Exclusive
แชร์ไอเดีย ขายอะไรดี สร้างรายได้เสริม วันลอยกระทง ใกล้ถึงเทศกาลวันลอยกระทงแล้ว เป็นวันศุกร์สุดสัปดาห์ที่ทุกคนตั้งตารอ นอกจากได้ลอยกระทงแล้ว ยังได้เดินเที่ยวซื้อของกินในงานวันลอยกระทงด้วย และสำหรับใครที่อยากหาของขายในค่ำคืนนั้น ก็รีบจัดเตรียมกันเลย แต่ถ้ายังนึกไม่ออกว่าจะทำอะไรดี เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ลองรวบรวมไอเดียคร่าวๆ สามารถขายได้จริงมาให้แล้ว 1. กระทง ขอยกให้เป็นสินค้าทำขายอันดับหนึ่ง เพราะอยู่ในเทศกาลวันลอยกระทง สินค้าที่คนนิยมทำขายมากสุดคงหนีไม่พ้นกระทง มีหลากหลายแบบให้เลือก ทั้งกระทงใบตอง กระทงขนมปัง กระทงน้ำแข็ง กระทงอาหารปลา กระทงกรวยไอศกรีม กระทงเปลือกข้าวโพด ฯลฯ ให้ดูเทรนด์ขณะนั้นแล้วเลือกทำเลย 2. ดอกไม้ ธูป เทียน ขาดไม่ได้เลย สำหรับดอกไม้ ธูป เทียน เพราะบางคนทำกระทงมาเองจากบ้าน หรือซื้อมาจากร้านอื่น แต่ไม่มีดอกไม้ ธูป เทียน ติดมาให้ หรือไม่ถูกใจเลยไม่ได้ซื้อ ลองทำขายดูท่าจะได้หลายบาท 3. เครื่องดื่ม ไม่ว่าเทศกาลไหนๆ คนก็นิยมขาย หมวดนี้แบ่งออกได้หลายอย่าง ทั้งน้ำปั่น น้ำอัดลม น้ำสมุนไพร ชาไข่มุก น้ำผลไม้ปั่น ฯลฯ หาโต๊ะสักตัวมาตั้งขาย ไม่ต้องใหญ่โต เท่านี้ก็ขายได้แล้ว 4. อาหา
กัญชาบ้านละ 6 ต้น ได้รับอนุญาตแล้ว 95 ครัวเรือน พื้นที่ บุรีรัมย์ บึงกาฬ นครพนม “สรุปแล้วคนธรรมดา ปลูกได้หรือไม่ได้กัญชาบ้านละ 6 ต้น ที่นักการเมืองเคยสัญญาไว้ตอนหาเสียง นี่ก็จะครบ 4 ปีแล้ว ยังไม่เห็นวี่แวว” คือ ส่วนหนึ่งของเสียงสะท้อนจากประชาชน หลัง เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ นำเสนอข่าวความคืบหน้านโยบายกัญชา ซึ่งผู้เกี่ยวข้องระบุว่ามาถูกทิศทางแล้ว เพราะเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจคู่สุขภาพ ทั้งยังเตรียมจะผลักดันให้กัญชาไทยสู่ตลาดโลกด้วย ล่าสุดทาง นพ.กิตติ โล่สุวรรณรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันกัญชาทางการแพทย์ จึงออกมาให้ข้อมูลกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เกี่ยวกับการดำเนินงานตาม “โครงการกัญชาครัวเรือน” หรือที่เรียกกันทั่วไป กัญชาบ้านละ 6 ต้นนั้น ว่า ขณะนี้ มี 8 วิสาหกิจ ใน 3 พื้นที่ คือ บุรีรัมย์ 1 แห่ง บึงกาฬ 2 แห่ง และนครพนม 5 แห่ง ที่ได้รับใบอนุญาตแล้ว โดยมีทั้งหมด 95 ครัวเรือน สามารถปลูกกัญชาได้ 1,440 ต้นต่อปี นอกจากนี้ ยังมีอีก 77 วิสาหกิจทั่วประเทศ ที่ยื่นคำขอปลูกกัญชาบ้านละ 6 ต้น ตามโครงการกัญชาครัวเรือน โดยอยู่ในระหว่างกระบวนการออกใบอนุญาต 8 วิสาหกิจ รอความเห็นจังหวัด 11 วิสาหกิจ รอตรวจสถานที
