Exclusive
ถอดสูตรสำเร็จ สุกี้จินดา ทำอย่างไร ให้เติบโตตลอด 3 ปี สร้างรายได้สาขาละ 6 หลักต่อเดือน พูดถึง “สุกี้จินดา” เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะร้านนี้กำลังโด่งดัง และได้รับความนิยมจากนักกินทั้งหลาย อะไรคือสิ่งสำคัญทำให้ร้านสุกี้จินดาทัชใจคนไทย จนสามารถสร้างรายได้สาขาละ 6 หลักต่อเดือน มาหาคำตอบกับ คุณดา-นพรดา วาวีเจริญสิน อดีตมัคคุเทศก์นำเที่ยว เจ้าของร้านในปัจจุบันกันได้เลย เริ่มจาก หม้อไฟคนเหงา แม้ว่าคุณจะมาคนเดียว ก็ไม่ต้องกลัวเขิน เพราะสุกี้จินดาให้บริการหม้อคนเหงา โดยจัดที่นั่งแบบโต๊ะยาวหันหน้าเข้าหากันเรียกว่าคุณจะมีเพื่อนร่วมโต๊ะเป็นสิบๆ คน ส่วนตรงกลางมีสายพานคอยหมุนเวียนเสิร์ฟเมนู แค่รอของที่อยากกินหมุนมาตรงหน้า ก็หยิบใส่หม้อได้เลย ไม่ต้องลุกไปตักให้เมื่อย มีน้ำซุปให้เลือกหลากหลาย มีทั้ง ซุปกระดูกหมู ซุปกระดูกไก่ ซุปเห็ดหอม หม่าล่าเผ็ดน้อย หม่าล่าเผ็ดลิ้นชา ซุปต้มยำกุ้ง ซุปมะเขือเทศ และหม่าล่าน้ำข้น ตำรับจากจีนแท้ๆ เพราะสั่งผลิตจากครัวกลางในประเทศจีน ราคา 49 บาท เติมได้ไม่อั้น กินแค่ไหนจ่ายแค่นั้น มีเมนูให้เลือกกว่า 50 รายการ แบบเสียบไม้ สีม่วง ไม้ละ 5 บาท สีเขียว ไม้ล
ตรุษจีน 2566 เช็กวันจ่าย-วันไหว้ พร้อมแนะวิธีไหว้เจ้าเสริมเฮง! เทศกาลตรุษจีน เป็นเทศกาลเกี่ยวกับประเพณีและวัฒนธรรมของเอเชียที่มีชื่อเสียงที่สุด อีกทั้งยังเป็นเทศกาลที่บรรดาพ่อค้าแม่ค้ารอคอย เพราะเป็นช่วงที่สามารถกอบโกยรายได้จากลูกค้าได้มากสุดช่วงหนึ่งของปี วันตรุษจีนหรือวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน ในอดีต วันตรุษจีนจะไม่ตรงกันในแต่ละแคว้น แต่ละยุคสมัย เนื่องจากปฏิทินที่ใช้ในแต่ละยุคของจีน กำหนดวันตรุษจีนแตกต่างกัน บางยุคใช้แบบสุริยคติ บางยุคใช้แบบจันทรคติ จึงทำให้วันขึ้นปีใหม่ของชาวจีนไม่ตรงกันเลย สมัยจีนยุคโบราณจะให้ความสำคัญกับ “วันลี่ชุน” ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ มากกว่าวันที่ 1 เดือน 1 โดยในวันดังกล่าวจะมีการเฉลิมฉลองและอัญเชิญเทพเจ้า ถือเป็นวันบวงสรวงสวรรค์ ประกอบพิธีเข้าเฝ้าจักรพรรดิ รวมถึงมีการเสี่ยงทายการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และขอพรจาก “เทพเจ้าการเกษตร” ส่วนจุดเริ่มต้นที่กำหนดให้วันที่ 1 เดือน 1 ของทุกปี ตามปฏิทินจีน เป็นวันเริ่มต้นปีใหม่ของจีนและใช้กันมาจนถึงทุกวันนี้ กำเนิดขึ้นในยุคสมัยราชวงศ์ฮั่น ราวปี พ.ศ. 439 (ก่อนคริสต์ศักราชประมาณ 104 ปี) ถือเป็นจุดกำเนิดของวันตรุ
