How to
ความทรงจำเกี่ยวกับยายของผม เป็นเรื่องขนมเสียส่วนมาก ตอนเด็กๆ ยายชอบมาทำขนมทั้งไทย ทั้งเทศ เนื่องจากยายเป็นแม่บ้านให้ฝรั่งด้วย เลยได้วิชาฝรั่งมา ยายทำขนมเค้กเนย หน้าเป็นเนยสดตี อร่อยกว่าเนยขาวสมัยนี้มากมาย แต่ต้องใส่ตู้เย็นตลอดไม่งั้นเนยละลาย และที่สำคัญเตาอบของยายเป็นเตาสังกะสีสี่เหลี่ยม มีกระจกข้างหน้าเปิดได้ ใช้วางบนเตาถ่าน ส่วนข้างบนมีแผ่นสังกะสีรองอีกชั้น ให้คีบถ่านร้อนๆ ใส่ เป็นเตาไฟบนไฟล่าง สุดยอดจริงๆ เทอร์โมมิเตอร์ไม่ต้องถามถึง ยายใช้กะเอา ใส่ถ่านมากน้อยแค่ไหน ยายกะพอดีตลอด ข้างกระไดบ้านเป็นที่ตั้งของโม่หิน สมัยนี้ถ้ายังมีโม่หินก็เอาไว้เสียบต้นเฟิร์น แต่สมัยโน่นใช้โม่ข้าว โม่แป้งจริงๆ ยายเอาข้าวตากมาคั่วให้หอม แล้วใส่เครื่องโม่ หมุนๆ ได้แป้งข้าวคั่วละเอียดยิบ เอาไว้ทำข้าวตู โม่หินอันนี้ไม่รู้หายไปไหนแล้ว ไม่รู้ใครเอาไปยกเล่น ล่าสุดผมทดลองทำข้าวตูเอาไว้สอนที่โรงเรียนแม่บ้านทันสมัย และออกงาน ลำบากคนตำข้าวตังคั่วน่าดู ทั้งเอาใส่เครื่องปั่น ออกมาตำด้วยครกหิน กว่าจะละเอียดขนาดเม็ดแป้งได้ สงสารคนตำเป็นที่สุด ตำข้าวนี่มันกระเด็นกระดอนดีนัก ข้าวตังนี้ถ้าตำไม่ละเอียด เอาไปใส่ในข้าวตู เค
ศรีย่านยังไม่สิ้นของอร่อย!! เจ้ยจังนี่เดินดมตามฟุตบาธ(ห๊ะ?)เรื่อยเปื่อยเลยค่ะ เดินไปก็เจอคนมุง ๆ รอคิวร้านอะไรสักอย่าง อะไรน๊า? หอมเตะจมูก ขนม! ขนมแน่ๆ ! ขอเจ้ยส่องหน่อยค่าาาา! ร้านนี้นี่เอง “ขนมบ้าบิ่นมะพร้าวน้ำหอมสามพราน” คนรอซื้อเพียบ พ่อค้า – แม่ค้านี่ทำมือเป็นระวิงเชียว “บ้าบิ่นมะพร้าวอ่อน” (กล่องละ 25 บาท) ของร้านนี้เค้าไม่ได้ทำเป็นชิ้น ๆ คำ ๆ นะคะ เค้าจะทอดเป็นแพใหญ่ ๆ จนด้านนอกกรอบเกรียม แล้วค่อยหั่นเป็นคำ ๆ ทีหลัง ซึ่งมันน่ากินมากกกกกกก!! มันน่ากินมากเจงเจงงงงงงง!! แป้งด้านนอกจะกรอบ ๆ บาง ๆ แล้วข้างในคือหนานุ่มหนึบกรุบมะพร้าวอ่อน อร่อยฝุด ๆ เจ้ยว่านี่เป็นขนมบ้าบิ่นที่อร่อยที่สุดที่เจ้ยเคยกินมาเลยมั้ง!! ร้านนี้เค้าขายดีนะคะ บางท่านที่มาไกล ๆ แนะนำว่าโทรมาจองก่อนดีกว่าค่ะ เดี๋ยวหมดซะก่อนจะเดินทางมาเก้อนะคะ “ขนมบ้าบิ่นมะพร้าวน้ำหอมสามพราน” ราคา : ขนมบ้าบิ่นมะพร้าวน้ำหอม กล่องละ 25 บาท สถานที่ : ติดกับสำนักพิมพ์ พว.อินเตอร์ เลยสี่แยกไฟแดงศรีย่าน ตรงมาทางตลาดศรีย่าน โทร : 081-867-6573 (แนะนำให้โทรจอง) เวลา : ขายเฉพาะวันอังคาร / พฤหัส / เสาร์ และ อาทิตย์ 06.00 – 17.00 น. Wifi : ไม