ติดหนี้ ก่อน ติดมันส์ พยาบาลสาว ลาออกกู้วิกฤตครอบครัว ด้วยบุฟเฟ่ต์ 199 ติดมันส์ ยามนี้ จัดเป็นบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง ได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวาง ด้วยคุณสมบัติเด่นหลายอย่าง ที่มี เนื้อวัวดีๆ ให้เลือกหลายแบบ โปรโมชั่นด้วยเมนูแปลกๆ แทบทุกเดือน ราคาต่อหัวเพียง 199 บาท (ไม่รวมเครื่องดื่ม) แถมนั่งได้กันยาวๆ ไม่จำกัดเวลา ไม่ต้องเร่ง ไม่ต้องรีบ ติดมันส์ เปิดตัวมาแล้ว 4 ปี ปัจจุบันมีสาขาต้นตำรับ 5 สาขา กระจายอยู่ตามชานกรุง ส่วนร้านสาขาในฐานะแฟรนไชซี ล่าสุดมีอยู่ 28 สาขา และกำลังจะเปิดตัวอีก 10 สาขาในเร็วๆ นี้ นับว่าเป็นกิจการได้รับความนิยมไม่น้อย ทั้งยังเติบโตเร็วใช่เล่น ติดมันส์ กว่าจะ รุ่ง ได้ ขนาดนี้ ไม่ง่ายเหมือนกัน คุณหมิว-อาภาณัฐ นิธิกุลตานนท์ เจ้าของกิจการ ติดมันส์ บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง แบรนด์ดัง วัย 29 ปี สละเวลามาพูดคุยกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ด้วยอัธยาศัยกันเอง “ติดมันส์ มาจากเหตุผลที่ว่า เวลากินเนื้อ หรือ หมูย่าง ต้องกินส่วนที่ติดมัน ถึงจะอร่อยใช่มั้ยคะ แล้วเอาคำนั้น มาเติม ส์ เข้าไปอีกหน่อย เพื่อความเมามันส์ ค่ะ” คุณหมิว เริ่มต้น น้ำเสียงร่าเริง ก่อนย้อนความเป็นมาให้ฟัง พื้นเพเป็นคนกรุงเทพฯ
รู้ไหมว่า กว่าจะออกมาเป็น หมูปิ้ง 1 ไม้ ผ่านกระบวนการอะไรมาบ้าง? หลังจากที่เกิดกระแสดราม่าเกี่ยวกับหมูปิ้ง 7 ไม้ 10 บาท จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ทั้งในแง่ของผู้ซื้อและผู้ขาย คุณวาชิ-วชิราภรณ์ พงษ์วรัฎฐกุล วัย 37 ปี เจ้าของร้าน ตะวัน หมูปิ้ง เอง ก็ได้แสดงความคิดเห็นในฐานะคนขายเช่นกัน และในส่วนหนึ่งของการแสดงความคิดเห็น คุณวาชิ เล่าให้ฟังคร่าวๆ ว่า กว่าจะออกมาเป็น หมูปิ้ง 1 ไม้ แบรนด์ ตะวัน หมูปิ้ง ที่เธอขายราคา 1.50 บาทนั้น ผ่านกระบวนการการจัดการทั้งหมด 4 ฝ่ายด้วยกัน ได้แก่ 1. ฝ่ายไม้ : นำไม้ที่ได้มา มาต้มให้ไม้พองออกและถือเป็นการฆ่าเชื้อไปในตัว เมื่อไม้พองตัวเต็มที่ จึงค่อยจัดแบ่งเป็นมัด มัดละ 100 ไม้ ส่งเตรียมรอเสียบ 2. ฝ่ายหมู : มีหน้าที่กะขนาดและหั่นหมู เฉลี่ยให้ได้จำนวน 300 ไม้ หรือ หมู 3 แพ็ก รวมถึงตัดหั่นมันหมูเป็นชิ้น เพื่อเตรียมส่งทั้งหมดรอเสียบ 3. ฝ่ายหมัก : ทำหน้าที่หมักหมูด้วยเครื่องปรุงทุกอย่าง ทั้งน้ำมันหอย รากผักชี พริกไทย น้ำตาลมะพร้าว ชูรส ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ ทิ้งไว้ 1 วัน จึงค่อยมาเสียบใส่ไม้ พร้อมน้ำหมัก และซีลแพ็กถุงส่งฝ่าย QC 4. ฝ่าย QC : ตรวจสอบคุณภ