เวลคัมแบ็ก นทท.จีน! ผปก. ไม่หวั่นโควิด หวัง เศรษฐกิจกลับมาคึกคัก ภาครัฐต้องเข้ม มาตรการ กลายเป็นข่าวที่ถูกพูดถึงกันมาหลายวัน สำหรับการเปิดประเทศของจีน ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2566 เป็นต้นมา หลายคนมีความเห็นแตกต่างกันไปมากมาย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ สอบถามไปยังผู้ประกอบการบางส่วน ดังนี้ คุณหมิง-วิลาวัณย์ วงศ์วิวัฒนฉายา เจ้าของร้านไก่ทอด Queen Chicken แสดงความเห็นว่า ส่วนตัวแล้ว น่าจะได้รับผลประโยชน์ทางอ้อม เพราะงานไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยตรง แต่ในส่วนงานยูนิฟอร์ม ลูกค้าส่วนห้างร้านน่าจะได้รับผลประโยชน์ในแง่ยอดขายที่ดีขึ้น ทำให้ตัดสินใจสั่งหรือทำการเปลี่ยนแบบชุดยูนิฟอร์ม ส่วนร้านอาหาร หากลูกค้ามีรายได้เพิ่มขึ้นก็จะมีกำลังซื้อมากขึ้น “การมีนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะจีนเข้าประเทศเพื่อท่องเที่ยวและจับจ่ายใช้สอย ก็น่าจะเป็นผลดีกับประเทศมากกว่า ส่วนในแง่ธุรกิจ คิดว่าน่าจะทำให้การค้าขายคึกคักค่ะ เพราะตอนนี้เกือบทุกคนได้รับวัคซีนป้องกันแล้ว แม้จะติดก็มีอาการไม่มาก ไม่กี่วันก็หาย ภาคเอกชนเตรียมพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้ว แต่ภาครัฐและหน่วยงาน ควรมีมาตรการป้องกัน รั
รวมแฟรนไชส์น่าลงทุน ปีกระต่าย แนวไหนรุ่ง แนวไหนแผ่ว เผยเทคนิคก่อนตัดสินใจซื้อ คุณอมร อำไพรุ่งเรือง ผู้ชำนาญการด้านแฟรนไชส์ ให้สัมภาษณ์ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เกี่ยวกับสถานการณ์ธุรกิจสินค้าและบริการในรูปแบบของแฟรนไชส์ ในปี 2566 “ปี 2566 ธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพในทุกมิติ จะมาแรง อะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวกับสุขภาพมาแน่ๆ อาหาร เครื่องดื่ม แนวสมูทตี้ผักผลไม้ จะคึกคัก ขณะที่ ชาไข่มุก ความนิยมจะค่อยๆ ลดลง เห็นได้จากแบรนด์รายใหญ่หลายราย เริ่มหายไปจากตลาด ส่วนธุรกิจร้านสะดวกซัก ถามว่ายังจะไปได้ไหม ก็ได้นะ แต่ไม่มาแรงเหมือนปีที่แล้ว” กูรูแฟรนไชส์ เผยอย่างนั้น ซึ่งที่ผ่านมามักมีคำถาม แฟรนไชส์อาหารแนวไหน ที่น่าสนใจลงทุนในปี 2566 นั้น ตนจะแนะนำว่า หากมองสินค้าที่เป็นกระแส เป็นไวรัล หรือเป็นเทรนด์ ก็จะได้ทำเป็นวงจรสั้นๆ แต่ถ้าไปพิจารณาอาหารหลัก อย่างอาหารที่คนไทยส่วนใหญ่กินเป็นประจำก็น่าจะไปได้ยาวกว่า อย่าง เมนูผัดกะเพรา ซึ่งในตลาดตอนนี้ก็มีหลายแบรนด์ให้เลือกซื้อ “ปี 2566 กลุ่มเครื่องดื่มแนวสุขภาพ อย่าง โกโก้ สมูทตี้ผักผลไม้ หรือน้ำเต้าหู้ จะเข้ามาแทนที่พวกชานมไข่มุก” กูรูแฟรนไชส์ ท่านเดิม บอกอย่างนั้น เมื่