‘หนังสือ’ นอกจากบรรจุตัวอักษรที่เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายแล้ว สำหรับหลายคน ‘หนังสือ’ ยังเต็มไปด้วยความทรงจำที่ควรค่าแก่การเก็บรักษา แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องความคงทนของกระดาษ ทำให้หนังสือส่วนมากมักเสียหายและชำรุดไปตามกาลเวลา และเมื่อหนังสือเสียหาย การหาซื้อหนังสือเล่มใหม่ก็ไม่อาจทดแทนความทรงจำและเรื่องราวที่มีต่อหนังสือเล่มเก่าได้ จนเมื่อมีการเกิดขึ้นของร้านซ่อมหนังสือ ที่มีอยู่ไม่กี่แห่งในประเทศไทย ทำให้หนังสือที่เสียหาย สามารถกลับคืนมาสู่สภาพเดิมได้ ผู้คนที่รักหนังสืออาจรู้จักและเรียกเขาว่า “หมอรักษาหนังสือ” แต่จากการได้พูดคุยกับ พี่กุ๊ก ภัทรพล ฉัตรชลาวิไล เจ้าของร้านซ่อมหนังสือ Book Clinic การนิยามให้เขาเป็น “นักรักษาความทรงจำ” ก็คงไม่เกินเลยจากความจริงเท่าใดนัก หลังเสร็จสิ้น การปรับปรุงบ้านขนานใหญ่ พี่กุ๊ก ยินดีเปิดโฮมออฟฟิศ ให้ข่าวสดออนไลน์ ได้พูดคุยบางแง่มุมของคนซ่อมหนังสือ พี่กุ๊ก เริ่มเล่าว่า จุดเริ่มต้นของการทำร้านซ่อมหนังสือ มาจากได้ทำงานร้านถ่ายเอกสาร เข้าเล่มหนังสือ ตอนหลังมีลูกค้าเอาหนังสือมาให้ซ่อม เพราะชอบที่ตนเย็บหนังสือได้ดี เมื่อทำแล้วผลงานออกมาดี เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นให
หากนึกถึงภาพสมัยอดีตในชนบทต่างจังหวัด เมื่อเอ่ยถึงบึงหรือคลองที่เป็นแหล่งน้ำที่เงียบสงบ หลายๆ คน อาจจะเคยเห็นภาพฝูงลูกปลาช่อนที่ว่ายน้ำกันอยู่เป็นจำนวนมาก โดยมีสายตาของแม่ปลาช่อนที่คอยดูแลลูกอยู่ไม่ห่างเลยทีเดียว เรียกว่าคอยบ่มสอนการใช้ชีวิตให้กับลูกปลา เมื่อวันที่ต้องจากลาเมื่อลูกโตขึ้น จากฝูงลูกปลาเหล่านั้นทำให้นิยามได้ว่า แหล่งน้ำในพื้นที่นั้นยังมีความอุดมสมบูรณ์อยู่ โดยทำหน้าที่เป็นเสมือนแหล่งอาหารหล่อเลี้ยงชีวิตให้สัตว์น้ำน้อยใหญ่ได้อาศัย ซึ่งปัจจุบันภาพฝูงลูกปลาช่อนอาจเหลือน้อยเต็มที เพราะเกิดจากการพัฒนาและขยายตัวของพื้นที่เมืองมากขึ้น อาจทำให้สภาพแวดล้อมเหล่านั้นถูกทำลายไปบ้าง จึงทำให้สัตว์น้ำมีจำนวนน้อยลง รวมทั้งปลาช่อนในแหล่งน้ำธรรมชาติด้วย แต่ที่อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ยังมีลูกปลาช่อนจากแหล่งน้ำธรรมชาติอยู่อีกไม่น้อย ที่ทำให้คนในพื้นที่หารายได้ ด้วยการช้อนลูกปลาช่อนเหล่านั้น มาส่งจำหน่ายให้กับฟาร์มที่รับซื้อ เพื่อมาอนุบาลให้เป็นปลาไซซ์นิ้ว จึงเป็นงานที่สร้างรายได้แบบส่งต่อกันไปเป็นทอดๆ คุณชาญ บัววิเชียร หรือที่ทุกคนเรียกแกว่า ลุงชาญ อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 150 หมู่ที่ 1