อดีตหนุ่มวิศวกร ผันตัวทำสวน ใช้เทคโนโลยีเพิ่มมูลค่ามะนาว สู่ผลิตภัณฑ์ OTOP ระดับ 5 ดาว เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้คุยกับ คุณมิ้นท์-ฉัตรชัย ดีสวัสดิ์ วัย 31 ปี เจ้าของสวนมะนาว แห่งหนึ่งในอำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ชายหนุ่มผู้เปลี่ยนสวนมะนาวของครอบครัว ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมใหญ่ พัฒนาต่อยอดใหม่จนกลายมาเป็นแบรนด์สินค้า OTOP สร้างชื่ออย่าง เลมอน มี ฟาร์ม (Lemon Me Farm) คุณมิ้นท์เล่าว่า ก่อนมารับช่วงต่อทำสวนมะนาวจากคุณพ่อ เขาทำงานเป็นวิศวกรมาก่อน ด้วยความรักและชื่นชอบในเรื่องนาโนเทคโนโลยี วิทยาการทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ จึงค่อนข้างมีความคิดและแก้โจทย์แบบวิทยาศาสตร์เสมอ แต่แนวคิดนี้ไม่สามารถใช้กับสวนมะนาวของคุณพ่อได้เลย เพราะการทำไร่ทำสวนเป็นสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมปัจจัยได้ เขาจึงวิ่งหนีการทำการเกษตรมาตลอด “คือพ่อผมท่านจะมีที่อยู่ ก็ทำพวกสวนกล้วยไม้สวนมะนาว เรียกว่าทำเกษตรมาตั้งแต่ผมเด็กๆ เพิ่งมาช่วงหลังๆ สัก 10 กว่าปี ที่หันมาทำสวนมะนาว ซึ่งผมก็โตขึ้นและจบด้านวิศวะมา ก็ได้ทำงานตามสายอยู่ในบริษัทหนึ่ง พอกลับบ้านเสาร์อาทิตย์ก็เห็นว่าที่บ้านมีมะนาวเยอะ เลยเอามาทำน้ำมะนาวขายเล่นๆ” แต
สมัครงาน ไป 130 บริษัท เรียกสัมภาษณ์ที่เดียว ปรุงอาหารสุนัขขาย ท่าจะรุ่งกว่า สำหรับหลายคน วิกฤตโควิด-19 พัดกระหน่ำชีวิตให้เข้าสู่โหมดยากลำบาก ในขณะที่อีกหลายคน วิกฤตกลับนำพาโอกาสมาให้แบบไม่คาดคิด เว็บไซต์ stuff.co.nz หยิบยกเรื่องราวของ “แอนโทนี การ์ดิเนอร์” หนุ่มชาวนิวซีแลนด์ที่ตกงานเพราะโควิด-19 แต่แทนที่ผลกระทบจะเกิดขึ้นกับเจ้าตัว กลับไปตกอยู่กับสุนัข 3 ตัว เพราะเจ้านายทั้ง 3 ตัว เคยชินกับการกินอาหารแพงๆ และไม่ยอมกินอาหารราคาย่อมเยา “การ์ดิเนอร์” รู้สึกว่าบรรดาเจ้านาย เริ่มน้ำหนักลดลงจนเข้าเกณฑ์น่าเป็นห่วง ในคืนหนึ่งเขาเลยหาวิธีหลอกล่อ ด้วยการนำอาหารราคาถูกมาเสิร์ฟ แต่ราดน้ำเกรวี่ลงไปด้วย ผลลัพธ์ที่ออกมาดีเกินคาด จากที่บรรดาเจ้านายเมินอาหารราคาถูก กลายเป็นกินอย่างเอร็ดอร่อย และปลุกไอเดียทำธุรกิจผงเกรวี่แบรนด์ “Fussy Dog Co” ที่จริงแล้ว “การ์ดิเนอร์” ไม่เคยมีความคิดที่จะทำอาหารสำหรับสุนัขเลย เขายังคงเดินหน้าสมัครงานสายการตลาดในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวตามที่ตัวเองถนัด แต่หลังจากส่งใบสมัครไป 130 บริษัท แล้วเรียกสัมภาษณ์เพียงแห่งเดียว เขาเลยหันกลับมามองโอกาสจากการทำผงซอสเกรวี่สำหรับสุนัขอย่า