เผยสูตร ซุปเอียเล้ง ไว้ต้มน้ำก๋วยเตี๋ยว ต้มเลือดหมู ผสมน้ำราดข้าวหมูแดง น้ำซุปที่ใช้กระดูกสันหลังหมู ที่เขาเรียก “เอียวเล้ง” หรือ “เอียเล้ง” เราๆ จะคุ้นกับ “เล้งแซ่บ” ซึ่งทำมาจากกระดูกสันหลังหมูต้มน้ำซุปนี่ล่ะ เมื่อก่อนคือผลพลอยได้ แบบต้มน้ำซุปเสร็จแล้วต้องทิ้ง ตอนหลังมีคนหัวใสเอามาทำใส่พริก บีบมะนาว ปรุงรสกลายเป็นเล้งแซ่บ ขายได้ราคาเลย เอียเล้ง มักไว้ต้มน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว ต้มเลือดหมู ผสมน้ำราดข้าวหมูแดง เป็นน้ำซุปหมูสีจะเข้มกว่าน้ำซุปไก่ซึ่งเป็นสีเหลืองอ่อนๆ ครัวไทยเลยนิยมซุปโครงไก่มากกว่าซุปกระดูกหมู เพราะสีอ่อนกว่าดูสวยกว่า และเอาไปทำเป็นน้ำแกงอะไรก็ได้ กลิ่นไก่ไม่แรงเท่าหมู น้ำซุปกระดูกเอียเล้งทำก๋วยเตี๋ยว ต้องเตรียมดังนี้ เอียเล้ง 4-5 ชิ้น หรือประมาณ ครึ่งกิโลกรัม รากผักชี 2-4 ราก คือเอาจากปลายรากขึ้นมาถึงส่วนก้านแข็งประมาณ 1 นิ้ว กระเทียมจีนกลีบใหญ่ 4-6 กลีบ พริกไทยเม็ด 10 เม็ด น้ำเปล่า ซีอิ๊วขาวหรือน้ำปลา เกลือ น้ำตาลกรวดหรือน้ำตาลทราย วิธีต้ม ต้องคอยช้อนฟองออก และถ้าอยากจะให้น้ำซุปหวานมากขึ้น มีของที่ใส่เพิ่มความหวานได้หลายอย่าง เช่น เพิ่มหอมหัวใหญ่หั่นเป็นชิ้น 1 หัว หรือต้นหอมสั
คู่รักวัยเก๋า หยิบผลผลิตล้นสวน ต่อยอดเปิดคาเฟ่ JB’s Bakery ชูเมนูเด็ด Snow Bun รายได้ไม่มาก แต่สุขใจ เคยจินตนาการไหมว่า ช่วงชีวิตของเราในวัยเกษียณ จะทำอะไรอยู่? หากถามคำถามนี้กับ น้าอ้อ-รุ่งรัตน์ และลุงอุ้ย-วิเชียร อิทธิแสง สามีภรรยาคู่นี้ คงต้องบอกว่า ตอนนี้ทั้งคู่เปิดคาเฟ่เล็กๆ ที่ชื่อ JB’s Bakery จุดประสงค์นั้นเพื่อ การเข้าสังคม มากกว่า ส่วนรายได้น่ะ เรื่องรอง น้าอ้อ เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า ก่อนที่จะจับมือกับลุงอุ้ยผู้เป็นสามีมาเปิดร้านคาเฟ่ในวัยเกษียณนั้น ส่วนตัวแล้วน้าอ้อเคยทำธุรกิจเสื้อผ้ามาก่อน ส่วนลุงอุ้ยนั้น ทำงานด้านวิศวกรนำเข้าสายไฟจากต่างประเทศ กระทั่งรู้สึกอิ่มตัวในหน้าที่การงาน ประกอบกับลูกๆ เติบโตกันแล้ว น้าอ้อและลุงอุ้ย จึงถึงเวลาออกมาพักอยู่บ้าน “ลูกก็โตกันหมดแล้ว หน้าที่การงานมันก็ถึงเวลาอิ่มตัวกันแล้ว เลยพากันเกษียณออกมาอยู่บ้าน เราเลยไปซื้อที่ที่เป็นสวนเกษตรเชิงท่องเที่ยวเอาไว้ พอเราต้องอยู่บ้านเฉยๆ มันเหงา มันฟุ้งซ่าน ก็เลยคิดกันว่า หาอะไรทำกันดีกว่า แล้วเรามีสวน ก็หากิจกรรมทำ ไปปลูกนั่นปลูกนี่ แล้วก็เลี้ยงไก่กันไปเรื่อย แล้วด้วยความที่สองตา