การสื่อสาร มีพลังเสมอ ขึ้นอยู่กับจะสื่อสาร ด้านบวก หรือ ด้านลบ เมื่อเร็วๆ นี้ รุ่นน้องคนหนึ่งเปรยขึ้นมาว่า “การสื่อสารนี่สำคัญกับการบริหารมากเลยนะ”ผมแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ที่รุ่นน้องคนนี้ ทำงานสายบริหารมาร่วม 10 ปีแล้ว แต่เพิ่งตาสว่าง ไม่แปลกหรอกครับ เพราะบางคนที่ผมเคยเจอมา ตาสว่างช้ากว่าน้องคนนี้เสียอีก บริหารไปตามใจคิด ไม่ได้สนใจหรือให้ความสำคัญกับการสื่อสารเท่าใดนัก หลายคนเก่งในเรื่องการบริหารจัดการ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่มักพบปัญหาเกี่ยวกับคน ทำงานไม่ได้อย่างใจอยู่เป็นนิจ ซึ่งรากเหง้าต้นเหตุ ไม่ได้ซับซ้อนครับ มาจาก…“การสื่อสาร” อย่าลืมว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคม ต้องอยู่รวมกัน แปลว่า ต้องการมีปฏิสัมพันธ์กัน สื่อสารกัน เวลาไม่ได้ทำงาน คุยกันน้ำไหลไฟดับ ไม่มีใครฟังใคร แต่พอทำงานด้วยกัน ต่างฝ่ายต่างคิดว่า “อีกฝ่ายคงรู้” คือ มีหลายความคิดครับ “คงรู้” “น่าจะรู้” “ควรรู้” “ต้องรู้” ส่วนจริงๆ รู้หรือไม่…ไม่รู้เหมือนกัน การคาดเดาเช่นนี้ พบเป็นปกติในการทำงานด้วยกันทุกระดับ ยิ่งองค์กรขนาดใหญ่ การขาดตอนของการสื่อสาร ยิ่งมีมากขึ้น พูดง่ายๆ คนในองค์กรใหญ่ชอบเดา มากกว่าองค์กรเล็ก ชอบเดาว่
https://youtu.be/KOmW-9VP5yw อร่อยระดับฮ่องเต้ในราคายาจก!! ที่ “ฮ่องเต้เย็นตาโฟ” ศรีย่าน เครื่องเน้น ๆ เด่นที่ “ลูกรอก”!! “ฮ่องเต้เย็นตาโฟ” (ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟศรีย่าน) ราคา : “เล็กโฟพิเศษ” (50 บาท) / “ลูกรอก” (40 บาท) สถานที่ : ถนนน้อมจิตต์ (สี่แยกน้อมจิตต์ ถ้ามาจากศรีย่านเลี้ยวซ้าย เดินมาประมาณ 1 เสาไฟฟ้า) โทร : 02-669-0110 เวลา : 08.30-14.30 น. (หยุดวันจันทร์) Wifi : ไม่มี wi-fi ที่จอดรถ : ไม่มีที่จอดรถ ที่มา Facebook Page : Starvingtime เรื่องกินเรื่องใหญ่