ดราม่าหมูปิ้ง 7 ไม้ 10 บาท! เพื่อนร่วมอาชีพ ชี้ อยากให้มองหลายมุม บางทีอาจเพิ่งเริ่มทำ จากกรณีโซเชียลแห่แชร์เรื่องราวของ หญิงสาวรายหนึ่ง ที่โพสต์เฟซบุ๊ก หลังไปซื้อหมูปิ้งร้านหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ พร้อมเผยภาพหมูปิ้งชิ้นแต่ละไม้ที่มีชิ้นเล็กมาก จนมีการคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ สอบถามไปยัง คุณวาชิ-วชิราภรณ์ พงษ์วรัฎฐกุล วัย 37 ปี เจ้าของร้านที่ขายหมูปิ้งไม้ละ 1.50 บาท อย่าง ตะวันหมูปิ้ง แสดงความเห็นว่า อ่านเรื่อง คุณวาชิ ได้ที่ นักธุรกิจสาว หนี้ท่วมเพราะโควิด-19 ปลดหนี้ได้ เพราะ หมูปิ้งไม้ละ 1.50 บาท โดยส่วนตัวแล้ว ในฐานะคนขายหมูปิ้งเหมือนกันมองว่า อาจเป็นเจ้าที่เพิ่งเริ่มต้นอาชีพขายหมูปิ้ง ทำให้มีเล็กบ้างใหญ่บ้างเนื่องจากการหั่นด้วยมือ จึงอาจจะกะปริมาณการหั่นและเสียบเนื้อหมูไม่ถูก ไม่ได้เป๊ะทุกไม้ จึงอยากให้มองหลายๆ มุม “ส่วนตัวเห็นว่า เขาก็ขายถูก เผลอๆ เฉลี่ยออกมาก็ราคาแทบเท่าเราเลยด้วยซ้ำ แต่อาจจะเป็นคนเพิ่งมาขาย ก็อยากให้มองกันหลายๆ มุม อย่างเราแรกๆ ตอนเปิดร้าน ตอนนั่งหั่นหมูมันก็ไม่ได้เท่ากันทุกชิ้น เพราะเวลาหั่นมันก็ใช้ความรู้สึกกะเอา แล้วอีกปัจ
แฟรนไชส์น้ำเต้าหู้ปั่น ถ้าขยัน ขายได้ทั้งกลางวัน กลางคืน มีทุนหลักหมื่นเปิดร้านได้ ธุรกิจอาหาร มีหลายคนอยากเป็นเจ้าของ แฟรนไชส์น้ำเต้าหู้ปั่น อาจเป็นตัวเลือกน่าสนใจ เพราะทราบมาว่า ใช้เงินลงทุนหลักหมื่นเปิดร้านได้แล้ว แถมใครขยัน อาจเปิดขายได้ทั้งกลางวัน กลางคืน ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไร คุณเป้-กันต์กร ตั้งมงคลกิจการ เจ้าของแฟรนไชส์ วัย 28 ปี มีข้อมูลมาแจงให้ฟัง คุณเป้ บอกว่า แฟรนไชส์น้ำเต้าหู้ปั่น ของเขานั้น เป็นการแตกไลน์สินค้ามาจาก ชานมไข่มุก บรรจุกระป๋อง แบรนด์ UPCHA BEGIN (อัพชา บีกิน) ที่เขาและคุณมะเหมี่ยว-ภรรยา ช่วยกันเริ่มต้นและดำเนินกิจการมาได้ราวสองปีแล้ว โดยปัจจุบันมีแฟรนไชซีชานมไข่มุก อัพชา บีกิน กระจายอยู่ทั่วประเทศราว 50 สาขา “แฟนขายของออนไลน์ ส่วนผมชอบกินชาไข่มุก เลยช่วยกันคิด ลองทำแบรนด์ชานมไข่มุก ออกมาดีมั๊ย ก่อนไปเรียนการทำชา ทางออนไลน์ เป็นสูตรจากเชฟท่านหนึ่ง ที่ใส่น้ำแข็งเหมือนทั่วไป เลยยังไม่ทำออกขาย เพราะชาไข่มุก ในท้องตลาดมีนับร้อยแบรนด์ เราเป็น น้องใหม่ เกิดยากแน่แลย ถ้าไม่มีความต่าง”คุณเป้ ย้อนจุดเริ่ม ก่อนบอก ความต่างที่ต้องการฉีก ไปจากชาไข่มุกใส่น้ำแข็งทั่