เริ่มต้นปี 2566 เปิดกระเป๋ารับทรัพย์ ด้วยอาชีพง่ายๆ แต่ขายได้จริง เริ่มต้นปีใหม่ด้วยความสดใส พร้อมเปิดกระเป๋ารับทรัพย์กันแล้วหรือยัง! เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ รวบรวมมาให้แล้ว เริ่มต้นปี 2566 ด้วยอาชีพทำง่าย แต่ขายได้จริง จะมีอะไรบ้างมาดูกันเลย แซนด์วิชเกาหลี ไส้แน่น ในปีที่ผ่านมา แซนด์วิช เป็นเมนูยอดนิยมที่ผู้ประกอบการหลายรายทำขาย และในปีนี้หากจะเริ่มขายแซนด์วิช ก็ยังไม่สาย เพราะถือเป็นอาหารเช้าที่ยังมีกลุ่มลูกค้าชอบทานอีกจำนวนมาก หากมีงานประจำอยู่แล้ว สามารถขายแซนด์วิชเป็นงานเสริมได้ เช่น คุณเหมียว-วิชุดา หล้าคำแก้ว วัย 34 ปี พนักงานออฟฟิศสุดขยันที่ตื่นเช้าตั้งแต่ตี 5 มาทำแซนด์วิชขายก่อนออกทำงาน เชื่อมั้ยว่าเวลา 1 ชั่วโมงที่ตื่นมาทุกๆ วัน สามารถสร้างกำไรให้เธอเดือนละ 20,000-30,000 กว่าบาท คุณเหมียวใช้เงินลงทุนเริ่มแรกเพียงหลักพันบาท “ซื้อผัก ขนมปัง ซอส วัตถุดิบ กล่อง กระดาษไขสำหรับห่อ ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์ครัวเพราะมีอยู่แล้วในบ้าน” อ่านอาชีพขายแซนด์วิช คลิก เคสยาดม สุดน่ารัก เคสยาดม เรียกว่าเป็นสินค้าสุดฮิต เป็นงานแฮนด์เมดทำจากกาวครีมสีสันสดใส รวมทั้งการ์ตูนเรซิ่นสุดคิวต์ หากอย
ล้มแล้วลุกสู้ ผ่านผู้ประกอบการผู้ไม่แพ้ สร้างแรงบันดาลใจ ชีวิตเริ่มใหม่ได้เสมอ ในปีที่ผ่านมา ชีวิตอาจเจอกับความผิดหวังหรือไม่ประสบความสำเร็จ อย่าเพิ่งท้อ! มาเริ่มต้นปีใหม่ 2566 กันดีกว่า เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้รวบรวมเรื่องราวของผู้ประกอบการคนตัวเล็ก ที่เคยผ่านจุดท้อแท้สิ้นหวังและเจออุปสรรคมากมาย แต่พวกเขาก็ลุกขึ้นสู้จนประสบความสำเร็จในอาชีพการงานได้อย่างน่าชื่นชม จากเด็กไร้บ้าน สู่เจ้าของร้าน กะเพราอ้วนตรึ้ม เริ่มต้นเรื่องราวของ “ทีน-สดายุ ศุภผลศิริ” เด็กหนุ่มที่ชีวิตไม่ได้ราบรื่นเหมือนเด็กทั่วไป เพราะมีจุดพลิกผัน ต้องกลายเป็นเด็กไร้บ้าน ตั้งแต่อายุ 13 ปี จนได้ “พี่ต่อ” พี่ชายใจดีที่อาศัยอยู่ในซอยเดียวกันรับเลี้ยงดู ถึงวันนี้ 7 กว่าปีแล้ว ที่ดูแลกันมา ไม่เพียงแค่ให้ชีวิตใหม่ แต่พี่ชายคนนี้ที่น้องทีนนับถือเหมือนพ่อ ยังให้อาชีพตั้งตัว คือ ร้านกะเพราอ้วนตรึ้ม ตะหลิวตัด ถึงปัจจุบันเปิดขายมานาน 3 ปี มีลูกค้ารุมซื้อตั้งแต่เปิดร้าน และพีกสุด เคยขายได้วันละ 6,000-7,000 บาท อ่านเรื่องราวของน้องทีน คลิก อดีตคนคุก ลุกขึ้นสู้ ขายมะม่วงน้ำปลาหวาน ตามมาด้วยเรื่องราวของ คุณเก