บ้านหนองบัว ต.ปลาปาก อ.ปลาปาก จ.นครพนม นับเป็นอีกหมู่บ้านสำคัญของ จ.นครพนม ที่มีอาชีพสุดแปลกน่าสนใจ หรือ ที่ชาวบ้านเรียกกันแบบน่ากลัว ว่าอาชีพเสี่ยงตาย เนื่องจากชาวบ้านที่นี่ จะมีการสืบทอดอาชีพภูมิปัญญาชาวบ้าน มาจากบรรพบุรุษ ทำให้มีความชำนาญ ในการเรียนรู้ที่จะทำอาชีพเลี้ยงต่อหัวเสือขาย ทำให้ในช่วงใกล้เทศกาลออกพรรษาทุกปี จะมี บรรดา พ่อค้า แม่ค้า รวมถึง นักเปิบพิสดาร เมนูต่อหัวเสือ มาสั่งซื้อตัวต่อไปปรุงเป็นเมนูเด็ด สร้างเงินหมุนเวียนสะพัด ปีละหลายแสนบาท จนทำให้ชาวบ้านหนองบัว ต.ปลาปาก อ.ปลาปาก จ.นครพนม กลายเป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสี่ยง ในเรื่องของการท่องเที่ยว ศึกษาวิถีชีวิต อาชีพเลี้ยงต่อหัวเสือ โดยมีการจัดงานเทศกาลกินต่อหัวเสือ ขึ้น ในช่วงเดือน ตุลาคม ของทุกปี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว อนุรักษ์วิถีชีวิต ภูมิปัญญาชาวบ้าน สำหรับฤดูกาลเลี้ยงต่อของชาวบ้าน จะเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงหน้าฝน ประมาณเดือน พฤษภาคม หรือตรงกับช่วงฤดูกาลทำนา ชาวบ้าน จะใช้เวลาว่างไปล่าหารังต่อหัวเสือ ด้วยการนำวิธีภูมิปัญญาชาวบ้าน นำเหยื่ออาหารต่อ จำพวกเนื้อสัตว์ ตั๊กแตน ไปล่อเอาแม่ต่อที่ออกหาอาหารตามทุ่งนา พร้อมทำเคร
ตามหลักประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๒๓ เมื่อศาลพิพากษาให้หย่ากัน เพราะเหตุตามมาตรา ๑๕๑๖ (๑) ภริยาหรือสามีมีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากสามีหรือภริยาและจากผู้ซึ่งได้รับการอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่อง หรือผู้ซึ่งเป็นเหตุแห่งการหย่านั้น วรรคสอง สามีจะเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งล่วงเกินภริยาไปในทำนองชู้สาวก็ได้ และภริยาจะเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาวก็ได้ วรรคสาม ถ้าสามีหรือภริยายินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจให้อีกฝ่ายหนึ่งกระทำการตามมาตรา ๑๕๑๖ (๑) หรือให้ผู้อื่นกระทำการตามวรรคสอง สามีหรือภริยานั้นจะเรียกค่าทดแทนไม่ได้ จากกฎหมายข้างต้น สามีหรือภรรยามีสิทธิ์ได้รับค่าทดแทนจากผู้ซึ่งเป็นเหตุแห่งการหย่า ทั้งกรณีที่มีการฟ้องหย่ากันตามมาตรา ๑๕๒๓ วรรคแรก หรือแม้มิได้มีการฟ้องหย่ากันตามมาตรา ๑๕๒๓ วรรคสอง รายละเอียด ดังนี้ ๑. ตามมาตรา ๑๕๒๓ วรรคแรก เป็นกรณีฟ้องหย่า “ภริยาหรือสามีมีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากสามีหรือภริยาและจากผู้ซึ่งได้รับการอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่อง หรือผู้ซึ่งเป็นเหตุแห่งการหย่านั้น” ๑.๑. ภริยา เรียกค่าทดแทนจากสามี และจากผู้ที่สามี
