่รู้หายไปไหนแล้ว ไม่รู้ใครเอาไปยกเล่น ล่าสุดผมทดลองทำข้าวตูเอาไว้สอนที่โรงเรียนแม่บ้านทันสมัย และออกงาน ลำบากคนตำข้าวตังคั่วน่าดู ทั้งเอาใส่เครื่องปั่น ออกมาตำด้วยครกหิน กว่าจะละเอียดขนาดเม็ดแป้งได้ สงสารคนตำเป็นที่สุด ตำข้าวนี่มันกระเด็นกระดอนดีนัก ข้าวตังนี้ถ้าตำไม่ละเอียด เอาไปใส่ในข้าวตู เค
ศรีย่านยังไม่สิ้นของอร่อย!! เจ้ยจังนี่เดินดมตามฟุตบาธ(ห๊ะ?)เรื่อยเปื่อยเลยค่ะ เดินไปก็เจอคนมุง ๆ รอคิวร้านอะไรสักอย่าง อะไรน๊า? หอมเตะจมูก ขนม! ขนมแน่ๆ ! ขอเจ้ยส่องหน่อยค่าาาา! ร้านนี้นี่เอง “ขนมบ้าบิ่นมะพร้าวน้ำหอมสามพราน” คนรอซื้อเพียบ พ่อค้า – แม่ค้านี่ทำมือเป็นระวิงเชียว “บ้าบิ่นมะพร้าวอ่อน” (กล่องละ 25 บาท) ของร้านนี้เค้าไม่ได้ทำเป็นชิ้น ๆ คำ ๆ นะคะ เค้าจะทอดเป็นแพใหญ่ ๆ จนด้านนอกกรอบเกรียม แล้วค่อยหั่นเป็นคำ ๆ ทีหลัง ซึ่งมันน่ากินมากกกกกกก!! มันน่ากินมากเจงเจงงงงงงง!! แป้งด้านนอกจะกรอบ ๆ บาง ๆ แล้วข้างในคือหนานุ่มหนึบกรุบมะพร้าวอ่อน อร่อยฝุด ๆ เจ้ยว่านี่เป็นขนมบ้าบิ่นที่อร่อยที่สุดที่เจ้ยเคยกินมาเลยมั้ง!! ร้านนี้เค้าขายดีนะคะ บางท่านที่มาไกล ๆ แนะนำว่าโทรมาจองก่อนดีกว่าค่ะ เดี๋ยวหมดซะก่อนจะเดินทางมาเก้อนะคะ “ขนมบ้าบิ่นมะพร้าวน้ำหอมสามพราน” ราคา : ขนมบ้าบิ่นมะพร้าวน้ำหอม กล่องละ 25 บาท สถานที่ : ติดกับสำนักพิมพ์ พว.อินเตอร์ เลยสี่แยกไฟแดงศรีย่าน ตรงมาทางตลาดศรีย่าน โทร : 081-867-6573 (แนะนำให้โทรจอง) เวลา : ขายเฉพาะวันอังคาร / พฤหัส / เสาร์ และ อาทิตย์ 06.00 – 17.00 น. Wifi : ไม
‘หนังสือ’ นอกจากบรรจุตัวอักษรที่เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายแล้ว สำหรับหลายคน ‘หนังสือ’ ยังเต็มไปด้วยความทรงจำที่ควรค่าแก่การเก็บรักษา แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องความคงทนของกระดาษ ทำให้หนังสือส่วนมากมักเสียหายและชำรุดไปตามกาลเวลา และเมื่อหนังสือเสียหาย การหาซื้อหนังสือเล่มใหม่ก็ไม่อาจทดแทนความทรงจำและเรื่องราวที่มีต่อหนังสือเล่มเก่าได้ จนเมื่อมีการเกิดขึ้นของร้านซ่อมหนังสือ ที่มีอยู่ไม่กี่แห่งในประเทศไทย ทำให้หนังสือที่เสียหาย สามารถกลับคืนมาสู่สภาพเดิมได้ ผู้คนที่รักหนังสืออาจรู้จักและเรียกเขาว่า “หมอรักษาหนังสือ” แต่จากการได้พูดคุยกับ พี่กุ๊ก ภัทรพล ฉัตรชลาวิไล เจ้าของร้านซ่อมหนังสือ Book Clinic การนิยามให้เขาเป็น “นักรักษาความทรงจำ” ก็คงไม่เกินเลยจากความจริงเท่าใดนัก หลังเสร็จสิ้น