สานต่อภูมิปัญญาไทย! ต่อยอด ผ้าไหม ด้วยงานวิจัย สู่ ผ้าไหมยีนส์ เตรียมยกระดับการผลิตเชิงอุตสาหกรรม สุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่ ผ้าไหมดี มากมีปราสาท ผักกาดหวาน ข้าวสารหอม พร้อมวัฒนธรรม คำขวัญของจังหวัดสุรินทร์ ที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ได้เป็นอย่างดี เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้ สัมภาษณ์ สองสามีภรรยา คุณอาทร แสงโสมวงศ์ และคุณทัศนีย์ สุรินารานนท์ เจ้าของกิจการ เรือนไหม-ใบหม่อน จังหวัดสุรินทร์ ผู้หยิบยกเอา ผ้าไหม สินค้าพื้นถิ่นมาต่อยอดเพิ่มมูลค่า เป็น ผ้าไหมยีนส์ เพื่อเจาะตลาดคนรุ่นใหม่ โดยทั้งคู่ช่วยกันเล่าว่า ก่อนจะมาทำธุรกิจ เรือนไหม-ใบหม่อน คุณทัศนีย์ได้ทำธุรกิจรับทำจิวเวลรี่มาก่อน ส่วนคุณอาทรก็ทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนในกรุงเทพฯ แต่ครอบครัวของทั้งคู่ก็ทำอาชีพทำนา ทำหม่อนไหม รวมถึงรับซื้อเส้นไหมเพื่อส่งให้โรงงานทอ ซึ่งก็วนเวียนอยู่ในวงการเดียวกันทั้งหมู่บ้าน กระทั่งอายุเยอะขึ้น ผนวกกับหลายๆ ปัจจัย ทั้งคู่ก็พาครอบครัวเล็กๆ กลับมาที่บ้านเกิด ซึ่งก็คือจังหวัดสุรินทร์ และมาจับงานสานต่อกิจการครอบครัว เมื่ออยู่ไปได้สักพักก็เล็งเห็นกันว่า ปริมาณการผลิตเส้นไหมธรรมชาติลดลงอย่างน่าตกใจ เพราะช่วงเวลานั้น
มีแค่ที่หน้าบ้าน ก็สร้างอาชีพได้ อดีตสาวโรงงาน ลาออก ขายขนมปัง-น้ำปั่น 1 ปี ต่อยอดสู่ แฟรนไชส์ ปัจจุบัน คนรุ่นใหม่ หันมาทำงานที่สามารถเป็นเจ้านายตัวเองกันมากขึ้น โดยเฉพาะ คาเฟ่-ร้านเบเกอรี่ ที่ดูจะตอบโจทย์ตรงใจคนเจนนี้ ซึ่ง คุณบิ๋ม-ณัฐฤทัย นามพวน วัย 25 คนนี้ ก็เป็นหนึ่งในนั้น เธอเล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า เธออาศัยอยู่ที่จังหวัดนครพนม และ เป็นเจ้าของร้าน แยก ปัง ปัง คาเฟ่ดังในอำเภอท่าอุเทน ซึ่งเป็นร้านคาเฟ่เล็กๆ ที่เธอและแฟน (คุณแจ็ค-อนุสรณ์ โคตรคำ) ช่วยกันเก็บเงินสร้างกันเอง โดยปัจจุบันเปิดขายมาได้ 1 ปีแล้ว ซึ่งกว่าร้านจะออกมาเป็นรูปเป็นร่างแบบนี้ คุณบิ๋ม บอกว่า เหนื่อยสายตัวแทบขาด เพราะเดิมที เธอและแฟนหนุ่มทำงานในสายงานโรงงานแห่งหนึ่งที่กรุงเทพฯ เหมือนกัน โดยคุณบิ๋มทำในส่วน QA ส่วนคุณแจ็คทำอีกแผนก กระทั่งโควิด-19 แพร่ระบาด ทำให้งานในส่วนของคุณแจ็คได้รับผลกระทบ ทำให้ทั้งคุณบิ๋มและคุณแจ็คหันหน้ามาปรึกษากัน ว่าจะเอาอย่างไรกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ “จริงๆ ส่วนของบิ๋มไม่ได้กระทบมากเท่าของแฟนค่ะ มันทำๆ หยุดๆ จนเรามาปรึกษากันว่า กลับบ้านไหม ครอบครัวเราก็อยู่ที่นั่น ไปหางานท