“ข้าวพระรามลงสรง” เมนูโบราณหาทานยาก แถมหาที่อร่อยยิ่งยากเข้าไปอีก แต่ร้านนี้เด็ด “จิวลูกชิ้นปลาเยาวราช” ศรีย่าน ต่อกันที่ศรีย่านค่ะ ร้านนี้เจ้ยเจอปุ๊บสะดุดปั๊บ! นั่นก็เพราะป้ายหน้าร้านบอกว่ามีเมนูที่หากินยากมากกกกก “ข้าวพระรามลงสรง” น้อยร้านที่จะทำขาย แล้วยิ่งน้อยร้านเข้าไปอีกที่ทำแล้วอร่อย! เพราะฉะนั้น…ตามเจ้ยมาพิสูจน์เล๊ย! “จิวลูกชิ้นปลาเยาวราช” ที่ขายทั้งก๋วยเตี๋ยว ข้าวหน้าไก่ ข้าวสตูว์หมู บ๊ะจ่าง และที่เจ้ยหมายปองที่สุด “ข้าวพระรามลงสรง” มาพิสูจน์กันว่า “ข้าวพระรามลงสรง” (40 บาท) ของร้านนี้จะเด็ดแค่ไหน? ข้าวพระรามลงสรง เป็นข้าวสวยที่โปะด้วยหมูหมักลวก ราดด้วยน้ำแกงข้น ๆ ที่รสชาติคล้าย ๆ น้ำจิ้มหมูสะเต๊ะ เคียงด้วยผักบุ้งจีนลวกนุ่ม ๆ และน้ำพริกเผาสำหรับคนที่ชอบความซี๊ดซ๊าด ตักเข้าปากเลยค่ะ!! โอ๊ยยย! มันดีย์!! หมูนุ่ม น้ำแกงเข้มข้นออกเผ็ด (เจ้ยกินรสจัดนะ ใครทานเผ็ดไม่ได้น่าจะไม่รอดค่ะ) ใครตามหาข้าวพระรามลงสรงรสจัด ๆ อร่อย ๆ ในราคาน่าคบขนาดนี้ มาที่นี่ไม่ผิดหวัง!! จิวลูกชิ้นปลาเยาวราช ราคา : ข้าวพระรามลงสรง 40 บาท สถานที่ : ริมถนนติดป้ายรถเมล์ ใกล้ซอยศรีย่าน 1 เวลา : 08.00 – 16.00 น.
เบเกอรี่เจ้าดังประจำเทเวศน์ อร่อยไม่เปลี่ยน ราคาน่ารัก 10 บาทอร่อยพริ้ม ที่ “ชิฟฟ่อนเบเกอรี่” เดินเตร่กันมาเรื่อย ๆ กับเจ้ยจัง ตอนนี้เจ้ยก็มาหยุดอยู่ที่แยกเทเวศน์ค่ะ เคยมาสมัยสาว ๆ (ประมาณ 15ปีขึ้นไป อุ่ต๊ะ!! รู้อายุมั้ยล่ะนั่น!!) จำได้ลาง ๆ ว่าแถวนี้มีร้านเบเกอรี่อร่อย แต่เอ…ป่านนี้ร้านอร่อยจะยังอยู่มั้ยนะ? อุ๊ย! คุ้น ๆ เยสสส! ยังอยู่ค่ะ!! มาๆๆๆ ตามเจ้ยมาชิม!! ร้านนี้นี่เอง เอง เอง! (ทำเสียงแบบรายการทีวีแชมป์เปี้ยน) “ชิฟฟ่อนเบเกอรี่” ที่เจ้ยไม่ได้กินมานานมากกกก ราคายังเท่าเดิมเหมือน 15 ปีก่อนเลยอ่ะ ยังขายราคานี้ได้ไง? มีความอะเมซิ่ง! อย่างงี้เจ้ยจังต้องเหมาไปฝากแม่หน่อยแล้วค่ะ นี่แหละค่ะเมนูในตำนาน “ชิฟฟ่อนเค้กสามเหลี่ยม” มีรสวนิลา กาแฟ ช็อคโกแลต และที่เจ้ยชอบที่ซู๊ดดดด “ชิฟฟ่อนใบเตย” มีความนู่มมมมม มีความหอมมมม มีความอร่อยไม่เปลี่ยน!! แถมราคายังน่ารักเหมือนเดิม!! “ชิฟฟ่อนเบเกอรี่” ราคา : เค้กชิฟฟ่อนสามเหลี่ยม ชิ้นละ 10 บาท สถานที่ : ตรงข้ามมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (สี่เสาเทเวศน์) โทร : 02-281-1315 และ 02-628-8575 เวลา : 09.30-19.30 น. Wifi : ไม่มี wi-fi ที่จอดรถ : ไม่มีที่