แซ่บหลาย เปิดแนวคิด นักธุรกิจแดนอีสาน ปั้นแบรนด์จนปังติดตลาด ในแต่ละภูมิภาคของไทย ล้วนมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม การใช้ชีวิต ความเป็นอยู่แตกต่างกันไป อย่างในภาคอีสาน นอกจากมีศิลปินดารามากความสามารถโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงแล้ว ในแง่ของธุรกิจ ก็มีเหล่าผู้ประกอบการลูกข้าวเหนียวโดดเด่นอยู่ในวงการนี้เช่นกัน แดรี่โฮม นมขวดสัญชาติไทย ผลิตเท่าไหร่ไม่เคยพอขาย “แดรี่โฮม” แบรนด์นมโคออร์แกนิกที่คนไทยรู้จักมายาวนานเกือบ 2 ทศวรรษ ก่อตั้งโดย คุณพฤฒิ เกิดชูชื่น อดีตนักวิชาการสอนปรับปรุงพันธุ์โคนม ที่องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย และเคยทำงานอยู่ที่ฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค จนได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้านฟาร์มโคนมมายาวนานกว่า 10 ปี กระทั่งปี 2535 ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ เพื่อมาสร้างฝันให้เป็นจริง นั่นคือการทำธุรกิจส่วนตัว ในช่วงแรก คุณพฤฒิ ได้ร่วมหุ้นกับเพื่อนปลูกหญ้าให้วัวกิน แต่เจอปัญหาฝนแล้ง เกษตรกรไม่รับซื้อ และเจอภาวะขาดทุน หลังจากนั้นจึงหันไปจำหน่ายอาหารวัวสำเร็จรูป รายได้พอประคองตัว ซึ่งการเข้าไปอยู่ในวงการโคนม ทำให้รู้ถึงปัญหาของเกษตรกรที่เลี้ยงวัว รายได้น้อย รายจ่ายเยอะ จึงเกิดความคิดอยากช
เปิดเคล็ดลับ ทอดไก่ยังไง ให้ขายได้ปังๆ เหมือนไก่ทอดแบรนด์ดังในห้าง หากใครอ่านบทสัมภาษณ์ที่ คุณหมิง-วิลาวัณย์ วงศ์วิวัฒนฉายา ดีไซเนอร์คนเก่งผันตัวมาขายไก่ทอด ให้สัมภาษณ์กับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์กันไปแล้ว เกิดหิวอยากทาน หรืออยากได้สูตรมาทำเป็นอาชีพ เศรษฐกิจย่ำแย่ ดีไซเนอร์เครื่องแบบยูนิฟอร์ม จึงมาทอดไก่ขาย! คุณหมิงก็ใจดี บอกสูตรการทอดไก่ให้น่าทาน เหมือนไก่ทอดเจ้าดังในห้างมาแบบไม่กั๊กกันเลยทีเดียว โดยคุณหมิง เล่าว่า หลังจากที่ทดลองทอดไก่ไปเรื่อย ทำมาหลายครั้งจนพบว่า “ภาชนะในการทอด” มีส่วนสำคัญมากที่จะทำให้ไก่กรอบนานโดยไม่ไหม้ ซึ่งโดยส่วนตัวดีไซเนอร์สาวคนนี้ ชอบหม้อสเตนเลสเนื้อหนาในการทอด โดยให้เหตุผลว่า หม้อแบบนี้สามารถรักษาอุณหภูมิความร้อนได้ดี อีกทั้งทอดยังไงก็ไม่ไหม้ แถมทอดได้สีสวย แต่ข้อเสียคือมีขนาดเล็กไปหน่อย และต้องตั้งกระทะนานมาก กว่าจะร้อนจนทอดได้ “ไก่ทอด ใช้น้ำมันต้องเยอะค่ะ เพราะเราจะทอดแบบ deep fried เตรียมน้ำมันปาล์มไว้อย่างน้อย 1 ขวด เราใช้ 1.5 ขวด น้ำมันต้องสะอาด เป็นน้ำมันใหม่ ถ้าน้ำมันสกปรกหมายถึงมีตะกอน จะทำให้ไก่ทอดสีไม่สวยนะคะ” คุณหมิง ว่าอย่างนั้น มาถึงแป้งทอดกรอบ คุณหม