การปรับปรุงบ้านขนานใหญ่ พี่กุ๊ก ยินดีเปิดโฮมออฟฟิศ ให้ข่าวสดออนไลน์ ได้พูดคุยบางแง่มุมของคนซ่อมหนังสือ พี่กุ๊ก เริ่มเล่าว่า จุดเริ่มต้นของการทำร้านซ่อมหนังสือ มาจากได้ทำงานร้านถ่ายเอกสาร เข้าเล่มหนังสือ ตอนหลังมีลูกค้าเอาหนังสือมาให้ซ่อม เพราะชอบที่ตนเย็บหนังสือได้ดี เมื่อทำแล้วผลงานออกมาดี เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นให
หากนึกถึงภาพสมัยอดีตในชนบทต่างจังหวัด เมื่อเอ่ยถึงบึงหรือคลองที่เป็นแหล่งน้ำที่เงียบสงบ หลายๆ คน อาจจะเคยเห็นภาพฝูงลูกปลาช่อนที่ว่ายน้ำกันอยู่เป็นจำนวนมาก โดยมีสายตาของแม่ปลาช่อนที่คอยดูแลลูกอยู่ไม่ห่างเลยทีเดียว เรียกว่าคอยบ่มสอนการใช้ชีวิตให้กับลูกปลา เมื่อวันที่ต้องจากลาเมื่อลูกโตขึ้น จากฝูงลูกปลาเหล่านั้นทำให้นิยามได้ว่า แหล่งน้ำในพื้นที่นั้นยังมีความอุดมสมบูรณ์อยู่ โดยทำหน้าที่เป็นเสมือนแหล่งอาหารหล่อเลี้ยงชีวิตให้สัตว์น้ำน้อยใหญ่ได้อาศัย ซึ่งปัจจุบันภาพฝูงลูกปลาช่อนอาจเหลือน้อยเต็มที เพราะเกิดจากการพัฒนาและขยายตัวของพื้นที่เมืองมากขึ้น อาจทำให้สภาพแวดล้อมเหล่านั้นถูกทำลายไปบ้าง จึงทำให้สัตว์น้ำมีจำนวนน้อยลง รวมทั้งปลาช่อนในแหล่งน้ำธรรมชาติด้วย แต่ที่อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ยังมีลูกปลาช่อนจากแหล่งน้ำธรรมชาติอยู่อีกไม่น้อย ที่ทำให้คนในพื้นที่หารายได้ ด้วยการช้อนลูกปลาช่อนเหล่านั้น มาส่งจำหน่ายให้กับฟาร์มที่รับซื้อ เพื่อมาอนุบาลให้เป็นปลาไซซ์นิ้ว จึงเป็นงานที่สร้างรายได้แบบส่งต่อกันไปเป็นทอดๆ คุณชาญ บัววิเชียร หรือที่ทุกคนเรียกแกว่า ลุงชาญ อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 150 หมู่ที่ 1
การสื่อสาร มีพลังเสมอ ขึ้นอยู่กับจะสื่อสาร ด้านบวก หรือ ด้านลบ เมื่อเร็วๆ นี้ รุ่นน้องคนหนึ่งเปรยขึ้นมาว่า “การสื่อสารนี่สำคัญกับการบริหารมากเลยนะ”ผมแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ที่รุ่นน้องคนนี้ ทำงานสายบริหารมาร่วม 10 ปีแล้ว แต่เพิ่งตาสว่าง ไม่แปลกหรอกครับ เพราะบางคนที่ผมเคยเจอมา ตาสว่างช้ากว่าน้องคนนี้เสียอีก บริหารไปตามใจคิด ไม่ได้สนใจหรือให้ความสำคัญกับการสื่อสารเท่าใดนัก หลายคนเก่งในเรื่องการบริหารจัดการ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่มักพบปัญหาเกี่ยวกับคน ทำงานไม่ได้อย่างใจอยู่เป็นนิจ ซึ่งรากเหง้าต้นเหตุ ไม่ได้ซับซ้อนครับ มาจาก…“การสื่อสาร” อย่าลืมว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคม ต้องอยู่รวมกัน แปลว่า ต้องการมีปฏิสัมพันธ์กัน สื่อสารกัน เวลาไม่ได้ทำงาน คุยกันน้ำไหลไฟดับ ไม่มีใครฟังใคร แต่พอทำงานด้วยกัน ต่างฝ่ายต่างคิดว่า “อีกฝ่ายคงรู้” คือ มีหลายความคิดครับ “คงรู้” “น่าจะรู้” “ควรรู้” “ต้องรู้” ส่วนจริงๆ รู้หรือไม่…ไม่รู้เหมือนกัน การคาดเดาเช่นนี้ พบเป็นปกติในการทำงานด้วยกันทุกระดับ ยิ่งองค์กรขนาดใหญ่ การขาดตอนของการสื่อสาร ยิ่งมีมากขึ้น พูดง่ายๆ คนในองค์กรใหญ่ชอบเดา มากกว่าองค์กรเล็ก ชอบเดาว่
https://youtu.be/KOmW-9VP5yw อร่อยระดับฮ่องเต้ในราคายาจก!! ที่ “ฮ่องเต้เย็นตาโฟ” ศรีย่าน เครื่องเน้น ๆ เด่นที่ “ลูกรอก”!! “ฮ่องเต้เย็นตาโฟ” (ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟศรีย่าน) ราคา : “เล็กโฟพิเศษ” (50 บาท) / “ลูกรอก” (40 บาท) สถานที่ : ถนนน้อมจิตต์ (สี่แยกน้อมจิตต์ ถ้ามาจากศรีย่านเลี้ยวซ้าย เดินมาประมาณ 1 เสาไฟฟ้า) โทร : 02-669-0110 เวลา : 08.30-14.30 น. (หยุดวันจันทร์) Wifi : ไม่มี wi-fi ที่จอดรถ : ไม่มีที่จอดรถ ที่มา Facebook Page : Starvingtime เรื่องกินเรื่องใหญ่
บ้านหนองบัว ต.ปลาปาก อ.ปลาปาก จ.นครพนม นับเป็นอีกหมู่บ้านสำคัญของ จ.นครพนม ที่มีอาชีพสุดแปลกน่าสนใจ หรือ ที่ชาวบ้านเรียกกันแบบน่ากลัว ว่าอาชีพเสี่ยงตาย เนื่องจากชาวบ้านที่นี่ จะมีการสืบทอดอาชีพภูมิปัญญาชาวบ้าน มาจากบรรพบุรุษ ทำให้มีความชำนาญ ในการเรียนรู้ที่จะทำอาชีพเลี้ยงต่อหัวเสือขาย ทำให้ในช่วงใกล้เทศกาลออกพรรษาทุกปี จะมี บรรดา พ่อค้า แม่ค้า รวมถึง นักเปิบพิสดาร เมนูต่อหัวเสือ มาสั่งซื้อตัวต่อไปปรุงเป็นเมนูเด็ด สร้างเงินหมุนเวียนสะพัด ปีละหลายแสนบาท จนทำให้ชาวบ้านหนองบัว ต.ปลาปาก อ.ปลาปาก จ.นครพนม กลายเป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสี่ยง ในเรื่องของการท่องเที่ยว ศึกษาวิถีชีวิต อาชีพเลี้ยงต่อหัวเสือ โดยมีการจัดงานเทศกาลกินต่อหัวเสือ ขึ้น ในช่วงเดือน ตุลาคม ของทุกปี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว อนุรักษ์วิถีชีวิต ภูมิปัญญาชาวบ้าน สำหรับฤดูกาลเลี้ยงต่อของชาวบ้าน จะเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงหน้าฝน ประมาณเดือน พฤษภาคม หรือตรงกับช่วงฤดูกาลทำนา ชาวบ้าน จะใช้เวลาว่างไปล่าหารังต่อหัวเสือ ด้วยการนำวิธีภูมิปัญญาชาวบ้าน นำเหยื่ออาหารต่อ จำพวกเนื้อสัตว์ ตั๊กแตน ไปล่อเอาแม่ต่อที่ออกหาอาหารตามทุ่งนา พร้อมทำเคร
